"ท่านรู้เรื่องทั้งหมดนี้ได้อย่างไรกัน"เมื่อไม่ได้รับคำตอบก็ขยับกายขึ้นไปอีกหน่อยให้เขาเห็นตัวเองมากขึ้นพลางถามใหม่อีกครั้ง "ข้าถามท่าน ท่านรู้เรื่องทั้งหมดนี้ได้อย่างไร"
เรื่องทั้งหมดที่ว่าคือ ฉีอ๋องรู้ได้อย่างไรว่ากู้เลี่ยงรุ่ยอยู่ไหน และรู้ได้อย่างไรว่าอู๋เยี่ยนอยู่ไหน และจัดการอย่างไรให้อู๋เยี่ยนไปช่วยกู้เลี่ยงรุ่ย ซึ่งจะทันมั๊ยก็ต้องมาลุ้นอีกที แต่จากการที่จื่อหย่งลงมือเอง ยังไงก็ทัน คนผู้นี้นอกจากจะเก่งเรื่องงานบริหาร ยังทำเอกสารต่างๆ ได้ยอดเยี่ยม ฉีอ๋องสั่งให้จื่อหย่งหาหนังสือถ่ายทอดคำสั่งอนุญาตให้อู๋เยี่ยนเข้าเมืองมา โดยอาศัยชื่อองค์ชายสิบเอ็ด ป๋อหยวนคิดไม่ออกเลยจริงๆ ทั้งยังคิดไม่ถึงว่าตำแหน่งองค์ชายสิบเอ็ดเมื่อออกมาจากปากฉีอ๋องแล้วก็กลายเป็นฐานะที่มีค่าขึ้นมา คนผู้นี้ทำได้อย่างไรกันนะ
ร่างสูงในชุดขุนนางสีแดงทับเสื้อนอกตัวสั้นสีดำ ที่เอวห้อยหยกสีขาวตัวอักษรสีทองเด่นหรา บนหัวสวมเกี้ยวครอบศีรษะทรงสูง ลวดลายบนเกี้ยวเป็นการรอยเรียงจากฝีมือช่างศิลปะผู้ยอดเยี่ยม เครื่องหน้าเรียบเฉยแต่พอพิศมองก็ยากจะละสายตา อาคาพยพบนใบหน้าประกอบกันขึ้นเพื่อขับเด่นจุดสำคัญที่สุดคือดวงตาสีอ่อนให้ยิ่งดูโดดเด่น ยิ่งยามที่กำลังก้มลงมองหนังสือในมือนิดๆ ทำให้ยิ่งดูน่าใคร่รู้ว่าเขากำลังอ่านหนังสือหรือคิดอะไร คนผู้นี้น่าหงุดหงิดใจเหลือเกิน บนร่างมีกลิ่นอายบัญฑิตผู้ทรงคุณแต่การลงมือแยบยลและโหดเหี้ยม...
"อ่านให้มาก ดูให้มาก ฟังให้มาก"ก่อนจะพลิกกระดาษโดยใช้ปลายดรรชนี ความเคลื่อนไหวเดียวคือการกระพริบตา เขาไม่ยิ้ม ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ
คำตอบดั่งคำสั่งสอนชวนให้คนฟังรู้สึกเหม็นขี้หน้า โดยเฉพาะป๋อหยวนในตอนนี้ที่ได้กลายเป็นทาสรับใช้เขาโดยที่เขาไม่ต้องฝืนใจหรือข่มขู่ ป๋อหยวนเต็มใจจะกระโดดลงไปในหลุมให้เขาฝั่งกลบอีกที ทว่าจะทำอย่างไรได้เล่า คนผู้นี้เก่งเกินไปจนน่าชังแม้แต่รอยจองจำบนข้อมือที่ผูกมัดป๋อหยวนไว้กับที่ คนผู้นี้ยังหาทางทำลายได้
"ท่านแน่ใจนะว่าทำเช่นนี้จะไม่เป็นไร ข้าขอบอกท่านไว้ก่อนนะ หากว่าเรื่องที่ข้า...เป็นสิ่งนั้นหลุดออกไป ท่านไม่ตายดีแน่ ทั้งยังต้องตายอย่างอนาถแน่"
"วางใจเถอะ ข้าไม่ปล่อยให้คนอย่างเจ้ามาทำให้ชีวิตข้าพังหรอก หลังจากนี้ไปก็ทำตัวให้ดี ข้าเดิมพันกับเจ้าไว้มาก"
"ข้ารู้หน่า ท่านไม่ต้องมาย้ำหรอก"ป๋อหยวนกัดปากเล็กน้อย เริ่มมีความเกรงอกเกรงใจฉีอ๋อง กลัวว่าจะทำให้เขาไม่สบอารมณ์ขึ้นมา
“แล้วท่านเตรียมแผนรับมือไว้อย่างไรบ้าง ท่านเอาแต่บอกให้ข้าเล่าให้ท่านฟัง แต่ท่านกลับไม่บอกอะไรข้าเลย จนถึงตอนนี้ข้าก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราอยู่ที่ไหน ข้ารูว่าท่านบอกไว้ชัดเจนแล้วว่าข้าต้องฟังท่านอย่างเดียวเท่านั้น แต่หากท่านไม่บอกอะไรข้าบ้างเลย ข้าอาจจะทำแผนท่านพังก็ได้ ใครจะรู้”
ตั้งแต่เมื่อครู่แล้วที่คนผู้นี้พาป๋อหยวนออกมาจากรัฐฉีโดยไม่บอกว่าจะไปไหน แถมยังใช้ผงอันตรธานตามอำเภอใจ แต่ก็ว่าไม่ได้ คนอย่างฉีอ๋องมีสิทธิจะใช้อยู่แล้ว ใครจะกล้ามาจับผิดเขาเรื่องละเมิดข้อตกลงห้ามใช้ผงอันตรธานข้ามรัฐกันล่ะ หลังผ่านไปสักพักป๋อหยวนก็ทนไม่ไหว เขาต้องมานั่งอยู่กลางศาลาที่หนาวจัดนานแล้ว เตาอุ่นสักอันก็ไม่มีให้เขา ส่วนฉีอ๋องมีเตาฟักทองเล็กๆ อันหนึ่งที่ตัก จึงรู้สึกอดโมโหไม่ได้ ทั้งยังต้องมารออยู่เฉยๆ กับฉีอ๋องอีก ยิ่งน่าเบื่อหน่ายไปใหญ่จึงต้องถามออกไป พูดออกไปเพื่อกวนสมาธิ
ฉีคุนวางหนังสือในมือลงบนโต๊ะ วางมือลงบนปก ปลายนิ้วสัมผัวอักษรสีเงินเบาๆ รอบข้างเป็นศาลากลางน้ำ มีเส้นทางทอดยาวสายหนึ่งเท่านั้นที่นำออกไปจากศาลาได้ ยามนั้นเป็นเวลากลางคืน ดวงจันทร์หม่นแสง ดวงดาราพลันเปล่งประกาย สายลมยามกลางคืนพัดพาละอองเย็นจากแม่น้ำมาระผิวหน้า ให้ความรู้สึกหนาวเย็นอยู่บ้างจริงๆ ฉีคุนต้องยอมรับว่านับตั้งแต่วันนั้น เขาก็กลายเป็นคนขี้หนาวแล้ว
"เจ้าคิดว่าตำแหน่งหลู่อ๋องเป็นอย่างไร”
ฉีคุนถามก่อนจะมองเซี่ยหยวนที่อยู่เบื้องหน้า องค์ชายสิบเอ็ดผู้นี้ไม่เคยอยู่ในสายตาของใคร รวมทั้งเขาด้วย ทว่าด้วยเหตุผลบางอย่าง เขาจำเป็นต้องใช้เซี่ยหยวน กระนั้นก็อยากลองเชิงสักหน่อยว่าองค์ชายสิบเอ็ดผู้นี้ใช้ได้หรือไม่
น้ำในทะเลสาบแข็งเย็นเฉียบอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ตอนนี้แม้กระทั่งเลือดในร่างกายของป๋อหยวนเองก็เย็นเฉียบ ปากคอสั่น หวั่นเกรงไปชั่วขณะว่าอยู่ดีๆ ฉีอ๋องพูดเรื่องเช่นนี้ขึ้นมาได้อย่างไร เขาจะเป็นหลู่อ๋องได้อย่างไร ในเมื่อหลู่ต้าอวี่ยังอยู่
ใช่หรือไม่...
ป๋อหยวนพอตระหนักได้ถึงหลู่ต้าอวี่ ในกายพลันหนาวเหน็บกว่าเดิม แม้แต่ปากก็ยังแข็งค้าง
“ท่าน...ท่านจะฆ่าเขา?”
ฉีคุนตอบเรียบๆ “หลู่อ๋องย่อมมีได้คนเดียว”
ป๋อหยวนกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ ไม่แปลกใจนักเมื่อได้ยินฉีอ๋องพูดเช่นนี้ ความหมายโดยชัดเจนของเขาก็คือ เขาจะกำจัดหลู่ต้าอวี่อ๋อง ทว่าทำได้อย่างไร ป๋อหยวนไม่อยากรู้นัก แต่ที่เขาทำเช่นนี้ก็เพื่อให้เขาขึ้นเป็นหลู่อ๋องคนใหม่ เมื่อตระหนักได้แบบนี้ ป๋อหยวนเกิดความรู้สึกว่าครุ่นคิดเงียบๆ อย่างหนักหน่วงว่าในอดีตเขาทำตัวไม่ดีต่อฉีอ๋องไว้อย่างไรบ้าง แก้ตัวตอนนี้ทันหรือไม่ คนผู้นี้กล้าแม้กระทั่งเล่นงานคนของฝ่าบาท
“ฉีอ๋อง ท่านทำเช่นนี้ไม่กลัวคนจะครหาท่านหรือ การจะจัดการหลู่อ๋องคงไม่ง่าย ท่านจะลงมืออย่างไร ท่านก็น่าจะรู้ ยังไงหลู่ต้าอวี่ก็เป็นถึงอ๋องที่ฝ่าบาททรงเลือกเองกับมือ”
เรื่องอื่นใดล้วนเอาไว้ก่อน ตอนนี้สิ่งที่สำคัญคือป๋อหยวนอยากจะรู้ว่าฉีอ๋องจัดการหลู่ต้าอวี่อย่างไร เพราะฉีอ๋องไม่ได้ทำอะไรเลยจริงๆ นะ วันๆ ก็เห็นนั่งอ่านหนังสือและว่าราชการ เอาเวลาที่ไหนไปหาวิธีจัดการหลู่ต้าอวี่ ซึ่งมันก็คงไม่ได้เกิดขึ้นในวันสองวันแน่ๆ คนผู้นี้ได้คิดวางแผนเอาไว้นานแล้ว
“หลู่ต้าอวี่นิสัยอำมหิต ขูดรีดประชาชน บำเรอกามเหิมอำนาจ ฉ้อราษฎ์บังหลวง ซุกกองทหารหมายจะกบฏ เจ้าคิดว่าคนเช่นนี้สมควรได้อยู่ต่อหรือ” ฉีคุนกล่าว ใบหน้าเรียบเฉยแต่นัยน์ตาสีอ่อนเหลือบเทากำลังประเมิน ในเวลาเช่นนี้คือกำลังทดสอบไหวพริบเซี่ยหยวน คำตอบของเขาล้วนจะกำหนดชะตาของเขา
“ย่อมไม่สมควรได้อยู่ต่อ ท่านก็เลยจัดการเขาเป็นเรื่องที่ทำเพื่อผดุงความยุติธรรม และจัดการแทนฝ่าบาท สมควรแล้วๆ ข้าเข้าใจ วันหน้าหากมีคนถาม ข้าจะตอบเช่นนี้” ป๋อหยวนยิ้มกว้าง ทว่าในอกก็เต้นแรง จริงดังที่คนเขาว่ากันจริงๆ ฉีอ๋องผู้นี้ไม่ควรล่วงเกิน
“แล้วอย่างไร ท่านว่าตำแหน่งหลู่อ๋องเป็นอย่างไรบ้าง”
นั้นหาได้เป็นคำถาม แต่เป็นการโยนหินถามทางไปในตัว ฉีคุนใบหน้าเรียบเฉยแต่พาให้ใจคนฟังรู้สึกไม่สบายใจเลยสักนิด หากว่าป๋อหยวนตอบไม่ดีหรือปฎิเสธ จุดจบสุดท้ายของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรหน่อ หลังจากคิดทบทวนอย่างดีแล้ว ป๋อหยวนก็สรุปได้แล้วว่าควรจะต้องตอบอย่างไร
“ท่านคงวางแผนเรื่องนี้มาแล้วอย่างดีแล้ว ดังนั้นข้าจะทำตามที่ท่านต้องการ ขอแค่ท่านหาทางช่วยพี่รุ่ยได้ก็พอ ทุกอย่างข้าล้วนฟังท่าน” ในสายตาป๋อหยวน ฉีคุนเป็นคนที่คาดเดาอะไรไม่ได้เลย เขาคิดอะไรหรือจะทำอะไรล้วนเป็นปริศนา ทว่าเขาล้วนทำอะไรก็สำเร็จตามแผนที่วางไว้ อีกทั้งฉีคุนและป๋อหยวนมีเป้าหมายร่วมกัน ดังนั้นการร่วมมือนับจากนี้ก็พอทำได้ อย่างน้อยพอได้ทำอะไรเพื่อพี่รุ่ย ป๋อหยวนก็รู้สึกดีขึ้นมาที่ได้ชดเชยสิ่งที่เคยทำลงไป
“ดี งั้นข้าจะแนะนำคนผู้หนึ่งให้เจ้ารู้จัก เขาจะกลายเป็นมือขวาของเจ้าในอนาคต คอยช่วยเจ้าบริหารจัดการรัฐหลู่”
ตอนนั้นเองก็มีร่างของคนผู้หนึ่งมาเยือน เขานั่งเรือมาจากกลางแม่น้ำ คาดเดาจากหน้าตาแล้ว อายุคงไม่น้อยไปกว่าฉีคุนอ๋อง เป็นชายฉกรรจ์รูปร่างสูง สวมชุดขุนนางขั้นหนึ่งของรัฐหลู่ คนผู้นั้นมาพร้อมกับฟ่านเฉิง พอขึ้นมาบนศาลาก็คุกเข่าทำความเคารพทันทีอย่างนอบน้อม ป๋อหยวนอยากจะถามก็ไม่มีเวลาจะแทรก ต้องเก็บข้อมูลคนเดียวเงียบๆ ไปก่อน
“ท่านอ๋อง กระหม่อมมาช้าแล้ว”
“ไม่เป็นไร ลุกขึ้นก่อน ข้าจะแนะนำนายใหม่ให้เจ้ารู้จัก ต่อแต่นี้ไป เซี่ยหยวนคือนายของเจ้า เจ้าต้องติดตามช่วยเหลือเขา วันนี้ฤกษ์ดี ข้ามีงานส่งท้ายให้เจ้าทำเล็กน้อย”
“ท่านอ๋องเชิญรับสั่ง กระหม่อมเป็นหนี้ท่านจนหาไม่ได้ ชั่วชีวิตนี้ข้ามอบให้ท่าน”
ฉีคุนสีหน้าเรียบเฉยอย่างยิ่ง น้ำเสียงก็ราบเรียบเหมือนกำลังสั่งให้คนไปซื้อผัก แม้กระทั่งนัยน์ตาก็ไม่หวั่นไหว
“คืนพรุ่งนี้ไปฆ่าหลู่ต้าอวี่...”