ปิ้ง!
หน้าจอโปร่งแสงสีฟ้าอ่อนปรากฏขึ้นตรงหน้าของ โจว หานเฟิง พร้อมเสียงดังแว่วในหัว
〖 ข้าน้อยขอแนะนำตัว—เป็ระบบที่ถือกำเนิดมาั้แ่จุดเริ่มต้นของจักรวาล ดำรงอยู่ในมิติที่สี่ และได้รับมอบหมายให้ช่วยเหลืุ์ที่ย้อนเวลากลับมา ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม 〗
หานเฟิง (พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น): “เหมือน MR เลย! แถมไม่ต้องใส่แว่นหรือใช้อุปกรณ์อะไรสักอย่าง… สุดยอดจริง ๆ!”
เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่งกับการปรากฏตัวของระบบปริศนา และประวัติที่ฟังดูเหลือเชื่อนั้น ยิ่งทำให้ความเป็นักวิทยาศาสตร์ในตัวเขาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
ถ้าการย้ายร่างเป็เื่ที่เกิดขึ้นจริง… งั้นอะไรก็เป็ไปได้ทั้งนั้น
เขาปรับตัวกับความเป็จริงได้รวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ และเต็มใจเปิดรับโลกใหม่ที่รอให้ค้นหา
หานเฟิงจ้องมองหน้าจอระบบอยู่ครู่หนึ่ง พลางสำรวจดูว่ามีอะไรที่เขาพอจะลองใช้งานได้บ้าง
หานเฟิง: “อืม… มุมขวาบนนั่น ไอคอนรูปดาวคืออะไรนะ?”
〖 ส่วนนั้นคือแต้มดวงดาว ซึ่งใช้ในการแลกเปลี่ยนเป็ ความสามารถต่าง ๆ ของระบบ โดยเงื่อนไขการได้รับแต้มมีสองวิธี — หนึ่งคือ วางยาพิษสำเร็จ และอย่างที่สองก็คือ ถอนพิษสำเร็จ ทั้งสองวิธีจะได้รับ 5 แต้มดวงดาว 〗
หานเฟิง (ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วถามต่อ): “แปลว่า…ไม่ว่าจะวางพิษหรือถอนพิษก็ได้แต้มดวงดาวเท่ากันงั้นเหรอ?”
〖 นอกจากนี้ ท่านยังสามารถใช้แต้มดวงดาว เช่าอุปกรณ์ต่างๆ ได้อีกด้วย 〗
หานเฟิง (พูดพลางเอื้อมมือไปแตะหน้าจอ): “เช่าอุปกรณ์ ?… น่าจะหมายถึงไอคอนรูปร้านค้าตรงนี้สินะ”
เมื่อเขากดเข้าไปที่ร้านเช่า รายการสินค้ามากมายก็ปรากฏขึ้น — แต่ราคาที่เห็นกลับทำให้เขาใ จนพูดแทบไม่ออก
หานเฟิง (น้ำเสียงใ): “นี่คือราคาสำหรับแค่เช่าจริง ๆ งั้นเหรอ!? …สินค้าถูกที่สุดคือ 5 แต้มดวงดาว!”
หลังจากไล่ดูราคาสินค้าแต่ละชิ้นจนทั่ว หานเฟิง ก็ไม่ลังเลที่จะกดย้อนกลับทันที เมื่อหน้าจอกลับมาสู่หน้าจอหลักอีกครั้ง เขาก็บังเอิญสะดุดตาเข้ากับ ‘เมนูตั้งค่าการแจ้งเตือน’ ซึ่งเขาก็ตัดสินใจกดเข้าไปดูทันที
หานเฟิง (พึมพำกับตัวเอง): “ตั้งค่าการแจ้งเตือนพิษจากทุกวัสดุที่ัั… รวมถึงในอากาศด้วยงั้นหรือ? ถ้าเปิดใช้งานไว้ตลอดเวลา ก็เท่ากับลดโอกาสโดนวางยาพิษไปได้เยอะเลย!”
〖 ท่านได้เปิดระบบแจ้งเตือนพิษแบบอัตโนมัติ การแจ้งเตือน 1 ครั้ง จะใช้ 1 แต้มดวงดาว ท่าน้ายืนยันหรือไม่? 〗
หานเฟิงนิ่งคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะกดปุ่มยืนยัน—เขาคำนวณไว้ หากเขาสามารถวางพิษหรือถอนพิษสำเร็จเพียงครั้งเดียว ก็ได้แต้มดวงดาวมา 5 แต้ม มันเท่ากับว่า เขาสามารถจะสัมพัสอะไรก็ได้อย่างสบายใจ ต่อให้ถ้วยนั้นมีพิษจริงก็มีโอกาศที่จะถอนพิษได้ทัน ช่วย 1 คน เพิ่มโอกาศรอดให้ตัวเอง 5 ครั้ง
หลังจากตรวจสอบความสามารถของระบบที่เปิดให้ใช้งานได้จนครบแล้ว หานเฟิง ก็เดินออกจากบ้าน
สิ่งที่เขาเห็นทำให้เขาชะงักงันไปชั่วขณะ — ความใอย่างรุนแรงฉุดเขาให้จมลงสู่ภวังค์โดยไม่รู้ตัว
แม้ หานเฟิง จะเห็นเื่ราวผ่านความฝันแล้ว แต่ภาพที่อยู่ต่อหน้ามันชัดเจนยิ่งกว่า การได้เห็นเืสดๆ ที่มาจากผู้คนหลายสิบคน ทำให้ใจเขาเต็นไม่เป็จังหวะ
คนเหล่านี้ ล้วนเป็คนที่เขาเคยเห็นผ่านในความฝัน — เขาเคยเห็นรอยยิ้ม ความมีน้ำใจ ความสามัคคีในหมู่บ้านเล็ก ๆ จากคนเหล่านี้
ผู้คนในหมู่บ้านนี้ส่วนใหญ่ล้วนเป็คนดี แต่กระนั้น…โลกนี้ไม่เคยมีที่ใดบริสุทธิ์หมดจดเสมอไป เหมือนกับที่ “หยิน” ไม่เคยขาด “หยาง”
หานเฟิง (พูดด้วยน้ำเสียงโกรธแค้น): “พวกท่านไม่ต้องเป็กังวล ความแค้นของพวกท่าน… ข้าจะรับไว้เอง ถึงพวกเราจะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ข้ารู้ดีว่าพวกท่านเป็คนเช่นไร พวกท่านจงหลับให้สบายเถิด”
หลังพูดจบ เขาเดินกลับเข้าไปในบ้าน หยิบจอบที่พิงอยู่ข้างกำแพง ก่อนมุ่งหน้าไปยังด้านหลังหมู่บ้าน—บริเวณโล่งที่เขาเคยเห็นในความฝัน สถานที่แห่งนี้กว้างพอที่จะฝังคนจำนวน 50 คนได้
เมื่อ หานเฟิง เริ่มขุดได้ไม่นาน เขาก็เริ่มรู้สึกรำคาญกับหน้าจอระบบที่ลอยตามเหมือนเงา ไม่ว่าเขาจะหันไปทางไหน หน้าจอนั้นก็มาแสดงข้างหน้าอยู่เสมอ
หานเฟิง (น้ำเสียงหงุดหงิด): “เ้าระบบ! เ้าช่วยหายไปจากตรงหน้าข้าก่อนได้ไหม? เมื่อข้าเรียกเ้าค่อยออกมา!”
〖 ทำได้แน่นอน แต่ท่านยังไม่ได้ตั้งชื่อให้ข้าน้อย เมื่อปิดไปแล้ว ท่านจะเรียกกลับมาอย่างไรเล่า? 〗
หานเฟิง: “ตั้งชื่อได้ด้วยเรอะ? ก็ดีเหมือนกัน… งั้นข้าจะตั้งว่า เมิ่งอวิ๋น ที่แปลว่า ‘เมฆแห่งความฝัน’”
〖 บันทึกชื่อสำเร็จ — หาก้าปิดการแสดงผล ให้ใช้คำสั่ง ‘เมิ่งอวิ๋น ปิดการแสดงผล’ และหาก้าเปิดใหม่ ให้ใช้คำสั่ง ‘เมิ่งอวิ๋น เปิดการแสดงผล’ 〗
หานเฟิง: “งั้น… เมิ่งอวิ๋น ปิดการแสดงผล”
ทันใดนั้นเมื่อสิ้นเสียงสั่งการ หน้าจอสีฟ้าก็หายไปทันที
เขาทดลองพูดคำสั่งเปิด–ปิดอยู่สองสามครั้ง เพื่อความมั่นใจว่าระบบจะตอบสนองได้เสมอ
ขณะขุดหลุมต่อ ความสงสัยผุดขึ้นในใจเขาอีกครั้ง—ถ้าใช้ความคิดสั่งงานแทนคำพูดล่ะ จะสามารถทำได้ไหมนะ?
แล้วเขาลองนึกคำสั่งเพิ่มแสดงหน้าจอระบบในใจ หน้าจอก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง… ได้ผล
เมื่อเข้าใจวิธีใช้งานมากขึ้นแล้ว หานเฟิง ก็กลับมาตั้งหน้าตั้งตาขุดสุสานต่อด้วยความแน่วแน่
—
สองวันต่อมา
ในที่สุด หานเฟิงก็ขุดหลุมฝังศพจนเสร็จสิ้น พร้อมนำร่างชาวบ้านที่เหลือทั้งหมดไปฝังเรียงรายอย่างเรียบร้อย
หานเฟิง (ปาดเหงื่อพลางพูดเบา ๆ):“เื่พิธีฝังศพข้าคงทำได้เพียงเท่านี้… ส่วนเื่การแก้แค้น พวกมันต้องชดใช้แน่นอน หลับให้สบายเถอะ”
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย เขาเริ่มออกสำรวจป่ารอบหมู่บ้าน
เดินได้ไม่นาน เขาก็พบกับ เฉ่าฮูโถว ที่ขึ้นตามเชิงโขดหิน ไม่ไกลจากหมู่บ้าน — พืชพิษร้ายแรง หากขาดความรู้เกี่ยวกับมัน อาจถึงตายเพียงแค่ัั
หานเฟิง รู้ดีว่าไม่อาจเก็บพืชชนิดนี้ได้ด้วยมือเปล่า เขาจึงรีบเดินกลับบ้านไปเตรียมอุปกรณ์
เมื่อถึงบ้าน เขาเปิดหีบไม้ใต้แคร่ หยิบกล่องไม้เคลือบขี้ผึ้งออกมาพร้อมอุปกรณ์ที่เตรียมไว้:
• ถุงผ้าดินเหนียว
• ตะเกียบไม้ไผ่
• ขวดไม้ไผ่ใส่น้ำขิงเข้มข้น สำหรับล้างมือ
• ถุงผ้าหยาบ ที่แช่น้ำขิงแล้วตากแห้ง ใช้แทนถุงมือ
เขาหาอุปกรณ์ทุกชิ้นได้อย่างง่ายดาย ราวกับรู้ตำแหน่งมานานแล้ว หาใช่เื่บังเอิญ — ภาพจากความฝันที่ผุดซ้ำแล้วซ้ำเล่า มอบคำตอบไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว
จากนั้น เขาออกจากบ้าน มุ่งหน้ากลับไปยังเชิงโขดหิน จุดเดิมที่มีเฉ่าฮูโถวขึ้นอยู่หนาแน่น
เขายืนมองพืชเ่าั้อยู่ครู่หนึ่ง — ดอกใบอาจดูไร้พิษภัย แต่เขารู้ดีว่า… พิษที่ร้ายแรงที่สุดซ่อนอยู่ที่รากหัวลึกใต้ดิน
เขานั่งลงช้า ๆ ใช้ตะเกียบไม้ไผ่แหวกดินอย่างเบามือ จนหัวรากกลม ๆ โผล่พ้นขึ้นมาเล็กน้อย
จากนั้นจึงใช้มีดสั้นคว้านรากออกด้วยความระมัดระวัง ไม่ให้ช้ำ ไม่ให้ขาด
ทุกหัวที่ได้มา เขาวางลงบนใบหญ้าแห้ง ห่อแยกใส่ถุงผ้าดินเหนียวทีละชิ้น
เสร็จแล้ว เขาหยดน้ำขิงล้างตะเกียบทุกครั้ง — จิตนิ่ง มือไม่สั่น
เมื่อได้ปริมาณที่พอใจ เขานำถุงทั้งหมดจัดเรียงลงกล่องไม้ที่รองก้นไว้ด้วยผงถ่าน จากนั้นจึงปิดฝาแ่า
—
เมื่อหานเฟิงกลับถึงบ้านในหมู่บ้าน ฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี เป็เวลาย่ำเย็น
เขาปิดประตูหน้าต่างทุกบานแ่า ไม่ให้ลมเล็ดรอดเข้ามาได้
จากนั้นหยิบผ้าขาวดิบเก่า ๆ ที่เคยใช้รองตากสมุนไพรมาคลี่รองบนโต๊ะไม้ แล้วนำรากเฉ่าฮูโถวที่เพิ่งเก็บมา วางเรียงไว้อย่างเป็ระเบียบ
มือขวาหยิบผ้าฝ้ายชุบน้ำขิงที่เขาตากไว้ั้แ่กลางวัน ขึ้นมาคล้องจมูกแ่า ก่อนจะสวมถุงมือผ้าชั้นนอกอีกชั้นอย่างรอบคอบ
มือซ้ายหยิบมีดทองเหลืองปลายงอน ด้ามสั้น — แล้วเริ่มฝานเปลือกรากออกทีละชั้น ช้าและมั่นคง หลีกเลี่ยงไม่ให้ยางสดกระเด็น
รากที่ฝานแล้ว ถูกวางเรียงบนใบตองแห้งที่ปูบนตะแกรงหวาย รอให้แห้งด้วยลมภายในห้อง
ขณะนั้น เขาเดินไปหยิบครกหินพร้อมสากไม้ปลายแบน
เมื่อรากแห้งพอประมาณ เขาหั่นเป็ชิ้นเล็กอย่างคล่องมือ แล้วเทลงครก
หานเฟิงสูดลมหายใจเข้าอย่างช้า ลึก จากนั้นกลั้นหายใจ — แล้วเริ่มลงมือบด
ต่อมา… เขาจึงเริ่มแบ่งผงพิษที่ได้ ใส่ลงในซองเก็บผงยาอย่างประณีต
ทุกซองล้วนถูกจัดวางตามปริมาณที่เขาคำนวณไว้เรียบร้อย — เพียงพอที่จะปลิดชีวิตเป้าหมาย
หลังจากจัดเก็บและทำความสะอาดทุกอย่างจนหมดสิ้น เขาจึงถอดผ้าปิดจมูกออก
แววตาของเขานิ่งงัน — ราวกับมีเพียงเถ้าถ่านในใจเท่านั้นที่ยังอุ่น
หานเฟิง (เสียงแ่ เ็า): “การแก้แค้น… เริ่มนับจากบัดนี้ พวกเ้า— เตรียมใจไว้ได้เลย”
(จบบทที่ 2)