หลางหลินยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างๆ บ่อน้ำ ตอนนี้เขาอยู่ที่บ่อน้ำที่ใช้ฝึกเทคนิคการหายใจในน้ำ เขาไม่ได้แอบดูพลอยหรือรอเธอให้อาบน้ำเสร็จ หลางหลินเลือกที่จะมาที่นี่อย่างลับๆ
ในมือเขามีองุ่นทองคำลูกหนึ่ง มันเปล่งแสงสีทองพร้อมกับความอ่อนโยนที่สัมผัสได้ ใบหน้าของชายหนุ่มสะท้อนกับแสงสีทอง เผยให้เห็นรอยยิ้มเล็กๆ แย้มออกมา ตอนแรกเขาคิดที่จะกินมันเมื่อใช้เทคนิคการหายใจในน้ำ แต่ก็ต้องเปลี่ยนแผนเพราะจางเปากลับบ้านก่อน และถ้าหากเขากินมันตอนเช้ามันก็ต้องใช้เวลานาน พลอยอาจจะตื่นตระหนกได้หากอยู่คนเดียวนานๆ
หลางหลินไม่ได้กังวลเกินเหตุ พลอยเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวในประเทศจีน และหลบหนีจากนายน้อยวู จิตใจของเธอกำลังตื่นกลัว พลอยต้องการคนอยู่ข้างๆ และเมื่อเป็นอย่างนั้นถ้าหากอยู่ๆ หลางหลินหายตัวไปตั้งแต่เช้าล่ะก็ จิตใจคงไม่อยู่กับเนื้อกับตัว และจะทำให้เธอวิตกกังวลเปล่าๆ หลางหลินไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น เพราะงั้นถึงต้องกินมันตอนนี้
"สิ่งที่คางคกมรกตปกป้อง มันจะมีรสชาติยังไงกันนะ?" หลางหลินอ้าปากกว้าง ก่อนจะโยนองุ่นทองคำเข้าปาก เขานั่งลงบนพื้นหญ้าชื้นๆ ในขณะที่ปากกำลังเคี้ยวองุ่นทองคำ
"มันอุ่นและอร่อย" หลางหลินรู้ถึงความอ่อนโยนที่ไหลลงสู่ลำคอ มันค่อยๆ เคลื่อนตัวผ่านลำไส้ต่างๆ ก่อนจะไปที่ท้องน้อยและคลืบคลานไปทั่วร่างกาย
หลางหลินหลับตาลง เขาไม่ได้พยายามจะควบคุมหรือทำอะไรกับมัน เพียงปล่อยให้มันไหลไปทั่วร่างกาย
ชี่--!!! มีของเหลวสีดำออกมาจากใบหน้า และรูขุมขนต่างๆ ของเหลวหนืดเต็มร่างกาย ร่างกายของชายหนุ่มนราวกับถูกน้ำหมึกจุ่มมาทั้งตัว แต่ที่แย่ไม่ใช่สีของมัน แต่เป็นกลิ่นที่เหม็นเกินจะบรรยาย
หลางหลินยังคงหลับตา เขานั่งอยู่อย่างนั้นและรอให้มันวิ่งไปทั่วร่าง เขารู้สึกถึงความอบอุ่นทั่วกาย ราวกับมีคนเข้ามาทำความสะอาดเครื่องยนต์และถ่ายน้ำมันเครื่องเก่าๆ ก่อนจะเปลี่ยนไปใช้น้ำมันที่ใหม่และดีกว่า
ช่วงเช้ามาถึง แสงแดงอ่อนๆ ลอดผ่านต้นไม้กระทบลงบนใบหน้าของชายหนุ่มผมสีน้ำตาล เขาในตอนนี้นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ไม่ไหวติง ราวกับเป็นหนึ่งเดียวกับต้นไม้
"ฮ่า-!" หลางหลินระบายลมจากปาก เปลือกตาค่อยๆ เปิดขึ้นมารับแสงแรกของวัน แสงตกกระทบที่ดวงตา มันสะท้อนเป็นแสงสีทองวูบหนหนึ่ง มีจุดสีแดงกระพิบชั่วคราวก่อนจะเป็นสีดำ
"อีกเพียงแค่นิดเดียวฉันก็จะไปยังอีกขั้น" หลางหลินกำหมัดแน่น! ตอนนี้เขาอยู่ในรวบรวมฉีระดับสูงสุด เพียงแค่อีกนิดเดียวเขาก็จะไปขั้นถัดไป ขั้นต่อไปคือหลอมเหลว ขั้นหลอมเหลวคืออะไร? นั่นคือการหลอมเมล็ดฉีในตันเถียนให้เป็นของเหลว โดยใช้พลังจิตบีบอัดให้มันแหลกละเอียด ก่อนจะหลอมรวมใหม่ให้มันเป็นของเหลว!
เพราะงั้นเขาถึงไม่ได้กินองุ่นทองคำอีก ตอนนี้เขาต้องทำให้พลังมั่นคงซะก่อน ขั้นต่อไปจำเป็นต้องใช้พลังจิตทำด้วยตัวเอง แต่ถ้าหากใครมีพลังจิตที่น้อยแล้วจะทำได้ยังไง? พวกเขาก็จะใช้ทรัพยากรดั่งเช่นองุ่นทองคำในการทำลายขีดจำกัดเพื่อไปยังขั้นต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าทำแบบนั้นมันก็จะทำให้รากฐานที่วางไว้ก่อนหน้านี้สั่นคลอน มันจะมีผลดีในระยะสั้น แต่ระยะยาวนั้นอย่าหวัง...
หลางหลินมองร่างกายของตัวเอง ซึ่งตอนนี้เต็มไปด้วยความสกปรกราวกับไปนอนคุกกองขยะมา เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ "กลิ่นนี้มันทำให้ฉันอยากจะอาเจียน ไม่ว่าจะผ่านมาสักกี่ครั้งฉันก็ไม่ชอบมันเลย"
หลางหลินโยนชุดตัวเองทิ้ง ก่อนจะเดินลงไปที่น้ำ ร่างของเขาค่อยๆ จมลงไปพร้อมกับดวงตาที่ปิดสนิทอีกครั้ง ใบหน้าเรียบเฉยก่อนจะมีไส้เดือนสีใสเล็กๆ สี่ตัวถูกสูดเข้ารูจมูก ใบหน้าของหลางหลินเต็มไปด้วยความสุข อ่อนโยนเมื่อสูดใส้เดือนน้ำถึงแม้การจะไปยังขั้นถัดไปจำเป็นต้องใช้พลังจิต แต่อย่างไรก็ตามยิ่งเมล็ดฉีมีขนาดใหญ่เท่าไร มันก็จะทำให้เขาแข็งเเกร่งขึ้นเท่านั้น!
และเมื่อเป็นอย่างนั้น การใช้พลังจิตในการหลอมรวมมันก็จะเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว ซักพักหลางหลินก็เดินออกมาจากบ่อน้ำ ใบหน้าสีขาวละเอียดอ่อนสะท้อนแสงแดดสีทอง ดวงตาสีดำขลับราวกับหมาป่า มัดกล้ามเป็นสีทองยังกับถูกรังสรรค์ด้วยจิตกรชั้นเอก มันดูเหมือนกับยอดพีระมิดขนาดใหญ่ ฐานของพีระมิดูแข็งแรงและมีหย่อมหญ้าขึ้นประปราย
หลางหลินมองรูปร่างตัวเองด้วยรอยยิ้ม ตอนนี้เขารู้สึกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างมาก เขารู้สึกถึงพละกำลังที่มหาศาล ราวกับว่าเขาเป็นอสูรกายในคราบมนุษย์
หลางหลินจ้องมองต้นไม้ต้นหนึ่ง หนาราวสามคนโอบได้ กรึก กรึก-! เสียงนิ้วมือถูกกำแน่น มีเส้นเลือดขนาดใหญ่ขึ้นบนแขนสีขาว คล้ายกับงูตัวเล็กๆ ชอนไชใตฺ้ผิวหนัง
ฟูม-! ชั่วขณะนั้นเขาได้ชกออกไปด้วยแรงทั้งหมดที่มี ต้นไม้ด้านหน้าส่ายไปมาอย่างแรง มีใบไม้ร่วงหล่นนับไม่ถ้วน
เมื่อหลางหลินถอนหมัดออกมา เขาก็เห็นอย่างชัดเจนถึงรอยแตกที่แยกเป็นเสี่ยงๆ เหมือนกับเส้นใยแมงมุม
"ถ้าหากฉันชกหมัดนี้กับคนธรรมดา พวกเขาจะเป็นยังไงนะ?" หลางหลินไม่รู้ว่าตอนนี้ร่างกายมีกำลังแค่ไหน ถึงแม้เขาจะเคยสู้กับพวกผู้บ่มเพาะ และสัตว์อสูรอย่างคางคกมรกต แต่นั่นก็เป็นตอนที่เขายังอยู่ในรวบรวมฉีระดับกลาง ตอนนี้เขาได้อยู่รวบรวมฉีระดับสูงสุดแล้ว มันจึงมีข้อแตกต่าง
"แก๊งวูดง...พวกมันเป็นมาเฟียและสามารถเป็นหินลับคมให้กับฉันได้อย่างดี แต่ถ้าหากฉันทำแบบนั้นพลอยก็คงจะกลับไปเรียนต่อหรือไม่ก็กลับไปประเทศไทย..." แท้จริงแล้วหลางหลินค่อนข้างเหงา ถึงแม้จะเห็นว่าเขามีพละกำลังขึ้น แต่อย่างไรก็ตามจิตใจก็ยังคงเป็นมนุษย์อยู่
หลางหลินเป็นแค่เด็กกำพร้า เขาไม่ได้รับความรักจากพ่อแม่ แต่สิ่งที่ได้รับในวัยเด็กคือความเจ็บปวด! อดีตจากการที่ถูกพ่อแม่ทิ้งให้เป็นเด็กกำพร้ายังตราตรึงอยู่ในใจ ถึงแม้หลางหลินจะมีพ่อบุญธรรมเลี้ยง แต่ก็ไม่สามารถเติมเต็มความสุขของเขาได้
หลางหลินถอนหายใจ ถึงแม้เขาจะมีแหวนมิติแต่อย่างไรก็ตาม เขาก็ไม่ได้รู้สึกดีนักที่อยู่แบบเหงาๆ อย่างนี้
"ถึงแม้ว่าแก๊งวูดงจะเป็นปัญหาท้ายที่สุดฉันก็ต้องจัดการ แต่ตอนนี้ฉันควรจะมุ่งเน้นไปที่แก๊งเฉียงมากกว่า" หลางหลินลูบแหวนมิติบนนิ้วมือ ก่อนจะนำเสื้อผ้าออกมาสวมใส่
แก๊งเฉียงถึงแม้จะเป็นแก๊งเล็กๆ แต่อย่างไรพวกมันก็เป็นมาเฟียคุมถิ่น หลางหลินไม่รู้เหมือนกันว่าพวกเด็กเหล่านั้นจะสามารถทำตามคำสั่งได้มั้ย ถึงแม้ว่าพวกเขาจะแข็งแกร่งขึ้นด้วยเลือดของกระดูกยักษ์โบราณระดับต่ำ และถึงแม้จะเป็นอย่างนั้น พวกเขาก็ยังเป็นเด็กที่ขาดประสบการณ์ต่อสู้มากกว่ามาเฟียเหล่านั้น
ถึงแม้สปิริตที่ 1 จะแข็งแกร่งก็ตาม มันก็ทำให้เขากังวลอยู่ดีถ้าหากเด็กเหล่านั้นเป็นอะไรไป นั่นเท่ากับว่าเขาเสียเลือดอันมีค่าไปฟรีๆ และหุ่นเชิดเองก็เช่นกันชายหนุ่มส่ายหัวเมื่อคิดถึงสิ่งต่างๆ เขาลูบแหวนบนนิ้วมือทำให้ดวงตาของหัวกระโหลกเบลอชั่วขณะ ก่อนจะมีประตูกระโหลกสีเงินปรากฏขึ้นตรงหน้า หลางหลินสาวเท้ายาวๆ เข้าไปในประตู................................................................................................
หมู่บ้านโคกอีแอบ.....เป็นหมู่บ้านชนบท ตั้งอยู่สุดขอบของภูเขาลึก มีสายน้ำสีเขียว หมู่ปลาแหวกว่ายกลางสายน้ำ และมีนกบินร้องเพลงในยามเช้า แสงจากดวงอาทิตย์ลอดผ่านบ้านแต่ละหลัง จะเห็นว่าบ้านเหล่านั้นทำมาจากไม้ ราวกับบ้านสมัยเก่า ผู้หญิงนุ่มกระโจมอก ส่วนผู้ชายเปลือยร่างท่อนบน ช่วงล่างสวมใส่เพียงผ้าผืนเล็ก จะเห็นกล้ามล่ำสันเป็นมัดๆ
ลึกเข้าไปในป่าลึก.....มีพรานหนุ่มสี่คน พวกเขาเปลือยท่อนบน ที่ไหล่สะพายหน้าไม้ ส่วนมือจับมีดเล่มใหญ่ จ้องมองป่าด้วยท่าทางระแวดระวัง ในป่าค่อนข้างชื้น มีหมอกหนาแทบจะมองไม่เห็นทางเดิน
"เราเข้ามาในป่าลึกขนาดนี้แล้ว ทำไมยังไม่เจอสัตว์ซักตัววะ นี่ก็ใกล้จะเย็นแล้วนะโว้ย ไอ้ขาม ข้าโคตรเหนื่อยเลยว่ะ" กระทิงพรานป่าหนุ่มพูดด้วยความไม่พอใจนัก
ไอ้ขามที่อยู่ข้างๆ เองก็รู้สึกเหนื่อยเหมือนกัน วันนี้เป็นวันที่สดใส เขาจึงออกมาล่าสัตว์กับเพื่อนๆ และมันเป็นครั้งแรกที่ออกมาไกลจากหมู่บ้านโคกอีแอบขนาดนี้ เขามองไปรอบๆ และพูด "ลองเข้าไปดูอีกสักหน่อยเถอะว่ะ ถ้าหากเย็นนี้ไม่ได้อะไรกับไปกิน ข้าโดนอีแก้วบ่นแน่"
"ฮ่าฮ่า นี่เอ็งกลัวอีแก้วเหรอวะ" ไกรสรหัวเราะเยาะอีกฝ่าย "เห้อ ข้าละสงสารเอ็งจริงๆ ไอ้ขาม ที่ต้องแต่งงานกับผู้หญิงอย่างอีแก้ว นอกจากกินและบ่น มันทำอะไรบ้างวะ? หรือว่ามันทำอย่างนั้นจนเอ็งทนไม่ไหว..." ก่อนที่ไกรสรจะพูดมากไปกว่านี้ ก็ถูกไอ้ขามเตะซะก่อน แต่อย่างใดก็ดี ลูกเตะนั้นกลับพลาดเป้า ถึงแม้ไกรสรจะเป็นชายล่ำสัน แต่ท่าทางที่เขาแสดงออกมา ก็ปราดเปรียวเป็นอย่างมาก
"อะไรวะ แค่นี้จำเป็นต้องเตะข้าด้วยงั้นรึ" ไกรสรพูดยิ้มๆ แต่ว่าอีกฝ่ายก็ไม่ได้อยู่ในอารามณ์ที่ล้อเล่นด้วย ขณะที่ทั้งสองกำลังจ้องกันและกัน บุญทิ้งก็พูดขึ้นมาว่า "เห้ยพวกเอ็งดูที่ต้นไม้นั่นสิ มีใครอยู่ด้วยว่ะ"
พวกเขามองไปตามมือของบุญทิ้ง ที่ตรงต้นไม้สีเขียวขนาดใหญ่ ใบไม้ของต้นนี้ช่างประหลาด มันใหญ่ราวกับดอกทานตะวัน ใต้ต้นไม้มีผู้หญิงเปลือยคนหนึ่งนั่งอยู่ เธอก้มหน้าก้มตา ใช้ไม้เล็กๆ เขี่ยพื้นไปมา
กระทิงพรานหนุ่มเมื่อเห็นหญิงสาวในป่าลึกร่างกายเปลือยเปล่าเช่นนี้ ลมหายใจของเขาก็ถี่กระชั้น เดินเข้าไปใกล้เธออย่างไม่เกรงกลัว ก้มมองดูรูปร่างของหล่อนอย่างไม่ว่างตา ดูเหมือนหญิงสาวคนนี้จะรู้ถึงสายตาคุกคามของชายหนุ่ม เธอช้อนสายตาขึ้นมา ดวงตากลมโตสีเขียว ริมฝีปากแดงสดชวนให้ลิ้มลอง ยามเมื่อเธอยืนขึ้นจะมองเห็นรูปร่างของเธออย่างชัดเจน รูปร่างของเธองดงามจนสาวในหมู่บ้านเทียบไม่ติด กระทิงคึกคักอักโข เขาทนไม่ไหวอีกต่อไป มือหนาคว้าเอวบางของหญิงสาวเข้ามากอด หญิงสาวไม่ได้ขัดขืน เธอยิ้มหวานและกอดตอบ แต่กระทิงไม่รู้เลยว่าร่างของหญิงสาวสวยคนนี้ กับมีเส้นสายสีเขียวบางๆ อยู่ที่ด้านหลัง เชื่อมต่อกับต้นไม้ใหญ่......