เกิดใหม่ครั้งนี้พกสวนแห่งชีวิตสู่ยุค 70 พลิกชะตาตระกูลหลิน
ตอนที่ 42 : จื้อกังพบหลิวกุ้ยอิง
ต้นปี 1970 จื้อกังได้รับอนุญาตลาพักจากค่ายทหารเป็นเวลาสั้นๆเพื่อกลับมาเยี่ยมครอบครัวที่หมู่บ้านชิงเหอ หลังจากไม่ได้กลับมาเต็มๆนานเกือบสี่ปี เขาดูโตขึ้นและแข็งแกร่งขึ้นมากผิวคล้ำแดดจากการฝึกฝนกลางแจ้งมาตลอด
"พี่กังกลับมาแล้ว!"ซินเยว่วิ่งเข้าไปกอดพี่ชายทันทีที่เห็นหน้า ตอนนี้เธออายุสิบสองขวบแล้วสูงขึ้นกว่าตอนที่จื้อกังจากไปมาก
"โหน้องโตขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย" จื้อกังพูดพลางหัวเราะอุ้มน้องสาวหมุนตัวไปมาด้วยความดีใจ "จำที่สัญญาไว้ได้ไหมเรื่องฝึกซ่อมของ"
"จำได้สิคะ!หนูซ่อมจักรยานเป็นแล้วด้วยนะ" ซินเยว่ตอบอย่างภูมิใจลากจักรยานที่เพิ่งซ่อมเสร็จมาอวดทันที
ระหว่างที่จื้อกังอยู่บ้านลุงรองพาเขาไปเยี่ยมเยียนชาวบ้านที่เคยรู้จักกันหลายครอบครัวหนึ่งในนั้นคือครอบครัวของหลิวเต๋อกุ้ย ชาวนาที่อาศัยอยู่ในตัวอำเภอซิงหลงซึ่งลุงรองเคยรักษาโรคให้เมื่อหลายปีก่อน
ที่บ้านหลังนั้นจื้อกังได้พบกับหลิวกุ้ยอิง ลูกสาวคนโตของครอบครัวหญิงสาววัยยี่สิบหกปีที่ช่วยงานพ่อแม่ทำไร่มาตั้งแต่เด็ก บุคลิกขยันขันแข็งและใจดีผมเปียยาวถักเรียบร้อย มือที่หยาบกร้านจากงานหนักกลับดูมีเสน่ห์แปลกๆในสายตาจื้อกัง
"นี่ลูกชายคนโตของหมอเจี้ยนหัวใช่ไหมคะ"หลิวกุ้ยอิงถามด้วยความสุภาพเมื่อได้รับการแนะนำตัว
"ใช่ครับผมจื้อกัง" เขาตอบพลางรู้สึกประหม่าผิดปกติสำหรับตัวเองที่ปกติไม่ค่อยพูดมาก
บังเอิญว่าระหว่างนั้นรถเข็นของครอบครัวหลิวเกิดล้อหลุดพอดีจื้อกังรีบอาสาช่วยซ่อมทันทีโดยไม่ต้องมีใครขอร้องมือที่คุ้นเคยกับงานช่างขยับอย่างชำนาญจนซ่อมเสร็จภายในไม่กี่นาที
"เก่งจังเลยค่ะปกติต้องรอช่างจากในตัวอำเภอมาซ่อมให้ กว่าจะมาแต่ละทีก็หลายวัน"หลิวกุ้ยอิงพูดด้วยความประทับใจอย่างเห็นได้ชัด
"ยินดีครับผมชอบซ่อมของอยู่แล้ว" จื้อกังตอบพลางยิ้มอย่างภูมิใจเล็กๆ
ขณะที่ผู้ใหญ่นั่งคุยธุระกันในบ้านจื้อกังกับหลิวกุ้ยอิงเดินออกไปดูแปลงไร่ด้านหลังบ้านกันหลิวกุ้ยอิงเล่าเรื่องพืชผลที่ปลูกไว้ให้ฟังอย่างละเอียดจื้อกังฟังด้วยความสนใจจริงจัง ไม่ใช่แค่แสร้งทำ
"ที่ปลูกข้าวโพดแถวนี้เยอะเพราะดินแถวนี้เหมาะกับมันที่สุด"เธออธิบายพลางชี้ไปที่แปลงข้าวโพดที่เขียวชอุ่ม
"คุณรู้เรื่องพวกนี้ดีจังเลยครับ"จื้อกังชมด้วยความทึ่งจริงใจ
"ก็ทำมาตั้งแต่เด็กนี่คะพ่อแม่สอนมาตลอด" หลิวกุ้ยอิงตอบพลางยิ้มเขินๆไม่คุ้นกับการถูกชมจากผู้ชายแปลกหน้าแบบนี้
ก่อนต้องกลับไปค่ายทหารจื้อกังตัดสินใจไปพบหลิวกุ้ยอิงเป็นครั้งสุดท้าย "ผมต้องกลับไปค่ายแล้วแต่อยากบอกว่าผมชอบคุณจริงๆ ถ้าคุณยินดีผมอยากเขียนจดหมายคุยกันต่อไปเรื่อยๆ"
หลิวกุ้ยอิงยิ้มด้วยความเขินอายปนดีใจ"ยินดีค่ะ ฉันก็รู้สึกดีกับคุณเหมือนกัน"
กลับถึงบ้านจื้อกังเล่าเรื่องทั้งหมดให้พ่อแม่ฟังด้วยความตื่นเต้นที่ไม่เคยแสดงออกมาก่อนซุนกุ้ยหลานฟังแล้วดีใจจนน้ำตาคลอ "ในที่สุดลูกก็เจอคนที่ถูกใจแล้วสินะ"
"ยังไม่ได้เป็นอะไรกันจริงจังหรอกครับแม่แค่จะเขียนจดหมายคุยกันก่อน" จื้อกังรีบอธิบายด้วยความเขินอาย
ซินเยว่ที่ได้ยินบทสนทนานั้นก็อดยิ้มตามไม่ได้นึกภาพพี่กังที่เคยพูดน้อยไม่แสดงออกตอนนี้กลับมีเรื่องราวความรักที่ทำให้ทั้งบ้านมีความสุขไปด้วย
ในจดหมายแต่ละฉบับจื้อกังมักเล่าเรื่องชีวิตทหารให้หลิวกุ้ยอิงฟังอย่างละเอียดทั้งเรื่องเพื่อนทหารที่สนิทกัน เรื่องอาหารในค่ายที่บางครั้งก็แปลกลิ้นเรื่องความคิดถึงบ้านที่แอบซ่อนอยู่ในทุกตัวอักษรส่วนหลิวกุ้ยอิงก็เล่าเรื่องไร่นา เรื่องครอบครัว และเรื่องความเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆ ในหมู่บ้านให้ฟังบ้าง
"พี่กังเขียนจดหมายมาว่าไงบ้างคะ"ซินเยว่ถามด้วยความอยากรู้ทุกครั้งที่เห็นซุนกุ้ยหลานอ่านจดหมายจากลูกชายจบ
"เขาถามถึงทุกคนในบ้านตลอดเลยนะแล้วก็เล่าเรื่องคุณกุ้ยอิงให้ป้าฟังทุกฉบับเลย"ซุนกุ้ยหลานตอบพลางหัวเราะอย่างมีความสุข
ผ่านไปหลายเดือนความสัมพันธ์ของทั้งสองก็แน่นแฟ้นขึ้นเรื่อยๆ ผ่านตัวอักษรที่ส่งไปมาไม่ขาดสายจนทุกคนในครอบครัวหลินเริ่มเรียกหลิวกุ้ยอิงอย่างเป็นกันเองว่า"ลูกสะใภ้ในอนาคต" ทั้งที่ยังไม่ได้แต่งงานกันจริงๆ ด้วยซ้ำ
กลางปีนั้นหลิวกุ้ยอิงมีโอกาสเดินทางมาเยี่ยมครอบครัวหลินที่หมู่บ้านชิงเหอเป็นครั้งแรกแม้จื้อกังจะไม่อยู่บ้านเพราะต้องประจำการที่ค่ายทหารแต่ครอบครัวก็ต้อนรับเธออย่างอบอุ่นราวกับเป็นคนในครอบครัวไปแล้ว
"ขอบคุณที่มาเยี่ยมนะจ๊ะ"ซุนกุ้ยหลานพูดพลางจับมือหลิวกุ้ยอิงด้วยความยินดี"จื้อกังคงดีใจมากถ้ารู้ว่าเธอมาที่นี่"
ซินเยว่ที่เพิ่งเจอพี่สะใภ้ในอนาคตเป็นครั้งแรกก็รู้สึกชอบใจในตัวหลิวกุ้ยอิงทันทีเพราะเธอเป็นคนพูดจาอ่อนโยนและเป็นมิตรไม่ถือตัวแม้จะยังไม่ได้แต่งงานเข้ามาอย่างเป็นทางการ
"พี่กุ้ยอิงมาช่วยดูแปลงนากับหนูได้ไหมคะ"ซินเยว่ชวนอย่างสนิทสนม
หลิวกุ้ยอิงยิ้มรับคำชวนทันที"ได้สิจ้ะ พี่ทำนามาทั้งชีวิต เดี๋ยวไปช่วยดูแปลงนาให้เองเรื่องแค่นี้สบายมาก"
ทั้งสองใช้เวลาช่วงบ่ายเดินดูแปลงนาด้วยกันหลิวกุ้ยอิงให้คำแนะนำเล็กๆ น้อยๆเกี่ยวกับการดูแลต้นข้าวที่ซินเยว่ไม่เคยรู้มาก่อนทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างว่าที่พี่สะใภ้กับน้องสาวแน่นแฟ้นขึ้นตั้งแต่การพบกันครั้งแรก
ระหว่างนั้นจื้อหมิงที่เรียนแพทย์อยู่กับลุงรองก็แวะมาทักทายหลิวกุ้ยอิงด้วยความเป็นมิตร"ยินดีต้อนรับนะครับพี่กุ้ยอิง ผมจื้อหมิงพี่ชายคนโตของซินเยว่ครับถ้ามีอะไรให้ช่วยบอกได้เลยนะครับ"
"ขอบคุณค่ะ"หลิวกุ้ยอิงตอบพลางยิ้มรู้สึกอบอุ่นใจที่ทุกคนในครอบครัวนี้เป็นมิตรกับเธอตั้งแต่แรกพบ