"อาการเขาเป็นยังไงบ้าง.. ลูเซียนโน่?"
ร่างของหญิงสาวในชุดสีขาวบริสุทธิ์เดินเข้ามาถามไถ่อาการของชายหนุ่ม ที่กำลังนอนหลับไหลอยู่บนเตียงที่ดูหรูหราโดยที่ข้างๆเตียงมีบุรุษในชุดสีขาว หรือคนที่เข้าไปช่วยกันต์ให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของร็อคโก้ก่อนหน้านี้ ลูเซียนโน่..
"เขายังไม่ฟื้นครับนายหญิง" ลูเซียนโน่ตอบอย่างนอบน้อม
"อืม..เดี๋ยวข้าจะไปตามท่านผู้นำ ส่วนเจ้าเฝ้าเขาให้ดีๆ" หญิงสาวคนนั้นกำชับเอาไว้ก่อนจะเดินออกจากห้องไป และแทบจะในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน ภายในห้องจู่ๆก็มีร่างของใครบางคนเดินเข้ามา
"เห้...เจ้านี้เหรอว่าที่ผู้นำเผ่าพันธุ์มังกรดำที่ทรงพลัง ทำไมถึงดูกระจอกนัก?"
เสียงของผู้มาใหม่หรือชายหนุ่มหน้าหวาน.. ผู้ที่มีเส้นผมยาวสลวยสีขาวสะอาดตาและสวมใส่ชุดสีขาวบริสุทธิ์ทั้งตัวโดยชายหนุ่มคนนี้..มีชื่อว่าเรียวเป็นเผ่าพันธุ์มังกรขาว และแน่นอนว่าโดยชาติกำเนิดพวกมันย่อมจะไม่ชอบมังกรดำเพราะพวกมันคิดเสมอว่าเผ่าพันธุ์ของตนเองนั้นก็ทรงพลัง ไม่ด้อยไปกว่าเผ่าพันธุ์มังกรดำเลย
แต่ในเผ่าพันธุ์กลับจัดอันดับมังกรดำที่สาบสูญให้อยู่อันดับสอง ซึ่งอยู่สูงกว่าพวกมันที่อยู่อันดับ3 จึงทำให้พวกมันไม่ชอบเผ่าพันธุ์มังกรดำซักเท่าไหร่ และก่อนที่มันจะอวดตนเพิ่มอยู่นั้น..
"เจ้าคิดว่ามันกระจอก.. งั้นเจ้าก็ลองสู้กับมันตอนที่มันได้รับพลังของจอมราชันย์สิ"
เสียงของหญิงสาวคนเดิมดังขึ้นมาอีกครั้ง แต่ก่อนที่เรียวจะได้เถียงกลับ มันพลันเหลือบไปเห็นคนที่เดิมตามหลังของหญิงสาวผู้นั้นมา มันจึงรีบก้มหน้าลงอย่างรวดเร็ว
"โฮ่... เจ้าอยากลองสู้กับมันยังงั้นเหรอเรียว?" ชายวัยกลางคนที่เดินมาพร้อมหญิงสาวถามขึ้นมา ด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลัง
"ไม่ครับข้าไม่บังอาจท้าสู้กับเผ่าพันธุ์ที่อยู่สูงกว่า" ถึงมันจะพูดแบบนี้ออกมาแต่.. สายตาของมันกลับปรากฏความกระหายและต้องการที่จะต่อสู้เป็นอย่างมาก
"เรื่องต่อสู้เอาไว้ก่อน.. จงดูแลเจ้าหนุ่มนี้ให้ดี ถ้าข้ารู้ว่าใครคิดจะทำร้ายมันแล้วละก็คงรู้นะว่าต้องเจอกับอะไร..."
หลังจากมาเพื่อดูให้แน่ใจ.. ว่ากันต์ยังปลอดภัยชายวัยกลางคนๆนั้นจึงเดินออกจากห้องไป
.....
อีกด้านหนึ่งณ.โลกความเป็นจริง..
กลับมาที่กันต์อีกครั้ง... ตอนนี้เป็นวันที่3ของโลกภายนอกแล้ว กันต์จึงตัดสินใจจะเข้าเล่นเกมอีกครั้งในช่วงบ่ายเนื่องจากตอนเช้าลูกค้าเยอะเป็นพิเศษ แต่ในขณะที่กันต์กำลังเก็บจานของลูกค้าอยู่นั้นๆ จู่ๆก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยแววดังขึ้นมาที่ด้านหลัง
"ขอโทษนะหนู.. พอดีป้าพาหลานชายมาสมัครงานไม่รู้ว่าต้องไปพบเจ้าของร้านตรงไหน?"
กันต์รีบหันไปดูที่ต้นเสียง.. จึงพบกับคนที่เขารู้จักเป็นอย่างดี หรือก็คือครูเดือนอาจาร์ยประจำชั้นม.5นั่นเองดูเหมือนครูเดือนจะพาหลานชาย หรืออดีตรุ่นพี่ของกันต์ชื่อบอยมาสมัครงานเพราะร้านนี้ มีคนใหญ่คนโตหรือคนดังแวะเวียนมาทานอาหารอยู่บ่อยครั้ง เขาจึงหวังว่าจะให้หลายชายของตัวเองสบายทางลัด
หรือก็คือประจบประแจง.. เพื่อตีสนิทกับคนใหญ่คนโตเหล่านั้น ตอนนี้หลานชายของเขาจบชั้นม.6 แล้ว จึงอยากให้หลานของตัวเองมีงานทำช่วงปิดเทอม และทำความคุ้นเคยกับคนใหญ่คนโตไปด้วยในเวลาเดียวกัน
....
"เอ่อ..ช่วงนี้พนักงานเต็มแล้วคะ ป้าต้องให้หลานป้ากรอกใบสมัครไว้ก่อน ถ้าร้านเราต้องการพนักงานเพิ่มทางเราจะติดต่อกลับไปนะคะ"
พนักงานหญิงของร้านพยายามอธิบาย.. และกำลังจะพาครูเดือนพร้อมหลานชายไปกรอกใบสมัครอยู่นั้น แต่ในขณะที่สองป้าหลานกำลังจะก้าวตามออกไป จู่ๆสายตาของครูเดือนก็เหลือบไปเห็นกันต์เข้าอย่างพอดิบพอดี
"ถือว่าสงสารเด็กมัน ช่วยป้าหน่อยนะๆ.."
ครูเดือนยื่นแบ้งร้อยสามใบให้พนักงานหญิงคนนั้น ก่อนจะพูดออกมาเหมือนต้องการให้กันต์ได้ยินด้วย
"น้องเห็นเด็กคนนั้นไหมป้ารู้จักๆ เขาเคยเป็นนักเรียนของป้ามาก่อนประวัติเขาไม่ค่อยดีนัก เคยถูกพักการเรียนบ่อยๆแล้วการที่เอาคนแบบนั้นมาทำงานจะไม่เป็นอะไรเหรอ?"
บอยที่ได้ยินแบบนั้นก็เหมือนเข้าใจ มันยิ้มเยาะออกมาก่อนจะพูดขึ้นมาบ้าง
"ใช่ๆไอ้หมอนั้นถูกพักการเรียนเพราะมันทะเลาะวิวาทด้วย"
เสียงของสองป้าหลายที่จงใจทำเสียงดัง เริ่มดึงดูดความสนใจของลูกค้าภายในร้านมากขึ้นๆ ทำให้ตอนนี้ลูกค้าในร้านหลายๆคนเริ่มหันมามองที่พวกเขาแล้ว ยิ่งสองป้าหลานที่เห็นกันต์ไม่เถียงอะไรก็ยิ่งได้ใจ และนึกว่าการที่กันต์ไม่กล้าเถียงเพราะกลัวเรี่องพักการเรียนจะถูกล่วงรู้และอาจจะโดนเลิกจ้างงานได้
"จ้างหลานป้าเถอะนะเขาเป็นเด็กดีมากไม่เคยก่อเรื่องอะไรเลยยย.. ป้ารับรอง" พนักงานสาวยืนอึ้งและไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี กันต์เห็นแบบนั้นจึงเดินเข้ามาหาสองป้าหลานและกล่าวด้วยท่าทางปกติ
"ครูเดือน อย่าทำให้พี่เขาต้องลำบากใจซิครั...." กันต์ยังพูดไม่ทันจบบอยก็พูดสวนกลับมาทันที
"หุบปากไปเลยไอ้น้อง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับแก!!!"
เมื่อเห็นว่าเรื่องชักจะบานปลาย.. พนักงานหญิงคนเดิมจึงรีบพูดขึ้นมาดักหน้าสองป้าหลานทันที
"เอ่อ..นี้คือคุณกันต์ ลูกเจ้าของร้านนี้ค่ะ เขาไม่ใช่เด็กเสริฟ..."
ครูเดือนและบอยทั้งสองที่ได้ยินแบบนั้นก็ตกใจเป็นอย่างมาก แต่พวกเขาก็ทำท่าทางเหมือนจะไม่ยอมเชื่อ แต่พอลองมองหน้าพนักงานคนนั้นซ้ำๆ ดูจึงเหมือนว่าเธอจะไม่ได้พูดเล่นด้วย
"แหมๆลูกศิษย์ที่น่ารักของครูเดือน ทำไมไม่บอกก่อนละว่าที่นี้เป็นร้านของพ่อเธอ แบบนี้ค่อยพูดกันง่ายหน่อยช่วยพาพี่บอยเขาเข้าทำงานหน่อยนะๆ ถือว่าช่วยครูหน่อย"
ครูเดือนสลับตีสีหน้าเพียงชั่วพริบตา จากน้ำเสียงเกรี้ยวกราดก็พลันเป็นออดอ้อน เขาทำราวกับว่าจะลืมไปหมดแล้ว..ว่าก่อนหน้านี้เขาได้พูดอะไรออกไปบ้าง ส่วนลูกค้าหลายๆคนในร้านต่างก็ถ่ายรูปและถ่ายวีดีโอเก็บไว้ด้วยกันหลายคนบางคนก็เริ่มแชร์ๆออกไปตามโซเชียลแล้วด้วย
ครูเดือนที่เห็นกันต์ไม่ตอบอะไรกลับมา ก็ได้แต่จ้องมองใบหน้าของกันต์อยู่นาน จนสุดท้ายก็ไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไปเขาจึงรีบพาหลานชายสุดที่รักเดินออกจากร้านไปทันที เนื่องจากตอนนี้เขาขายขี้หน้ามามากพอแล้ว
ส่วนการที่ครูเดือนไม่รู้ว่าที่นี้เป็นร้านของพ่อกันต์ ก็เป็นเพราะว่าทั้งสองพ่อลูกได้เปลี่ยนบ้านหลังน้อยๆให้กลายเป็นร้านอาหารที่ใหญ่โตไปแล้ว มันจึงทำให้คิดได้เพียงอย่างเดียวว่า เจ้าของร้านอาหารนี้คงเป็นครอบครัวร่ำรวยที่ไหนซักที่
และอีกอย่าง... ครูเดือนก็ไม่เคยไปเยี่ยมบ้านนักเรียนของตัวเองเลยซักครั้ง ถ้าครูเดือนไม่ขี้เกียจและคอยทำงานตามหน้าที่อย่างเช่นการมาเยี่ยมบ้านของนักเรียนในห้องเรียนของตัวเองบ้าง เขาก็คงไม่ต้องขายหน้าแบบนี้
....
ในช่วงบ่ายของวัน..กันต์ตัดสินใจเข้าเกมอีกครั้ง เพราะมันถึงเวลาที่สัตว์อสูรของเขาจะเกิดแล้ว ส่วนสาเหตุสำคัญอีกอย่างที่ทำให้กันต์ต้องรอเวลาเกิดของโนอาร์และเอ็มม่าก็คือ ถึงเขาจะไม่ได้เข้าเกมแต่ก็คอยติดตามข่าวสารตลอดจึงทำให้รู้ว่าหากเข้าเกมไปแบบมั่วๆโดยไม่มีแบบแผนแล้วละก็ คงจะถูกฆ่าตายจนเลเวลลดฮวบๆ จนไม่สามารถใส่ไอเทมระดับSได้แน่
ยิ่งตอนนี้ขาดอีกเพียงแค่20เวลเท่านั้น ที่กันต์จะสามารถสวมใส่ไอเทมระดับSได้ ดังนั้นกันต์จึงไม่อยากเสี่ยงและรอให้สัตว์อสูรทั้งสองเกิดก่อน ถึงแม้มันจะเพิ่มโอกาศในการเอาชีวิตรอดแม้เพียง1ใน100ก็ยังดี
แต่...ในขณะที่เขากำลังอาบน้ำจู่ๆโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น
"ไงกันต์กายเองนะ... เราเห็นข่าวแล้วนายไหวไหม ถ้าไม่ไหวเราจะยกคนในกิลด์ไปช่วยนาย?" ตอนนี้กายกับแจนได้สร้างกิลด์ขึ้นมาแล้ว สมาชิกกิลด์พวกเขาถึงแม้ไม่มาก.. แต่พวกเขาก็ยินดีจะเข้าร่วมรบในครั้งนี้ถ้ากันต์ต้องการ
"อ้อ!!อีกอย่างดูเหมือนเม้งก็พร้อมจะรบเหมือนกัน มันฝากมาบอกว่าพร้อมเสมอฮ่าๆ เอ่อแล้วกันต์รู้ยังว่าเม้งมันได้อาชีพลับแล้วนะ ไอ้เจ้านั่นมันไปสร้างกลุ่มโจรสลัดขึ้นมาเฉยเลย ลูกน้องโหดๆโฉดๆเยอะมาก" กันต์ที่ได้ยินแบบนั้นก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้ โจรสลัดเม้ง.....
"ไม่เป็นไรๆเดี๋ยวจะหาทางก่อนถ้าไม่ไหวจริงๆอาจจะขอให้ช่วย" หลังจากคุยกันเสร็จกันต์ ก็เปลี่ยนเสื้อผ้าและมานั่งกินข้าวต่อ แต่แล้วเสียงโทรศัพก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
"สวัสดีครับ?" เป็นกันต์พูดทักทายก่อน
"สวัสดีครับไม่ทราบว่าผมกำลังคุยสายอยู่กับคุณกันต์ใช่ไหมครับ?"
เสียงปลายสายเป็นเสียงของชายวัยกลางคนๆหนึ่ง หลังจากที่พูดคุยแนะนำตัวกันซักพักจนมั่นใจแล้วว่าปลายสายเป็นกันต์จริงๆ ชายคนนั้นจึงเริ่มเข้าเรื่องทันที
"เข้าเรื่องเลยนะครับ.. ผมเป็นตัวแทนของบริษัทGMW คือทางเราอยากจะร่วมงานกับคุณ ไม่ทราบว่าคุณพอจะสนใจฟังรายละเอียดหน่อยไหมครับ?"
"ร่วมงานอะไรครับ?"
กันต์รู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่บริษัทชั้นนำอย่างGMW โทรมาหาเขา ที่ซึ่งเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่งแบบส่วนตัวแบบนี้ดังนั้นกันต์จึงลองถามดูอีกฝ่ายดูว่าพวกเขา..แท้จริงแล้วต้องการอะไรจากเขากันแน่...
โดยปลายสายได้อธิบายรายละเอียดคร่าวๆ.. ของการร่วมงานให้กันต์ฟังช้าๆ ซึ่งหลังจากที่ได้ทำการพูดคุยกันอยู่นานมันจึงทำให้กันต์.. เหมือนจะมองเห็นทางออกอันน้อยนิด ที่พอจะช่วยเหลือเพื่อนพ้องของเขาแล้ว
"ดูเหมือนโชคจะเข้าข้างเราแล้ว หวังว่าคงมีอะไรให้เราเก็บเกี่ยวบ้างนะ?" กันต์แอบคิดในใจงียบๆ แล้วจึงตอบตกลงไปอย่างรวดเร็ว
"ได้ครับผมจะรอ..." หลังจากวางสายกันต์ก็เปลี่ยนเสื้อผ้าอีกครั้ง ก่อนจะรีบเดินลงไปข้างล่างอย่างรวดเร็ว
"จะไปไหนกันต์ วันนี้นัดสาวที่ไหนไว้เหรอ?" พ่อของกันต์กล่าวแซวขึ้น.. เมื่อเห็นลูกชายตัวเองแต่งตัวอย่างเป็นทางการที่ปกติมักไม่ค่อยเห็นหรือแทบไม่เคยรู้เลยด้วยซ้ำ ว่ากันต์มีชุดแบบนี้กับเขาด้วย ซึ่งมันเป็นชุดสูทที่นักเรียนม.ปลายทั่วไปไม่ค่อยได้สวมใส่กัน
พรวด!!! กันต์แทบสำลักเมื่อได้ยินสิ่งที่พ่อของเขาพูดออกมา แต่กันต์ก็ไม่มีเวลามาแก้ตัว เพราะหลังจากรอได้เพียงไม่นานรถหรูคันแพง.. ที่ปกติจะมีเพียงมหาเศรษฐีจริงๆเท่านั้น ถึงจะสามารถซื้อพวกมันได้ก็แล่นเข้ามา
รถยนต์ราคาระดับ8หลัก ค่อยๆลดความเร็วลงก่อนจะเคลื่อนที่เข้ามาอย่างช้าๆและหยุดอยู่ตรงหน้ากันต์ ก่อนที่คนขับรถในชุดเต็มยศจะรีบวิ่งลงมาเปิดประตูให้กันต์ เพื่อให้เขาได้เดินขึ้นไปนั่งบนเบาะนุ่มๆอย่างนอบน้อม ภาพที่เห็นทำให้ลูกค้าภายในร้านรวมถึงพ่อของกันต์ถึงกับอ้าปากค้างไปตามๆกัน..
ผ่านไป45อีกนาทีในที่สุดกันต์ก็เดินทางมาถึงบริษัทGMW ซึ่งเป็นตึกสูงหลายสิบชั้น ด้วยการออกแบบที่โด่ดเด่นทำให้หลายๆคนสามารถจดจำมันได้ ด้วยการจ้องมองเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
เมื่อเดินทางมาถึงด้านหน้าของบริษัท ทันทีที่ก้าวเท้าลงมาจากรถ ด้านหน้ากันต์ก็ปรากฏร่างของบอดี้การ์ดสามคนขึ้นมา โดยทั้งสามคนนี้ได้พากันต์ขึ้นลิฟท์ตรงไปยังชั้นสูงสุด หรือสถานที่ๆมีเพียงบุคคลระดับผู้บริหารและระดับสูงเท่านั้นถึงจะสามารถเข้าไปได้ทันที
ภายใต้การนำทางของคนทั้งสามในที่สุด กันต์ก็มาถึงห้องประชุมของเหล่าผู้บริหารและบุคคลระดับสูงของGMWกันต์จึงค่อยๆเปิดประตูเข้าไป ซึ่งข้างในมีคนนั่งประชุมอยู่ก่อนแล้วถึง12คน
...
"เข้ามานั่งนี้ซิ อย่ายืนค้ำหัวผู้ใหญ่"
คนที่เอ่ยขึ้นก็คือนนท์ ดูเหมือนนท์จะแค้นกันต์หรือหัวหน้าสมาคมของตนเองมาก จนอยากจะเอาคืนในโลกความเป็นจริงให้รู้แล้วรู้รอด แต่..เขาก็ทำไม่ได้
ส่วนกันต์ก็รีบทักทายสวัสดีทุกๆคนที่อยู่ภายในห้อง เพราะทุกๆคนล้วนแต่แก่กว่าเขาทั้งสิ้น หลังจากทักทายทุกคนเสร็จการประชุมจึงเริ่มขึ้นอีกครั้ง และมันก็เป็นทางการมากซะจนทำให้กันต์อดที่จะเกรงไม่ได้..