ตอนที่ 6
ห้องพิเศษชั้นสาม
หลังจากวันที่คุณหนูจ้าวหมินหมินพูดคุยกับมารดาในห้องวันนั้นองค์ชายหลี่หย่งเล่อก็ถูกผู้เป็มารดาที่มียศเป็ถึงพระสนมกุ้ยเฟยเรียกเข้าพบในอีกสามวันถัดมาและดูเหมือนว่าองค์ชายหลี่หย่งเล่อจะมีเวลามาเยี่ยมคุณหนูสามได้น้อยลงเช่นกันดังนั้นการเข้าออกจวนตระกูลฉินจึงไม่ได้บ่อยเหมือนแต่ก่อน เหลือเพียงวันเว้นวันแทนโดยใช้ข้ออ้างว่าติดงานสำคัญที่เสด็จพ่อมอบหมายให้
ั้แ่วันที่เกิดเื่ที่วัดไท่หยุนวันนั้นระยะเวลาก็ล่วงเลยไปถึงหนึ่งเดือนแล้ว มี่จื่อคอยดูแลน้องสามเป็อย่างดีทำให้อาการาเ็ดีขึ้นตามลำดับและวันนี้นางมีนัดทานอาหารที่โรงเตี๊ยมตามคำชวนของสหายคนสนิทที่อุตส่าห์มาชวนนางอยู่หลายครั้งแต่ทุกครั้งก็ถูกนางปฏิเสธมาโดยตลอดเพราะต้องดูแลอาการาเ็ของน้องสาม จนอีกฝ่ายน้อยใจนางไปเรียบร้อยแล้ว
่หลังๆมานี้องค์ชายสิบสามไม่ได้มาเยี่ยมอาการาเ็ของตงอิงบ่อยครั้งเหมือนเช่นเมื่อก่อนทำให้มี่จื่อรู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้างที่ไม่ต้องคอยหลบหน้าอีกฝ่ายทุกครั้งที่เขามา
และวันนี้ก็คาดว่าองค์ชายสิบสามก็คงจะไม่มาอีกเช่นกันเพราะเมื่อวานเขาเพิ่งมาที่จวนนั่นเอง
มี่จื่อให้เสี่ยวอี้หอบกล่องไม้สีดำเดินตามหลังเข้ามาในเรือนของน้องสาวต่างมารดาใน่สายของวัน
“ไม่เบื่อหรืออย่างไร”นางนั่งลงเก้าอี้อีกตัวชะโงกหน้ามองดูแผ่นกระดาษมากมายที่วางกองซ้อนทับกันอยู่บนโต๊ะตัวเตี้ย
ตงอิงเงยหน้าขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มหวาน“ไม่เบื่อเ้าค่ะ”
“แล้วนี่เ้าจะคัดลอกไปทำไมตั้งเยอะแยะ”มี่จื่อไม่เข้าใจความคิดนี้ของน้องสามเลยสักนิดหากเป็นางให้ทำเช่นนี้ตลอดทั้งวันก็คงเบื่อหน่ายไปั้แ่วันแรก
“สร้างบุญกุศลด้วยความรู้นับว่าเป็การสะสมผลบุญที่ยิ่งใหญ่นะเ้าคะพี่รองไม่ลองทำบ้างเล่า”
นอกจากการสวดมนต์ในทุกๆวันแล้วตงอิงยังใช้เวลาทั้งหมดไปกับการคัดลอกพระคัมภีร์คำสอนจากพระธรรมได้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยสองสิ่งนี้ทำให้จิตใจของนางสงบขึ้นได้ดีทีเดียว
มี่จื่อส่ายหน้าอย่างไม่ต้องคิดนาน“ไม่เอาด้วยหรอก”
ถามว่านางศรัทธาในพระธรรมหรือไม่ก็ตอบได้เต็มปากว่าก็เหมือนชาวบ้านทั่วไปนั่นแหละเพียงแต่ว่านางไม่มีจิตศรัทธาที่มุ่งมั่นเต็มเหนี่ยวเฉกเช่นน้องสาวต่างมารดากับแม่รองถึงเพียงเท่านั้นสองแม่ลูกคู่นี้หากท่านพ่ออนุญาตให้ออกบวชได้ก็คงกระทำไปนานแล้ว
“แล้วนั่นกล่องอะไรหรือเ้าคะ”ตงอิงมองไปยังกล่องไม้สีดำในมือสาวใช้ข้างกายของพี่รองด้วยความสงสัย
มี่จื่อยกยิ้ม“กล่องเครื่องประทินโฉม”
หลังจากที่พูดคุยกันวันนั้นตงอิงบอกว่าจะขอเป็คนแต่งหน้าให้กับนางเองห้ามให้มี่จื่อแต่งหน้าเหมือนเช่นเดิมอีกดังนั้นวันนี้นางมีนัดทานอาหารมื้อเที่ยงกับสหายที่โรงเตี๊ยมสุขธารานางจึงมาที่นี่เพื่อให้น้องสาวต่างมารดาแต่งหน้าให้ก่อนออกไปข้างนอก
ตงอิงรับกล่องเครื่องประทินโฉมมาเปิดดูพร้อมกับสั่งให้สาวใช้นำคันฉ่องยกมาวางตรงหน้าพี่รอง
“ฝีมือการแต่งหน้าของตงเออร์อาจไม่เก่งกาจนักแต่รับรองว่าตงเออร์จะไม่ทำให้พี่รองขายหน้าอย่างแน่นอนเ้าค่ะ”ตงอิงกล่าวบอกด้วยสีหน้าประหม่าเล็กน้อยและนี่ก็เป็ครั้งแรกที่นางจะได้แต่งหน้าให้กับพี่รอง จึงมีความตั้งใจเป็อย่างมาก
“พี่รองย่อมเชื่อใจเ้า”มี่จื่อไม่ได้คิดมากเท่าไหร่นัก หากน้องสามแต่งหน้าไม่ถูกใจนางมี่จื่อก็แค่เพียงลบออกแล้วแต่งหน้าใหม่ก็แค่นั้นเพราะนางเผื่อเวลาไว้เรียบร้อยแล้ว
อีกทั้งการที่นางยอมให้น้องสามแต่งหน้าให้ในครั้งนี้ก็เพราะอยากให้ตงอิงมีอารมณ์ผ่อนคลายจากสิ่งอื่นบ้างไม่ใช่ว่าวันๆ เอาแต่จดจ่อนั่งคัดลอกคัมภีร์อยู่ตลอดทั้งวันเช่นนี้
“ขอบคุณพี่รองที่เชื่อใจในฝีมือของน้องสาวคนนี้ตงเออร์จะทำให้ดีที่สุดเ้าค่ะ” กล่าวจบก็ยิ้มจนตาหยี
ตงอิงในยามนี้อาการาเ็นับว่าดีขึ้นมากแล้วรอยฟกช้ำตามร่างกายก็หายสนิทเหลือเพียงแผลที่หน้าผากรอตกสะเก็ดและกระดูกขาที่หักสองท่อนที่ยังคงต้องใช้เวลาพักรักษาตัวอีกนานหลายเดือนกว่ากระดูกทั้งสองท่อนจะประสานกันดีเช่นเดิม
มี่จื่อนั่งนิ่งหน้าคันฉ่องปล่อยกายปล่อยใจให้น้องสามแต่งแต้มเครื่องประทินโฉมลงบนใบหน้างามตามอำเภอใจ
“ใบหน้าของพี่รองงดงามอยู่แล้วผัดแป้งลงบนใบหน้าเพียงเล็กน้อยและทาชาดที่ปากก็พอแล้วเ้าค่ะ”
ตงอิงหยิบตลับแป้งออกมาผัดหน้าให้กับพี่รองเพียงเล็กน้อยจริงๆคิ้วดกดำได้รูปอยู่แล้วไม่จำเป็ต้องวาดซ้ำให้หนาเตอะเพียงเขียนไปตามแนวเส้นนิดหน่อยก็งามรับเข้ากับใบหน้าจากนั้นก็เลือกชาดสีอ่อนระเรื่อแทนชาดสีเข้มที่พี่รองชอบใช้เป็ประจำบรรจงทาทับลงบนริมฝีปากอวบอิ่มก็เป็อันเสร็จ
“เสร็จแล้วเ้าค่ะ”ตงอิงมองดูฝีมือการแต่งหน้าของตนเองด้วยความภาคภูมิใจ
“ทำไมเสร็จเร็วนัก”นางเพิ่งหลับตาได้ไม่นานก็เสร็จแล้วหรือ
ดวงตาคมโตกะพริบขึ้นลงสองสามครั้งมองดูตนเองในคันฉ่อง “อา....” มี่จื่อยกมือขึ้นแตะใบหน้าของตนเองเบาๆ “ผัดแป้งบางเบาเช่นนี้ไม่ถึงเค่อก็ลบออกหมดแล้ว”
“ใบหน้าของพี่รองงดงามอยู่แล้วเหตุใดต้องปิดบังเอาไว้ด้วยเ้าคะ” ตงอิงรีบปิดกล่องไม้อย่างรู้ทันเมื่อเห็นว่าพี่รองกำลังเอื้อมมือออกมาหยิบตลับแป้งไปจากตน
มี่จื่อคว้าได้เพียงความว่างเปล่ามือบางชะงักค้างกลางอากาศ “เติมอีกสักเล็กน้อยเถิด”เอาตามจริงนางรู้สึกไม่มั่นใจเอาเสียเลย
ตงอิงส่ายหน้ารัวๆกอดกล่องไม้ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “ไหนว่าพี่รองจะเชื่อใจตงเออร์เ้าคะ”
บทจะดื้อรั้นขึ้นมาก็ทำเอาคนเป็พี่สาวอ่อนอกอ่อนใจอยู่ไม่น้อยสุดท้ายยอมตามใจตงอิงแต่งหน้าเช่นนี้ออกจากจวน ถึงจะรู้สึกไม่มั่นใจอยู่นิดๆก็ตามที
ยามอู่ร่างบางเดินลงมาจากรถม้า หยุดยืนอยู่ประตูด้านหน้าทางเข้าโรงเตี๊ยมสุขธารานางมาก่อนเวลานัดถึงหนึ่งเค่อ นับว่าไม่ช้าหรือเร็วเกินไปนัก
บริเวณด้านล่างของโรงเตี๊ยมลูกค้าทยอยเข้ามาด้านในกันบ้างแล้ว บรรยากาศกำลังคึกคักกันน่าดูเสี่ยวเออร์เดินออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มพร้อมทั้งเชื้อเชิญให้ลูกค้าเข้ามาภายในโรงเตี๊ยม
ระหว่างทางเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสามของโรงเตี๊ยมมี่จื่อแจ้งเื่ห้องพิเศษที่สาวใช้ได้จองไว้กับทางโรงเตี๊ยมก่อนล่วงหน้าถึงหนึ่งวัน
“เอ่อ…ห้องที่คุณหนูบอกมาไม่ว่างนะขอรับ” เสี่ยวเออร์กล่าวตอบด้วยสีหน้าเปลี่ยนไป
มี่จื่อผินหน้ากลับมาหาเสี่ยวเออร์“ไม่ว่าง!!!”
“ขอรับ”เสี่ยวเออร์เพิ่งรับรองลูกค้าห้องนี้ไปก่อนหน้าคุณหนูท่านนี้เมื่อชั่วครู่ที่ผ่านมาดังนั้นเขาจึงจดจำได้แม่นยำ
“ข้าส่งสาวใช้มาจองล่วงหน้าไว้แล้วเหตุใดถึงไม่ว่าง” มี่จื่อเริ่มมีอารมณ์ไม่พอใจกับการบริการของที่นี่
กอปรกับคนทั้งสามเดินมาถึงหน้าห้องพิเศษที่มี่จื่อได้จองเอาไว้ด้านหน้าห้องมีบุรุษสวมชุดสีดำพร้อมกระบี่คู่กายยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องสีหน้านิ่งขรึมมองมายังคนทั้งสาม
เสี่ยวอี้ยืนอยู่ด้านหลังคุณหนูตนเป็คนที่มาจองห้องพิเศษในชั้นสามด้วยตนเองเมื่อวานนี้เอ่ยขึ้น “คุณหนูบ่าวมาจองเรียบร้อยแล้วจริงๆ นะเ้าคะ”พร้อมทั้งยื่นกระดาษหลักฐานที่ทางโรงเตี๊ยมประทับตรารับจองห้องพิเศษให้กับตนเองเอาไว้ให้กับผู้เป็นาย
มี่จื่อรับแผ่นกระดาษออกมาคลี่อ่านรายละเอียดการจองห้องพิเศษพร้อมกับวันเวลานับว่าชัดเจนพร้อมทั้งลายมือชื่อของผู้ที่รับจองและรับเงินค่าจองก็ครบถ้วนถูกต้อง
“คุณหนูโปรดรอสักครู่ข้าน้อยจะไปตามผู้ดูแลมาที่นี่”
เสี่ยวเออร์รีบร้อนเดินลงไปยังชั้นล่างเพื่อไปตามผู้ดูแลอย่างรวดเร็วและครู่ต่อมาเขาก็กลับขึ้นมาพร้อมกับผู้ดูแลของที่นี่
“ต้องขออภัยคุณหนูฉินมี่จื่อด้วยขอรับ”ทันทีที่ซูเหิงชายวัยสี่สิบกลางๆ ทำหน้าที่เป็ผู้ดูแลโรงเตี๊ยมมาถึงเขารีบกล่าวขอโทษอีกฝ่ายด้วยสีหน้านอบน้อม “เื่นี้เป็ความผิดของทางโรงเตี๊ยมเพื่อเป็การขอโทษในเื่นี้ทางโรงเตี๊ยมจะลดค่าอาหารให้กับคุณหนูครึ่งราคารบกวนเชิญชั้นสองดีหรือไม่ขอรับ” พร้อมทั้งผายมือเชื้อเชิญด้วยตนเอง
ชั้นล่างของโรงเตี๊ยมมีโต๊ะนั่งไว้บริการลูกค้าเป็จำนวนมากในเวลาเช่นนี้มีลูกค้าจับจองนั่งเต็มทุกโต๊ะหากใครชอบบรรยากาศความครึกครื้นหรือชอบฟังเื่ทั่วไปของชาวบ้านแนะนำชั้นล่างนี้ชั้นสองต่างจากชั้นล่างเล็กน้อยตรงที่มีโต๊ะวางในรูปแบบเดียวกันแต่จำนวนโต๊ะนั่งไม่เยอะเท่ากับชั้นล่าง ยังพอมีความเป็ส่วนตัวอยู่บ้างส่วนชั้นสามเป็สถานที่ที่เงียบสงบที่สุดและมีความเป็ส่วนตัวมากเช่นกันแต่ละห้องกว้างใหญ่ บรรจุผู้คนได้จำนวนมากและราคาก็สูงลิ่วตามเช่นกัน
มี่จื่อมองไปยังห้องที่ตนเองได้จองเอาไว้พยายามสะกดกลั้นความกลัวที่มีต่อบุรุษชุดดำทั้งสองที่ยืนหน้านิ่งขรึมอยู่ด้านหน้าประตูเอาไว้ก่อนหันไปกล่าวกับผู้ดูแลด้วยน้ำเสียงเข้ม “ข้าไม่้าส่วนลดค่าอาหารแต่้าห้องที่จองเอาไว้”
ไม่ใช่ว่าชั้นสองมี่จื่อจะไม่เคยนั่งเพียงแต่ว่าวันนี้นางกับสหายมีธุระสำคัญที่จะพูดคุยกันดังนั้นจึง้าความเป็ส่วนตัว ไม่เช่นนั้นนางจะส่งสาวใช้มาเพื่อจองห้องพิเศษกับทางโรงเตี๊ยมทำไมกันหากเพื่อแค่มานั่งทานอาหารจริงๆ
ภายในห้องพิเศษห้องเ้าปัญหานี้มีบุรุษชุดดำเ้าของแววตาดำลึกยากจะคาดเดากำลังนั่งยกจอกชาขึ้นจิบพร้อมทั้งฟังบทสนทนาด้านหน้าห้องไปด้วยสีหน้าเ็า
ผู้ติดตามที่นั่งอยู่ภายในห้องล้วนพากันมองหน้ากันด้วยสีหน้าเลิ่กลั่กพวกเขาล้วนรับรู้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไปได้ในทันที
“ท่านประมุขข้าไม่ได้แย่งห้องนี้กับคุณหนูท่านนั้นนะเ้าคะ” มู่หลานหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวที่ติดตามประมุขพรรคพยัคทมิฬมาในครั้งนี้ด้วย เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าหวั่นเกรงต่อความผิดของตนเอง
มู่หลานไม่ได้แย่งห้องพิเศษกับหญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าห้องก็จริงทว่ามู่หลานใช้วิธียัดตั๋วเงินจำนวนมากให้กับผู้ดูแลโรงเตี๊ยมและแอบหยิบยืมบารมีท่านประมุขในการได้มา
“ข้าจะออกไปดูสักหน่อยขอรับ”ดูจากสีหน้าของน้องสาวฝาแฝดแล้วมู่ชิงมั่นใจว่าเื่นี้น่าจะเป็มู่หลานที่กระทำบางอย่างเพื่อให้ได้ห้องพิเศษห้องนี้มาเป็แน่
ประมุขเฟยหลิงพยักหน้าอนุญาตเพราะรู้สึกรำคาญเสียงดังข้างนอกเต็มทน
มู่ชิงเปิดประตูออกไปยังหน้าห้องเพื่อไกล่เกลี่ยสายตาประสานเข้ากับหญิงสาวร่างบางที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าของเขาพอดีวาจาที่กำลังเอ่ยตำหนิแรงๆเหมือนที่เคยทำทุกครั้งกลับต้องกลืนลงท้องไปอย่างไม่รู้ตัวเพราะความงามตรงหน้าทำให้มู่ชิงเผลอจ้องมองดวงตาดื้อรั้นคู่นั้นด้วยอาการเหม่อลอย
ผู้ดูแลโรงเตี๊ยมกับเสี่ยวเออร์ใบหน้าถอดสีเมื่อเห็นว่าเป็ใครเดินออกมาจากภายในห้องพิเศษจิตใจเริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัวพวกเขากลัวเหลือเกินว่าคุณหนูมี่จื่อจะไปสร้างปัญหาให้กับคนตรงหน้าโดยไม่รู้ตัว
“แม่นางเ้ามาส่งเสียงรบกวนผู้อื่นหน้าห้องเช่นนี้ดูจะไม่เหมาะนัก”มู่ชิงเปลี่ยนไปใช้น้ำเสียงนุ่มนวลกล่าวตำหนิแม่นางคนงามแทน
“หากไม่ใช่เพราะคุณชายแย่งชิงห้องพิเศษจากข้าไปไหนเลยข้าจะต้องมาเสียเวลายืนอยู่ตรงนี้”มี่จื่อแอบสำรวจบุรุษตรงหน้าไปด้วยในระหว่างเอ่ยนางมั่นใจว่าไม่เคยเห็นบุรุษคนนี้มาก่อนในเมืองหลวงอย่างแน่นอนสงสัยเป็คนต่างถิ่น
แต่เอ๊ะ!!!แล้วเหตุใดเขาถึงสามารถใช้ห้องพิเศษได้อย่างง่ายดายนัก ทั้งที่มีคนจองแล้ว
“ท่านมู่ชิงคุณหนูมี่จื่อ”
อยู่ๆก็มีบุรุษอีกคนโผล่เข้ามาร่วมบทสนทนากับคนทั้งสองมี่จื่อหันกลับไปมองบุคคลที่มาใหม่หางคิ้วข้างขวากระตุกถี่รัวราวกับกำลังบอกลางร้ายอย่างใดอย่างนั้น
องค์ชายหลี่หย่งเล่อเดินเข้ามาหาคนทั้งสองพยายามที่จะไม่มองใบหน้าของคุณหนูมี่จื่อตรงๆ มากนักแต่ใช่ว่าจะไม่ใช้หางตามองไปยังนาง
ความงามนี้เป็ครั้งที่สองที่เขาได้เห็นอีกทั้งยังเห็นในระยะใกล้อีกด้วย
“ไม่คิดว่าจะได้พบกับท่านมู่ชิงที่นี่”องค์ชายหลี่หย่งเล่อแสดงออกถึงท่าทางแปลกใจได้อย่างแเี แต่อันที่จริงจุดประสงค์ที่เขามายังโรงเตี๊ยมแห่งนี้ก็เพื่อหวังจะได้พบประมุขพรรคพยัคฆ์ทมิฬสักครั้งสายข่าวของเขาเพิ่งรายงานมาเมื่อ่สายว่าท่านประมุขเฟยหลิงเดินทางมายังเมืองหลวงแบบลับๆจึงเป็โอกาสดีที่ตนจะได้ทำความรู้จัก
“ไม่ทราบว่าคุณชายท่านนี้คือ....”มู่ชิงเอ่ยถามด้วยความแปลกใจในแต่ละวันมีผู้คนมากมายอยากที่จะพบเจอกับท่านประมุขเฟยหลิงกันนับไม่ถ้วนจึงไม่ใช่เื่แปลกประหลาดนักที่เขาจะถามคำถามนี้กับบุรุษตรงหน้า
องค์ชายหลี่หย่งเล่อยืดลำตัวขึ้นอีกเล็กน้อยก่อนกล่าวแนะนำตัว“ข้าคือองค์ชายสิบสามแห่งแคว้นอัน”
มู่ชิงป้องมือมายังองค์ชายหลี่หย่งเล่อสิ่งที่เขาคาดเดาอยู่ในใจย่อมไม่เหนือสิ่งที่อีกฝ่ายแนะนำตัวนัก“ข้าน้อยเสียมารยาทกับองค์ชายแล้ว โปรดขออภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
“ท่านมู่ชิงโปรดอย่าถ่อมตัวเองเลย”
มี่จื่อมองดูบุรุษทั้งสองสลับกันไปมาสีหน้าพลันครุ่นคิดถึงคำกล่าวที่สหายเล่าในบางเื่ให้นางฟังเมื่อไม่กี่วันก่อน
“ท่านมู่ชิงกับคุณหนูมี่จื่อรู้จักกันด้วยหรือ”องค์ชายหลี่หย่งเล่อจ้องมองคนทั้งสองด้วยความสงสัย
มู่ชิงจึงเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดก่อนหน้านี้ให้กับองค์ชายหลี่หย่งเล่อฟังคร่าวๆพลางส่งสายตาขอความเห็นใจไปยังแม่นางคนงามด้วย หวังให้นางล่าถอยไปก่อน
“เื่แค่นี้เอง”องค์ชายหลี่หย่งเล่อกล่าวด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี “ข้าเองก็จ้องห้องพิเศษไว้เช่นกันคุณหนูมี่จื่อใช้ห้องของข้าแทนได้หรือไม่”
วันนี้ดูเหมือนองค์ชายหลี่หย่งเล่อจะใจกว้างกับนางจนน่าใ“องค์ชายไม่ใช้ห้องนั้นแล้วหรือเพคะ” นางถามย้ำเพื่อความมั่นใจ
“ข้ามาเพื่อทานอาหารเพียงเท่านั้นไม่ได้มีธุระสำคัญอันใดคุณหนูมี่จื่อสามารถใช้ห้องพิเศษของข้าได้ตามสบาย”
ถึงแม้นางจะอยากได้ห้องพิเศษมากเพียงใดแต่มี่จื่อก็ไม่อยากติดค้างบุญกับใครเช่นกัน โดยเฉพาะบุรุษตรงหน้านางผู้นี้
มี่จื่อนำตั๋วเงินออกมายื่นให้กับองค์ชายหลี่หย่งเล่อในจำนวนที่มากกว่าใช้จองห้องพิเศษที่นางจ่ายไปก่อนหน้าจำนวนสองเท่า“หม่อมฉันไม่อยากติดค้างบุญคุณกับใครเพคะ”
“เื่เล็กน้อยคุณหนูมี่จื่ออย่าจริงจังนักเลย” องค์ชายหลี่หย่งเล่อกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ทรงเสน่ห์
ทว่ามี่จื่อหาได้สนใจใบหน้าอันหล่อเหลานี้ไม่นางหันไปบอกให้เสี่ยวอี้ส่งตั๋วเงินยัดใส่ในมือกับลูกน้องคนสนิทขององค์ชายก่อนขอตัวเดินออกมายังพิเศษที่ว่านี้