ราชันหมื่นอักขระ

    จารึกที่ 177 : ความอิ่มหนำแห่งความว่างเปล่า

    จารึกที่ 177 : ความอิ่มหนำแห่งความว่างเปล่า | ปฐมบทแห่งเบญจธาตุวิบัติ


    ห้วงเวลาแห่งความเงียบงันที่ยาวนานดุจชั่วกัปชั่วกัลป์ หลังจากการปะทะกันของพลังงานระดับบรรพกาล ฝุ่นผงแห่งกาลเวลาดูเหมือนจะหยุดนิ่ง ล่องลอยคว้างอยู่กลางอากาศที่บิดเบี้ยว


    สถานที่: ซากปรักหักพังของห้องทดลองใต้ดิน ณ ก้นบึ้งของสุสานกระบี่บรรพชน


    แสงสว่างสีขาวโพลนที่เคยเจิดจ้าจนตาพร่ามัว ค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงความมืดมิดที่ดูเหมือนจะเข้มข้นยิ่งกว่าน้ำหมึก กลิ่นฉุนเฉียวของหินหลอมเหลวและกลิ่นโอโซนจากสายฟ้าที่ตกค้างลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ผสมปนเปกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ระเหยขึ้นมาจากซากศพของเหล่าหุ่นรบมาร


    ใจกลางของความพินาศนั้น... อาเจีย ยังคงยืนตระหง่านอยู่


    ทว่า สภาพของเขานั้นช่างน่าเวทนาและน่าหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน เสื้อผ้าชุดครามที่เคยพลิ้วไหวบัดนี้ขาดวิ่นเป็นริ้วรอย เผยให้เห็นผิวหนังที่ซีดเผือดจนแทบจะโปร่งแสง เส้นผมสีดำสนิทของเขามีเกล็ดน้ำแข็งสีม่วงดำเกาะพราวราวกับเพิ่งเดินผ่านพายุหิมะในแดนนรก


    มือขวาของเขาที่กำ "พู่กันนิรันดร์" ชูขึ้นเหนือศีรษะ สั่นระริกอย่างรุนแรงราวกับกำลังแบกรับน้ำหนักของขุนเขาไท่ซาน


    "อึก... ฮือ..."


    เสียงครางต่ำๆ เล็ดลอดออกมาจากลำคอที่แห้งผาก อาเจียพยายามจะสูดหายใจ แต่เขากลับพบว่าอากาศรอบตัวนั้นหนาวเหน็บจนบาดปอด มันไม่ใช่ความหนาวเย็นจากน้ำแข็ง แต่เป็น "ความหนาวเหน็บแห่งความว่างเปล่า" ที่กำลังกัดกินจากภายในสู่ภายนอก


    ในความรู้สึกของอาเจีย... โลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง เขาไม่รู้สึกถึงพื้นดินใต้เท้า ไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดจากบาดแผล สิ่งเดียวที่รับรู้คือ "ความหิวโหย" ของพู่กันในมือที่เพิ่งจะกลืนกินพลังงานมหาศาลเข้าไป และตอนนี้มันกำลังพยายามจะถ่ายเทพลังงานส่วนเกินนั้นกลับมาสู่ตัวเขา!


    (อาเจีย! ตั้งสติเดี๋ยวนี้!)


    เสียงตวาดกึกก้องของ มู่เฉิน ดังสะท้อนในห้วงจิตวิญญาณ เปรียบเสมือนระฆังทองคำที่ถูกตีเพื่อเรียกสติผู้ที่กำลังจมดิ่งสู่ความบ้าคลั่ง


    (อย่าปล่อยให้จิตหลุดลอย! พลังจากศิลาสูญตามันบริสุทธิ์และรุนแรงเกินกว่าที่รากฐานปราณของเจ้าจะรับไหว หากเจ้าเผลอวูบไปแม้แต่เสี้ยวลมหายใจ ร่างกายเจ้าจะกลายเป็นเพียงภาชนะที่ว่างเปล่า... เจ้าจะสูญเสียตัวตนไปตลอดกาล!)


    "ข้า... ขยับ... ไม่ได้... ท่านอาจารย์..."


    อาเจียกัดฟันพูด ลิ้นของเขาเริ่มแข็งจนแทบขยับไม่ได้ เส้นชีพจรทั่วร่างปูดโปนขึ้นมาเป็นสีม่วงคล้ำ พลังปราณในร่างตีกันมั่วซั่วราวกับมังกรคลุ้มคลั่งที่กำลังอาละวาดในกายเนื้อ


    (โคจรลมปราณย้อนกลับ! ใช้วิชา 'มหาเวทสูญญตา' ที่ข้าเคยสอน! เปลี่ยนร่างกายให้เป็นดั่งแม่น้ำที่ไหลผ่าน ไม่ใช่เขื่อนที่กักเก็บ! เร็วเข้า!)


    อาเจียรวบรวมสติเฮือกสุดท้าย หลับตาลงตัดขาดจากโลกภายนอก เพ่งสมาธิไปที่จุดตันเถียน (ท้องน้อย) เขาจินตนาการถึงวงล้อแห่งความว่างเปล่าที่หมุนวนช้าๆ


    วูบ... วูบ...


    ทันใดนั้น ปาฏิหาริย์ก็บังเกิด


    พู่กันนิรันดร์ ในมือที่สั่นระริก เริ่มเปล่งแสงสว่างนวลตาออกมา รอยร้าวสามแห่งบนด้ามพู่กันที่เคยเป็นดั่งบาดแผลแห่งกาลเวลา... บัดนี้ รอยร้าวสองรอยแรกเริ่มสมานเข้าหากัน เนื้อไม้สีดำสนิทเชื่อมต่อกันแนบเนียนจนไร้รอยต่อ เหลือเพียงรอยร้าวสุดท้ายที่ปลายด้ามเท่านั้นที่ยังคงอยู่

    อักขระโบราณนับหมื่นตัวบนด้ามพู่กัน เริ่มลอยนูนขึ้นมาและหมุนวนรอบด้ามพู่กันอย่างช้าๆ เปลี่ยนจากแสงสีขาวซีด กลายเป็น แสงสีเงินประกายม่วง ที่ดูสูงส่งและลึกลับยิ่งกว่าเดิม


    มันไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงอาวุธอีกต่อไป แต่มันกำลังทำหน้าที่เป็น "ตัวกรอง" และ "คลังแสง"


    แรงกดดันมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ในร่างอาเจีย ถูกดูดกลับเข้าไปในพู่กันอย่างรวดเร็ว ราวกับน้ำป่าที่ไหลลงสู่มหาสมุทร อาเจียรู้สึกเหมือนถูกกระชากวิญญาณกลับเข้าร่าง ความอบอุ่นเริ่มไหลเวียนกลับมาที่ปลายมือและปลายเท้า


    "เฮือก!!"


    ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ร่างกายที่แข็งทื่อทรุดฮวบลงกับพื้นหินร้อนระอุ เขานอนหอบหายใจแฮกๆ เหงื่อกาฬไหลพรากออกมาขับไล่เกล็ดน้ำแข็งจนละลายกลายเป็นไอ


    "รอด... รอดตายแล้ว..." อาเจียพึมพำเสียงสั่น พลางยกพู่กันขึ้นมาดูด้วยดวงตาเบิกกว้าง


    พู่กันนิรันดร์ในตอนนี้... มีน้ำหนักที่เปลี่ยนไป มันหนักแน่นขึ้น แต่กลับรู้สึกเข้ามือราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ปลายขนพู่กันสีขาวหิมะ บัดนี้มี สีม่วงดารา แซมอยู่ที่ปลายยอด ส่งกลิ่นอายที่ทำให้มิติรอบข้างบิดเบี้ยวได้เพียงแค่สะบัดเบาๆ


    (ทำได้ดีมากเจ้าศิษย์โง่...) เสียงของมู่เฉินดูอ่อนล้าแต่แฝงด้วยความภาคภูมิใจ (เจ้าผ่านด่านเคราะห์มาได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด... และดูเหมือนว่า ความเสี่ยงครั้งนี้จะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าเสียด้วย)


    "คุ้มค่า?" อาเจียเลิกคิ้ว พยุงตัวลุกขึ้นนั่ง "ท่านหมายถึง..."


    (ลองตรวจสอบจุดตันเถียนของเจ้าดูสิ)


    อาเจียหลับตาลงตรวจสอบภายในร่างกาย ทันใดนั้นเขาก็ต้องตกตะลึง


    ในทะเลความรู้ของเขา อักขระสีทองที่ลอยวนเวียนอยู่ เดิมทีเขาควบคุมมันได้ทีละ 3 ตัวอย่างยากลำบาก... แต่บัดนี้ ฐานรากของวิญญาณเขาได้ขยายกว้างขึ้น พื้นที่แห่งความว่างเปล่าในจิตใจมั่นคงดุจขุนเขา


    เขารู้สึกได้โดยสัญชาตญาณว่า... ตอนนี้เขาสามารถควบคุมอักขระพร้อมกันได้ถึง 5 ตัว!


    "ห้าตัว... เบญจธาตุสมบูรณ์!" อาเจียตาลุกวาว ความเจ็บปวดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความโลภโมโทสัน "แบบนี้ข้าก็สร้าง 'ค่ายกลเคลื่อนที่' ได้แล้วสิ!"


    "กรรรรรร..."


    เสียงคำรามต่ำๆ ที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจดังขึ้นขัดจังหวะความดีใจ อาเจียหันขวับไปมองต้นเสียง


    ท่ามกลางกองซากปรักหักพัง ร่างเงาทะมึนร่างหนึ่งกำลังลุกขึ้นยืน


    มันไม่ใช่การลุกขึ้นแบบหุ่นกลไกที่ไร้ชีวิตชีวาอีกต่อไป แต่เป็นการขยับตัวที่ดู "สับสน" และ "งุนงง" ราวกับสัตว์ร้ายที่เพิ่งตื่นจากการจำศีลพันปี

    "เจ้าสัว" ...หุ่นเชิดคู่ใจของเขา ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน!


    จากเดิมที่เป็นร่างศิลาทมิฬผิวเรียบเนียน บัดนี้ร่างกายของมันดู "หนา" และ "บึกบึน" ขึ้น เกราะไหล่และเกราะอกขยายตัวออกจนดูเหมือนขุนศึกสวรรค์ ผิวเกราะสีดำไม่ได้เป็นเพียงของเหลวอีกต่อไป แต่มันตกผลึกกลายเป็น "เกล็ดมังกรนิลกาฬ"ที่เรียงตัวซ้อนกันอย่างระเบียบ


    และที่สำคัญที่สุด... กลางหน้าอกของเจ้าสัว มี "ผลึกทรงกลมสีดำสนิท" ฝังจมลึกลงไป มันคือ "แกนกลางศิลาสูญตา" ที่เจ้าสัวคว้าไว้ได้ก่อนจะเกิดระเบิด!


    แสงสีม่วงที่เคยเป็นเพียงเส้นสาย บัดนี้ลุกโชนออกมาจากรอยต่อของเกราะทั่วร่าง ราวกับลาวาสีม่วงที่ไหลเวียนอยู่ภายใน


    เจ้าสัวยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาดู มันกำมือแล้วแบออกซ้ำๆ มองดูกรงเล็บมังกรของตัวเองด้วยดวงตาสีม่วงที่วาวโรจน์


    "ข้า... ตัวข้า..." เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังออกมา มันยังพูดไม่เป็นภาษาคนชัดเจนนัก "พลัง... ร้อน... หิว..."


    มันหันขวับมามองอาเจีย ดวงตาสีม่วงจดจ้องเจ้านายของมัน นิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ข้อมูลในสมองกลจะประมวลผลเสร็จสิ้น


    "ลูก... พี่..."


    อาเจียกลืนน้ำลาย "นี่มันไม่ใช่แค่การซ่อมแซมแล้ว... นี่มันคือการ 'วิวัฒนาการ' สู่ระดับที่ยังไม่เคยบันทึกไว้... ระดับราชันย์! ...แถมดูเหมือนมันจะมี 'สติ' มากขึ้นด้วย"


    ตึง!


    เจ้าสัวก้าวเท้าเข้ามาหาอาเจีย พื้นดินใต้เท้าแตกร้าวเป็นรอยลึก มันก้มหัวลงเล็กน้อย รอรับคำสั่งด้วยความภักดีที่ยังคงฝังรากลึก แต่แววตานั้นเปี่ยมไปด้วยชีวิต


    "พวกเจ้า... เป็นตัวอะไรกันแน่?"


    เสียงสตรีที่แหบแห้งดังขึ้นจากมุมมืด จีหงเยี่ยน ราชินีแห่งเงา ค่อยๆ ตะเกียกตะกายออกมาจากใต้ซากแผ่นหินที่ถล่มลงมาทับ สภาพของนางดูแทบไม่ได้ ชุดคลุมสีแดงฉีกขาดจนเห็นผิวขาวที่มีรอยถลอกปอกเปิก ผมเผ้าที่เคยสลวยบัดนี้ยุ่งเหยิงและเต็มไปด้วยฝุ่นผง


    แต่นางยังคงกำพัดขนนกในมือแน่น แววตาที่มองอาเจียและเจ้าสัวเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและ... ความยำเกรง


    "เจ้าเด็กเหลือขอ... พลังเมื่อกี้นี้... มันไม่ใช่พลังของผู้ฝึกตนระดับรวบรวมลมปราณแน่ๆ" นางไอโขลกๆ ออกมาเป็นเลือดสีดำ


    อาเจียรีบปรับสีหน้าให้ดูน่าสงสารทันที (แม้จะดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือแล้วก็ตาม) เขาเดินโขยกเขยกเข้าไปหา


    "คุณหนูจี! ท่านปลอดภัยนะขอรับ! ...โธ่ ข้าก็นึกว่าท่านเป็นอะไรไปเสียแล้ว ข้ากับเจ้าสัวเป็นห่วงแทบแย่"


    "โกหกหน้าตาย..." จีหงเยี่ยนแค่นเสียง "เจ้าห่วง 'แผนผังสุสาน' ที่อยู่กับข้ามากกว่ากระมัง"


    "แฮะๆ... ท่านช่างรู้ใจข้าจริงๆ" อาเจียหัวเราะแห้งๆ ก่อนจะยื่นมือไปช่วยดึงนางขึ้นมา


    "แล้ว... ไอ้เจ้าตัวการล่ะ?" อาเจียถามเสียงเครียด กวาดตามองไปรอบๆ


    แท่นบูชาที่เคยตั้งตระหง่าน บัดนี้พังพินาศไม่เหลือชิ้นดี แต่ทว่า... ชายสวมหน้ากากมารผู้นั้นกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับระเหยไปพร้อมกับแรงระเบิด


    "มันหนีไปแล้ว..." จีหงเยี่ยนกัดฟัน "วิชาเคลื่อนย้ายเงาโลหิต... มันยอมสละแขนข้างหนึ่งเพื่อแลกกับการหนีตาย"


    นางชี้ไปที่กองเลือดสีดำกองใหญ่ที่มุมห้อง และข้างๆ กองเลือดนั้น... มีวัตถุโลหะชิ้นหนึ่งตกอยู่


    อาเจียเดินเข้าไปดูใกล้ๆ มันคือ "ตราประทับโลหะสีทองแดง" ที่ถูกไฟเผาจนบิดเบี้ยว แต่ลวดลายบนนั้นยังพอมองออก


    "รูปกระบี่สามเล่มไขว้กัน... โดยมีงูพิษพันรอบด้ามกระบี่"


    "นี่มัน..." อาเจียเบิกตากว้าง หันไปมองจีหงเยี่ยน


    "ตราประจำตำแหน่ง 'ผู้อาวุโสคุมกฎ' แห่งสำนักกระบี่นิรันดร์" จีหงเยี่ยนกล่าวเสียงเย็น "สัญลักษณ์งูพิษนั่น... หมายถึงสายตระกูล 'เหลย' ...ตระกูลเดียวกับไอ้เจ้าเหลยเจิ้นที่เจ้าซัดปลิวไปเมื่อกลางวันนั่นแหละ"


    "อ้อ..." อาเจียพยักหน้าช้าๆ รอยยิ้มชั่วร้ายเริ่มปรากฏขึ้นที่มุมปาก "แบบนี้นี่เอง... เกลือเป็นหนอน หนอนตัวใหญ่เสียด้วย"


    เขาหยิบตราประทับขึ้นมา เช็ดคราบเลือดออกกับเสื้ออย่างลวกๆ แล้วโยนมันเข้าปาก เจ้าถุงเงิน ที่โผล่หัวออกมาจากเอวอย่างรู้งาน


    "เก็บไว้ให้ดีนะลูกพ่อ... นี่ไม่ใช่แค่หลักฐาน แต่มันคือ 'ตั๋วแลกเงิน' ใบใหญ่ที่สุดเท่าที่เราเคยมีมา"


    (อาเจีย! เลิกหน้าเงินสักเดี๋ยวได้ไหม!) เสียงมู่เฉินตะโกนแทรกเข้ามา (ฟังเสียงรอบข้างสิ!)


    ครืนนนน... ครืนนนน...


    เสียงสั่นสะเทือนดังมาจากเบื้องบน เพดานถ้ำเริ่มมีรอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น เศษหินร่วงกราวลงมาอย่างต่อเนื่อง


    "โครงสร้างของสุสานกำลังจะพังทลาย!" มู่เฉินเตือน "แกนกลางพลังงานหายไป ค่ายกลค้ำจุนถ้ำก็หยุดทำงาน! ที่นี่กำลังจะถล่มฝังเราทั้งเป็น!"

    "เวรแล้วไง!" อาเจียหน้าถอดสี "ทางออกเดิมถูกหินถล่มปิดไปแล้ว!"


    จีหงเยี่ยนพยายามทรงตัวแต่ก็เซถลา "ข้า... ข้าไม่มีแรงใช้วิชาเคลื่อนย้ายเงาพาคนจำนวนมากออกไปได้..."


    อาเจียหันซ้ายหันขวา สมองแล่นเร็วรี่เหมือนลูกคิดที่ถูกดีดรัวๆ


    "ถ้าไม่มีทางออก... เราก็ต้อง 'สร้าง' ทางออก!"


    เขาหันไปหาเจ้าสัว


    "เจ้าสัว! ...จำวิชาใหม่ที่ท่านอาจารย์เคยสอนได้ไหม? ...การผสานอักขระขั้นสุดยอด!"


    เจ้าสัวคำรามรับ ดวงตาสีม่วงสว่างวาบ แม้จะยังสับสนกับพลังใหม่ แต่สัญชาตญาณบอกให้มันพร้อมลุย


    "ทำลาย..." เจ้าสัวพูดคำเดียวสั้นๆ


    "ดี! งั้นมาลองของใหม่กัน! ปลดปล่อยขีดจำกัด... กายาเหล็กไหลมาร!"


    อาเจียสูดหายใจลึก รวบรวมสมาธิทั้งหมด ตวัดพู่กันนิรันดร์วาดอักขระ "สูญ" ตัวใหญ่ยักษ์ประทับลงกลางหน้าอกของเจ้าสัว


    วูบ!


    แกนกลางสีดำที่หน้าอกเจ้าสัวหมุนติ้ว เปลวเพลิงสีม่วงดำลุกโชนท่วมร่าง เปลี่ยนหุ่นเชิดศิลาให้กลายเป็น "อุกกาบาตทมิฬ" ที่มีมวลน้ำหนักมหาศาล


    "เจ้าสัว! ...พุ่งชนมันให้แหลก!"


    "ทางโน้น! ผนังด้านทิศเหนือบางที่สุด!" จีหงเยี่ยนชี้มือบอกทาง


    "ไปเลยลูกพ่อ! เจาะทะลวนรกออกไปเลย!"


    ตูมมมมมม!


    เจ้าสัวย่อเข่าลงแล้วดีดตัวพุ่งเข้าชนผนังถ้ำด้วยพละกำลังดิบเถื่อน แรงปะทะจากการชนรุนแรงจนถ้ำสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น หินผาที่ขวางทางถูกกระแทกจนแตกละเอียดเป็นฝุ่นผงด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งเหนือศัสตราใดๆ


    อาเจียคว้าเอวราชินีแห่งเงา แล้วกระโดดตามหลังเจ้าสัวที่กำลังบ้าคลั่ง ทะลวงฝ่าชั้นหินขึ้นสู่เบื้องบน ทิ้งให้สุสานนรกเบื้องหลังพังทลายลงสู่ความมืดมิดตลอดกาล...

    คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.85M 1165
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206