บทที่ 6
เหตุการณ์ไม่คาดคิด
หลังจากลีโอนาร์ดได้ตกลงกับคนในทีมเรียบร้อยแล้ว เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมเลยมายังสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรม บริเวณที่เกิดเหตุอยู่ตรงซอกมุมตึกเป็ทางเดินลัดทะลุไปยังอีกถนนหนึ่ง ผู้เสียชีวิตคือหญิงสาวอายุ25ปี ทำงานสถานเริงรมย์ อยู่ตัวคนเดียวไม่มีครอบครัว สถานะโสด ที่พักของหล่อนอยู่ในอพาร์ทเม้นท์ห่างจากจุดเกิดเหตุ ราว 5 กิโลเมตร เส้นทางที่ผู้เสียชีวิตเดินคือเส้นทางไปกลับที่ทำงาน เข้างาน 6 โมงเย็น เลิกงาน 6 โมงเช้า ซึ่งตลอดเวลาทำงานอยู่แต่ภายในร้านไม่ได้ออกจากนอกร้านเลยจนกว่าจะรุ่งเช้า นี่คือข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับผู้ตายที่ลีโอนาร์ดรับรู้
ชายหนุ่มก้มมองพื้นที่ถูกวาดด้วยช็อกสีขาวเป็ท่าทางของผู้เสียชีวิต ท่าทางตอนเสียชีวิตไม่ได้นอนหงาย แต่นอนคว่ำหน้าและแขนข้างซ้ายชูขึ้นเหนือหัวเหมือนกับว่ากำลังคลานหนีอะไรบางอย่าง
ดวงตาคมกวาดตามองรอบพื้นที่ว่ามีอะไรหลงเหลืออยู่บ้างไหม ถ้าเป็บนพื้นดินหลักฐานคงเก็บไปหมดแล้ว เขาจึงกลับมาสังเกตทิศทางของมือที่ชูขึ้น และเดินไปข้างหน้า ประมาณสัก 4 ก้าว ร่างสูงก็นั่งยองกวาดสายตามองลงไปยังท่อระบายน้ำ เขาเห็นประกายวิ้ง ๆ สะท้อนเข้ามาในตา จึงเปิดตะแกรงท่อระบายน้ำออก และหยิบสิ่งวิบวับนั้นขึ้นมา
“แหวนเพชรงั้นเหรอ ราคาแพงขนาดนี้ทำไมถึงมาทำตกในจุดที่หยิบออกง่าย ๆ แบบนี้ล่ะ”
เขาหันมามองจุดที่ผู้ตายอีกครั้ง ระยะมือที่ชี้ตรงมาเป็จุดที่มีแหวนตกพอดี
ร่างกำยำยืดตัวตรงและหยิบซองใสออกจากกระเป๋าเสื้อ เก็บหลักฐานเพิ่มเติมที่พึ่งพบเจอ
เขายกแขนเพื่อดูนาฬิกา เวลานี้ 16.30น. สถานเริงรมย์ยังไม่เปิดให้บริการ ลีโอนาร์ดเลยมีความคิดว่าไปหาที่นั่งรอก่อนไปสืบสวนคนที่ทำงานของผู้เสียชีวิต
ชายหนุ่มเดินมาหยุดหน้าร้านขายกาแฟ เขาไม่รู้จะไปรอตรงไหนที่เงียบสงบ เลยเผลอเดินมาหยุดอยู่หน้าบ้านของฮาโมนี่ และก็เป็อย่างที่คิดไว้ ร้านกาแฟที่ไม่เคยเปิดและไม่เคยมีคนเข้า หรือว่าเขาจะมาช้าเกินไป ทว่ามือเขาก็ลั่นกดกริ่งเข้าให้แล้ว
เพียงแค่ชั่วครู่ประตูก็ถูกเปิดออกพร้อมใบหน้ายิ้มแย้มของหญิงสาวผู้แปลกประหลาด
“คุณลีโอ....”
รอยยิ้มและเสียงของเธอที่เรียกเขามันใสราวกับกระดิ่ง นั่นทำให้เขาเผลอยิ้มไปกับเธอ
“จะขอซื้อกาแฟตอนนี้ยังทันหรือเปล่าครับ”
ฮาโมนี่ต้อนรับชายหนุ่มที่คาดไม่ถึงว่าเขาจะมาหา เมื่อสามวันก่อนเราพึ่งกินข้าวด้วยกัน เลยนึกไม่ถึงว่าจะได้เจอกันเร็วแบบนี้ หรือว่าเขาจะเปิดใจให้เธอแล้วงั้นเหรอ
พอคิดแบบนั้นก็ทำให้หญิงสาวยิ้มไม่หุบ เพราะเหมือนกับว่าต้นไม้ที่เธอดูแลและคอยรดน้ำให้มันกำลังเจริญเติบโต แล้วถ้ามันสุกงอมเมื่อไร เธอจะเป็คนเด็ดผลของมันและกินให้หายยาก
หญิงสาวชงกาแฟเตรียมเสิร์ฟให้ชายหนุ่มผู้มาเยือน คราวนี้เธอแสดงฝีมือการชงกาแฟได้อย่างคล่องแคล่ว เพราะั้แ่เริ่มรู้จักกับลีโอนาร์ด เธอต้องระมัดระวังตัวอย่างมากเพื่อไม่ให้เขาสงสัยหรือมองเธอเป็คนประหลาด
กาแฟถูกเสิร์ฟวางไว้ที่โต๊ะ หญิงสาวจัดการเปิดผ้าม่านที่ปิดไว้เพื่อให้อากาศถ่ายเทและให้ลูกค้าเพียงคนเดียวของเธอมองดูวิวข้างนอกได้
“คุณลีโอชอบกินขนมอะไรคะ คราวหน้าฉันจะเตรียมไว้ให้ค่ะ พอคุณมา่เย็นแบบนี้เลยไม่มีขนมทานคู่กับกาแฟเลย”
เธอถามเขาในขณะที่ล้างอุปกรณ์ที่พึ่งใช้ไปเมื่อครู่
“ผมชอบชูโรสน่ะครับ” ชายหนุ่มตอบพลางยกกาแฟขึ้นดื่ม
คุณฮาโมนี่ชงกาแฟรสชาติดีกว่าชาแฮะ
“ผมมารบกวนคุณหรือเปล่า? รู้สึกว่าผมมาในตอนที่คุณปิดร้านตลอดเลย”
“ฉันไม่ได้เปิดร้านทุกวันน่ะค่ะ พอดีฉันมีงานที่โรงแรมด้วยถ้าว่างก็จะเปิด”
เธอตอบเขาขณะเดินไปเช็ดโต๊ะตัวอื่น มันคงไม่ดีถ้าเธอไปนั่งจ้องหน้าเขาเหมือนคราวก่อน อาจทำให้ลีโอนาร์ดรู้สึกอึดอัดได้
“คุณฮาโมนี่ขยันจังเลยนะครับ แล้วแบบนี้จะมีเวลาพักผ่อนเหรอครับ”
ั์ตาสีดำเหลือบมองหญิงสาวที่ทำตัวขะมักเขม้นอยู่ภายในร้าน ตอนนี้คนตัวเล็กปีนโต๊ะเพื่อไปเช็ดชั้นหนังสือที่อยู่ชั้นบนสุด
“ฉันอยากช่วยน้องชายหาเงินค่ะ ฉันมัวแต่พึ่งพาเขาจนตัวเองเคยตัวเลยว่าจะตั้งใจทำงานดูสักครั้ง”
ฮาโมนี่ไม่ได้โกหก เธออยากช่วยเฮนรี่บ้างเลยต้องไปบริหารงานโรงแรมเอง แต่ร้านกาแฟเธอไม่ได้เปิดจริงๆ หรอก แค่อยากตกแต่งที่พักให้สวย ๆ เพื่อให้กลมกลืนกับพวกมนุษย์ก็เท่านั้น
“แสดงว่าคุณคืนดีกับน้องแล้วสินะ ดีแล้วละครับ เป็คนในครอบครัวไม่ควรจะทะเลาะกันนาน ๆ ”
ชายหนุ่มคลี่ยิ้ม เมื่อหญิงสาวได้ปรับความเข้าใจกับครอบครัวได้แล้ว
เขายังคงเหลือบมองเธอเป็พัก ๆ ไม่รู้ทำไมถึงละสายตาจากเธอไม่ได้สักที
ไม่ว่าจะเป็รอยยิ้มสดใส ใบหน้าที่สวยมีเสน่ห์ ถึงเธอจะมีความประหลาดไปอยู่บ้างแต่นั่นก็น่าดึงดูดไม่น้อย
“นั้นสินะคะ แล้วคุณลีโอนาร์ดมีครอบครัวไหมคะ”
ลีโอนาร์ดชะงักเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเป็ปกติ “พ่อกับแม่ผมเสียแล้วน่ะครับ ตอนนี้ก็อยู่คนเดียวแต่ก็มีคุณอาแล้วก็หลานชายเลยไม่เหงาเท่าไหร่”
หญิงสาวเหลือบมองลีโอนาร์ดที่ก้มหน้าลงเล็กน้อย
“เสียใจด้วยนะคะ พ่อแม่ของฉันก็ตายไปนานมากแล้วค่ะ โดนฆ่าตายอย่างโเี้เลยล่ะ” น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบราวกับคลื่นน้ำที่ลดลงก่อนจะโต้ตอบด้วยคลื่นลูกใหญ่
เป็เพราะพูดคุยเื่ครอบครัวเลยทำให้ความทรงจำที่ลืมไปนานแล้วหวนกลับมา
หรือเป็เพราะชายผู้นี้ที่มีสีหน้าเศร้าสร้อยเมื่อกล่าวถึงพ่อแม่ที่เสียชีวิตไปแล้วโดยยังคงฝืนยิ้ม
ทำไมเขาถึงดูเป็คนอ่อนโยนมากขนาดนี้...
นั่นคือสิ่งที่เธอคิด และเธอก็รู้สึกไม่ชอบใจเอาเสียเลย
ลีโอนาร์ดพอได้ยินเื่ครอบครัวของหญิงสาวก็รู้สึกเห็นใจเธอเลยเผลอพูดในสิ่งที่คิด
“เป็เพราะแวมไพร์หรือเปล่าครับ?”
ฮาโมนี่ตอบกลับทันที “พ่อแม่คุณลีโอก็เสียเพราะแวมไพร์เหรอคะ เราช่างบังเอิญมีอะไรที่คล้าย ๆ กันเลย”
ตอนนี้หญิงสาวเริ่มจะควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่ได้แล้ว เธอเอาหนังสือในมือเก็บเข้าชั้น้า ทว่าพอจะแทรกช่องเล็ก ๆ มันดันไม่เข้าสักที อาจเป็เพราะอารมณ์หงุดหงิดทำให้เธอพยายามดันหนังสือเล่มนั้นเข้าชั้น พอกระแทกเข้าไปแรงจนทำให้หนังสือมันหล่นลงมา และเก้าอี้ที่ตัวเล็กทำให้เท้าเธอก้าวพลาด
พึ่บ!!
ร่างเธอตกจากเก้าอี้พร้อมหนังสือที่ร่วงลงมาหลายเล่ม ทว่ากับไม่รู้สึกเจ็บเลยสักน้อย
ลีโอนาร์ดที่คอยมองหญิงสาวตลอด เมื่อเห็นเธอกำลังตกจากเก้าอี้ ด้วยสัญชาตญาณทำให้ร่างกายขยับตัวไปรอรับหญิงสาวได้ทันท่วงที
ฮาโมนี่อยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่ม มือใหญ่จับหัวเธอเพื่อบังหนังสือที่ตกลงมา ส่วนอีกข้างก็โอบกอดเอวเธอไว้
ตึกตัก ตึกตัก
ตึกตัก ตึกตัก
หญิงสาวได้ยินเสียงหัวใจของเขา หูของเธอแนบชิดกับที่อกข้างขวา จังหวะการเต้นของหัวใจที่เร็วและซ้อนทับกัน
ริมฝีปากเหยียดยิ้มในขณะที่ฟังเสียงหัวใจเต้นเป็จังหวะ ตอนนี้เธอแน่ใจแล้วว่าลีโอนาร์ดคือผู้ชายที่เธอตามหา
“เจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ”
ลีโอนาร์ดรู้สึกถึงอุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นที่ใบหน้า เขาเอามือออกจากตัวหญิงสาว ทว่าเธอไม่ยอมลุกออกจากตัวเขาเลย เธอนอนนิ่งใบหน้าซุกอยู่ตรงอก ไม่ขยับเขยื้อนร่างกายใด ๆ
ฮาโมนี่ถอนใบหน้าออกจากตัวลีโอนาร์ด ตอนนี้เธอขยับตัวขึ้นคร่อมร่างกำยำแทน ใบหน้าสวยโน้มเข้าที่คอหนาของเขา
“คุณลีโอ... ขอบคุณนะคะ ที่ช่วยรับฉัน” เธอกระซิบข้างหูเขาแ่เบา ลมหายใจร้อนรดถี่ พร้อมริมฝีปากที่แตะผิวเผินตรงบริเวณคอ
ลีโอนาร์ดรีบลุกขึ้นนั่งโดยประคองร่างหญิงสาวไว้ เขาจับไหล่ทั้งสองข้างให้ตัวเธอเว้นระยะห่างกับเขา
“ผะ ผมว่า ผมคงต้องขอตัวก่อนนะครับ!”
ใบหน้าตื่นตระหนกแดงฉานพูดตะกุกตะกักพลางดีดตัวลุกขึ้นและพุ่งตรงไปที่ประตูทันที
ประตูถูกปิดลงโดยที่ฮาโมนี่ยังคงนั่งอยู่ตรงพื้น
“เืของเขามันจะอร่อยไหมนะ”
เธอเลียริมฝีปากแห้งผาก ั์ตาสีฟ้าเปลี่ยนเป็สีม่วงเข้มชั่วครู่ เท่านี้อาหารของเธอก็อยู่ตรงหน้าแล้ว แค่รอเวลาที่มันจะสุกงอมพร้อมรับประทานเท่านั้นเอง
.......
ยามราตรีอันมืดมิด ชายวัยกลางคนเดินโซซัดโซเซอยู่ข้างกำแพงซอกตึกแถว เขารู้สึกคอแห้งกร้านราวกับขาดน้ำมาหลายวัน แต่ไม่ว่าจะดื่มไปขนาดไหนแล้วมันก็ไม่หายอยู่ดี เขา้าเืที่เข้มข้นเพื่อดับกระหายความหิว และในยามนี้คงต้องออกล่าเหยื่อ แม้จะยังรู้สึกหวาดกลัวกับพวกตำรวจนักล่าแวมไพร์ก็ตาม แต่สถานการณ์ในตอนนี้คงไม่มีทางเลือก ถ้าไม่ได้ดื่มเื พลังชีวิตของเขาก็จะสั้นลงและมันจะไม่คุ้มค่าที่อุตส่าห์ยอมกลายมาเป็แวมไพร์
เพราะเป็่กลางคืนเลยไม่ค่อยมีเหยื่อที่เป็ผู้หญิง ทำให้ร่างอันอ่อนแรงต้องเดินไปตามถนนเพื่อกวาดตามองหาอาหารและก็พบเจอเหยื่อรายหนึ่ง
หญิงสาวตัวบางท่าทางอ่อนแอเดินอยู่ริมถนนอยู่เพียงลำพัง และนั่นก็ทำให้เขาเดินตามอยู่ห่าง ๆ จนเหยื่อคนนั้นกำลังยืนไขกุญแจเพื่อจะเข้าไปยังร้านซึ่งติดป้ายว่าเป็ร้านขายกาแฟ
ชายวัยกลางคนประชิดหลังของหญิงสาวอย่างรวดเร็วทันทีที่เธอเปิดประตู ด้วยความรวดเร็วของแวมไพร์ทำให้หญิงสาวไม่ทันสังเกต
จากรูปลักษณ์ภายนอกที่ปกติเหมือนมนุษย์ ั์ตากลับกลายเป็สีแดงและเขี้ยวคมงอกยาวออกมา
ผีดูเืผลักหญิงสาวเข้าไปในร้านและปิดประตูลง
ปัง!!!
หญิงสาวเรือนผมสีดำ ั์ตาสีฟ้าครามมองไปยังแวมไพร์ที่อาจหาญคิดจะมาล่าเธอโดยมองเพียงแค่ภายนอกว่าเธอคือหญิงสาวผู้อ่อนแอ แต่หารู้ไม่ ว่าเธอนั้นคือผู้ที่อยู่จุดสูงสุดของเหล่าผีดูดเืกระจอก ๆ พวกนี้
ครั้งที่ 2 ในการออกมาอยู่คนเดียวแล้วเจอแวมไพร์หน้าโง่ที่คลั่งกระหายเื
ครั้งแรกเธอเกือบจะฆ่ามันได้แต่เพราะมีตำรวจมาเห็นก่อน
แต่ครั้งนี้เธอคงไม่ปล่อยแวมไพร์หน้าโง่ตนนี้ไปง่ายๆ เพราะมันจะต้องตายที่กล้ามาลองดีกับเธอ
ทันทีที่ชายผู้นี้เข้าสู่การเป็ผีดูดเื สติต่างๆ ก็ถูกลดทอนลง เหลือเพียงแค่สัญชาตญาณที่หิวกระหาย มันพุ่งเข้ามาหญิงสาวอย่างรวดเร็วพร้อมแยกเขี้ยวคมแหลม
หญิงสาวจับคอเสื้อมันด้วยมือข้างเดียว ส่วนอีกข้างก็จับแขนของมันและหักแขนผีดูดเือย่างเืเย็น
กร๊อบ!!..
“อ้าก!!”
เสียงกรีดร้องของผีดูดเืทำให้ฮาโมนี่แสยะยิ้มออกมา
“ฉันละไม่เข้าใจพวกแกจริง ๆ ทำไมถึงได้โง่อะไรแบบนี้”
หญิงสาวเลื่อนมือมาบีบคอผีดูดเืคลั่งยกคนตัวใหญ่กว่าลอยขึ้นได้อย่างง่ายดาย แม้เธอจะดูตัวเล็กกว่าแต่แรงของเธอก็มีมากเกินกว่าผีดูดเืพวกนี้
เล็บที่งอกยาวของมันได้ข่วนแขนหญิงสาวจนเืของเธอหยดไหลเป็ทาง
หัวคิ้วสีดำขมวดเป็ปม รู้สึกแสบๆ นิดหน่อย ทว่าเธอไม่อยากให้ร่างกายของตัวเองมีแผลเพิ่มเลยทำการเหวี่ยงผีดูดเือัดข้าชั้นหนังสือ และนั่นก็ทำให้ชั้นวางถล่มลงจนเกิดเสียงดัง
ลีโอนาร์ดได้ไปสถานเริงรมย์เพื่อสอบถามเพื่อนร่วมงานของผู้ตาย และก็ได้รับคำตอบมาว่า หญิงสาวที่ตายนั้นเธอมีความสัมพันธ์ลับ ๆ กับลูกค้าคนหนึ่งอยู่ ซึ่งลูกค้าคนนั้นก็เป็บุคคลค่อนข้างเป็คนใหญ่คนโต ถ้าเป็คดีปกติลูกค้าคนนี้จะเป็ผู้ต้องสงสัยคนแรก แต่นี่เป็คดีที่ตายเพราะแวมไพร์คนรอบตัวเลยรอดพ้นไป การตายเพราะแวมไพร์คดีจะถูกโยนเก็บไว้เป็การตายจากสิ่งมีชีวิตที่เป็ภัยตุ่์ ซึ่งจับเป็ไม่ได้ มีแต่จับตายเท่านั้น
ชายหนุ่มออกจากสถานเริงรมย์และกำลังจะกลับไปยังสำนักงานตำรวจต่อเพื่อเอาหลักฐานที่พบเจอไปเก็บ เขาล้วงหาซองที่ใส่แหวนเพชรไว้ ทว่าค้นทุกกระเป๋าเสื้อแล้วก็ไม่เจอ
ทำให้เขานึกได้ว่าอาจทำตกไว้ที่บ้านของฮาโมนี่
ชายหนุ่มเลยกลับไปยังที่ร้านของเธออีกครั้ง
ตูม!!?
เสียงดังปริศนาดังมาจากภายในร้านที่ยังคงเปิดไฟสว่างแต่ปิดบานเกล็ดและม่านไว้ ลีโอนาร์ดกำลังเดินอยู่ริมถนนเพื่อตรงไปยังที่อยู่ของฮาโมนี่ แม้จะอยู่ห่างออกมาแต่ด้วยเสียงที่ดังและความหูดีเป็พิเศษจึงทำให้ร่างสูงรีบวิ่งไปยังบ้านของหญิงสาวด้วยความเป็ห่วง มือเอื้อมจับลูกบิดเปิดประตูอย่างเผลอตัว
“กรรส์!!...”
ภาพเบื้องหน้าที่เขาเห็นคือหญิงสาวตัวเล็กขึ้นคร่อมชายร่างใหญ่และง้างหมัดต่อยเข้าที่คนใต้ร่างไม่ยั้ง ใบหน้าของหล่อนมีของเหลวสีแดงเปรอะเปื้อน กำปั้นเล็กๆ อาบโชกไปด้วยเืสีแดงเข้ม ั์ตาสีฟ้าสดใสแปรเปลี่ยนสีม่วงที่ไม่เคยพบเห็นเพียงแค่ชั่วครู่ สีหน้าของหล่อนดูแตกแต่งจากก่อนหน้านี้ราวกับเป็คนละคน
ทุก ๆ อย่างบ่งบอกว่าเธอไม่ใช่มนุษย์ เพราะไม่มีมนุษย์คนไหนกะซวกแทงร่างคนด้วยมือเปล่าได้หรอก
พึ่บ!!
ลีโอนาร์ดชักปืนที่คาดไว้ตรงเอวจ่อไปยังหญิงสาวโดยทันที