เช้าอีกวัน ที่เตียงใหญ่นนท์นอนตรงกลาง หลางจี้เสวี่ยอยู่บนตัวนนท์ หลันอิงเย่อยู่ขวา หลิงซือซือนอนกอดหลันอิงเย่อยู่ฝั่งขวา ฟางจื่อซินอยู่ซ้าย จูเม่ยเสียนนอนกอดฟางจื่อซิน
หลางจี้เสวี่ยนางนั้นทำการสยบมังกรน้อยเป็นคนสุดท้าย มังกรน้อยสิ้นฤทธิ์ถูกสยบนอนสลบอยู่ในรอยแยกของหลางจี้เสวี่ย
หลางจี้เสวี่ยนั้นตื่นได้ซักพัก นางมองใบหน้าของสามีสุดที่รักพร้อมประทับจูบทั่วใบหน้าของสามีอย่างแผ่วเบา
" อืม " นนท์ตื่นขึ้น
" สามีข้า ท่านตื่นแล้ว " หลางอิงเย่ทักนนท์ยามเช้า นางยิ้มอย่างงดงามให้กับนนท์ พร้อมทั้งประทับจูบที่แสนหวานและดื่มด่ำ สี่ภรรยางัวเงียตื่นขึ้น
" ท่านพี่ ท่านถูกห้าภรรยาสยบ ท่านเป็นเช่นไรบ้าง " หลันอิงเย่หยอกเย้านนท์
" ห้าภรรยาของข้าช่างเก่งกาจยิ่งนัก จัดการสยบสามีและมังกรน้อยได้ " นนท์ยิ้มอย่างมีความสุข
" อ๊า " มังกรน้อยผงาดตื่น นนท์ชักพามังกรน้อยทะลวงรอยแยกของหลางจี้เสวี่ยทันที เสียงครางอันแสนไพเราะของหลางจี้เสวี่ยกระตุ้นมังกรน้อยให้คึกคักเป็นอย่างยิ่ง " สามีข้า ข้าจะมาแล้ว "
"เสวี่ยเอ๋อร์ข้ารักเจ้า เสวี่ยเอ๋อร์พร้อมกัน " นนท์ปลดปล่อยน้ำวิสุทธิ์มากมายเข้าไปในรอยแยกของหลางจี้เสวี่ย ร่างสวยพลันกระตุกเหยียดเกร็ง
" อ๊า " หลางจี้เสวี่ยหอบหายใจถี่บนตัวนนท์ " สามี ภรรยารักท่านมากยิ่งนัก " หลางจี้เสวี่ยหยอดคำหวาน
" พี่หญิงให้ข้าบ้าง " หลันอิงเย่กล่าว หลางจี้เสวี่ยลุกขึ้นจากตัวนนท์
มังกรน้อยชูชันท้าทาย หลันอิงเย่ขึ้นคร่อมนนท์ ใช้มือเอื้อมจับมังกรน้อยให้ตรงรอยแยกแล้วทิ้งตัวลงมา
" อ๊า ท่านพี่ เย่เอ๋อร์ชอบท่านี้ยิ่งนัก " หลันอิงเย่ร่ำร้องครวญครางแทบขาดใจ บทบาทจ้อกกี้สาวเป็นสิ่งที่นางชื่นชอบเป็นที่สุด
นนท์ใช้สองมือกอบกุมภูเขาใหญ่สองลูกของนาง ทั้งนวดเฟ้นและเค้นคลึงภูเขาใหญ่สองลูกอย่างเมามัน
" เย่เอ๋อร์ข้ารักเจ้า ข้าจะถึงแล้ว "
" เย่เอ๋อร์ก็จะถึงเช่นกัน อ๊า " ร่างบางสั่นกระตุกรุนแรง น้ำวิสุทธิ์มากมายพุ่งชนผนังภายในรอยแยก ไหลล้นทะลักออกมานอกรอยแยก
หลันอิงเย่ฟุบบนตัวนนท์ " ท่านพี่ เย่เอ๋อร์รักท่าน " หลังจากนั้นนนท์ร่วมรักกับสามภรรยา หลังเสร็จศึกทั้งหกจึงไปที่อ่างอาบน้ำเพื่อชำระล้างร่างกาย
นนท์สำรวจขั้นพลังของห้าภรรยา " เสวี่ยเอ๋อร์ขั้นจักรพรรดิ์ขั้นที่สาม เย่เอ๋อร์ขั้นราชันย์เทวะขั้นที่สาม ซินเอ๋อร์ขั้นเทวะขั้นที่หก เสียนเอ๋อร์ขั้นเทวะขั้นที่หก ซือเอ๋อร์ขั้นหลอมรวมวิญญาณขั้นที่สอง " นนท์พยักหน้า
" เอาล่ะไปข้างนอกกัน ซือเอ๋อร์เจ้าอยู่ที่นี่ก่อน หากเจ้าอยู่ขั้นเทวะแล้วข้าจะให้เจ้าออกไป " นนท์บอกหลิงซือซือ
นนท์ได้ให้วิชาต่างๆกับหลิงซือซือไว้ฝึก " เจ้าเร่งฝึกเถิดจะได้ตามพี่หญิงของเจ้าทัน "
" ท่านพี่ ซือเอ๋อร์จะตั้งใจฝึกฝน ท่านพี่มิต้องเป็นห่วง " หลิงซือซือบอกนนท์
" นี่เป็นหยกสื่อสารเพียงเจ้าถ่ายลมปรานลงไป เจ้าก็คุยกับข้าและพี่หญิงของเจ้าได้ " หลิงซือซือรับแผ่นหยกสื่อสาร
ทั้งห้าออกมาจากเจดีย์แปดเหลี่ยม " สามีข้า เหตุใดท่านจึงทะลวงขั้นพลังได้รวดเร็วเช่นนี้ " หลางจี้เสวี่ยถามสิ่งที่ค้างใจนาง
" เป็นเพราะ ไขกระดูกเทพมังกรทอง หากข้าแข็งแกร่งกว่านี้ ข้าจะทะลวงได้ถึงสองขั้นใหญ่ " นนท์กล่าว
" อืม แล้วพลังหยางที่ท่านให้พวกเราผนึกไว้เล่า หากเราผสานหยินหยางจะเป็นเช่นไร " หลางจี้เสวี่ยถามต่อ
"หากเจ้าผสานหยินหยางกับพลังหยางที่ผนึกไว้ เจ้าน่าจะทะลวงได้สามถึงสี่ขั้นย่อย เย่เอ๋อร์ น่าจะทะลวงได้ห้าขั้นย่อย "
" ซินเอ๋อร์ เสียนเอ๋อร์ น่าจะทะลวงได้ถึงขั้นราชันย์เทวะขั้นที่หนึ่ง "
" ซือเอ๋อร์น่าจะทะลวงได้ถึงขั้นเทวะขั้นที่สอง "
" อย่าลืมว่านี่เป็นพลังหยางของเทพมังกรแม้เพียงน้อยนิด ก็ทำให้พวกเจ้าทะลวงขั้นพลังได้มากยิ่งนัก " นนท์อธิบายถึงสิ่งที่สี่ภรรยาอยากจะรู้
ทั้งห้าเดินมาที่ตำหนักของหลางจี้เสวี่ย ผู้อาวุโสมากมายจับกลุ่มคุยกัน ถึงการหายไปของศิษย์อันดับที่ยี่สิบของผู้อาวุโสใหญ่
และการหายตัวไปของนนท์ การลงโทษผู้อาวุโสใหญ่ตามกฎ หลางจี้เสวี่ยเดินเข้ามาที่ตำหนัก
กลุ่มพรรคพวกของผู้อาวุโสใหญ่ต่างตะลึงที่พบเห็นนนท์ พลางครุ่นคิดในใจว่าแผนการคงล้มเหลวแน่นอน ผู่อาวุโสคนหนึ่งค่อยๆเร้นกายออกไปจากตำหนักเพื่อที่จะรีบไปปรึกษาผู้อาวุโสใหญ่
นนท์เดินไปที่ผู้อาวุโสตำหนักโอสถ " คารวะผู้อาวุโส วานซืนเกิดสิ่งไม่คาดฝันขึ้นจึงทำให้ข้าไม่สามารถออกมาสอนสั่งศิษย์ได้ ข้าต้องขออภัยทุกท่านเป็นอย่างสูง " นนท์กล่าวพลางค้อมตัวลง ผู้อาวุโสตำหนักโอสถพยักหน้า
" ผู้อาวุโสทุกท่าน วานซืนเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นกับผู้อาวุโสโจว ข้าและเย่เอ๋อร์จึงอยู่ดูแลผู้อาวุโสโจวจนหายดี วันนี้จึงนำผู้อาวุโสโจวมาที่ตำหนักเพื่อร่วมประชุม " หลางจี้เสวี่ยขึ้นนั่งที่บัลลังก์
" ผู้อาวุโสทุกท่าน ข้ามีสิ่งที่จะเสนอ หากทำสำเร็จสำนักหุบเขาเหมันต์จะเป็นสำนักอันดับหนึ่งแห่งเมืองจาง และในอนาคตอาจเป็นสำนักอันดับหนึ่งแห่งเมืองระดับสี่ " นนท์เริ่มแผนการแรก เพื่อรวบรวมผู้สนับสนุนหลางจี้เสวี่ย
" นี่คือโิสถรวมปราน ข้ามีสูตรหลอมโอสถนี้ และข้าจะถ่ายทอดให้กับตำหนักโอสถ เมื่อเราสามารถหลอมโอสถได้มากมายจะแจกจ่ายให้กับศิษย์ไว้ใช้ฝึกฝน " นนท์เริ่มโน้มน้าวผู้อาวุโสต่างๆ
" จะทำได้เช่นไร อาจารย์หลอมโอสถของเรามีน้อย และโอสถที่ผู้อาวุโสโจวว่านั้นเป็นโอสถระดับห้าซึ่งในสำนักนอกจากท่านที่หลอมได้ก็ไม่มีผู้ใดหลอมได้อีก ไหนจะต้องหลอมโอสถอย่างอื่นอีก และสมุนไพรต่างๆก็ราคาแพง คงไม่มีทางทำได้ " ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าว
" ผู้อาวุโส หากท่านยังไม่ลงมือทำแล้วท่านจะรู้ได้เช่นไรว่าทำไม่ได้ นี่เท่ากับว่าท่านเป็นพวกหัวโบราณความคิดอ่านมีแค่เพียงในตำราเท่านั้นรึ " นนท์กล่าวเหน็บ
" อาจารย์หลอมโอสถไม่มีเราสร้างได้ " นนท์ผายมือเปลวเพลิงปฐพีลุกโชนอยู่กลางฝ่ามือของนนท์
" ปัญหาเดียวสำหรับอาจารย์หลอมโอสถที่ไม่สามารถหลอมโอสถระดับที่สูงได้ก็คือเพลิงโอสถ "
" นี่เป็นเพลิงปฐพี ข้าใช้เพลิงนี้หลอมโอสถ ผู้อาวุโสตำหนักหลอมโอสถ ข้าจะแบ่งเพลิงปฐพีให้ท่านไปหลอม เชิญ "
นนท์เชิญผู้อาวุโสตำหนักโอสถ ตำหนักโอสถมีอาจารย์หลอมโอสถเพียงแปดคน ซึ่งหากเทียบกับสำนักอื่นหรือตระกูลใหญ่นั้นถือว่าน้อยมาก
เหล่าผู้อาวุโสที่เป็นอาจาย์หลอมโอสถต่างแยกตัวมาที่นนท์ นนท์เพ่งพลังลมปรานเพื่อที่จะแบ่งเพลิงปฐพีให้กับผู้อาวุโสตำหนักโอสถ
พลังลมปรานกล้าแข็งพวยพุ่งออกมาส่งแรงกดดันกระจายเป็นวงกว้าง เหล่าผู้อาวุโสต่างหน้าถอดสี " ผู้อาวุโสโจวแข็งแกร่งจริงๆ " เสียงเซ็งแซ่ของเหล่าผู้อาวุโส
นนท์สะบัดมือหนึ่งครั้งปร่กฎค่ายกลปิดกั้นภาพและเสียง " เย่เอ๋อร์ ซินเอ๋อร์ เสียนเอ๋อร์ เจ้าทั้งสามนำผู้อาวุโสทั้งแปดท่านเข้าไปในค่ายกลปิดกั้นภาพและเสียงเถิด "
" นี่เป็นโอสถทิพย์ปฐพีเอาไว้ให้ผู้อาวุโสกินขณะหลอมเพลิงปฐพี " นนท์สั่งสามภรรยา สามภรรยาพาผู้อาวุโสทั้งแปดเข้าไปในค่ายกล
เมื่อทั้งหมดเข้าไปในค่ยกล นนท์สะบัดเพลิงปฐพีออกเป็นลูกไฟขนาดเล็กเท่ากับลูกฟุตบอลแปดลูก ลูกไฟแปดลูกลอยเข้าไปด้านใน นนท์ปิดทางเข้าค่ายกล
" เราจะสร้างอาจารย์หลอมโอสถให้มากขึ้น โดยที่ข้าจะเข้าร่วมทำการสอนศิษย์ " นนท์ย้ำถึงแผนการของตน
" เรื่องต่อไป เรื่องสมุนไพร ข้ามีพี่ชายที่เปิดร้านรับซื้อขายสใุนไพรที่เมืองจาง เราสามารถนำแก่นอสูร หรือซากอสูร ไปแลกสมุนไพรได้ หรือจะซ์้อก็จะซื้อได้ในราคาพิเศษ " นนท์กล่าวถึงร้านของหวังเหอ
" เรื่องต่อไป เรื่องอาวุธข้าทราบมาว่า อาวุธที่ทางสำนักใช้นั้นมาจากการซื้อหาจากด้านนอก เพียงเพราะสำนักไม่รับศิษย์ชาย จึงไม่มีศิษย์หรืออาจารย์นักหลอมอาวุธเลย "
" ทุกท่านลองคิดดูว่าในแต่ละปีสำนักต้องใช้เงินมากมายเพียงใด ในการจ้างอาจารย์หลอมอาวุธหลอมสร้างอาวุธให้กับสำนัก เพื่อแจกจ่ายให้ศิษย์ไว้ใช้ "
" หากท่านยังยึดมั่นกฎที่ไม่รับศิษย์ชาย ก็ไม่เป็นไร ข้ามีทางแก้ นี่เป็นแผ่นค่ายกลเราสามารถสร้างอาวุธโดยใช้แผ่นค่ายกลนี้ได้ และใช้ศิษย์ที่มีขั้นพลังหลอมรวมวิญญาณก็สร้างได้แล้ว "
" ข้าจะแสดงให้ดู เจ้า " นนท์ชี้ไปที่ศิษย์หลัก นนท์อธิบายวิธีใช้งานแผ่นค่ายกลให้ศิษย์หลักฟัง
" เจ้าเข้าใจแล้วนะ " นนท์ถาม ศิษย์หลักพยักหน้า
ศิษย์หลักเริ่มถ่ายลมปรานและพลังวิญญาณไปที่แผ่นค่ายกล เพื่อกระตุ้นการทำงาน ปรากฎเปลวไฟร้อนแรงลุกโชนขึ้น
ขณะเดียวกัน " ท่านพี่ผู้อาวุโสทุกท่านหลอมเปลวเพลิงปฐพีเสร็จแล้ว " หลันอิงเย่กระตุ้นแผ่นหยกสื่อสาร นนท์สะบัดมือเก็บค่ายกล
ผู้อาวุโสทั้งแปดเดินมาที่นนท์ ยกสองมือคารวะนนท์ " ขอบคุณผู้อาวุโสโจวที่เมตตา " แปดผู้อาวุโสตำหนักโอสถกล่าวขอบคุณนนท์
" ทุกท่านเรื่องราวเกี่ยวกับโอสถไว้ข้าจะไปที่ตำหนักโอสถ ค่อยคุยกันขอรับ " นนท์กล่าว
มาที่การหลอมกระบี่ นนท์โยนแร่เหล็กเหมันต์เข้าไปในเปลวไฟ แร่เหล็กเหมันต์เริ่มหลอมละลายและเริ่มขึ้นรูปเป็นตัวกระบี่ ผ่านไปราวสองชั่วยาม กระบี่เหมันต์แล้วเสร็จ กระบี่เหมันต์แผ่ไอเย็นจับขั้วหัวใจเหล่าผู้อาวุโส นนท์นำด้ามจับพร้อมฝักกระบี่มาใส่ตัวกระบี่เหมันต์
" ทุกท่านนี่คือกระบี่เหมันต์ เป็นอาวุธระดับเทวะขั้นสูงสุด " นนท์สะบัดมือหนึ่งครั้งปรานกระบี่ในรูปแบบละอองหิมะพวยพุ่งออกมา เหล่าผู้อาวุโสพลันตกตะลึงในภาพที่เห็น
" นี่เป็นกระบี่ที่เจ้าหลอมสร้างขึ้นมา มันเป็นของเจ้า " นนท์ยื่นกระบี่เหมันต์ให้ศิษย์หลักคนนั้น
" เจ้าใช้ลมปรานและพลังวิญญาณมากมายในการหลอมสร้างกระบี่ นี่เป็นโอสถรวมปรานระดับห้าสิบเม็ด น้ำนมวิญญาณใช้บำรุงกายจิตหรือพลังวิญญาณยี่สิบหยด เจ้ารีบกินเสีย " นนท์ยื่นสองขวดหยกให้ศิษย์หลัก
หลางจี้เสวี่ยพลันสะดุ้งเมื่อได้ยินคำว่าน้ำนมวิญญาณ " มิใช่ว่าสามีสนใจศิษย์หลักผู้นี้รึ " หลางจี้เสวี่ยครุ่นคิดในใจ
" ขอบคุณผู้อาวุโส " ศิษย์หลักกล่าวขอบคุณแล้วเดินจากไป
" ผู้อาวุโสทุกท่าน สิ่งต่างๆที่ข้าพูดนั้นข้าสามารถทำได้ เพียงแต่ข้าต้องการแรงสนับสนุนจากพวกท่าน หากในวันหน้าเราสามารถยืนได้ด้วยตัวของเราเองย่อมเป็นการดีที่สุด หากวันนี้ทุกท่านปฏิเสธสิ่งเหล่านี้แล้วยืมมือคนอื่นมาพยุงตัวเองให้ยืนได้ แล้วหากมือคนอื่นไม่พยุงเราแล้วเล่า เราจะเป็นเช่นไร หากเรายืนได้ด้วยตนเองเราก็ยังสามารถวิ่งได้ กระโดดได้ ทำอะไรด็ได้อย่างที่เราต้องการ เพียงเพราะแค่เรายืนได้ด้วยต้วเอง " นนท์ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไปที่เหล่าผู้อาวุโสที่รู้ปัญหา