ท่านเทพขยับตัวเล็กน้อยเมื่อยามเช้ามาเยือน ดวงตาที่กำลังปิดสนิทบีบเข้าหาก่อนจะเปิดเผยดวงตาสีฟ้าที่แจ่มใสไป๋ซูเจี้ยนพยุงตัวเองลุกขึ้นนั่ง นวดต้นคอของตัวเองเบาๆใบหน้านั้นคล้ายจะกำลังฉายแววงุนงงเล็กน้อย
ฝันไปรึ
ดวงตาสีฟ้ามองไปรอบๆ ไม่น่าแปลกใจอะไรที่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่เพราะภายในเรือนของเขานอกจากเขาก็ไม่มีคนอื่นอยู่อีก
แต่เมื่อคืนเหมือนจะมีคนมา.....
ไป๋ซูเจี้ยนก้มลงมองตัวเองก่อนจะทำหน้างุนงงเข้าไปอีกเมื่อวานก่อนเข้านอนเขาไม่ได้สวมชุดนี้มิใช่หรอกรึ ใครเป็คนเปลี่ยนให้เขากัน
“ท่านเทพ ตื่นแล้วหรือขอรับเมื่อคืนมีไข้หรือเปล่าขอรับถึงได้ตื่นสายเสียป่านนี้” คนสนิทเดินเข้ามาภายในห้องนอนพร้อมกับนำสำรับมาด้วยมีไข้อย่างนั้นรึ
คนที่นั่งอยู่บนเตียงสำรวจตัวเองเดินลมปราณเพื่อปรับสมดุลในร่างเล็กน้อยเมื่อคืนเขารู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองจะมีไข้สูง แต่ไม่รู้ทำไมตื่นขึ้นมาตอนนี้กลับรู้สึกปกติแม้ว่าจะมีอาการเหนื่อยล้าอยู่บ้างก็ตาม
“เมื่อคืนเ้าไม่ได้มาที่นี่หรอกรึ?”
“เปล่าขอรับ ข้าเพิ่งจะมาถึงเมื่อครู่เองขอรับ” คนสนิทเลิกคิ้ว เมื่อวานหลังจากที่ช่วยเปลี่ยนผ้าพันแผลและให้ท่านเทพทานสำรับยามเย็นแล้วเขาก็กลับไปที่เรือนของตัวเองเพื่อให้ท่านเทพได้พักผ่อนแล้วก็ไม่ได้มาอีกเลยจนถึงตอนนี้
“อย่างนั้นเองรึ...” ท่านเทพพึมพำหากเมื่อคืนคนสนิทของเขาไม่ได้มา แล้วจะเป็ใครไปได้อีก
เมื่อคืนเขาคล้ายจะได้กลิ่นหอมอ่อนๆของสิ่งหนึ่งกับเสียงบรรเลงพิณเป็ท่วงทำนองอันอ่อนโยนราวกับกำลังขับกล่อมเขาให้หลับใหลไปท่ามกลางหมู่เมฆในยามท้องฟ้ายามค่ำคืน
หรือว่าจะเป็ไป๋เฮ่อ?
ไม่สิ จะเป็ไปได้อย่างไร เขาน่ะรึจะมาที่นี่เมื่อคืน
“แล้วไป๋เฮ่อ....”
“ราชครูหรือขอรับออกไปที่วังหลวงั้แ่ก่อนที่ท่านเทพจะตื่นแล้วขอรับ” คนสนิทรายงานอย่างครบถ้วนวันนี้ราชครูออกไปที่วังหลวงั้แ่เช้า เพราะพรุ่งนี้จะเป็วันปะาตระกูลหวงที่วังหลวงจึงยุ่งกันมาก วันนี้ก็คงจะกลับดึกเหมือนเช่นเคย
“แล้วเขาได้พูดอะไรก่อนไปหรือเปล่า?”
“ไม่ได้พูดอะไรเลยขอรับ”ระหว่างที่ตอบคำถามคนสนิทก็จัดเตรียมเสื้อผ้าชุดใหม่รวมถึงผ้าพันแผลเตรียมน้ำอุ่นให้อาบ จากนั้นก็ประคองท่านเทพมาอาบน้ำชำระร่างกายเหมือนทุกวัน
ไป๋เฮ่อไม่ได้พูดอะไรเลยอย่างนั้นรึ
หรือว่าเขาจะไม่ได้มาที่นี่จริงๆ
คนสนิทไม่ได้สังเกตถึงอาการครุ่นคิดของท่านเทพตั้งใจทำงานของตัวเองอย่างแข็งขัน เมื่ออาบน้ำเสร็จก็ช่วยเปลี่ยนผ้าพันแผล แต่งตัวแล้วจัดเตรียมสำรับให้กับท่านเทพ นับั้แ่นี้หากไม่ใช่เวลานอนคนสนิทปฏิญาณตนว่าเขาจะไม่ออกห่างจากท่านเทพอย่างเด็ดขาดไม่อย่างนั้นหากท่านเทพหายตัวไปอีกทุกคนจะต้องแตกตื่นกันไปหมดแน่
เพราะวันนี้ไป๋ซูเจี้ยนเพิ่งจะฟื้นไข้ คนสนิทจึงให้อยู่ที่เรือนไม่ให้ออกไปไหนอย่างมากก็แค่ให้ออกมาเดินเล่นรอบๆเรือนเท่านั้น เด็กๆในพรรคเมื่อเห็นว่าท่านเทพกลับมาอย่างปลอดภัยก็ต่างแวะมาเล่นที่เรือนของท่านเทพกันขอให้ท่านเทพเล่าเื่ต่างๆให้ฟังเพราะตอนนี้เป็เวลาพักอยากได้ความรู้ใหม่ๆจากท่านเทพ ไป๋ซูเจี้ยนก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรบอกเล่าเื่ต่างๆพร้อมทั้งสอนเหล่าเด็กน้อยที่กำลังตั้งใจฟังผ่านไปไม่นานหน่วยลับของท่านเทพก็มาปรากฏตัวอยู่ข้างกาย
“รายงานขอรับ”
“มีอะไร” ท่านเทพโบกมือให้คนสนิทพาเด็กๆออกไปเื่ที่หน่วยลับจะรายงานไม่ใช่เื่ที่ใครๆจะมานั่งฟังได้
“ท่านเทพเป็ลมหมดสติไปที่คุกหลวง ท่านหมอเทพตรวจอาการพบว่าเกิดจากร่างกายสะสมความเครียดมากเกินไปอีกสองสามวันถึงจะได้สติตอนนี้พักอยู่ที่ตำหนักรับรองขอรับ” ไป๋ซูเจี้ยนพยักหน้าเขาคิดเอาไว้อยู่แล้วลูกศิษย์จะต้องมีอาการแบบนี้ไม่ช้าก็เร็วเมื่อฟังจากเื่ที่เซียวหนิงเฉิงบอกเล่ากับเขาไป๋ซูเจี้ยนก็รู้แล้วว่าศิษย์คนดีแบกรับเื่ต่างๆเอาไว้มากแค่ไหน การที่จะเป็ลมหมดสติแบบนี้ก็นับว่าไม่แปลกใจเท่าไหร่นัก
“อืม เขาไม่เป็อะไรมากหรอก ปล่อยเอาไว้แบบนั้นสักพักเดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง”ท่านเทพจิบชา เป็ลมหมดสติไปแบบนี้ก็ดีเหมือนกันร่างกายของเซียวหนิงเฉิงจะได้พักผ่อน เพราะถ้าหากเด็กคนนั้นไม่เป็ลมไปล่ะก็จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะได้พักผ่อนเมื่อไหร่ แบบนี้ก็นับว่าช่วยได้มากทีเดียว
หลังจากนี้ศิษย์ของเขาจะได้พักผ่อนดีๆเสียที
ส่วนเขาก็ต้องพยายามหาทางเข้าหาสามีต่อไปตอนนี้ยังไม่มีวิธีอะไรดีๆเลยหรือว่าควรจะเริ่มจากการพูดคุยอะไรกันในเื่ทั่วๆไปดีนะ
“ฮัดชิ้ว!” ร่างสูงที่กำลังจะเดินกลับขึ้นเรือนใน่ดึกของวันหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงจามมาจากเรือนที่อยู่ข้างๆไป๋เฮ่อกลับมาที่เรือนหลังจากที่จัดการเื่ต่างๆเสร็จเรียบร้อย วันนี้ได้ยินว่าท่านเทพเซียวหนิงเฉิงก็ล้มป่วยไป๋ซูเจี้ยนเองก็ล้มป่วย ่นี้เป็่ล้มหมอนนอนเสื่อของสองเทพหรืออย่างไร
“ฮัดชิ้ว!!” ร่างสูงขมวดคิ้ว จามขนาดนี้หรือว่าอาการป่วยจะยังไม่ดีขึ้นกัน
ไป๋เฮ่อชั่งใจอยู่ว่าจะเดินเข้าไปถามดีหรือเปล่าแต่ระหว่างที่กำลังตัดสินใจอยู่คนที่อยู่ในเรือนก็เปิดประตูออกมาเสียก่อน
“อ๊ะ เ้ากลับมาแล้วหรือ” ท่านเทพอยู่ในชุดนอนเตรียมที่จะพักผ่อนในมือถือถ้วยชาอุ่นๆเอาไว้พลางยกขึ้นจิบ
“อืม” ทำไมตอนนี้ถึงยังไม่นอนอีกอาการป่วยยังไม่หายเลยมิใช่หรอกรึ
“ข้าปวดหัวน่ะ นอนไม่หลับเลยจะออกไปเดินเล่น” ไป๋ซูเจี้ยนรู้ว่าสามีของเขาคงจะไม่ถามว่าตอนนี้อาการของเขาเป็อย่างไรเขาจึงชิงบอกเองเสียก่อน แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะรับฟังอยู่กระมัง
“ปวดมากรึ?” ท่านเทพพยักหน้าก่อนจะยืนนิ่งเมื่อมือหนาเอื้อมมาแตะที่หน้าผากเหมือนกับจะวัดไข้
นี่นับว่าเป็ครั้งแรกที่พวกเขาแตะตัวกันตรงๆโดยที่ไม่ทะเลาะตบตีกันก่อนน่าแปลกใจนัก
“ตัวยังอุ่นๆอยู่ ไม่ต้องออกไปเดินเล่นที่ไหนแล้วกลับเข้าไปในเรือนเสีย” มือหนาละออกไปจากหน้าผากนั้นสภาพร่างกายแบบนี้นอนอยู่ในเรือนจะดีกว่า หากพิษไข้หวนกลับมาอีกจะแย่เอา
“อืม” ท่านเทพรับคำอย่างว่าง่ายเดินถือถ้วยชากลับเข้าไปในเรือนก่อนที่จะปิดประตูเมื่อประตูปิดลงท่านเทพก็ซบหน้าอยู่กับถ้วยน้ำชาริมฝีปากนั้นมีรอยยิ้มจางๆประดับอยู่
เอาเื่อาการป่วยไปคุยกับไป๋เฮ่อได้ผลจริงๆด้วย
ท่านเทพคิดว่าหากเป็เื่ทั่วๆไปแต่ไม่ได้ไร้สาระเท่าไหร่ไป๋เฮ่อก็คงจะยอมคุยหลังจากที่วันก่อนไป๋เฮ่อไปช่วยเขาที่เผิงหลายก็เห็นได้ชัดว่าหากไป๋ซูเจี้ยนเป็อะไรไปก็ใช่ว่าไป๋เฮ่อจะไม่ช่วยหากพูดถึงเื่อาการป่วยของเขา อีกฝ่ายจะต้องยอมฟังแล้วพูดอะไรกลับมาอย่างแน่นอน
ไป๋ซูเจี้ยนรู้สึกอารมณ์ดีที่วันนี้ประสบความสำเร็จในการเข้าหาสามีแต่ไม่นานก็จามออกมาเสียงดังถึงเขาจะไม่ได้ปวดหัวจริงๆแต่อาการจามไม่หยุดนี้ก็เป็ของจริง มือเรียวยกชาขึ้นจิบหรือว่าตอนนี้เขาจะเป็หวัดแล้วกันนะ
แต่เมื่อครู่ที่ถูกแตะหน้าผาก ฝ่ามือนั้นทำให้รู้สึกดีเสียจริง
“หืม?” ท่านเทพทำเสียงสูงเมื่อได้ยินเสียงพิณที่บรรเลงมาจากเรือนข้างๆท่วงทำนองนั้นคล้ายกับที่ไป๋ซูเจี้ยนได้ยินในฝันเมื่อคืนเท้าที่เปลือยเปล่าค่อยๆเดินไปยังหน้าต่างที่อยู่ทางฝั่งเรือนของไป๋เฮ่อเสียงพิณนั้นฟังแล้วอบอุ่น มีท่วงทำนองที่ไพเราะ ฟังแล้วทำให้เคลิบเคลิ้มอยากจะล้มตัวลงนอนให้บทเพลงนี้ขับกล่อมจนผ่านพ้นคืนนี้ไปด้วยฝันดี
หรือว่าเมื่อคืน ไป๋เฮ่อจะมาที่เรือนของเขาจริงๆ
ไป๋ซูเจี้ยนยืนฟังบทเพลงนั้นอยู่สักพักก็เดินกลับที่เตียงซุกตัวอยู่ในผ้าห่มอุ่นๆก่อนจะหลับตาลงไม่ว่าเมื่อคืนไป๋เฮ่อจะมาที่เรือนของเขาจริงหรือไม่ แต่ในตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาเหมือนจะดีขึ้นมาบ้างเล็กน้อยแล้ว
ในที่สุดวันสำเร็จโทษตระกูลหวงก็มาถึง
วันนี้ราชครูไปที่วังหลวงั้แ่เช้ามืดแม้หน้าที่ของการจัดเตรียมพิธีจะเป็ของกรมอาญาแต่ในฐานะราชครูและที่ปรึกษาส่วนพระองค์ของฝ่าาไป๋เฮ่อก็ต้องไปดูการสำเร็จโทษครั้งนี้และดูแลไม่ให้พิธีปะาเกิดความผิดพลาดขึ้นมาผู้ที่จะทำหน้าที่ปะาผู้นำตระกูลอย่างหวงหมู่ตานก็คือหัวหน้าองครักษ์เซียวเฟิงเหยียนการสำเร็จโทษนั้นดำเนินไปตลอดทั้งวันจนถึงเย็น การปะาคนสุดท้ายคือน้องสาวของผู้นำตระกูลหวงเหมยกุ้ย ผู้ที่ทำหน้าปะาคือสองแม่ทัพของฉางหวั่นและเทียนเช่อ เสร็จการปะาครั้งนี้ไปอีกสักพักก็จะเป็พิธีแต่งตั้งแม่ทัพคนใหม่ของฉางหวั่น่นี้ที่ชิงหลงมีเื่มากมายให้ต้องจัดการเสียเหลือเกิน
แต่ทั้งๆที่มีเื่มากมายเกิดขึ้นแล้วก่อนหน้านี้ยังได้ยินว่าท่านเทพเซียวหนิงเฉิงล้มป่วยเซียวเฟิงเหยียนควรจะกลับป้าเตาไปดูแลภรรยาแต่เมื่อเสร็จสิ้นการสำเร็จโทษของตระกูลหวงนายเหนือกลับลากตัวราชครูไปดื่มด้วยกันที่โรงเตี๊ยมในเมืองเสียอย่างนั้น
“ข้าว่าสถานการณ์นี้คงไม่ใช่สถานการณ์ที่เ้ากับข้าจะมานั่งดื่มด้วยกัน”ไป๋เฮ่อเอ่ยในระหว่างที่มองสหายกำลังรินสุราลงจอกให้กับเขาส่วนตัวเองยกขึ้นจรดปากทั้งไห
“ข้าจะไม่อยู่ที่เมืองหลวงสักระยะ” นายเหนือเอ่ยมองมายังจอกสุราที่วางอยู่เป็เชิงว่าให้ไป๋เฮ่อดื่มมันเข้าไป
“ได้ยินว่าท่านเทพล้มป่วยแล้วท่านหมอเทพแนะนำให้เ้าพาเขากลับไปที่เผิงหลายเื่นั้นข้ารู้” ราชครูยอมยกจอกสุราขึ้นจรดปาก เื่นั้นไป๋ซูเจี้ยนก็น่าจะรู้แล้วเช่นกัน
“ไป๋เฮ่อ”
“มีอะไร”
“ที่ผ่านมาระหว่างเ้ากับท่านปู่เทพไปได้ด้วยดีหรือเปล่า”นายเหนือเอ่ยถาม เขารู้นิสัยของไป๋เฮ่อดีจนตอนนี้คงจะไม่ยอมเปิดใจให้กับท่านปู่เทพแล้วตีตัวออกห่างจากท่านปู่เทพอยู่เช่นเดิม
แต่แบบนี้จะไม่ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่หรอกรึ
“ถามทำไม” ราชครูรินสุราให้กับตัวเองสีหน้านั้นบ่งบอกว่าไม่อยากจะเอ่ยถึงเื่นี้
“เ้ารู้ว่าข้าถามทำไม ไป๋เฮ่อ เ้าไม่ใช่เด็กๆแล้วนะเ้าจะเอาแต่ปิดกั้นตัวเองอยู่แบบนี้ไม่ได้” แต่ไหนแต่ไรราชครูผู้นี้ก็เอาแต่ปิดกั้นตัวเองไม่ยอมเปิดใจให้กับผู้ใด แม้แต่กับท่านปู่เทพก็ยังปิดใจไม่คบหากันอีก
“เ้าก็รู้ว่าข้าจำเป็ต้องทำ”
“แล้วอย่างไรเล่าหากเ้าคิดว่าท่านปู่เทพมาเพื่อช่วยเ้า ทำไมไม่ลองเปิดใจคุยกับเขาไม่แน่ว่าท่านปู่เทพอาจจะมีวิธีช่วยเหลือเ้าจริงๆก็ได้” เซียวเฟิงเหยียนรู้เื่คำสาปภายในตัวของไป๋เฮ่อแล้วก็รู้ว่าทำไมไป๋เฮ่อถึงได้ปิดกั้นตัวเองแบบนี้แต่ว่าตอนนี้สภาพร่างกายของไป๋เฮ่อไม่อาจชักช้าได้อีกแล้ว
“ข้าไม่เชื่อหรอกว่าจะมีวิธีทำลายคำสาปนี่โดยที่คนช่วยไม่เป็อะไรเลยข้าไม่อยากให้เขาเข้ามาเสี่ยงกับเื่นี้” ในเมื่อมันเป็ปัญหาของไป๋เฮ่อไป๋เฮ่อก็จะแก้มันด้วยตัวเอง
“ในเมื่อเ้าคิดว่าเขามาเพราะเื่คำสาปของเ้าไยไม่เอ่ยถามไปตรงๆเลยว่าเขามีวิธีอะไร ทำไมจะต้องทำอะไรให้มันยุ่งยากด้วยเล่า”เซียวเฟิงเหยียนเอ็ดสหายหากภรรยาของเขารู้ว่าอาจารย์ของตัวเองต้องอยู่ที่ฉางเก๋ออย่างโดดเดี่ยวสามีไม่เหลียวแลแบบนี้ ไป๋เฮ่อจะยังมีชีวิตต่อไปได้อีกรึ
“ข้าไม่อยากจะพูดคุยกับเขา”
“เ้ากลัวว่าหากเ้ามองท่านปู่เทพว่าเป็ภรรยาเป็คนที่อยู่เคียงคู่กันเ้ากลัวว่าวันหนึ่งเ้าจะสังหารเขาให้ตายตามกันเหมือนที่ท่านลุงทำกับท่านป้าใช่หรือไม่”เื่ในวันนั้นคือเื่ที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจลืมเลือนในวันนั้นประมุขของฉางเก๋อคนก่อนสังหารภรรยาของตัวเองก่อนที่จะสังหารตัวตายตามแม้ว่าเื่ในวันนั้นจะมีแค่คนจำนวนหนึ่งที่รู้ กระนั้นผู้ที่รู้ก็ไม่มีใครที่สามารถลืมเลือนมันได้ทั้งเสียงกรีดร้องด้วยความเ็ป กลิ่นเืที่คละคลุ้ง หยดน้ำตาแห่งความทรมาน สภาพการตายที่ไม่ว่าใครเห็นก็ลืมไม่ลง
เพราะพวกเขาไม่มีแม้แต่ร่างให้ฝัง
ประมุขคนก่อนะเิลมปราณของตัวเองจนแผดเผาร่างของเขากับฮูหยินจนไม่มีสิ่งใดหลงเหลือที่สุสานของฉางเก๋อนั้นไม่มีร่างของประมุขและฮูหยินคนก่อนถูกฝังอยู่มีเพียงแค่ป้ายหลุมเปล่าๆเท่านั้นสิ่งที่พวกเขาฝังลงไปมีเพียงของที่ประมุขกับฮูหยินเคยใช้เพื่อเป็ตัวแทนของพวกเขา
สิ่งที่เกิดขึ้นมันฝังใจไป๋เฮ่อ ถึงท่านปู่เทพจะมาเพื่อช่วยเหลือเขาทว่าเื่ที่ต้องมีคนตายเพราะคำสาปนี้มาตลอดมันทำให้ไป๋เฮ่อไม่กล้าที่จะให้ใครมาเสี่ยงกับเื่นี้ร่วมกับตัวเอง
“อะไรก็ตามที่สามารถหลีกเลี่ยงการสูญเสียได้ ข้าก็จะทำขอแค่เขาปลอดภัยในวันที่ข้าตายจากไปเท่านั้นก็พอแล้ว”
“แล้วเ้าไม่คิดบ้างรึว่าหากเ้าตายจากไปแล้วผู้ใดจะดูแลฉางเก๋อต่อ ข้ารู้ว่าเ้าไม่คิดที่จะมอบตำแหน่งประมุขต่อให้ใคร เมื่อเป็เช่นนั้นท่านปู่เทพในฐานะภรรยาของเ้าก็ต้องดูแลฉางเก๋อแทนเ้าที่ตายจากไป ไม่มีอะไรรับประกันว่าคำสาปนั่นจะไม่เกิดกับเขามิใช่หรอกรึ”คำสาปนี้จะเกิดขึ้นกับผู้นำของฉางเก๋อ หากไป๋เฮ่อตายจากไปท้ายที่สุดก็จะมีผู้มาแทนที่ตำแหน่งที่ว่างอยู่แล้วจะเป็ใครไปได้อีกหากมิใช่ท่านปู่เทพที่เป็ภรรยาของเขา
“เื่นั้นข้าจะหาทางจัดการเอง” ไป๋เฮ่อยกสุราขึ้นจรดปากหากระหว่างนี้สามารถปรับเปลี่ยนระบบการดูแลภายในฉางเก๋อได้ใหม่ก็คงจะดี
“เ้าก็รู้ว่าการปรับเปลี่ยนการสืบทอดตำแหน่งประมุขต้องได้รับความเห็นชอบจากประมุขทั้งหมดทุกพรรคมีธรรมเนียมการแต่งตั้งเหมือนกัน นั่นคือกำหนดตัวผู้สืบทอดหากประมุขคนเดิมจะลงจากตำแหน่งหากประมุขสิ้นไปก่อนที่จะเลือกผู้สืบทอด ในกรณีที่มีทายาททายาทนั้นจะเป็ผู้สืบทอดสายตรงโดยไม่จำเป็ต้องได้รับการเห็นชอบใดๆอีก หากไม่มีผู้ที่จะทำหน้าที่ต่อก็คือฮูหยินของประมุข โดยกำหนดระยะเวลาดำรงตำแหน่งห้าปีเพื่อเลือกผู้สืบทอดอย่างเป็ทางการหากทั้งประมุขและฮูหยินสิ้นไปแล้วทั้งคู่โดยไม่ได้เลือกผู้สืบทอดเอาไว้แล้วยังไม่มีทายาทที่จะสืบทอดตำแหน่งตำแหน่งประมุขก็จะตกเป็ของผู้ที่เกี่ยวข้องกันทางสายเืของประมุขหากเ้าคิดจะทำอะไรกับธรรมเนียมการสืบทอดตำแหน่งประมุขข้าก็ต้องบอกว่ามันเปล่าประโยชน์” นายเหนือร่ายยาวถึงกฎเกณฑ์ที่ต้องปฏิบัติในการสืบทอดตำแหน่งประมุขไม่ว่าไป๋เฮ่อจะพยายามหลีกเลี่ยงอย่างไรท้ายที่สุดก็ต้องมีคนมานั่งในตำแหน่งเดียวกับไป๋เฮ่อ
มันไม่มีทางหลีกเลี่ยงมาั้แ่แรกแล้ว
ไป๋เฮ่อไม่ได้ตอบกลับคำพูดนั้น เขารู้ถึงกฎเกณฑ์เ่าั้ดีหากไป๋เฮ่อตายจากไปโดยที่ไม่ได้กำหนดตัวผู้สืบทอด ไป๋ซูเจี้ยนก็ต้องดำรงตำแหน่งต่อจากเขาไปอีกห้าปีเพื่อเลือกผู้สืบทอดอย่างเป็ทางการและหากไป๋ซูเจี้ยนเป็อะไรไปอวิ้นหยางที่มีสายเืเดียวกันกับไป๋เฮ่อก็ต้องสืบทอดตำแหน่งประมุขต่อแล้วหากอวิ้นหยางมีทายาท ทายาทนั้นก็ต้องสืบทอดตำแหน่งต่อไป
คำสาปนี้จะไร้ซึ่งจุดสิ้นสุดไปตลอดกาล
แม้ไป๋เฮ่อจะไม่้าให้ใครมาสืบต่อไม่คิดที่จะมอบตำแหน่งประมุขให้ใคร แต่ท้ายที่สุดเมื่อเขาตายจากไป คนที่ยังอยู่ก็ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ฉางเก๋อดำรงอยู่ต่อไปได้ไม่อาจยึดถือคำสั่งสุดท้ายของคนตายมาใช้ได้และตัวไป๋เฮ่อเองก็ไม่อาจทำอะไรได้ตามใจชอบเกี่ยวกับธรรมเนียมในการสืบทอดตำแหน่งประมุขสิ่งที่เคยทำมาก็ต้องปฏิบัติเช่นนั้นต่อไป
หรือว่ามันจะไม่มีทางหลีกเลี่ยงมาั้แ่แรกแล้ว
คำสาปนี้ไม่มีทางทำลายได้เลยอย่างนั้นรึ
“ข้าว่าบางที สิ่งที่ประมุขของฉางเก๋อมองพลาดไปก็คือเพื่อนคู่คิด” เซียวเฟิงเหยียนรู้ว่าตัวเองกำลังกดดันสหายมากเกินไปจึงได้เอ่ยเื่อื่นขึ้นมามือหนาก็รินสุราลงจอกของสหายไม่หยุด
“เ้าหมายความว่าอย่างไร”
“ที่ผ่านมา ั้แ่ที่ข้ารู้จักเ้าได้มาเล่นที่ฉางเก๋อก็หลายครั้ง ข้าสังเกตได้ว่าท่านลุงเอาแต่เก็บตัวค้นหาวิธีทำลายคำสาปโดยที่ไม่ขอความช่วยเหลือจากใคร แม้แต่ท่านป้าก็แค่รู้เพียงเล็กน้อย บางทีสิ่งที่ประมุขของฉางเก๋อ้าอาจจะเป็ใครสักคนมานั่งคิดหาวิธีแก้คำสาปร่วมกันก็ได้” ในมุมมองของเซียวเฟิงเหยียนเื่การทำลายคำสาปนั้นมันยากเกินไปที่จะจัดการได้ด้วยตัวคนเดียว ถ้าหากมีคนอื่นมาร่วมช่วยเหลือด้วยไม่แน่ว่าบางทีอาจจะค้นหาวิธีทำลายคำสาปนั้นได้เร็วขึ้นก็ได้
“มันไม่ง่ายเช่นนั้น”
“แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้ หลายมุมมอง หลายความคิดไม่ว่าอย่างไรก็ต้องดีกว่ามุมมองด้านเดียวและความคิดเดียว ท่านปู่เทพอยู่มานานกว่าร้อยห้าสิบปีจะต้องรู้อะไรมากกว่าเ้าอย่างแน่นอนข้าว่าก็ไม่เสียหายอะไรหากจะยอมรับความช่วยเหลือจากเขาแม้ว่าท่านปู่เทพอาจจะไม่ได้มาเพื่อช่วยเหลือเ้าจริงๆกระนั้นท่านปู่เทพก็นับว่าเป็ผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่มานานยิ่งกว่าใครหากขอคำปรึกษาหรือขอความรู้ที่เขามี ก็ใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้ในเมื่อเ้าคิดว่าวิธีไหนก็จำเป็ต้องทำแล้ว เช่นนั้นไยไม่ลองวิธีนี้ดูเล่า?” นายเหนือเสนอทางเลือกให้กับสหาย ในเมื่อตอนนี้ไป๋เฮ่อก็เหลือเวลาไม่มาก วิธีไหนที่คิดได้ก็ต้องทำเช่นนั้นการขอความช่วยเหลือจากท่านปู่เทพก็เป็อีกวิธีที่จำเป็ต้องใช้หากลองดูแล้วล้มเหลว ก็ดีกว่ายังไม่ได้ลอง
“ข้าเกรงว่าเขาอาจจะไม่อยากช่วยเหลือข้าแล้วในตอนนี้”ั้แ่แต่งงานกันมา ไป๋เฮ่อทำเมินเฉยต่อภรรยามาตลอด แล้วยังทำร้ายน้ำใจไปหลายครั้งถึง่นี้จะพอพูดคุยอะไรกันได้บ้างกระนั้นไป๋เฮ่อก็ยังเลือกที่จะไม่คุยกับอีกฝ่ายหากกลับไปคุยกันตอนนี้ก็ไม่แน่ว่าจะคุยได้
“ตามที่ข้าคิด หากท่านปู่เทพรู้อยู่แล้วเื่คำสาปของเ้าเขาก็น่าจะเข้าใจถึงการกระทำที่ผ่านมาของเ้า แต่หากเขาไม่รู้เกี่ยวกับคำสาปของเ้าเช่นนั้นทางเดียวที่จะต้องทำคือไปขอโทษ แล้วอธิบายเื่ที่เกิดขึ้นให้ฟังถึงอย่างไรท่านปู่เทพก็ไม่ใช่เด็กๆเช่นเ้า เขาต้องเข้าใจแล้วให้อภัยเ้าแน่ไม่ลองดูก็ไม่รู้” ที่เซียวเฟิงเหยียนพูดแบบนั้นได้ก็เพราะยังไม่ได้เห็นตอนที่ไป๋ซูเจี้ยนเอ็นตะโรเขาเื่ที่เขาเมินเฉยต่อตัวเองน่ะสิ
คนอื่นอาจจะมองว่าไป๋ซูเจี้ยนนั้นเป็ผู้ใหญ่เป็ท่านเทพที่น่าเคารพนับถือ ทว่าสิ่งที่เขาเห็นนั้นไป๋ซูเจี้ยนมีนิสัยที่เหมือนเด็กแฝงอยู่ แล้วก็เป็คนที่พูดจาตามสิ่งที่ตัวเองคิดถึงจะบอกเขานั้นเป็ผู้ใหญ่แต่ในบางสถานการณ์ท่านเทพผู้นั้นก็ยิ่งกว่าเด็กน้อยคนหนึ่งเสียอีก
ถ้าหากเกิดว่าไป๋เฮ่อไปขอความช่วยเหลือจากไป๋ซูเจี้ยนด้วยนิสัยแบบนั้น จะแน่ใจได้อย่างไรว่าไป๋ซูเจี้ยนจะยอมช่วยเหลือจะไม่งอนเขาเหมือนเด็กคนหนึ่งแล้วปฏิเสธเขาเหมือนที่เขาปฏิเสธตัวเอง
ท่านเทพผู้นี้บางทีก็มีความคิดที่ซับซ้อน บางครั้งก็ไม่ได้คิดอะไรเลยความไม่แน่นอนในอารมณ์นี้ทำให้เขาคาดเดาไม่ได้จริงๆว่าจะต้องรับมือกับความแปรปรวนนั้นอย่างไรวันก่อนยังเอ็ดตะโรใส่เขา ดื้อดึงใส่เขาวันต่อมากลับเอ่ยปากขอบคุณแล้วขอโทษที่ขึ้นเสียงใส่ ทำหน้าตาน่าสงสารเหมือนกลัวจะโดนโกรธหลังจากนั้นไม่นานก็ป่วยไข้ ทำตัวเหมือนจะออดอ้อน บอกว่าปวดหัวนอนไม่หลับจนทำให้เขารู้สึกกังวลขึ้นมาว่าร่างกายของไป๋ซูเจี้ยนอาจจะมีอะไรผิดปกติถึงขนาดต้องกลับไปเล่นพิณในเรือนเพื่อกล่อมคนที่บอกว่าปวดหัวให้หลับ ไป๋เฮ่อรู้สึกว่าสถานการณ์ระหว่างเขากับไป๋ซูเจี้ยนมันชักจะวุ่นวายขึ้นเรื่อยๆแล้ว
แล้วมันยังสับสนอลม่านจนจับต้นชนปลายไม่ถูกเหมือนมีอะไรที่มันงุนงงระหว่างพวกเขาทั้งสองคนซึ่งไป๋เฮ่อก็บอกไม่ได้ว่ามันงุนงงยังไง หรืองุนงงที่ตรงไหน
ไป๋เฮ่อเชื่อว่าไป๋ซูเจี้ยนจะต้องรู้เกี่ยวกับคำสาปของเขาแน่แล้วต้องรู้ด้วยว่าที่ผ่านมาเขาทำแบบนั้นไปทำไมเพราะไป๋ซูเจี้ยนไม่เคยนึกที่จะโกรธหรือว่ามองเขาในแง่ร้ายเลยมีเพียงแค่การเอ็ดตะโรด้วยความรำคาญใจกับรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยเท่านั้น และถึงแม้ไป๋ซูเจี้ยนจะรู้เื่คำสาปของไป๋เฮ่อกระนั้นเขาก็ไม่ได้แสดงท่าทางอะไรที่เป็การบ่งบอกว่าเขาอยากจะช่วยหรืออยากจะเข้ามายุ่งไป๋เฮ่อไม่อยากคุย ไป๋ซูเจี้ยนก็ไม่คุย ไป๋เฮ่อไม่อยากเจอ เขาก็ไม่มาให้เจอถึงเมื่อเร็วๆนี้ไป๋ซูเจี้ยนจะเริ่มมาทำอาหารให้เขาทาน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าไป๋ซูเจี้ยนอยากจะเข้ามายุ่งอะไรด้วยไป๋ซูเจี้ยนก็แค่ทำหน้าที่ของภรรยา ทำอาหารเตรียมสำรับให้สามีเท่านั้น เหมือนที่ไป๋ซูเจี้ยนเคยพูดไป๋ซูเจี้ยนก็แค่ทำสำรับให้ไป๋เฮ่อ เหมือนที่คนครัวทำให้ ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรกันก็แค่ทำอาหารให้ทาน สิ่งที่ไป๋ซูเจี้ยนแสดงออกมาไม่ได้มีอะไรผิดปกติเลยแม้แต่น้อย
มีแต่เขาที่เอาแต่ปฏิเสธอีกฝ่ายคิดแค่เพียงว่าขอแค่ไป๋ซูเจี้ยนปลอดภัยก็พอแล้วแม้จะถูกมองว่าเป็สามีที่เ็าไร้น้ำใจก็ตาม
แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่า การที่จะทำให้ไป๋ซูเจี้ยนปลอดภัยได้จริงๆนั้นคือต้องขอความช่วยเหลือจากอีกฝ่าย ถามในสิ่งที่เขารู้ เพื่อแก้ไขคำสาปนี้ให้ได้มิเช่นนั้นหากไป๋เฮ่อตายจากไปทั้งแบบนี้ ทุกอย่างก็ต้องสูญเปล่า
“ที่เ้าพยายามหาทางออกให้ข้าถึงขนาดนี้เป็เพราะห่วงข้าหรือกลัวท่านเทพจะรู้เข้าว่าข้าไม่ใส่ใจอาจารย์ของเขาจนทำให้เขาต้องมาสาปข้าถึงที่ฉางเก๋อ”นายเหนือหัวเราะน้อยๆก่อนจะยักไหล่
“คงจะทั้งสองอย่าง แต่ก่อนที่เขาจะได้สาปเ้าเขาคงสาปข้าที่เป็สหายของเ้าก่อน” ภรรยาของเขาน่ากลัวแค่ไหนใครเล่าจะรู้ดีไปกว่าเขาที่เป็สามีอีกเล่า
“เอาล่ะ ในเมื่อตัดสินใจได้แล้วเช่นนั้นก็ดื่มเยอะๆจะได้เพิ่มความกล้าเสียหน่อย ข้าจะไม่อยู่ที่เมืองหลวงสักระยะหลังจากนี้จะไม่มีใครมาช่วยเหลือเ้าแล้ว” นายเหนือยกไหสุราให้สหายทั้งไหไม่ต้องวางท่าเป็ราชครูเป็ผู้สูงศักดิ์แล้วอยู่กับสหายจะทำเื่แบบนั้นไปทำไมกัน
“เพิ่มความกล้าอะไรกัน”
“เขาว่าคนเมาจะลดเกาะป้องกันภายในใจลงไม่แน่ว่าท่านปู่เทพอาจจะมองเห็นอะไรที่อยู่ในใจเ้าแล้วยอมมองข้ามเื่ที่ผ่านมาก็ได้อะไรก็เป็ไปได้ เอาล่ะดื่มเข้าไปเยอะๆเสียนานทีปีหนเ้าจะยอมมานั่งดื่มกับข้าหลายๆไห ไม่เมาข้าไม่ไปส่งเ้าที่ฉางเก๋อเดินกลับไปเองเสีย”
“ที่แท้เ้าก็แค่หาคนมานั่งดื่มด้วยเพราะภรรยาป่วยอยู่แล้วเกิดเครียดขึ้นมาก็แค่นั้นเอง”ไป๋เฮ่อมองสหาย ถึงที่พูดมามันจะช่วยให้เขาคิดอะไรๆได้ถึงกระนั้นจุดประสงค์จริงๆก็แค่้าหาเื่ลากเขามานั่งดื่มในวันที่ไม่ควรจะดื่มก็เท่านั้น
“ช่างข้าเถอะน่า ได้ให้คำปรึกษากับเ้าได้นั่งดื่มกับสหายเช่นเ้า มีอะไรไม่ดีตรงไหน”
“ไม่ดีตรงที่วันนี้เป็วันสำเร็จโทษตระกูลหวงทั้งตระกูลแล้วเ้ายังเป็ผู้สำเร็จโทษ แต่กลับมานั่งดื่มในวันแบบนี้ไม่ว่าใครก็ต้องงุนงงว่าในวันนี้มันน่ามานั่งดื่มสุราชมจันทร์ตรงไหน”
“คิดเสียว่าวันนี้ได้มาเจอสหายที่ไม่ได้เจอกันนานจึงมานั่งพูดคุยคิดถึงวันวาน หากท่านปู่เทพเอ่ยถามว่าทำไมเ้าถึงเมาข้าจะบอกเขาว่าวันนี้เราไปเจอสหายจากทางไกลจึงดื่มกันนิดหน่อยแต่เ้าเผลอดื่มมากไปก็แล้วกัน”
“หากเขาเชื่อเขาก็ไม่ใช่ท่านเทพของเผิงหลายแล้ว”