มื้อคืนฝนตกหนักมากเลย"
"ใช่ๆข้านอนไม่หลับทั้งคืนเลยแถมฟ้ายังร้องดังอีก"
"นี่ๆๆ เมื่อคืนพวกเ้าได้ยินเสียงนั่นไหม"
"เสียงอะไร…"
"ไม่นะข้าไม่ได้ยินอะไรเลยเพราะฝนตกหนักมาก"
"ข้าจะเล่าให้ฟัง มานี่สิขยับมาใกล้ๆ เมื่อคืนน่ะมีชาวบ้านที่ผ่านมาแถวนี้ได้ยินเสียงแปลกๆเขาจึงย่องเข้าไปดูในบ้านแล้วจากนั้น…."
สตรีสามคนกำลังยืนซุบซิบกันหน้ากระท่อมร้างเสียงกระซิบนั้นแม้จะเบาแต่ม่านอ้ายกลับได้ยินอย่างชัดเจนชัดเจนจนปวดหัวกับเสียงเ่าั้
ม่านอ้ายค่อยๆขยับพลิกตัว ทั้งร่างกายรู้สึกปวดร้าวไปหมดราวกับมีเข็มเป็สิบๆเล่มแทงอยู่
"พอ พอเสียที ข้าปวดหัว"
ม่านอ้ายยกมือขึ้นมาจะกุมศีรษะ จึงทำให้พบว่ามือของนางเต็มไปด้วยคราบเืสีคล้ำที่เริ่มแห้งแล้ว ม่านอ้ายใสุดขีดสะดุ้งลุกขึ้นนั่งด้วยความหวาดกลัว
"น่ะ...นี่มัน อะไรกัน"
ม่านอ้ายโยนเสื้อคลุมตัวใหญ่ที่เปียกชุ่มไปด้วยเืทิ้ง นางตื่นตระหนกกับสิ่งที่เจอจึงพยายามจะวิ่งออกไปแต่ด้วยตอนนี้ร่างกายนางเปลือยเปล่า ม่านอ้ายจึงพยายามค้นข้าวของในกระท่อมร้างแต่ก็ไม่เจอเสื้อผ้าหรืออะไรที่พอจะคลุมตัวได้เลย นางจึงจำใจกลับไปหยิบเสื้อคลุมอาบเืตัวเดิมกลับมาคลุมตัวแล้วเดินออกจากกระท่อมร้าง
เหล่าบรรดาสตรีที่กำลังซุบซิบอยู่กรีดร้องอย่างตื่นตระหนกเมื่อเจอม่านอ้ายที่เดินออกมาจากกระโจมร้างในสภาพที่เต็มไปด้วยเื พวกนางวิ่งไปพลางร้องะโไป
"ตัวประหลาด!!...ตัวประหลาดกินคนออกมาแล้ว"
"ช่วยด้วย!!"
"ช่วยด้วย~~"
ม่านอ้ายที่พึ่งเดินออกถึงกับสะดุ้งกับเสียงกริ๊ดที่แหลมสูงของสตรีสามนางที่ยืนอยู่หน้ากระท่อมสิ้นเสียงพวกนางก็วิ่งหนีไป เมื่อหันซ้ายแลขวาทุกด้านล้วนถูกล้อมไปด้วยป่าไผ่ม่านอ้ายจึงตัดสินใจเดินไปทางเดียวกันกับที่สตรีทั้งสามวิ่งไป นางเดินตามรอยเท้าไปเรื่อยๆก็เจอกับหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ไม่ได้ใหญ่มากนัก
"น่าแปลกเมื่อกี้พี่สาวทั้งสามวิ่งมาทางนี้นี่นาแต่ทำไมตอนนี้กลับหายตัวไปแล้ว หมู่บ้านนี้ก็แปลกจังทำไมไม่มีคนอยู่เลยล่ะ"
ม่านอ้ายเดินเข้าไปก็สะดุดตากับเสื้อผ้าสตรีที่ค่อนข้างเก่าเเต่ดูจากขนาดแล้วน่า
จะใส่ได้พอดี นางจึงวิ่งไปหวังจะหยิบเสื้อผ้าเ่าั้แต่ทันใดนั้นเองลูกธนูก็พุ่งออกมาขวางหน้าไว้เสียก่อน
"จับมันไว้เร็วเข้า!!!"
เสียงะโจากขายชราผู้หนึ่งที่วิ่งมาพร้อมกับทหารนับสิบ ล้อมตัวม่านอ้ายไว้ทำราวกับนางเป็ปีศาจเสียอย่างนั้น
"น่ะ….น่ะ..นี่มันอะไร ข้า ข้าแค่เพียงมาขอยืม.."
"หุบปากเดี๋ยวนี้ ท่านแม่ทัพนี่แหละขอรับปีศาจกินคนที่พวกข้าพูดถึง"
"ปีศาจ???"
ม่านอ้ายเอ่ยออกมาด้วยความมึนงง นางไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ไม่เคยกินคนด้วยจะเป็ปีศาจได้ไงกัน
ท่ามกลางความวุ่นวาย บุรุษผู้หนึ่งท่าทางองอาจควบม้าเดินมาตรงกลางม่านอ้ายเงยหน้าขึ้นมองก็ถึงกับตกตะลึงในความหล่อเหลาของบุรุษผู้ที่ถูกเรียกว่าแม่ทัพ
"พานางไปล้างตัว"
สิ้นคำพูของแม่ทัพหนุ่มเหล่าองครักษ์ก็เดินเข้ามาจับตัวม่านอ้ายไป ชายชราหันไปมองแม่ทัพหนุ่มด้วยความสงสัยและเอ่ยถาม
"ทะ..ท่านแม่ทัพ นี่ นี่ หมายความว่ายังไง นางเป็ปีศาจกินคนเหตุใดท่านไม่ฆ่านางเสีย แต่กลับพานางไปล้างตัว…"
ไม่ทันที่ชายชราจะพูดจบแม่ทัพหนุ่มก็ะโลงจากหลังม้าและเดินจากไปทันที
เมื่อพามาถึงบ่อน้ำก็มีสตรีสองสามคนเดินเข้ามาจับตัวม่านอ้ายแทนส่วนองครักษ์ก็เดินจากไปทันที สตรีเ่าั้ไม่รีรอกระชากผ้าคลุมที่อาบไปด้วยเืออกและสาดน้ำใส่ม่านอ้ายอย่างไม่ใยดี เวลาผ่านไปไม่นานเมื่ออาบน้ำเสร็จนางก็ถูกจับมาใส่เสื้อผ้าตรี เนื้อผ้าหยาบๆและค่อนข้างเก่า ์และพาตัวมาในกระโจมใหญ่ที่รายล้อมไปด้วยเหล่าองครักษ์ พอเดินไปถึงนางก็ถูกบังคับให้คุกเข่าลง และทุกคนก็ออกจากกระโจมไป ม่านอ้ายเงยหน้าขึ้นก็เจอกับ เเผ่นหลังกว้างที่ดูแข็งแรงและองอาจ
"เ้าชื่ออะไร"
"เอ่อคือ คือข้า ข้าชื่อม่านอ้าย"
"เ้ามาทำอะไรที่นี่"
"ข้า ท่านแม่ทัพข้าไม่ได้เป็ปีศาจอย่างที่พวกเขาว่านะ ข้าเพียงอยากมาหาเสื้อผ้าใส่"
"เ้า บอกว่าชื่อม่านอ้ายงั้นหรือ"
ม่านอ้าย เงยหน้าขึ้นมองอย่าสงสัย ร่างใหญ่ค่อยๆหันมาเผยให้เห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าหมอง
"ชิงชิง เ้าจำข้าไม่ได้หรือ"