หมื่นโอสถกลืนสวรรค์

    บทที่ 3 รากเหง้าปราณ

    บทที่ 3 รากเหง้าปราณร่างของเด็กหญิงวัยแรกรุ่นที่ย่างกายเข้ามาภายในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆที่หลินซานนอนนิ่งอยู่เป็นที่สะดุดตาของเขาเป็นอย่างมาก ความงดงามของนางเปรียบเสมือนกับดอกไม้ที่กำลังเพิ่งจะผลิบานนางก้าวเข้ามาพร้อมกับถือถังน้ำภายในมือเข้ามาด้วย เมื่อก้าวเท้าเข้ามาเท้าทั้งสองข้างของนางก็ได้ชะงักหยุดลงดวงตาทั้งสองข้างจ้องมองไปที่ด้านหน้าพบเห็นเข้ากับร่างของเด็กหนุ่มผู้ที่บาดเจ็บสาหัสฟื้นคืนสติขึ้นมาแล้ว“ เจ้า...ฟื้นแล้วยังงั้นรึ? ” ใบหน้าที่งดงามทำหน้าตาประหลาดใจเมื่อพบเห็นว่าหลินซานฟื้นขึ้นมาแล้ว“ เจ้า..เป็นผู้ใดกัน? ” เสียงอันแผ่วเบาและแห้งเปล่งออกมาจากลำคอ หลินซานลองไตร่ตรองดูภายในความทรงจำมันมากมายในหัวเขาไม่เคยรู้จักหรือพบเห็นใบหน้าของสตรีผู้นี้มาก่อนใบหน้าที่งดงามและเรียบเฉยอยู่ๆก็กลายเป็นบึ้งตึงพลางกับจ้องเขม่งมาที่เขา หลินซานที่นอนอยู่บนเตียงก็จ้องมองนางกลับไปก่อนที่เขาจะมองเห็นเงาของผู้หนึ่งที่อยู่ด้านหลังของนางคราวนี้ดวงตาของเขาหรี่เล็กลงเพื่อจ้องมองเ'าที่อยู่ด้านหลังก่อนที่เจ้าของเงานั้นจะค่อยๆปรากฏกายออกมา ผู้ที่ปรากฏกายออกมาเป็นหญิงชราหลังค่อมที่สวมใส่ชุดผ้าสีน้ำตาลเก่าๆในมือข้างขวาถือไม้เท้าค้ำยันร่างกาย ใบหน้าของนางเหี่ยวย่นแต่ก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความอบอุ่นที่เคยออกมาให้เห็น ไม่เพียงเท่านั้นผมทั่วทั้งผมของนางก็เป็นสีขาวโพลนนี่ก็เป็นผู้ที่เขาไม่รู้จักเช่นเดียวกันหญิงชราผู้นี้คือผู้ใด? คำถามนั้นเกิดขึ้นภายในใจของเด็กหนุ่มที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงไม้เก่าๆ“ เจ้าฟื้นแล้วอย่างนั้นรึ? ” เสียงอบอุ่นเปล่งออกมาจากลำคอของหญิงสาวผู้นั้นก่อนที่นางจะรีบพากายของนางเข้ามาใกล้ๆเขาอย่างรวดเร็วท่านยายผู้นั้นเดินเข้ามาประชิดร่างของหลินซาน ดวงตาทั้งสองข้างที่เล็กลงตลอดเวลาใดกวาดมองร่างของเด็กหนุ่มที่เพิ่งฟื้นคืนสติขึ้นมา “ เป็นเช่นไรบ้าง? ”หลินซานที่จ้องมองหญิงชราด้านหน้าอยู่สักพักก็ได้รวบรวมสติกลับมาแล้วก็ตอบกลับไปด้วยท่าทางอ้ำอึ้ง “ อ๋อ..เออ..คือพวกท่านเป็นผู้ใดกัน? ”เขาไม่รู้ว่าตอนนี้เขาควรจะกระทำตัวเช่นไรคนผู้นี้ไม่รู้ว่าเป็นมิตรหรือศัตรูไม่รู้ที่มาที่ไปแน่นอนว่าเขาย่อมทำตัวไม่ถูก แม้ว่าก่อนหน้านี้จะกระทำเป็นสุขุมได้แล้วแต่เมื่อสถานการณ์รอบกายเปลี่ยนมันก็ย่อมเปลี่ยนไปด้วยเช่นกันแต่ในขณะที่ถามอีกฝ่ายออกไปใบหน้าของเด็กหนุ่มก็ยังคงเต็มไปด้วยความราบเรียบและสงบนิ่งอยู่หลายส่วนไม่ได้ตื่นตระหนกหรือแสดงท่าทางที่คุกคามให้อีกฝ่ายสัมผัส“ ข้าชื่อว่าลี่หลัว เจ้านั่นแหละเป็นผู้ใดเจ้าหนู เมื่อประมาณ 10 วันก่อนลี่อินพาเจ้ากลับมาข้าก็ใจหายเป็นอย่างมาก ” หญิงชราด้านหน้าได้แนะนำตัว“ ลี่อิน... ” ดวงตาของหลินซานปรายสายตาไปมองที่เด็กสาวที่อยู่ด้านหลังของหญิงชราผู้นี้ ภายในหัวมันบังเกิดความคิดขึ้นมาแล้วเรียบเรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วความคิดอ่านของเขาอยู่ๆมันก็เฉลียวฉลาดขึ้นมาหลังจากที่ได้พบเจอเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ เขาสามารถคิดอ่านได้อย่างรวดเร็วและเรียบเรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ อย่างเช่นในตอนนี้ถ้าคาดเดาไม่ผิดหลังจากที่เขาสลบไปเสียงของฝีเท้าสุดท้ายที่ได้ยินคงจะเป็นเสียงของแม่นางผู้นั้น และนางเองก็คงจะเป็นคนที่แบกตัวของเขากลับมารักษาในสถานที่แห่งนี้“ ข้า..ขอน้ำ ” หลินซานแม้ว่าจะเรียบเรียงเหตุการณ์ทุกอย่างได้หมดแล้ว แต่สิ่งที่เขาอยากจะได้ที่สุดในตอนนี้คือน้ำ ภายในคอของเขามันเหมือนกับทะเลทรายได้ขาดน้ำมาเป็นเวลานานจนเสียงที่เปล่งออกมามันแทบจะไม่มีอยู่แล้วหญิงชราด้านหลังหันไปพยักหน้ากับเด็กสาววัยแรกรุ่นผู้นั้น นางได้นำน้ำมาก่อนที่จะประเคนใส่ปากของหลินซานอย่างรวดเร็ว “ เอื้อก~ ” น้ำได้ถูกกระเดือกลงไปภายในลำคอสายฝนแห่งสวรรค์ได้ชำระล้างทะเลทรายที่แห้งเหือดให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง “ อ๊า~ ”“ ว่าอย่างไรเจ้าเป็นผู้ใดกัน? ” หญิงชราด้านหน้าได้ยื่นใบหน้าของตัวเองเข้ามาเพื่อเรียกเร้นหาคำตอบ หลินซานได้พักอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้มาหลาย 10 วันแล้วมันทำให้ตัวของนางที่เป็นเจ้าของเรือนเองก็อยากจะรู้ที่มาที่ไปของเด็กหนุ่มผู้นี้ “ ข้า..มีนามว่าหลินซาน ”“ แล้วเจ้าไปโดนผู้ใดทำร้ายมาถึงบาดเจ็บเช่นนี้ ” ใบหน้าของท่านยายที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นเริ่มแสดงความเวทนาออกมา อาการของหลินซานบาดเจ็บสาหัสจนเรียกได้ว่าควรจะตายไปแล้วเสียด้วยซ้ำ ทางร่างกายของเขาเต็มไปด้วยปากแผลฉกรรจ์มากมายแถมบริเวณร่างกายท่อนล่างก็ถูกหักกระดูกและก็ทำให้ร่างกายบิดเบี้ยวผิดปกติ“ ข้า..โดนทรยศขอรับจากผู้ที่ไว้วางใจขอรับ ” เมื่อยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกเจ็บบริเวณหน้าอกของตนเอง มันคือความรู้สึกโกรธแค้นที่กำลังลุกไหม้ประหนึ่งเปลวเพลิงที่กำลังเดือดพล่าน เหตุการณ์ก่อนหน้านี้หลินซานจำได้เป็นอย่างดี เขาเป็นผู้ที่เกิดในตระกูลหลิน แม้ว่าจะเกิดภายในตระกูลสาขาที่เป็นเพียงแค่ข้ารับใช้ของตระกูลหลัก แต่เขาก็ถือกำเนิดมาโดยการที่มีรากเหง้าปราณระดับราชันย์ที่หาได้ยากยิ่งเพราะการที่ถือกำเนิดมามีรากเหง้าปราณที่มีพรสวรรค์ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดผู้คนทั่วทั้งเมืองหลอมนภาหรือแม้กระทั่งบุคคลภายในราชวงศ์ก็ต้องนับหน้าถือตาและให้เกียรติเขารากเหง้าปราณคือสิ่งที่เป็นต้นกำเนิดของพลังวิญญาณหรือพลังยุทธภายในร่างกาย มันคือสิ่งที่ติดตัวมนุษย์มาตั้งแต่กำเนิด และเป็นต้นกำเนิดของพลังที่จะทำให้คนผู้นั้นสามารถฝึกฝนทักษะยุทธ์หรือว่าเคล็ดบ่มเพาะต่างๆได้ แต่ถ้าคนเราไร้รากเหง้าปราณก็จะไม่สามารถฝึกฝนพลังวิญญาณหรือว่าพลังยุทธกายและก็จะไม่มีทางก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการบ่มเพาะได้ เหมือนกับตัวของเขาในตอนนี้ไร้ซึ่งรากเหง้าปราณไม่ต่างจากคนธรรมดาที่มีร่างกายพิการคนหนึ่งรากเหง้าปราณจะแบ่งความหายากออกเป็นหลัก 5 ระดับ โดยรากเหง้าปราณจะมีระดับอยู่ดังนี้ - ระดับไร้ค่า- ระดับสามัญ- ระดับชั้นยอด- ระดับราชันย์- ระดับจักรพรรดิทั้งหมดนี่คือระดับของรากเหง้าปราณที่จะก่อกำเนิดขึ้นมาภายในร่างกายของมนุษย์ แต่ว่าภายในผู้ที่ถือกำเนิดขึ้นมาก็ยังมีอีกหลายผู้ที่ถือกำเนิดขึ้นมาแล้วชะตากรรมโชคร้ายภายในร่างกายไร้ซึ่งรากเหง้าปราณ มันทำให้คนผู้นั้นก็สิ้นหนทางในการที่จะเดินบนเส้นทางแห่งการฝึกยุทธ์ โดยรากเหง้าปราณระดับไร้ค่าพบเจอได้ตามคนธรรมดาทั่วไป รากเหง้าปราณระดับสามัญสามารถพบเจอได้ภายในผู้คนที่มีตระกูลหรือว่ามีสำนักอยู่เป็นหลักซะส่วนใหญ่ ส่วนรากเหง้าปราณระดับชั้นยอดจะสามารถพบเจอได้ภายในหมู่ราชวงศ์หรือไม่ก็พวกยอดฝีมือที่มีพรสวรรค์ภายในตระกูลต่างๆ และรากเหง้าปราณระดับราชันย์ที่เขาเคยมีอยู่ภายในร่างกายมันคือรากเหง้าปราณที่หาพบได้ยาก แม้แต่ในหมู่ของราชวงศ์หรือชนชั้นสูงเองก็ไม่สามารถพบเจอได้ตอนนี้ภายในเมืองหลอมนภามีผู้ที่มีรากเหง้าปราณระดับราชันย์เพียงแค่สามคนรวมตัวของเขา แต่ตอนนี้พรสวรรค์ที่มีติดตัวเขามาตั้งแต่กำเนิดมันถูกช่วงชิงไปแล้วผู้ที่ช่วงชิงไปมันคือคนที่เขาไว้ใจมากที่สุดองค์หญิงลำดับที่ 2 ของจักรวรรดิหลอมนภา นางแพศยามันตีหน้าใสซื่อใส่เขาแล้วก็ทำดีกับเขาทุกอย่างแต่สุดท้ายมันก็ช่วงชิงรากเหง้าปราณของเขาไปให้กับ เกาเยี่ยน บุตรชายของแม่ทัพใหญ่ตระกูลเกา ความรักที่นางเคยมอบหมายให้กับเขาเป็นเพียงแค่คำหลอกลวง ที่แท้พวกมันทั้งสองคนรักใคร่กันมาตั้งนานแล้ว แต่ที่นางมาทำดีกับเขาหลายต่อหลายปีก็เพียงเพราะว่าต้องการรากเหง้าปราณไปให้กับบุรุษที่นางรักต่างหาก รากเหง้าปราณมันคือกระดูกชิ้นหนึ่งภายในร่างกายที่อยู่บริเวณจุดตันเถียน โดยตัวของมันจะแตกต่างจากกระดูกชิ้นอื่นตรงที่มีลักษณะเป็นสีดำแล้วก็มีพลังวิญญาณคอยแผ่ซ่านออกมาตลอดเวลา แน่นอนมันสามารถถูกช่วงชิงของไปได้และก็สามารถถูกเปลี่ยนถ่ายเจ้าของได้ด้วยเช่นกันอย่างเช่นที่เข้าโดนกระทำในตอนนี้ ถ้ากล่าวขานว่าผู้ใดที่มีรากเหง้าปราณระดับราชันแล้วโง่เขลาที่สุดก็คงจะไม่พ้นตัวของเขาอย่างแน่นอน แต่ว่านั่นมันก็เมื่อก่อนตอนนี้เขาเปลี่ยนไปแล้วเขาไม่ใช่หลินซานผู้ใสซื่อและโง่เขลาคนเดิมแม้ว่าตอนนี้จะสูญเสียรากเหง้าปราณระดับราชันย์ไป แต่ว่ามันก็ไม่ใช่ว่าเขาจะสิ้นหนทางทั้งหมด อย่างสุดท้ายคือรากเหง้าปราณระดับจักรพรรดิ มันคือของที่ล้ำค่าที่สุดกล่าวกันว่าถ้าอยู่ในหมู่ผู้มีพรสวรรค์มากมายหลายร้อยคนจะพบเจอผู้ที่มีรากเหง้าปราณระดับจักรพรรดิอยู่เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ผู้ที่ได้ครอบครองรากเหง้าปราณระดับจักรพรรดิ จะกลายเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์หาผู้ใดเปรียบภายใน 12 จักรวรรดิ เมื่อหญิงชราด้านหน้าได้มองเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความขมขื่นของเด็กหนุ่มผู้นี้ก็ล่วงรู้ได้ทันทีเลยว่าเขาต้องพบเจอเรื่องที่หนักหนามาอย่างแน่นอน “ เฮ้อ~ จิตใจมนุษย์เดี๋ยวนี้ชั่งยากลึกหยั่งถึง ” ท่านยายที่ยืนอยู่ข้างเตียงได้ถอนหายใจออกมาพร้อมกับพึมพำด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหนักใจ มันทำให้หลินซานที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงได้ใช้ดวงตาของตนเองมองสังเกตท่านยายที่ยืนอยู่ข้างเตียงที่ตนนอนอยู่“ เพราะเช่นนี้ไง~ ข้าถึงไม่อยากให้เจ้าออกไปเผชิญโลกด้านนอกลี่อิน ” หญิงชราได้หันไปหาหลานสาวผู้งดงามที่ยืนถือถังน้ำอยู่บริเวณด้านหลังเด็กสาววัยแรกรุ่นที่ยืนถือถังน้ำอยู่ก็ได้ยิ้มตอบรับกลับมาพร้อมกับแสดงรอยยิ้มอันอ่อนโยนที่ไม่ต่างจากท่านยายของนางเลยสักนิด  หลินซานรู้สึกหลงใหลในรอยยิ้มนั้น “ โลกภายนอกนั้นหรือขอรับ? ท่านยายขอรับสถานที่แห่งนี้มันคือที่ใดกัน ” หลินซานเริ่มรู้สึกสงสัยในคำพูดเมื่อสักครู่ที่ท่านยายผู้นี้ได้พูดออกมา“ สถานที่แห่งนี้อย่างงั้นหรือ? สถานที่แห่งนี้มันคือหมู่บ้านซ่อนลึก!! ”“ หมู่บ้านซ่อนลึก? ” หลินซานที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงคิ้วทั้งสองข้างที่ดุจกระบี่ได้ขมวดเข้าหากันพร้อมกับแสดงใบหน้าสงสัยออกมาจบตอน