

“เธอชื่ออะไรล่ะ”
ร่างเล็กๆ บอบบางนั้น เอ่ยถามขึ้น ดวงตาสีเขียวกลมโตจ้องมองมายังเขา
Byleth ยังไม่ตอบคำถามนั้นในทันที แต่ยังคงพิจารณาร่างนั้น
เธอดูเป็เด็กสาวหน้าตาดี และมีผิวพรรณดีอย่างไม่น่าเชื่อ อายุไม่น่าจะเกิน 14 เป็แน่ แต่บางอย่างในแววตา น้ำเสียง และท่าทางของเธอ ทำให้เขาอดรู้สึกไม่ได้ว่า ใครก็ตามที่อยู่ตรงหน้าเขานี้ อยู่ดูโลกมานานแสนนานแล้ว... นานจนเห็นสัจธรรม นานมากพอที่จะมองจิตใจมนุษย์ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง แม้ในส่วนที่ลึกและดำมืดที่สุด...
ร่างนั้นมีผมสีเขียวเข้ม ยาวจนเกือบถึงเท้าของเธอ นอกจากนั้น สิ่งที่ทำให้เธอดูแปลกไปจากเด็กผู้หญิงทั่วไป คือใบหูของเธอค่อนข้างยาวและแหลมราวกับหูของเอลฟ์ยังไงอย่างงั้น และเสื้อผ้าการแต่งตัว รวมถึงเครื่องประดับของเธอนั้น ดูเหมือนไม่ใช่ของคนธรรมดาเอาเสียเลย ต่อให้เป็คนที่ร่ำรวยมากแค่ไหน
“ว่าไง” ร่างนั้นถามซ้ำ พร้อมกับเอียงคอน้อยๆ ดวงตายังคงจ้องมองมายังเขา
“อะ เอ่อ...”
“หืม?”
“เอ่อ Byleth”
“ชื่อน่ารักดีนี่” ร่างนั้นกล่าว พร้อมกับหัวเราะคิกคัก
“ฉันคงต้องทำตัวให้ชินกับชืุ่์ให้มากกว่านี้ซะแล้ว” เธอกล่าว ก่อนที่จะกลับมาตั้งคำถามชายหนุ่มตรงหน้าต่อ
“เอาล่ะ แล้ววันเกิดของเธอล่ะ”
“วันที่ 18 Ethereal moon” Byleth ตอบเธออย่างง่ายดาย จนเขาเองยังแปลกใจ เพราะนั่นไม่ใช่ตัวเขาเลย
“อ๊ะ!! เราเกิดวันเดียวกันเลย ช่างแปลกอะไรอย่างงี้” ร่างเล็กกล่าวด้วยท่าทีตื่นเต้น
จากนั้น ทุกๆอย่างก็ดูเหมือนค่อยๆถูกความมืดกลืนหายไปอย่างช้าๆ ภาพสุดท้ายที่เขาจำได้คือใบหน้าของเด็กผู้หญิงหรืออะไรก็ตามคนนั้น จากที่ดูสดใสมีชีวิตชีวาเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้า ตอนนี้กลับเปลี่ยนไปเหมือนคนกำลังง่วงนอนที่พร้อมจะหลับได้ในทุกวินาที และเขามั่นใจว่าได้ยินเสียงงัวเงียของเธอพูดว่า “มันกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว”
ภาพนั้นถูกทำลายจนหมดสิ้นโดยเสียงห้าวๆ ของใครบางคน...
“ตื่นๆ ตื่นได้แล้ว”
Byleth ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา พบใบหน้าและดวงตาสีฟ้าอบอุ่นที่เขาคุ้นเคย
“เป็ทหารรับจ้างต้องตื่นตัวเข้าไว้นะ” ใบหน้านั้นพูดพร้อมกับยิ้มน้อยๆ ให้เขา
“เอาล่ะ เตรียมตัวซะ อาจจะมีงานใหม่เข้ามาเร็วๆนี้ก็ได้”
“ครับ” Byleth ตอบทั้งที่ยังนอนอยู่บนที่นอน งุนงงไปกับความฝันของเขา
Byleth เป็ชายหนุ่มหน้าตาดี เขามีใบหน้าเรียวเล็กได้รูป จมูกเป็สันกำลังดี ดวงตาสีน้ำเงิน สีหน้าและแววตาที่เ็าไร้อารมณ์ของเขา รวมถึงการที่เขาแทบจะไม่เคยแสดงความรู้สึกใดๆเลย ยิ่งทำให้เขาดูเป็คนมีสเน่ห์และน่าค้นหา ซึ่งทั้งหมดนี้เป็ธรรมชาติของ Byleth
Jeralt พ่อของเขา เป็อดีตหัวหน้าทีมอัศวินของโบสถ์ Garreg Mach ซึ่งตั้งอยู่เป็ศูนย์กลางของอาณาจักร Fódlan ด้วยฝีมือและอุปนิสัยทำให้ Jeralt เป็ที่รักและเคารพจากบรรดาอัศวินและผู้คนในโบสถ์เป็อย่างมาก ชื่อและเื่ราวของเขายังคงเป็ที่กล่าวขานในหมู่อัศวินมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าเขาจะละทิ้งอาชีพนั้นมานานมากแล้ว
ถึงกระนั้น ก็ยังมีเื่ราวแปลกๆ เกี่ยวกับเขา ที่ยังคงเป็ประเด็นพูดคุยกันในหมู่คนเก่าคนแก่ในโบสถ์ แม้เื่ราวจะถูกเบี่ยงเบน ตกหล่น และแต่งเติมตามกาลเวลา แต่ใจความเดิมยังถูกคงไว้ คือ เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ไม่กี่วันหลังจากที่ภรรยาของเขาเสียชีวิตจากการให้กำเนิดลูกชาย ที่โบสถ์ก็ได้เกิดเพลิงไหม้ และในคืนนั้นเอง Jeralt ได้พาลูกชายที่เพิ่งลืมตาดูโลกของเขาหลบหนีออกมาด้วยเหตุผลบางอย่าง จากนั้นก็ผันตัวเองมาเป็ทหารรับจ้าง อาศัยอยู่ในแถบห่างไกลจากโบสถ์ ราวกับ้าจะหนีจากอะไรบางอย่างที่โบสถ์ให้ไกลมากที่สุด เขาเลี้ยงดูลูกชายอย่างเงียบๆโดยลำพังตลอดมา จนถึงตอนนี้ ลูกของเขาโตเป็หนุ่มและกำลังเดินตามรอยพ่อในการเป็ทหารรับจ้าง สองคนพ่อลูกใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข เดินทางไปยังที่ต่างๆ ตามที่ได้รับการจ้างวาน และแน่นอนว่า Byleth ลูกชายของเขาไม่เคยได้รับรู้เื่ราวเหตุการณ์ในวันนั้น เขาไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าพ่อของเขาเคยเป็อัศวินที่มีชื่อเสียงของโบสถ์ Gerrag Mach
ในตอนนั้นเอง ท้องฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว Byleth ล้างหน้าล้างตา และออกไปสมทบกับพ่อของเขาที่ด้านนอกกระโจมที่พักชั่วคราว เขากับพ่อ และทีมทหารมาทำภารกิจที่แถบชานเมือง ใกล้กับชายป่าที่ล้อมรอบูเาที่เป็ที่ตั้งของโบสภ์ Gerrag Mach หลังจากเสร็จงาน พวกเขาจึงพักอาศัยกันชั่วคราวที่นี่
นี่เป็ครั้งแรกที่ Byleth ได้เข้ามาอยู่ใกล้โบสถ์มากขนาดนี้...
ด้วยความที่พ่อเป็คนเลี้ยงดูเขามาโดยตลอดั้แ่เล็กจนโต Jeralt จึงเป็เพียงคนเดียวที่สามารถอ่านความรู้สึกจากสีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ของเขาได้
“หืม? ฝันอีกแล้วเหรอ” Jeralt เอ่ยถาม
“ครับ... ฝันถึงเด็กผู้หญิงคนนั้น” Byleth ตอบ ในใจเต็มไปด้วยความสงสัยจนเกือบจะเป็ความกังวล เพราะ่หลังนี้ เขาฝันถึงแต่เด็กผู้หญิงแปลกๆ ผมสีเขียว คนนั้น
“เอ่อ... พ่อว่าเราก็เคยคุยเื่นี้กันมาหลายครั้งแล้วนะ พ่อนึกไม่ออกเลยว่าเราเคยเจอหรือรู้จักเด็กผู้หญิงแบบที่ลูกว่า เอาล่ะ อย่าคิดมากเลย” คำตอบของ Jeralt แทบจะไม่ผิดเพี้ยนไปจากที่ Byleth คาดการณ์ เขาจึงได้แต่พยักหน้า
Jeralt จ้องมองเขา
“การต้องเสี่ยงชีวิตมันเป็ส่วนหนึ่งของการเป็ทหารรับจ้างนะรู้มั๊ย ถ้าเราปล่อยให้จิตใจเราล่องลอยไปไหนต่อไหน มันก็ไม่ต่างอะไรกับการปล่อยให้ตัวเองโดนฆ่าหรอก” Jeralt กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแต่อบอุ่น พร้อมกับตบบ่า Byleth เบาๆ
“เอาล่ะ....” Jeralt กล่าวยังไม่ทันขาดขำ ก็โดนแทรกด้วยเสียงของทหารนายหนึ่งในทีมของเขา
“หัวหน้าครับๆๆๆ” ทหารนายนั้นวิ่งพรวดพราดมาทาง Jeralt
“มีอะไร” Jeralt ถาม
“คือว่า...”
แล้วทุกคนก็โดนเบี่ยงเบนความสนใจโดยกลุ่มคนที่เพิ่งตามมาสมทบกับทหารนายนั้น คนกลุ่มนั้นมีทั้งหมด 3 คน
Byleth พิจารณาคนกลุ่มนั้นอย่างเงียบๆ แต่ละคนดูต่างกันอย่างสุดขั้ว ช่างน่าแปลกที่พวกเขามาอยู่ร่วมทีมเดียวกันได้
สองในสามคนนั้นเป็ชายหนุ่ม คนแรกมีท่าทางร่าเริง ยิ้มเก่ง มีผมสีดำ ดวงตาสีน้ำตาล สีผิวออกคล้ำซึ่งดูแล้วไม่เหมือนคนในละแวกนี้ ลักษณะเป็คนสบายๆ รักสนุก และลุยได้ทุกที่ ถึงกระนั้นบางอย่างในตัวเขา ก็บ่งบอกว่าเขาเติบโตมาในตระกูลที่ร่ำรวยสูงศักดิ์ และเป็คนที่พึ่งพาได้คนหนึ่ง
ส่วนชายหนุ่มอีกคนนั้น ต้องบอกว่ามีลักษณะของเ้าชายที่มักปรากฏอยู่บ่อยๆ ในเทพนิยาย เขามีผมบลอนด์ทองสลวย ดวงตาสีฟ้า ผิวขาว ตัวค่อนข้างตัวสูง และดูเป็คนที่รักษามารยาทมากคนหนึ่ง เสียงทุ้มต่ำของเขาทำให้ท่าทางที่ดูจริงจังเป็งานเป็การของเขายิ่งดูน่าเชื่อถือเพิ่มอีกเท่าตัว เขาดูเป็คนจริงใจ และยังดูเก็บความรู้สึกเก่งที่สุดในบรรดาผู้มาเยือนทั้งสามคน
ส่วนคนสุดท้ายเป็สมาชิกหญิงสาวเพียงคนเดียวในกลุ่ม เธอมีผิวขาวซีด ซึ่งรับกับผมสีบลอนด์เงินยาวสลวยของเธอ ดวงตาสีม่วงคู่นั้นกลมโตและดูลึกลับ เธอเป็อีกคนที่ดูรักษามารยาทมาก และยังมีบางอย่างคล้ายชายหนุ่มผิวขาวตัวสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ เธออย่างบอกไม่ถูก แม้จะมีร่างเล็กดูบอบบาง แต่การที่เธอดูเหมือนมีรังสีความเยือกเย็นจนเกือบจะดำมืดแผ่ออกมาจากตัวเธอ ทำให้ดูเหมือนว่า ไม่มีใครกล้าที่จะรังแกเธอ ถึงกระนั้นเธอก็จัดว่าเป็ผู้หญิงสวยคนหนึ่ง
ทุกคนสวมเสื้อผ้ามีที่ลักษณะเดียวกัน ซึ่งดูเหมือนเป็เครื่องแบบสีน้ำตาลดำ จะแตกต่างกันก็ตรงที่สีของผ้าคลุม ชายคนแรกสวมผ้าคลุมสีเหลืองทอง ชายอีกคนสวมผ้าคลุมสีน้ำเงินสด ส่วนผ้าคลุมของหญิงสาวเป็สีแดง ทุกคนดูเป็คนรุ่นราวคราวเดียวกับ Byleth หากจะอายุต่างกันก็ไม่มีทางเกิน 3 ปีเป็แน่ และที่สำคัญ แต่ละคนดูเหมือนมีอะไรเก็บไว้ในใจตลอดเวลา
“ได้โปรดให้อภัยพวกเราด้วยครับที่ต้องมารบกวนในเวลานี้ แต่พวกเรากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่เร่งด่วน และ้าความช่วยเหลือ” ชายในผ้าคลุมสีน้ำเงินกล่าวขึ้นย่างสุภาพ พร้อมกับโค้งตัว
“เด็กๆ แบบพวกเธอมาทำอะไรกันที่นี่ตอนนี้กันล่ะเนี่ย” Jeralt กล่าว
“คือพวกเราโดนพวกโจรไล่ตามอยู่ครับ และก็หวังว่าคุณจะกรุณาให้ความช่วยเหลือเรา” ชายหนุ่มตอบ
“โจรเหรอ? ที่นี่เนี่ยนะ?” Jeralt ดูแปลกใจเล็กน้อย แต่ยังคงมีท่าทีไม่ตื่นเต้นไปกับสถานการณ์ตรงหน้า สมกับที่เป็อดีตหัวหน้าอัศวิน
“พวกเราเป็นักเรียนจากโบสถ์ Gerrag Mach กำลังออกมาลาดตระเวน บังเอิญไปพบกับพวกโจรเข้า พวกเรามากันแค่นี้ เกรงว่าจะรับมือไม่ไหว และทราบมาว่าคุณซึ่งเคยเป็อัศวินมีชื่อเสียง มาพักอยู่แถวนี้ เราเลย...” ชายหนุ่มผ้าคลุมสีน้ำเงินกำลังอ้าปากจะเอ่ยต่อ แต่ก็ถูก Jeralt ตัดบท
“เอาล่ะ เข้าใจแล้ว”
จากนั้น Jeralt, Byleth พร้อมกับทีมทหารรับจ้าง ก็ได้ตามนักเรียนทั้งสามคนนั้นไป ทุกคนต่างต่อสู้ แยกกันไปคนละทิศคนละทาง แต่ด้วยฝีมือ ประสบการณ์ของที่เหนือชั้นกว่าของทีม Jeralt รวมถึงการที่เหล่านักเรียนของโบสถ์ก็ได้ร่ำเรียนวิชาการต่อสู้มา จึงทำให้สามารถจัดการกับพวกโจรได้ไม่ยากนัก จากการต่อสู้นี้ Byleth ก็สังเกตเห็นว่าผู้มาเยือนทั้งสามคนต่างมีอาวุธพิเศษเป็ของตัวเอง ชายหนุ่มผ้าคลุมเหลืองจะช่ำชองการใช้ธนูและการโจมตีจากระยะไกล ชายหนุ่มผ้าคลุมน้ำเงินจะถนัดการใช้หอกและการต่อสู้ประจันหน้า เช่นเดียวกับหญิงสาวผ้าคลุมสีแดงที่ใช้ขวานเป็อาวุธประจำตัว
และในขณะเอง ตอนที่ทุกอย่างดูเหมือนจะเริ่มคลี่คลาย หนึ่งในบรรดาแก๊งค์โจรที่นอนอยู่ที่พื้นก็ได้ดีดตัวลุกขึ้นมา ราวกับแกล้งตายและกำลังรอจังหวะอยู่ยังไงอย่างงั้น จากนั้นก็ยกอาวุธขึ้นเหนือศีรษะและวิ่งตรงเข้ามาทางหญิงสาวซึ่งกำลังเผลอด้วยความรวดเร็ว หญิงสาวหันมาเห็นก็พบว่าเ้าโจรได้เข้ามาใกล้เกินกว่าที่จะมีเวลาหยิบขวานคู่ใจขึ้นมาป้องกันตัวเสียแล้ว เธอพยายามควมคุมสติ และชักมีดพกที่เหน็บไว้ที่ขาออกมา พร้อมที่จะแลกหมัดกับโจรคนนั้น

ซึ่งเป็ขณะเดียวกับที่ Byleth หันไปเห็นเหตุการณ์พอดี และด้วยสัณชาติญาณของทหารรับจ้าง เขาจึงได้วิ่งเข้าไป และใช้ตัวเองกันหญิงสาวคนนั้นจากเ้าโจรไว้ เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดเร็วมาก เร็วเกินกว่าจะมีเวลายั้งคิดหรือวางแผนใดๆ ในตอนนั้นเขาคิดเพียงแค่อยากจะช่วยชีวิตเธอ แต่เ้าโจรก็ใกล้เข้ามามากเกินกว่าที่เขาจะสามารถใช้ดาบจัดการมันได้อย่างทันท่วงที การเอาตัวเองบังหญิงสาวไว้ คงเป็หนทางเดียวที่จะช่วยเธอได้...
อาวุธที่โจรผู้นั้นใช้คือขวาน Byleth รับรู้ถึงมันได้ตอนที่มันถูกจามลงที่กลางหลังของเขา เสียงกรีดร้องของหญิงสาวผ้าคลุมสีแดงเป็สิ่งสุดท้ายที่เขาได้ยิน
จากนั้นทุกอย่างก็ดับลง