เมื่อเห็นว่าขุนพลสาวหันหลับมาต้าิก็ไม่คิดจะหลบสายตาและยังคงมองหน้าขุนพลสาวด้วยสีหน้าเ็าพร้อมกับพิจารณาถึงความงดงามของนาง ขุนสาวตรงหน้านั้นงดงามอย่างมากและจากใบหน้าที่ยังเยาว์อายุของนางน่าจะพึ่ง 20 อย่างแน่นอน
“เ้ามองพอหรือยัง” ขุนพลสาวกล่าวด้วยสีหน้าเ็า ถ้าต้าิไม่แสดงสีหน้าเ็าและดวงตาไม่เผยแววความชั่วร้ายออกมาขุนพลสาวก็คงจะลงมือไปแล้ว แต่ขุนพลสาวหารู้ไม่ว่าในใจของต้าินั้นมีความชั่วร้ายอยู่จริงๆ
“ท่านน่าจะฝึกฝนกล้ามเนื้อมาอย่างหนักสินะ ถึงแม้ภายนอกเหมือนกับว่าท่านจะไม่มีกล้ามเท่าไหร่แต่ถ้าเป็คนที่ออกกำลังทุกวันอย่างข้าย่อมรับรู้ได้ถึงพลังมหาศาลที่อยู่ใรแขนเล็กๆนั่น” ต้าิกล่าวด้วยสีหน้าเ็า
“ดูเหมือนสายตาของเ้าจะไม่เลว” ขุนพลสาวกล่าวด้วยสีหน้าแปลกใจ
“เอาละตอนนี้ก็เหลือแค่พวกเราสองคนแล้วท่านขุนนางคนนั้นก็คงไม่ได้ยินสิ่งที่พวกเราคุยกันเพราะงั้นข้าขอถามท่าน ตกลงแล้วท่านจักรพรรดิหญิง้าจะใช้ข้าทำอะไรกันแน่” ต้าิกล่าว
จริงๆแล้วต้าิไม่ใช่คนโง่แต่ออกจะฉลาดอย่างมากด้วยซ้ำถึงแม้ใบหน้าและการกระทำของต้าิตอนอยู่หมู่บ้านจะเหมือนคนไม่จริงจังและไม่ได้เื่แต่ต้าิก็รู้ว่าคำสั่งของจักรพรรดินั้นไม่สมเหตุสมผลอย่างมาก
“ข้าบอกแล้วไง ว่าข้าเองก็ไม่ได้รู้อะไรเลยข้าแค่ทำตามคำสั่งเท่านั้น” ขุนพลสาวกล่าวด้วยสีหน้าแปลกใจเพราะนางไม่คิดว่าต้าิที่ดูเหมือนกับคนโง่คนนี้จะมีด้านนี้ด้วย
“ผู้ชายคนนี้ดูเหมือนจะไม่ธรรมดาเสียแล้ว จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดูเหมือนจุมีจอมเวทระดับ 1 ถึงสองตายด้วยฝีมือของข้าอยู่หลายคน แถมร่างกายเล็กๆนี้กลับเต็มไปด้วยพลังมหาศาลที่แม้แต่ทหารชั้นยอดก็ไม่มี ตกลงแล้วเขาเป็ใครกันแน่ทำไมท่านจอมปราชญ์ถึงได้ให้ความสำคัญแถมจักรพรรดิทรงคิดจะแต่งงานกับคนผู้นี้อีก” ขุนพลสาวคิด
“ตอนนี้เ้าอายุได้ 16 ปีแล้วสินะแล้วเ้าคอยลองทำพิธีปลุกพลังเวทย์แล้วหรือยัง” ขุนพลสาวกล่าว
“ท่านคิดว่าหมู่บ้านเล็กๆของข้าจะมีสิทธิ์เข้ารับพิธีแบบนั้นงั้นเหรอ” ต้าิกล่าวเย้ยหยัน
ตามจริงแล้วเด็กทุกคนเมื่ออายุได้ 14 ปีจะต้องเข้ารับพิธีปลุกพลังเวทย์เพื่อตรวจสอบว่าคนผู้นั้นมีพลังเวทย์ในตัวหรือไม่แต่ด้วยความชั่วร้ายของเ้าเมืองหมู่บ้านเล็กๆแบบพวกต้าิไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมพิธี
“แสดงว่าตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเ้ามีพลังเวทย์เวทหรือไม่สินะ” ขุนพลสาวกล่าว
“ก็ตามนั้น” ต้าิกล่าว
หลังจากนั้นการเดินทางด้วยความเร็วของขุนพลสาว การเดินทาง 1 วันหนึ่งคืนก็มากลับมาถึงเมืองหลวง ตอนแรกขุนพลสาวคิดว่าต้าิจะต้องอ่อนล้าจากการเดินทางแน่แต่ใครจะคิดว่าต้าิจะไม่เป็อะไรเลยและยังดูแข็งแรงเหมือนเดิม
“เรามาถึงเมืองหลวงแล้ว ตอนนี้ข้าได้ให้คนจัดที่พักให้กับเ้าแล้วและต่อจากนี้เ้าห้ามออกจากตำหนักหลังนั้นเด็ดขาดไม่งั้นถ้าถูกจับได้เ้าอาจจะถูกปะาได้” ขุนพลสาวกล่าว
“อะไรกัน บังคับข้ามาไม่พอแล้วยังกักขังข้าอีกงั้นเหรอ” ต้าิอดที่จะบ่นออกมาไม่ได้
“อย่าได้เื่มากรอให้ข้าไปรายงานท่านจักรพรรดิหญิงก่อนแล้วค่อยมาดูว่าจากนี้เ้าจะต้องทำอย่างไรบ้าง อ้อ ข้าได้สั่งให้คนเตรียมพิธีปลุกพลังเวทย์แล้วเพราะงั้นเ้าเตรียมตัวให้ดี” ขุนพลสาวกล่าวเสร็จและจากไป
ต้าิขนสัมภาระขอบตนเข้าไปในตำหนัก ตำหนักของต้าิเป็ตำหนักเล็กๆซึ่งเมื่อเทียบกับคนใช้แล้วก็ไม่ต่างกันมากแต่ถึงอย่างงั้นที่แห่งนี้กลับเงียบสงบ ต้าิรีบจัดข้าวของให้เสร็จก่อนจะนอนหลับเพราะถึงแม้การเดินทางจะไม่ทำให้ต้าิอ่อนเพลียแต่ก็ไม่ใช่ว่าต้าิไม่อ่อนล้า
“หวังว่าข้าจะสามารถกลับไปหมู่บ้านได้นะ” ต้าิกล่าวพร้อมกับหลับตาลง
อีกด้านขุนพลสาวได้เข้าไปตำหนักของจักรพรรดิหญิงและรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นทันที
“อย่างที่คิดว่ากากเดนของตระกูลหวังยังคงแฝงตัวอยู่ในหมู่ขุนนางจริงๆ โชคดีที่เ้าไปทันไม่งั้นแผนการใหญ่ของข้าคงจะต้องพังลง” จักรพรรดิหญิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า
“แล้วจะทำยังไงกับเด็กคนนั้นดี” ขุนพลสาวกล่าว
“จากที่เ้าบอก เขามีร่างกายที่แข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปสินะ อายุ 16 ปี ยังไม่ปลุกพลังเวทย์แต่กลับสังหารจอมเวทลงได้ นี่ออกจะน่าสนใจขึ้นมาหน่อย เ้ารีบให้เขาทำพิธีปลุกพลังเวทเร็วๆหลังจากนั้นก็ให้ประกาศออกไปถึงสถานะของข้า ถ้าเขามีพลังเวทก็จัดการเื่การเข้าเรียนที่สถาบันจอมเวทให้กับเขาด้วย” จักรพรรดิหญิงกล่าว
“รับบัญชา” ขุนพลสาวกล่าวพร้อมกับเตรียมถอยออกไป
“เดี๋ยวก่อน.... จากสายตาของเ้าเด็กคนนั้นเป็อย่างไรบ้าง” จักรพรรดิหญิงกล่าว
“ในตอนแรกข้าคิดว่าเขาเป็เพียงเด็กหนุ่มธรรมดาที่มีหน้าตาหล่อเหลาและแรงกายเยอะกว่าคนปกติ แต่ระหว่างเดินทางข้ากลับรู้สึกว่าเขาเป็คนที่ฉลาดมากๆคนหนึ่ง” ขุนพลสาวกล่าว
“สามารถทำให้เ้าชมว่าหล่อเหลาได้แสดงว่าเขาหน้าตาดีพอควรแถมยังฉลาดมากอีกด้วย เอาไว้เมื่อเข้าทำพิธีปลุกพลังเวทย์เสร็จเ้าค่อยให้เขามาพบข้า” จักรพรรดิหญิงกล่าว
“รับบัญชา” ขุนพลสาวกล่าวเสร็จก็จากไป
“คนในชะตาชีวิตของข้างั้นเหรอ น่าสนใจ ใครจะคิดว่าคนในชะตาชีวิตของข้าจะเป็เด็กคนหนึ่ง” จักรพรรดิหญิงกล่าวด้วยสีหน้าสงบ
อีกด้านหลังจากพักผ่อนมาหนึ่งคืนร่างกายของต้าิก็กลับมาสมบูรณ์พร้อมอีกครั้ง วันต่อมาต้าิถูกนำไปยังตำหนักหลังหนึ่งโดยขุนพลสาวพร้อมกับเริ่มทำพิธีปลุกพลังเวทย์
“นี่คืออุปกรณ์เวทมนต์ที่จะช่วยให้เ้าััถึงพลังเวทย์ในร่างกาย เมื่อเ้าััลูกแก้วตรงหน้าเ้าและตั้งสมาธิให้ดีๆเ้าจะรู้สึกได้ถึงพลังเวทย์ด้านในลูกแก้วและหลังจากที่เ้าััได้ถึงพลังเวทย์ด้านในแล้วเ้าก็จะต้องตั้งสมาธิไปยังร่างกายของเ้าและตรวจสอบดูว่าในร่างกายของเ้ามีพลังเวทย์แบบเดียวกับในลูกแก้วหรือไม่” ขุนพลสาวอธิบาย
“นั่นใครกันทำไมท่านขุนพลถึงได้เข้ามาทำการทดสอบด้วยตัวเอง” ผู้คนในตำหนักต่างพากันแสดงสีหน้าไม่เข้าใจ
แน่นอนเพราะข่าวถึงสถานะของต้าิยังไม่ถูปปล่อยออกไปทำให้ผู้คนยังไม่รู้ ต้าิทำจิตใจให้เย็นลงและััไปยังลูกแก้ว ทันทีต้าิก็รับรู้ได้ถึงกระแสพลังสายหนึ่งซึ่งมันทำให้ต้าิรู้สึกสดชื่นและสบายตัว ต้าิทำตามที่ขุนพลสาวบอกจากนั้นก็เริ่มสำรวจร่างกายของตนทันที อีกด้านหนึ่งหนังสือสีดำที่อยู่ในห้องของต้าิก็สั่นใหวอย่างรุนแรงก่อนจะแปล่งแสงออกมาและพุ่งไปยังตำหนักที่ต้าิอยู่