ตอนที่6 ค้างแรมกลางป่า
น้ำหนึ่งเบะปากมองเพื่อนสาวพร้อมกับทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ตอนที่รถเบรกกระทันหันร่างของเธอกระเด็นกระดอนกระแทกเข้ากับขอบกระบะจนรู้สึกเจ็บระบมไปทั้งตัว ใครจะคาดคิดกันว่าการเดินทางมาเพื่อทำความดีอุปสรรคมันจะมากขนาดนี้
“น้ำหนึ่งแกเจ็บตรงไหนมั้ง”
“เจ็บทุกตรงนั่นแหละเหมือนตัวฉันโดนรุมกระทืบยังไงยังงั้น แล้วแกล่ะเป็อะไรมากไหม”
“หึ” ปรางส่ายหน้า “เจ็บหัวนิดหน่อยสงสัยกระแทกเข้ากับอะไรสักอย่าง เดี๋ยวฉันเดินไปดูหมอนั่นหน่อยนะเห็นว่ารถดับไปไม่รู้เขาจะซ่อมได้หรือเปล่า”
“อื้อ ฉันขอนั่งรออยู่ตรงนี้นะเหมือนหัวเข่าฉันจะเจ็บด้วย”
หญิงสาวพยักหน้าให้เพื่อนแล้วเดินไปยังหน้ารถเห็นโชเฟอร์ร่างใหญ่กำลังก้มๆ เงยๆ อยู่บริเวณห้องเครื่องซึ่งกำลังมีควันโชยออกมา คิ้วเข้มของเขาขมวดเป็ปมใช้ปากคาบกระบอกไฟฉายในขณะที่สองมือก็วุ่นวายอยู่กับการถอดสายโน้นนี่ซึ่งหญิงสาวเองก็ไม่เข้าใจเกี่ยวกับระบบเครื่องยนต์
“นี่คุณรถเป็อะไร”
“หม้อน้ำแตกตอนรถอัดกระแทกกับต้นไม้”
“แล้วคุณซ่อมได้ไหม”
“หึ” คำตอบห้วนๆ ทำให้หญิงสาวหน้าเสีย
“หมายความว่าไงซ่อมไม่ได้ แล้วพวกเราจะทำยังไง”
ชายหนุ่มปิดฝากระโปรงรถเสร็จแล้วก็หันมาเผชิญหน้ากับหญิงสาว “คืนนี้คงต้องนอนที่นี่พรุ่งนี้เช้าผมจะโทรให้ช่างในเมืองหาอะไหล่มาเปลี่ยน” ร่างสูงใหญ่เดินมาเปิดประตูรถฝั่งคนขับแล้วค้นหาอะไรบางอย่าง
“คุณโทร.บอกให้ช่างหาอะไหล่มาเปลี่ยนตอนนี้ไม่ได้เหรอคะพวกเราจะได้ไม่ต้องนอนค้างในป่า”
ปรางมองไปรอบตัวซึ่งมืดสนิทแทบมองไม่เห็นสิ่งใด สิ่งมีชีวิตบางอย่างซึ่งซ่อนตัวอยู่ในความมืดส่งเสียงชวนขนลุกดังมาเป็ระยะ
“นี่มันจะสามทุ่มแล้วพอค่ำลงก็ไม่มีใครกล้าเดินทางเข้ามาในป่าแถวนี้หรอก รับนี่ไปแบ่งกับเพื่อนของคุณ”
ชายหนุ่มหอบถุงนอนออกมายื่นให้หญิงสาว
“นี่พวกเราต้องนอนค้างที่นี่จริงหรอคะพี่”
เสียงน้ำหนึ่งซึ่งได้ยินบทสนทนาระหว่างโชเฟอร์กับเพื่อนสาวของเธอมาโดยตลอดถามขึ้นด้วยน้ำเสียงหวาดวิตก
“ถ้าไม่อยากนอนที่รถก็เดินกลับไปนอนในเมืองโน้น แต่ผมไม่รับประกันหรอกนะว่าระหว่างทางพวกคุณจะถูกหมาป่าหรือเสือคาบไปกินหรือเปล่า”
“มะ… มีเสือด้วยงั้นเหรอคะพี่”
“ป่าที่นี่สมบูรณ์ยังมีสัตว์ป่าเกือบทุกชนิดและผมจะบอกอะไรให้นะว่าพวกมันแต่ละตัวไม่ได้น่ารักเหมือนสัตว์ป่าที่พวกคุณเห็นในสวนสัตว์หรอกนะ พวกมันมองเห็นมนุษย์อย่างเราเป็เพียงอาหารอย่างหนึ่งเท่านั้น”
ชายหนุ่มควักบุหรี่จากกระเป๋าเสื้อออกมาจุดสูบก่อนจะก้มไปหยิบปืนยาวกระบอกหนึ่งออกมาจากห้องโดยสารแล้วเช็คดูความเรียบร้อยเพื่อให้พร้อมสำหรับการใช้งาน จากนั้นบรรจุะุลงไปในรังเพลิง การกระทำของเขาแทนความหมายในสิ่งที่ชายหนุ่มบอกกล่าวเป็อย่างดี
“โอ้ย นี่มันวันซวยแห่งชาติของฉันเหรอไงนะอยากกรีดร้องออกมาดังๆ ชะมัด งือๆๆ”
น้ำหนึ่งนอนหงายท้องลงกับพื้นกระบะรถดิ้นดุกดิกไปมาเหมือนเด็กงอแง
“ฉันขอถามอะไรสักอย่างสิ” ปรางหันไปหาชายหนุ่มเพียงคนเดียวในเวลานี้
“ว่ามา”
“หากฉันกับเพื่อนนอนค้างคืนในป่าแล้วสัตว์ป่าพวกนั้นมันจะไม่เข้ามาทำร้ายพวกเราใช่ไหมคะ”
“ปลอดภัยหายห่วงไม่รู้หรอว่าพวกคุณอยู่กับใคร”
ปลายบุหรี่แดงวาบเมื่อเ้าตัวสูดควันสีเทาเข้าปอดลึกๆ แล้วพ่นออกมาเป็สาย
“ผม ‘ลีโอ’ พรานมือหนึ่งแห่งหมู่บ้านเขาเขียวอย่าว่าแต่พวกสัตว์ตัวเล็กเลย ช้างป่าทั้งโขลงผมก็เคยไล่ตะเพิดพวกมันมาแล้ว”
ปรางหันไปสบตากับน้ำหนึ่งพร้อมกับทำปาก ขมุบขมิบที่พอได้ยินกันเพียงสองคน
“ขี้-โม้-เป็-บ้า”