ทันทีที่ลูกฉุยหวานถูกเยี่ยนอ๋องหวดกระเด็นขึ้นฟ้า สายตาทุกคู่ของทุกคนก็มองตามไปโดยไม่รู้ตัว คนทั้งหมดในเขตประลองพากันจ้องเขม็งไปยังลูกฉุยหวานที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศอย่างไม่ละสายตา
ประดุจดั่งห้วงเวลาถูกยืดออกไปโดยไร้ที่สิ้นสุด แต่เพียงเสี้ยวลมหายใจก็ราวกับถูกย่อให้หดสั้นลงจนน่าใจหาย ‘ปลัก’ เสียงลูกฉุยหวานตกกระทบก้นหลุมดังขึ้นอย่างชัดเจน ความเงียบงันเข้าครอบงำทั่วทั้งสนามประลองอีกครั้ง ทว่าในครั้งนี้กลับไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจให้ได้ยิน
พวกเขาลุ้นระทึกเสียจนลืมหายในไปชั่วขณะ!
อึดใจต่อมา เสียงคนผู้หนึ่งก็ดังขึ้นด้วยความตื่นเต้นระคนเหลือเชื่อ “ลงหลุมไปแล้ว! ลงหลุมภายในไม้เดียว!” เป็เสียงขององค์หญิงห้าที่ดีใจจนเสียอาการ เสียงตื่นเต้นดีใจนี้กระตุ้นให้คนอื่น ๆ ที่กำลังตกตะลึงได้สติตามมา
ผู้ตัดสินเองก็เพิ่งตั้งสติได้เช่นกัน เขารีบวิ่งไปยังด้านหน้าหลุมก่อนจะแหวกหญ้าต้นสูงที่บังปากหลุมออก ณ จุดต่ำสุดของก้นหลุมมีลูกฉุยหวานอยู่จริง ๆ ผู้ตัดสินมากประสบการณ์หยิบลูกฉุยหวานกลมมนขึ้นมาส่องดูอย่างพินิจพิเคราะห์
เขาหมุนลูกกลม ๆ ที่อยู่ในมือไปรอบ ๆ พลางมองหาสัญลักษณ์ที่ตนได้ทำเอาไว้ เมื่อได้เห็นแล้ว เขาจึงจะเชื่อว่าเยี่ยนอ๋องสามารถตีลูกลงหลุมได้ด้วยการตีเพียงครั้งเดียวจริง ๆ! ด้วยกิตติศัพท์ความเกเร และเกียจคร้านไม่ตั้งใจศึกษาของบุรุษสูงศักดิ์ผู้นี้ เป็เหตุให้ไม่ว่าอาจารย์คนใดก็ไม่อาจเชื่อโดยง่ายว่าเขาจะสามารถทำแต้มสูงสุดในการละเล่นที่จัดว่ายากเป็อันดับต้น ๆ ของวิชาขี่ม้ายิงธนู
ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้คนที่เฝ้าดูอยู่พากันตกตะลึงยิ่งกว่าตอนที่กู้เฉินอวี้ตีลงหลุมก่อนหน้านี้เสียอีก อย่างไรกู้เฉินอวี้ก็มีชื่อเสียงในเื่ความเป็ที่หนึ่งในการเล่นฉุยหวานที่ผู้คนมากมายให้การยอมรับ อีกทั้งยังเคยมีผลงานตีลูกลงหลุมภายในไม้แรกเมื่อครั้งที่ได้ร่วมกลุ่มเล่นฉุยหวานกับจ่างกงจู่ ดังนั้นคราวนี้จึงไม่ใช่ครั้งแรกที่โหวหนุ่มสามารถทำได้ ทว่า เยี่ยนอ๋อง…เยี่ยนอ๋องนั้นไม่เคยเล่นฉุยหวานต่อหน้าผู้คนมาก่อน!
ผู้ตัดสินสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่พลางระงับความตื่นเต้นและความตกตะลึงในใจให้สงบลง ก่อนส่งสัญญาณมือที่บ่งบอกให้รู้ว่าจบการเล่นหลุมแรกของเยี่ยนอ๋อง
ถึงแม้จะเป็ที่ประจักษ์ชัดว่าเยี่ยนอ๋องสามารถตีฉุยหวานลงหลุมได้ในไม้แรก แต่ผู้ตัดสินกลับไม่ได้ประกาศผลคะแนนเหมือนที่เคยทำในรอบของจิ้งหย่งโหว นั่นทำให้สมาชิกภายในกลุ่มไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก
ทันทีที่ผู้ตัดสินให้สัญญาณมือ สมาชิกในกลุ่มของเยี่ยนอ๋องต่างกรูเข้าไปรายล้อมและรับตัว ‘วีรบุรุษประจำกลุ่ม’ ของพวกเขากลับไปพักเหนื่อยริมสนาม
เยี่ยนอ๋องลอบมองสตรีโอหังของเขาจากทางหางตา เมื่อเห็นว่าใบหน้าครึ่งเดียวในขณะนี้ยังคงดูตกตะลึงจากการได้เห็นสิ่งเหนือความคาดหมาย เขาก็ยิ้มมุมปากด้วยความพึงพอใจ อ๋องหนุ่มพลันรู้สึกสำราญอย่างอธิบายไม่ถูก
‘เป็อย่างไรเล่า เสิ่นเอ้อร์หน้าเสียโฉม คิดไม่ถึงสินะว่าเขาจะสามารถตีได้ดีเช่นนี้’ ….ฮึ! คอยดูเถอะ วันนี้เขาจะต้องทำให้นางตกตะลึงจนปากอ้าค้างถึงพื้นไปเลย
ด้านเสิ่นเชียนเกอ เมื่อได้เห็นฝีมือของเยี่ยนอ๋องก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก ….นี่เขาใช่อ๋องโฉดที่เอาแต่ทำตัวเกียจคร้านยามอยู่ในหอศึกษาผู้นั้นจริงหรือไม่? ดูเหมือนว่านอกจากกิตติศัพท์ด้านความต่ำช้าเลวทรามแล้ว คนผู้นี้ก็ยังพอจะมีข้อดีอยู่บ้าง
แต่แน่นอนว่าผู้ที่รู้สึกตกตะลึงมากที่สุดจะเป็ผู้ใดไปไม่ได้ นอกเสียจากเหล่าสมาชิกกลุ่มของกู้เฉินอวี้ ภาพผลงานของเยี่ยนอ๋องที่พวกเขาเคยนึกดูแคลนทำเอาคนทั้งห้าอึ้งค้างจนพูดไม่ออก
กู้เฉินอวี้จ้องเขม็งไปยังกลุ่มของฝ่ายตรงข้าม ดวงตาสองข้างจับจ้องอยู่ที่เยี่ยนอ๋องไม่วางตา ถึงแม้ใบหน้าหล่อเหลาจะไม่ได้แสดงอารมณ์ใด ๆ แต่มือใหญ่ที่ซ่อนอยู่ใต้อาภรณ์ยาวกลับกำลังกำแน่น
ขณะเดียวกันหลินข้วงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็กำลังลูบคางไปมาด้วยความไม่อยากเชื่อ บุรุษปากดีตั้งข้อสันนิษฐาน “นี่ข้าไม่ได้ฝันไปใช่หรือไม่? เยี่ยนอ๋องตีฉุยหวานได้คะแนนเต็มเชียวหรือ? จะเป็ไปได้อย่างไร! ก็ทั้งหอศึกษายังไม่เคยมีผู้ใดเห็นเขาเล่นฉุยหวานมาก่อนเลยนี่”
ส่วนสมาชิกอีกคนในกลุ่มก็กล่าวขึ้นเสียงเบา “นี่จะต้องเป็เื่บังเอิญอย่างแน่นอน เยี่ยนอ๋องก็แค่บังเอิญโชคช่วยเท่านั้น”
หลินข้วงพยักหน้าคล้อยตาม “ก็อาจจะเป็ไปได้”
กู้เฉินอวี้และเสิ่นเจียวเจียวต่างก็เป็ยอดฝีมือในการเล่นฉุยหวาน ความคิดของทั้งสองจึงแตกต่างไปจากสหายร่วมกลุ่มโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็ท่าทางการหวดหรือความคล่องแคล่วก็ชี้ชัดว่าเยี่ยนอ๋องผู้นี้ไม่ได้เป็เพียงผู้เล่นมือใหม่ที่บังเอิญตีลงหลุมได้ วิธีการตีลูกฉุยหวานของเขาตรงตามหลักการและยังดูมีความชำนาญเป็อย่างยิ่ง นี่ไม่ใช่สิ่งที่ผู้เล่นมือใหม่คนใดจะทำได้อย่างแน่นอน
แต่ถึงแม้เขาจะมีฝีมือที่ยอดเยี่ยมแล้วอย่างไร?
การแข่งขันครั้งนี้ไม่ใช่การแข่งเดี่ยว หาก้าชนะก็ต้องอาศัยการนับแต้มรวมทั้งกลุ่ม นอกจากจิ้งหย่งโหวแล้วในกลุ่มพวกเขายังมีเสิ่นเจียวเจียวที่มีฝีมือในการเล่นฉุยหวานเป็อันดับหนึ่งในหมู่สตรี ส่วนคนอื่น ๆ ก็นับว่ามีฝีมือดีอันดับต้น ๆ ในขณะที่อีกฝ่ายนอกเหนือจากเยี่ยนอ๋องแล้วสมาชิกที่เหลือก็ดูจะพึ่งพาไม่ได้แม้แต่น้อย โดยเฉพาะฝีมือของเสิ่นเชียนเกอที่ถือว่าเลวร้ายสุดกู่ หากเทียบศักยภาพของทั้งสองกลุ่มก็กล่าวได้เลยว่าต่างกันราวฟ้ากับเหว
มีทางเดียวที่กลุ่มของเยี่ยนอ๋องจะคว้าชัยในการประลองครั้งนี้ นั่นคืออ๋องโฉดนั่นต้องสามารถตีลูกลงหลุมภายในไม้เดียวให้ได้ทุกหลุม ซึ่งอย่าว่าแต่ในหอศึกษาเลย แม้แต่ในเมืองหลวงก็หาคนที่ทำเช่นนั้นได้ยากยิ่ง เื่นั้นจึงเป็ไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด
อย่างไรก็ตาม ภาพคู่แข่งที่สามารถทำแต้มสูงสุดในการเล่นฉุยหวานได้ไม่ต่างจากเขาก็ทำให้ในเวลานี้หัวใจของกู้เฉินอวี้เกิดความรู้สึกอยากเอาชนะขึ้นมาอย่างแรงกล้า เป็ความปรารถนารุนแรงแบบที่ตัวเขาเองก็ไม่เคยเป็มาก่อน
ขณะนั้นเอง ผู้ตัดสินก็ส่งสัญญาณมือบอกให้กู้เฉินอวี้เข้ามาเตรียมตัวตีหลุมที่สองในสนามได้
แต่ในขณะกำลังก้าวสู่สนาม กู้เฉินอวี้ก็พบว่าแขนเสื้อของตนถูกมือเรียวบางขาวนวลดุจหิมะของใครบางคนฉุดรั้งไว้ เมื่อหันไปมองเ้าของมือเรียวนั้น สายตาคมก็สบเข้ากับดวงตาดอกท้องดงามที่รื้นไปด้วยน้ำตาของเสิ่นเจียวเจียว
ทันทีที่ั์ตาหวานประสานเข้ากับดวงตาแสนลึกล้ำ เสิ่นเจียวเจียวก็พบว่าหัวใจดวงน้อยกำลังเต้นรัวเร็วไม่เป็จังหวะ สาวงามหลุบสายตาลงชั่วครู่ ก่อนรวบรวมเอาความกล้าทั้งหมดที่มีออกมา แล้วกล่าวกับบุรุษหนุ่มตรงหน้า “จิ้งหย่งโหว โปรดระวังเยี่ยนอ๋องด้วย ฝีมือของคนผู้นั้นไม่ได้ธรรมดาอย่างที่ใคร ๆ คิดหรอกนะ”
โหวหนุ่มนิ่งอึ้งไปเล็กน้อย เขาคาดไม่ถึงว่า ที่คุณหนูใหญ่เสิ่นรั้งเขาเอาไว้ก็เพื่อจะเอ่ยเตือนเื่นี้ นี่ก็หมายความว่านางเองก็มองออกเช่นเดียวกับเขา
กู้เฉินอวี้คลี่รอยยิ้มบางพลางพยักหน้า ก่อนเอ่ยคำเสียงนุ่มนวล “คุณหนูใหญ่เสิ่น ขอบใจมากที่เตือน”
เสิ่นเจียวเจียวที่กำลังจ้องมองคนตรงหน้าด้วยความกลัดกลุ้มคลายใจลงทันทีเมื่อได้เห็นรอยยิ้มนั้น ทว่าแม้ความห่วงกังวลจะหายไปแต่อาการหัวใจเต้นแรงยังคงอยู่ และยิ่งทวีคูณขึ้นเมื่อได้พบว่าสายตาที่เขาใช้จ้องมองมา…เจือความอ่อนโยนมากขึ้นกว่าเดิมหลายส่วน
เสิ่นเจียวเจียวรู้สึกราวกับหัวใจของนางในยามนี้ถูกน้ำทิพย์จากลำธารแห่งความอ่อนโยนอาบชโลมไปทั่วทุกพื้นที่ทุกอณู น้ำทิพย์ที่เป็ดั่งหยาดน้ำใสเย็นที่ช่วยปลอบประโลมจิตใจรุ่มร้อนกระวนกระวายให้สงบลงได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากส่งสัญญาณให้ผู้เล่นเข้ามาเตรียมความพร้อม ผู้ตัดสินก็เริ่มกำหนดจุดวางลูกฉุยหวาน
อาจารย์ผู้ตัดสินผู้นี้เป็ผู้เชี่ยวชาญในการเล่นฉุยหวานคนหนึ่ง เมื่อได้รู้ว่าทั้งจิ้งหย่งโหวและเยี่ยนอ๋องต่างก็เป็ผู้เล่นยอดฝีมือ ในการเล่นหลุมที่สอง เขาจึงเลือกสนามที่มีระดับความยากเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
สนามที่สองนี้ไม่เพียงแต่จะมีพื้นเนินเท่านั้น แต่ยังมีอุปสรรคเป็แอ่งน้ำเล็ก ๆ อีกหนึ่งแห่ง ยิ่งกว่านั้นบริเวณใกล้หลุม ยังมีไม้กระดานที่สูงราว ๆ สองหมี่*กั้นขวางไว้ ณ จุดกึ่งกลางของไม้กระดานแผ่นนี้ถูกเจาะเป็รูกว้างเท่าถังไม้ขนาดย่อมรูหนึ่ง ผู้เล่นจะต้องตีลูกฉุยหวานให้ผ่านทะลุรูนี้และตกลงไปในหลุมให้สำเร็จเท่านั้น จึงจะได้แต้ม
(*หมี่:หน่วยวัดความยาว เมตร)
เมื่อเห็นว่าระดับความยากของสนามประลองสนามนี้ไม่ธรรมดา มุมปากใต้ผ้าคลุมบางของเสิ่นเชียนเกอก็ยกขึ้น เห็นชัดว่าเวลานี้ผู้ตัดสินให้การยอมรับในฝีมือของกู้เฉินอวี้และเยี่ยนอ๋องอย่างแท้จริง ไม่แน่ว่านี่อาจจะเป็ครั้งแรกในการนำไม้กระดานเข้ามาเป็อุปกรณ์เสริมสำหรับการเล่นฉุยหวานของหอศึกษาก็เป็ได้
เพราะถ้าหากนำ ‘อุปสรรคพิเศษ’ เช่นนี้ไปใช้ในหมู่ผู้เล่นธรรมดาก็เกรงว่าแม้กระทั่งจะตีให้ผ่านรูตรงกลางของไม้กระดานก็คงจะไม่มีผู้ใดทำได้
ไม่ใช่แต่เสิ่นเชียนเกอผู้เดียวที่คิดเช่นนั้น สมาชิกในกลุ่มของจิ้งหย่งโหว เมื่อได้เห็นสภาพสนามประลองสำหรับหลุมที่สองนี้ ใบหน้าของพวกเขาก็เคร่งเครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
เห็นทีว่าวันนี้ผู้ตัดสินจะไม่ยอมอ่อนข้อให้กับกู้เฉินอวี้และเยี่ยนอ๋องเสียแล้ว เขาจงใจใช้สนามประลองที่มีระดับความยากอย่างไม่ธรรมดามาท้าทายคนทั้งสอง ใบหน้าเครียดเขม็งของเหล่าผู้เล่นทำให้ผู้ตัดสินยกยิ้มมุมปากด้วยความกระหยิ่มใจ “ท่านโหว เชิญเริ่มไม้ที่สองได้”
ครั้งนี้กู้เฉินอวี้ไม่ได้มีท่าทีเด็ดขาดและฉับไวเฉกเช่นหลุมแรก แต่กลับค่อย ๆ พินิจพิเคราะห์สนามอย่างถ้วนถี่ เขาเลือกหยิบไม้ตีฉุยหวานที่มีรูปร่างแตกต่างจากครั้งก่อนเล็กน้อย และใช้มันทำการวัดระยะทางั้แ่จุดเริ่มหวดไม้ไปจนกระทั่งถึงหลุมที่เป็เป้าหมาย ยิ่งกว่านั้นคราวนี้ยังใช้ไม้ตีในมือคาดคะเนทิศทางอย่างละเอียด ใช้เวลาไปกว่าครึ่งเค่อจิ้งหย่งโหวจึงจะกลับมายังจุดหวดไม้ จากนั้นเขาก็เปลี่ยนเป็ใช้ไม้ตีที่ไม่สั้นไม่ยาวเกินพอดีแทน
ใน่เวลานั้น ทั่วทั้งสนามประลองมีแต่ความเงียบ ไม่มีผู้ใดกล้ารบกวนการวิเคราะห์และคาดคะเนของโหวหนุ่มแม้แต่คนเดียว
ในที่สุด กู้เฉินอวี้ก็อยู่ในท่าเตรียมพร้อม เขากระชับไม้ตีในมือแน่นก่อนวาดมันขึ้นเหนือศีรษะ เมื่อมั่นใจในองศาและทิศทางแล้ว ไม้ฉุยหวานก็หวดลงสู่ลูกกลมที่พื้น
– พลัวะ –
เสียงไม้ตีกระทบลูกฉุยหวานดังสนั่นไปทั่วทั้งสนาม ลูกฉุยหวานลอยเคว้งขึ้นกลางอากาศ เพียงไม่ถึงสองเหมี่ยว* ลูกกลมมนก็ลอดผ่านรูไม้กระดานที่ขวางกั้นชัยชนะไว้ไปอย่างง่ายดาย กลุ่มของกู้เฉินอวี้ที่กำลังเฝ้าดูเหตุการณ์อยู่อย่างลุ้นระทึกส่งเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจออกมาในทันที
(เหมี่ยว: หน่วยวัดเวลาเป็วินาที)
แต่เหตุการณ์เร้าใจไม่จบเพียงเท่านั้น เมื่อในพริบตาต่อมาฉุยหวานลูกเดิมก็ลอยคว้างผ่านแอ่งน้ำไปอย่างรวดเร็ว ภายใต้มุมโค้งที่สมบูรณ์แบบ ลูกฉุยหวานที่ถูกจิ้งหย่งโหวตีก็ตกลงในหลุมอย่างสวยงาม!
…ลงหลุมในไม้เดียวเป็ครั้งที่สอง!
….กู้เฉินอวี้ได้คะแนนเต็มไปอีกครั้ง!
หลินข้วงที่ตื่นเต้นจนระงับอารมณ์ไม่อยู่วิ่งตรงเข้าไปกอดสหายรักด้วยความดีใจ ก่อนจะใช้ฝ่ามือตบแผ่นหลังตั้งตรงนั้นเบา ๆ
“ดีมากเฉินอวี้ ข้าว่าชัยชนะคงเป็ของเราแน่นอนแล้ว!”
เสิ่นเจียวเจียวเองก็คิดไม่ถึงว่าสนามที่ทั้งมีความซับซ้อนและยังมีสิ่งกีดขวางที่น่ากลัวเช่นนี้ กู้เฉินอวี้ก็ยังสามารถทำแต้มสูงสุดได้อีก นี่ชี้ชัดว่าฝีมือการตีฉุยหวานของเขาล้ำเลิศกว่าผู้ใดในที่นี้ทั้งหมด!
คุณหนูเสิ่นคนงามที่อดตื่นเต้นไม่ได้ หันไปยิ้มกว้างให้บุรุษที่ทำให้หัวใจนางเต้นแรงด้วยความเบิกบานใจ
ฝ่ายกลุ่มของเยี่ยนอ๋องที่เดิมทีรู้สึกวางใจจากการตีในหลุมแรกของอ๋องหนุ่มแล้วนั้น ครั้นเมื่อได้เห็นกู้เฉินอวี้ที่สามารถทำแต้มสูงสุดได้อีกครา ความกลัดกลุ้มและสิ้นหวังก็กลับเข้าครอบงำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เป็คำรบสอง
เสิ่นเชียนเกอที่ยืนอยู่ด้านหลังองค์หญิงห้า เผลอบีบมือตัวเองแน่น นิ้วเรียวทั้งสิบประสานเข้าหากันด้วยความกังวลอย่างไม่รู้ตัว
…และเยี่ยนอ๋องก็บังเอิญหันมาเห็นภาพนั้นเข้าพอดี
อ๋องหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก เขาสบถในใจ ‘...ก็เพียงแค่ทักษะการเล่นฉุยหวานง่าย ๆ เท่านั้น เื่แค่นี้ต้องให้นางเป็กังวลแทนเขาด้วยเรอะ? เหอะ! เขาไม่เคยร้องขอสักนิด!’
ถึงแม้ในใจจะคิดเช่นนั้น แต่เมื่อเยี่ยนอ๋องเดินไปยังจุดหวดไม้แล้ว ภาพสตรีโอหังที่กำลังเคร่งเครียดกลับทำให้ทั่วทั้งร่างกายของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลังและความมุ่งมั่นที่พลุ่งพล่าน
ยามนี้ท่าทีเมินเฉยต่อชัยชนะของเยี่ยนอ๋องที่เคยเป็มาก่อนหน้ามลายหายไปหมดสิ้น เขาหรี่ตาลงเล็กน้อยพลางมองลอดรูกลางไม้กระดาน ก่อนไล่สายตาเรื่อยไปจนถึงหลุมเป้าหมายที่อยู่สุดปลายสนาม ในหัวอันปราดเปรื่องของบุรุษเกียจคร้านมีตัวเลขและสัญลักษณ์มากมายล่องลอยไปมาเต็มไปหมด ตัวเลขเ่าั้กำลังถูกประมวลอย่างเป็ระบบ ไม่นานนัก อ๋องหนุ่มก็เดินเข้าไปเลือกไม้ตีจากเด็กรับใช้ ในครั้งนี้เขาเลือกใช้ไม้ที่ค่อนข้างยาวกว่าปกติเล็กน้อย และเมื่ออุปกรณ์ในมือพร้อม ผู้ท้าชิงตำแหน่งปรมาจารย์ในการเล่นฉุยหวานก็เดินย้อนกลับไปยังจุดหวดไม้
องค์หญิงห้ากำลังจับจ้องพี่หกของนางอยู่ เมื่อเห็นเขาเข้าประจำจุดตีลูกอย่างรวดเร็วเช่นนั้นก็มองตามด้วยความกลัดกลุ้ม นางอดไม่ได้ที่จะเขย่าแขนของเสิ่นเชียนเกอที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “เสิ่นเอ้อร์ เหตุใดพี่หกของข้าถึงไม่วิเคราะห์สภาพสนามให้มากกว่านี้ล่ะ คิดจะตีลูกทั้งอย่างนี้เลยจริง ๆ หรือ?”
“ท่านอ๋องคงจะมั่นใจอยู่แล้วกระมังเพคะองค์หญิง” เสิ่นเชียนเกอกล่าวตอบออกไปอย่างเลื่อนลอย ในยามนี้สติของนางหลุดเข้าไปอยู่ในลูกฉุยหวานที่กำลังจะถูกเยี่ยนอ๋องหวดจนหมดสิ้นแล้ว
เมื่อได้ยินเช่นนั้น องค์หญิงห้าก็หันไปขมวดคิ้วใส่สหายทันที “เสิ่นเอ้อร์ เหตุใด จู่ ๆ เ้าถึงได้ดีกับพี่หกของข้าเช่นนี้ล่ะ? หรือว่า เ้ามีใจให้พี่หกของข้าอย่างนั้นรึ?”