หลังจากฆ่าจักรพรรดิปีศาจทมิฬแล้วเย่เทียนก็หยิบเอาแหวนมิติบนร่างของมันไป หลังจากปรับแต่งมัน เขาก็ใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์กวาดผ่านตรวจสอบภายในแหวนจากนั้นก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย
ทรัพย์สินของจักรพรรดิปีศาจทมิฬนั้นค่อนข้างมากมันคงจะเป็นสมบัติที่กลุ่มโจรสลัดอวกาศพวกนี้ปล้นชิงมาหลายปี ดังนั้นจักรพรรดิปีศาจทมิฬจึงมีทรัพยากรทางการเงินจัดได้ว่าร่ำรวยในหมู่จักรพรรดิ9 ดาราทั่วไป
เย่เทียนคำนวณคร่าวๆ แล้วเขาก็พบว่าทรัพย์สินของจักรพรรดิปีศาจทมิฬควรจะมีมูลค่าประมาณ3 พันล้านคะแนนดวงดาว
แต่เดิมทรัพย์สินของเย่เทียนมีน้อยมากจนน่าสมเพชแต่ตอนนี้เขาได้รับทรัพย์สินจำนวนมากของจักรพรรดิปีศาจทมิฬมา ทำให้ความมั่งคั่งของเขาพุ่งทะยานขึ้นทันที
“ต้องขออภัยด้วย สมบัติของนายฉันจะใช้มันเป็นอย่างดี”เย่เทียนกล่าวอย่างอารมณ์ดี
วูซ!
จากนั้น เย่เทียนก็ใช้ทักษะเคลื่อนย้ายพริบตากลับไปยังห้องโดยสารของยานอวกาศและนั่งลงตรงที่เดิม
“พี่ชาย พี่เพิ่งไปไหนมา”
เสี่ยวเหมิงถามออกมา ดูจากร่องรอยคราบน้ำตาบนใบหน้าเธอแล้วก่อนหน้านี้เธอคงจะร้องไห้หนักมาก
“พี่เพิ่งออกไปจัดการคนเลวมา!”เย่เทียนเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม
ในขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ฝึกยุทธ์รวมไปถึงปู่ของเสี่ยวเหมิงต่างก้มศีรษะลงและเอ่ยขึ้น
“คารวะท่านบุตรแห่งสวรรค์!”
“ขอบคุณท่านบุตรแห่งสวรรค์ที่ช่วยชีวิต!”
“คารวะท่านบุตรแห่งสวรรค์!”
“คารวะท่านบุตรแห่งสวรรค์!”
“คารวะท่านบุตรแห่งสวรรค์!”
ภายในห้องโดยสารของยานอวกาศฉากการก้มศีรษะลงคารวะงดงามเป็นอย่างมาก ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปหลายคนเข้าใจตัวตนของเย่เทียนดีในเวลานี้พวกเขาต่างรู้ดีว่าคนทั้งหมดภายในยานอวกาศลำนี้รอดพ้นจากอันตรายแล้ว
บุตรแห่งสวรรค์!
ช่างเป็นสมญานามที่น่าเกรงขามถึงแม้จะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่มีระดับการบ่มเพาะอ่อนแอก็ยังเคยได้ยินสมญานามนี้ นี่คือสมญานามของผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในระดับจักรพรรดิแม้แต่ตัวตนระดับเทพก็ไม่กล้ายั่วยุอัจฉริยะชั้นยอดเหล่านี้ นี่พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขามีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะสวมมงกุฎภายใต้สมญานามบุตรแห่งสวรรค์
เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ต่างรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้ร่วมทางกับบุตรแห่งสวรรค์บนยานอวกาศโดยสารทั่วไปลำนี้
“นั่งลงเถอะ!” เสียงของเย่เทียนดังก้องทั่วห้องโดยสาร
เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ต่างนั่งลงอย่างเชื่อฟังถึงกระนั้นดวงตาของพวกเขายังคงจับจ้องไปที่เย่เทียนด้วยความตื่นเต้น
การที่ได้เห็นบุตรแห่งสวรรค์ด้วยสองตาของตนเองอย่างใกล้ชิดเช่นนี้เพียงพอให้พวกเขาโอ้อวดไปได้อีกหลายปี
ตึก ตึก ตึก!!!
ชายคนหนึ่งในชุดคลุมสีดำเดินมาโค้งคำนับอย่างสุภาพและเอ่ยขึ้น“นายท่านบุตรแห่งสวรรค์ ผมคือกัปตันของยานอวกาศลำนี้ ทางเราได้จัดห้องวีไอพีสำหรับนายท่านแล้วนายท่านโปรดไปใช้ห้องวีไอพีของทางเราเพื่อพักผ่อนเถอะ!”
เย่เทียนมองอีกฝ่ายแล้วพูดอย่างไม่แยแส“ไม่เป็นไร ผมนั่งตรงนี้ได้ ยานอวกาศยังเดินทางต่อได้หรือไม่?”
“ครับ พวกเรากำลังเร่งซ่อมแซมอีกประมาณ 10 นาทีก็จะสามารถเดินทางต่อไปได้!” กัปตันเอ่ยตอบตามความจริง
เมื่อเห็นว่าเย่เทียนไม่มีความคิดที่จะไปยังห้องวีไอพีที่พวกเขาจัดเตรียมไว้กัปตันก็ไม่กล้าพูดถึงมันอีก เพราะเกรงว่าหากเขายังคงดึงดันต่อไป บางทีเขาอาจจะทำให้เย่เทียนไม่พอใจ
10 นาทีต่อมา
ยานอวกาศได้รับการซ่อมแซมเสร็จสิ้นและเริ่มต้นเดินทางต่อไปยังดาวแม่น้ำคราม
“เดิมทีเราต้องการที่จะปิดบังตัวตนเอาไว้แต่ไม่คาดคิดว่าตัวตนของเราจะถูกเปิดเผยเร็วขนาดนี้ แต่ก็ไม่เป็นไร แม้ว่าจักรพรรดิลมทมิฬจะล่วงรู้ว่ามีบุตรแห่งสวรรค์กำลังตามล่าตัวเองอยู่แต่ด้วยความมั่นใจของเขา เขาคงไม่คิดที่จะสนใจ และไม่หนีไปไหนถึงแม้ว่าจะรู้ว่ากำลังถูกตามล่าโดยบุตรแห่งสวรรค์ก็ตาม!”เย่เทียนลอบคิดกับตัวเอง
ตลอดการเดินทางไม่ปรากฏปัญหาอะไรอีกการเดินทางครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่น
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ยานอวกาศก็มาถึงท่าเทียบยานบนดาวแม่น้ำครามได้สำเร็จ
เมื่อก้าวออกจากยานอวกาศ เย่เทียนก็เข้าสู่ดาวแม่น้ำครามด้วยค่ายกลเคลื่อนย้ายทันทีมิฉะนั้นคาดว่าจะมีกองกำลังใหญ่จำนวนมากของดาวแม่น้ำครามอาจจะมาพบเขา เมื่อถึงตอนนั้นมันจะก่อให้เกิดปัญหาที่ยุ่งยากยิ่งขึ้น
ดาวแม่น้ำคราม เมืองเซียงหยวน
เย่เทียนยืนอยู่ท่ามกลางถนนในเมืองสัมผัสถึงความเจริญรุ่งเรืองของเมืองนี้
ท้องถนนเต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมีแม้กระทั่งหุ่นยนต์จำนวนมากที่เดินขวักไขว่รักษาความสงบเรียบร้อยของการจราจร ผู้คนที่นี่เดินทางโดยใช้รถยนต์บินได้หรือรถจักรยานยนต์บินส่วนตัว
เหนือท้องฟ้าของเมืองมีป้อมปราการขนาดใหญ่ถูกติดตั้งปืนใหญ่พลาสมาไว้เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยของดาวเคราะห์
นอกจากนี้ อาคารสิ่งก่อสร้างต่างๆบนดาวแม่น้ำครามก็ให้ความรู้สึกเหมือนภาพยนตร์ไซไฟที่เขาเคยดู มันไม่ใช่สิ่งที่สถาปัตยกรรมของดาวเคราะห์ทั่วไปจะเทียบได้
“สมควรแล้วที่ถูกเรียกว่าดาวเคราะห์แห่งเทคโนโลยี!”
เย่เทียนรู้สึกถึงบรรยากาศที่เต็มไปด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเขาพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ
อย่างไรก็ตาม ดาวเคราะห์ดวงนี้เหมาะสำหรับการพัฒนาเชิงพาณิชย์แต่ไม่เหมาะสำหรับศิลปะการต่อสู้ ผู้ฝึกยุทธ์ที่อาศัยบนดาวเคราะห์ดวงนี้ใช้ชีวิตดื่มด่ำกับสุราและนารีจนค่อยๆสูญเสียความมุ่งมั่นในเส้นทางการบ่มเพาะไป
ถ้าไม่ใช่เพราะภารกิจ เย่เทียนคงไม่คิดจะมายังดาวเคราะห์ดวงนี้
แม้ว่าการใช้ชีวิตที่นี่จะสะดวกสบายแต่มันไม่เอื้อต่อการบ่มเพาะ ตัวเขานั้นเป็นคนที่มุ่งมั่นในเส้นทางแห่งการบ่มเพาะ การมาดาวเคราะห์เช่นนี้มันจะมีประโยชน์อะไร?
นี่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมดาวสีเงินจึงปฏิเสธวิทยาการด้านเทคโนโลยีเมื่อพิจารณาถึงข้อเสียของการนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับสูงมาใช้ มันจะทำให้เส้นทางศิลปะการต่อสู้บนดาวสีเงินบิดเบี้ยวไป
“ได้เวลาตามหาจักรพรรดิลมทมิฬแล้ว!”เย่เทียนบ่นพึมพำ
วูป!
พรสวรรค์ในการคัดลอกแผ่ขยายปกคลุมและพรสวรรค์ของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดทุกทิศทางในพริบตา
“ค้นหา!”
เย่เทียนกำหนดเงื่อนไขการค้นหาพรสวรรค์ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลพรสวรรค์ของจักรพรรดิลมทมิฬ
จากข้อมูลที่เขาได้รับมา จักรพรรดิลมทมิฬมีพรสวรรค์ด้านการปลอมตัวเย่เทียนจึงคัดกรองตรวจสอบเฉพาะผู้ที่มีพรสวรรค์ในด้านการปลอมตัวเพื่อจำกัดขอบเขตการค้นหาให้แคบลง
วูป!
ทันใดนั้นพรสวรรค์ทั้งหมดก็หายไปเห็นได้ชัดว่าจักรพรรดิลมทมิฬไม่ได้อยู่ในเมืองแห่งนี้
“ไปเมืองอื่นต่อ!” เย่เทียนจากไป
จากความเร็วในการค้นหาปัจจุบันของเขาคาดว่าในไม่ช้าเย่เทียนก็จะสามารถสำรวจทั่วทั้งดาวแม่น้ำครามทั้งหมดได้
ดาวแม่น้ำคราม
ในวิลลาหรูแห่งหนึ่ง
ชายคนหนึ่งนอนแผ่อยู่บนเก้าอี้หรูหราพร้อมแชมเปญในมือโดยมีสาวงามสองคนคอยนวดอยู่
“ฮ่าฮ่าฮ่า บุตรแห่งสวรรค์เดินทางมาที่นี่เพื่อตามหาฉัน? เช่นนั้นฉันก็จะฆ่ามันแล้วค่อยปลอมตัวเป็นมันฉันใช้ชีวิตในวิลลาแห่งนี้ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับใคร ไม่มีทางที่ใครจะรู้ตัวตนที่แท้จริงของฉันได้!”จิตใจของชายคนนี้เต็มไปด้วยความชั่วร้าย
เขาก็คือจักรพรรดิลมทมิฬ ตั้งแต่เขามาที่ดาวแม่น้ำครามเขาก็อาศัยอยู่ที่นี่ เพลิดเพลินกับสาวงามในทุกๆ วันโดยไม่ออกไปไหน อย่างไรก็ตามเขามีเงินมากมายและมีพรสวรรค์ด้านการปลอมตัว มีสมบัติที่ช่วยปกปิดกลิ่นอาย เขาสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับหญิงสาวเหล่านี้ได้ตลอดทั้งวัน
นี่เป็นผลที่ทำให้ไม่มีใครหาร่องรอยของเขาพบ
มันทำให้เขาคิดจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ตลอดไปด้วยซ้ำ
“เอ้อ ฉันยังหาวิธีการก้าวขึ้นเป็นบุตรแห่งสวรรค์ไม่ได้เลยหากฉันกลายเป็นบุตรแห่งสวรรค์ แม้แต่ตัวตนระดับเทพที่แท้จริงก็คงไม่กล้าที่จะตามล่าฉัน!”จักรพรรดิลมทมิฬถอนหายใจ
ไม่ว่าเขาจะขโมยสมบัติมามากมายเพียงใดฆ่าอัจฉริยะไปมากแค่ไหน กวาดทรัพย์สินและสมบัติต่างๆ ได้เป็นจำนวนมากเท่าไร แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่สามารถยกระดับตนเองให้กลายเป็นบุตรแห่งสวรรค์ได้เขาพยายามทุกวิถีทาง แต่ก็ยังคงไม่ประสบความสำเร็จจนถึงตอนนี้
หากหลังจากนี้เขายังไม่กลายเป็นบุตรแห่งสวรรค์อีกเขาคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องก้าวไปบนเส้นทางของระดับเทพ นั่นคือสิ่งที่เขาไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้น
ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
“จักรพรรดิลมทมิฬ ดูเหมือนคุณจะใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายมาก!”
เมื่อได้ยินเสียงนี้ การแสดงออกของจักรพรรดิลมทมิฬก็เปลี่ยนไปอย่างมาก
“อะไรกัน!!! นี่เขารู้ที่อยู่ของฉันได้อย่างไร???”
จักรพรรดิลมทมิฬหวังจริงๆว่าสิ่งที่เขาเพิ่งได้ยินจะเป็นเพียงแค่หูแว่วไป แต่เขารู้ดีว่ามันไม่มีทางจะเป็นเช่นนั้นตอนนี้มีคนค้นพบตัวตนของเขาแล้วจริงๆ
“หนี!”
จักรพรรดิลมทมิฬพยายามออกบินหนีไปอย่างทุลักทุเล
ตูม!!
พลังแห่งมิติแผ่ขยายปกคลุมทั่วพื้นที่พื้นที่ทั้งหมดถูกแช่แข็งจนหยุดนิ่งในทันที
ในขณะเดียวกัน มือหนึ่งก็ยื่นออกมาจากความว่างเปล่าในมือนั้นมีดาบเล่มหนึ่งที่ฟันออกมาอย่างรวดเร็ว
“ดาบภูตพราย!”
ฟุบ
จักรพรรดิลมทมิฬพบว่าร่างของตนถูกตัดเป็นสองส่วน
แต่เขายังไม่ตาย ตัวเขานั้นมีสมบัติในการรักษาตราบใดที่มีเวลาเพียงพอ อาการบาดเจ็บดังกล่าวก็จะสามารถรักษาให้หายได้
วูซ!
บอลมิติปรากฏขึ้นห่อหุ้มร่างของจักรพรรดิลมทมิฬไว้ทันที
“ทำลาย!”
สิ้นเสียงบอลมิติก็ระเบิดออกในเสี้ยวพริบตา
ตูม!!!
พื้นที่ภายในบอลมิติแตกออกและทันทีที่บอลมิติระเบิดออก ร่างของจักรพรรดิลมทมิฬที่ปกคลุมไปด้วยเลือดก็ตกลงมาบนพื้นลมหายใจของเขาแทบจะโรยรา แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่ตาย
“เขามีสมบัติช่วยชีวิตอยู่มากมายจริงๆ!”เย่เทียนแอบประหลาดใจไม่น้อย
หากเป็นจักรพรรดิ 9 ดาราทั่วไปคงจะถูกเขาสังหารไปนานแล้ว แต่ตอนนี้จักรพรรดิลมทมิฬกลับยังไม่ตาย
“หนามวิญญาณ!”
เย่เทียนปลดปล่อยพรสวรรค์การโจมตีทางวิญญาณโจมตีวิญญาณของจักรพรรดิลมทมิฬ
ตูม!
หนามวิญญาณพุ่งทะลุร่างของจักรพรรดิลมทมิฬแต่มันถูกปิดกั้นโดยสมบูรณ์โดยสมบัติปกป้องวิญญาณ ทำให้วิญญาณของอีกฝ่ายสั่นสะท้านเพียงเล็กน้อย
“สมบัติปกป้องวิญญาณ ดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่จะโจมตีอีกฝ่ายด้วยทักษะโจมตีทางวิญญาณ!”
จากนั้นดาบในมือของเย่เทียนขยับฟันไปยังจักรพรรดิลมทมิฬ
ในทันทีจักรพรรดิลมทมิฬเผชิญหน้ากับการโจมตีหลายครั้งของเย่เทียนร่างของเขาก็ถูกตัดออกเป็นชิ้นๆ ลมหายใจของเขาค่อยๆ หายไปอย่างสมบูรณ์ และล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรง
ถึงจะดูเหมือนว่าเวลาผ่านไปค่อนข้างนานแต่ความจริงแล้วมันผ่านไปเพียงแค่เสี้ยววินาที
เมื่อหญิงสาวภายในวิลล่ากลับมาได้สติพวกเธอเห็นร่างของจักรพรรดิลมทมิฬที่ถูกฆ่าและกลับไปเป็นรูปลักษณ์ดั้งเดิมของเขา พวกเธอก็กรีดร้องออกมาทันที
เย่เทียนคร้านเกินกว่าจะสนใจเรื่องไร้สาระเหล่านี้
เขานำร่างของจักรพรรดิลมทมิฬมาและหันหลังเดินจากไป