แม่ทัพซุนหลาง พาราเชนมาที่บนกำแพงเมือง พบเห็นเหล่าทหารหลายคนนอนเป็นศพถูกลูกธนูขนาดใหญ่ยิงเข้ามาจนร่างทะลุ บางคนแขน หรือ ขา ถูกตัดขาดวิ่น
ราเชนต้องนำยาสมานแผลสิบทิศที่มีเหลืออยู่ไม่ถึง 100 ขวดแจกจ่ายให้ทหารไปใช้จนหมด
“ ตอนนี้พวกมันกำลังเคลื่อนพลเข้ามาใกล้อีก หากพวกมันโจมตีอีกครั้ง ประตูเมืองคงไม่อาจทนทานธนูใหญ่ของมัน พวกเราคงได้ล้มตายอีกมากแน่”
ราเชนมองไปที่กองทัพของเผ่าหมาป่าสวรรค์ พบเห็นเครื่องยิงธนูขนาดใหญ่ นับสิบเครื่อง และ เหล่าทหารที่ถือธนูคันใหญ่ กำลังเคลื่อนพลเข้ามาใกล้ กำแพงเมือง และแล้วพวกมันก็หยุด เพื่อรอคำสั่งโจมตี
“ ถอนกำลังไปคุ้มกันชาวบ้าน ไม่ต้องเฝ้ากำแพงเมืองอีกต่อไป เปิดประตูเมือง”
“ อะไรนะ เปิดประตูเมือง จะทำให้พวกมันเข้ามาในเมืองเร็วกว่ากำหนดนะ”
แม่ทัพซุนหลางรีบเอ่ยเตือน ทหารคนอื่นๆ ที่ได้ยินก็ต่างไม่เห็นด้วยกับความคิดของราเชน
“ ทำเช่นนี้ จะทำให้พวกมันบุกเข้ามาที่ประตูทางเข้านี้เพียงจุดเดียว ไม่โจมตีพร้อมกันทั้งสี่ทิศ พวกท่านคิดว่า กำแพงเมืองทั้งสี่ทิศสามารถต้านทานการโจมตีในระยะใกล้ได้ถึง 1 ชั่วยามไหม”
แม่ทัพซุนหลางกับลูกน้องต่างเห็นด้วย แต่ก็ยังห่วงว่าราเชนจะไม่สามารถต้านทานกองทัพนับหมื่นได้ถึง 1 ชั่วยาม แค่กระพริบตา พวกมันก็บุกเข้ามาแล้ว
“ แต่หากท่านเขยไม่สามารถถ่วงเวลาได้ พวกเราไม่รอดกันแน่”
“ ไม่ต้องห่วง พวกท่านช่วยนำลูกอัสนีบาตทั้งหมด ไปวางรอบ ๆบริเวณนี้ หากพวกมันเข้ามา ข้าจะระเบิดสังหารพวกมันเอง พอทัพหน้าของพวกมันถูกระเบิดอัสนีบาตเหล่านี้ พวกมันคงจะไม่กล้าเข้ามาอีกช่วงระยะหนึ่ง ข้าเชื่อว่าน่าจะเพียงพอให้พวกท่านและชาวบ้านหนีออกจากเมืองนี้ได้ทัน”
“ แต่ว่า ท่านจะถูกระเบิดอัสนีบาตตายไปพร้อมกับพวกมันด้วยนะ”
แม่ทัพซุนหลางเตือนด้วยความเป็นห่วง
“ ชีวิตข้าเพียงคนเดียว แลกชีวิตกับผู้คนนับหมื่น ไม่ว่าจะคำนวนแง่ไหน ข้าว่ามันคุ้มที่สุดแล้ว อย่าเสียเวลา รีบทำตามแผนเร็ว” ราเชนสั่งแม่ทัพซุนหลาง ซึ่งได้แต่คุกเข่ากับพื้น เพื่อแสดงความขอบคุณราเชนที่ทำเช่นนี้ ทหารทุกๆ คนที่ได้ฟัง ก็คุกเข่าคารวะราเชนที่ยอมตาย เพื่อต้านทันกองกำลังหมาป่าสวรรค์ เพื่อให้พวกเขาและชาวบ้านได้หลบหนีไปได้ทันเวลา
ทหารเปิดประตูเมืองบานใหญ่ แล้วรีบวิ่งหนีไป ทหารของเผ่าหมาป่าสวรรค์ เห็นว่าประตูเมืองเปิด ก็ส่งเสียงไชโยโห่ร้อง ดีใจ คิดว่า ประตูเมืองเปิดแบบนี้ เท่ากับว่า เผ่าจิ้งจอกสายฟ้าได้ทำการยอมแพ้แล้ว แต่หลังจากประตูเปิด ภาพของชายหนุ่มยืนอย่างทรนงองอาจ ขวางประตูทางเข้าเพียงแค่ผู้เดียว ในมือถือธนูสุริยคราส เป็นราเชนนั่นเอง
“ ราชันหมาป่าเมาคลี ข้าถูเฟยมาแล้ว วันนี้ข้าจะตัดแขนเจ้าอีกข้าง แน่จริงก็มาสู้กันตัวต่อตัวอีกครั้ง หรือ จะหาคนมาช่วย ข้าก็ไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว”
ราเชนตะโกนออกไปด้วยพลังคลื่นมังกร ได้ยินกันทั่วทั้งกองทัพ
“ ถูเฟย ไอ้บ้านี่ ข้าจะตัดแขน ตัดขามันด้วยมือของข้าเอง สั่งการไปแม่ทัพทั้งสี่มารวมตัวกันที่ประตูเมืองทิศเหนือ ใครจับเป็นเจ้าถูเฟยมาได้ ข้าจะให้คนนั้นเจ้าเมืองครองเผ่าจิ้งจอกสายฟ้า” เหล่าทหารได้ยินชายคนหนึ่งมาท้ารบตัวต่อตัวกับราชันของตนเช่นนี้ ก็ส่งเสียงร้องออกไปอย่างหึกเหิม คิดว่าราชันของตนจะออกไปสู้
แต่พอได้ยินคำพูดของราชันหมาป่า ก็ได้แต่นิ่งเงียบ ส่วนแม่ทัพทั้งสี่ ก็เข้ามารวมตัวกันที่ประตูที่ราเชนยืนเฝ้าอยู่
แม่ทัพหมาป่าเคราแดง ที่อยู่เฝ้าประตูเมืองทิศเหนือ ไม่รอให้สามแม่ทัพเข้ามา พาลูกน้องฝีมือดี 10 คน ขี่ม้าพุ่งนำหน้าเข้าไป เพื่อหมายจะจับเป็นราเชนเพื่อรับรางวัลก่อนใคร
“ เข้ามาเลย”
ราเชนไม่สนใจ นำธนูสุริยคราสออกมา ยิงออกไปใส่พวกมันทันที
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว !!!!
ลูกธนูที่พุ่งออกไป พุ่งเข้าเจาะร่างของทหารม้าที่วิ่งเข้ามา แม้นจะมีชุดเกราะป้องกันแต่ลูกธนูสุริยคราส ก็ยังคงยิงทะลุร่างตายกันไป เหลือเพียงสี่คนที่รอดมาได้ กระโจนลอยตัวหลังม้า ใช้ดาบสันหนาขนาดใหญ่ ฟันเข้าร่างราเชนพร้อมกันทั้งสามคน แต่ทั้งหมด ถูกราเชนใช้พลังสะกดร่างของพวกมัน ตรึงเอาไว้กางอากาศ แล้วยิงลูกธนูสุริยคราสเจาะลำคอของพวกมันทั้งสี่ ตายไปในทันที
แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีเงาทวนขนาดใหญ่ มาด้วยพลังขั้นมหาเซียนระดับกลาง แทงสวนเข้ามา ใส่ร่างของซากศพทหารม้าทั้งสี่ จนกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ราเชนไม่สามารถใช้พลังจิตปราณ สะกัดเอาไว้ได้ แต่ยังใช้มือซ้ายจับปลายทวนเอาไว้ ไม่ให้มันแทงทะลุหน้าอกของเขา แล้วมือขวาของราเชนก็สลับอาวุธธนูสุริยคราส เป็นมีดสั้นนิรนามแทงสวนออกไป มีดสั้นนิรนามกลายเป็นกระบี่ยาวกว่าทวนแทงเข้าลำคอของ แม่ทัพหมาป่าเคราแดง แล้วสะบัดออก จนหัวหลุดกระเด็น
ทัพของแม่ทัพหมาป่าเคราแดง ถึงกับเงียบสนิท เมื่อเห็นหัวหน้าของตนเอง ตายอย่างน่าเอน็จอนาจเช่นนี้ เหล่าทหารต่างโกรธเกรี้ยว หมายจะยิงถล่มราเชนด้วยกองทัพธนูอันแข็งแกร่ง แต่ไม่อาจขัดคำสั่ง ราชันหมาป่าเมาคลีที่สั่งให้จับเป็นราเชน
มีเพียงทหารอีกสามสิบคนถือดาบสันหนา วิ่งเข้าไปหมายจะจับเป็น แต่ไม่ทันได้เข้าใกล้ ลูกธนูของราเชนก็พุ่งออกมาราวปาฏิหาร์ย มันแยกตัวออกจาก 1 เป็นสอง และสองเป็นสี่ดอก พุ่งเข้าทะลุร่างทหารม้าทั้งสามสินนาย ตายโดยที่ยังไม่ทันถึงตัวของราเชน
ราเชนยืนถือธนูสุริยคราสเพียงคนเดียว สามารถสังหารศัตรูไปแล้ว ถึงสี่สิบเอ็ดคน
กองทัพหมาป่าสวรรค์ต่างโกรธแค้น มีบางคนเข้าไปขอ ราชันหมาป่าเมาคลี เพื่อสังหารราเชน แต่ถูกราชันเมาคลี ถีบกระเด็นออกมา
“ ไอ้พวกไม่เอาไหน แค่คนเพียงคนเดียว จับเป็นมาให้ข้าไม่ได้หรือไงวะ”
คราวนี้กองกำลังอีกสามทัพ มาถึง ก็ไม่พูดจาอะไรกัน ส่งคนของตนทัพละ 100 เป็นสามร้อย ถือดาบใช้ฟันบนหลังม้า บุกเข้ามาสามทาง เพื่อเข้าจับกุมราเชนเอาไว้
แต่พวกมันเข้ามาใกล้ๆ ก็ถูกลูกธนูของราเชนล้มตายไปกว่าครึ่ง ที่เหลือ แม้นจะเข้าประชิดได้ แต่ก็ถูกราเชนนำมีดสั้นนิรนามออกมาต้าน ซึ่งตอนนี้ได้กลายเป็นกระบี่ยักษ์ ฟาดฟันใส่ร่างทหารหมาป่าสวรรค์ จนขาดเป็นสองท่อนทีเดียวสิบกว่าคน จนทหารทั้งสามร้อย ไม่มีใครเหลือรอดแม้แต่คนเดียว ซากศพที่อยู่หน้าประตูเมือง กองทัพถมกันอย่างเอน็จอนาจ
“ บัดซบ ส่งทหารทัพละพันคน จับตัวมันมาให้ได้”
คราวนี้ทหารหมาป่าสวรรค์สามพันนาย เคลื่อนตัวเข้ามามีตาข่ายขนาดใหญ่ขี่ม้ามากันมากมาย เพื่อจะจับราเชนเพียงคนเดียว ราเชนก็หาได้หนีไหนไม่ ยิงธนูใส่พวกมันอย่างไม่มีจำกัด ไม่มีตาข่ายชุดไหนสามารถเข้าถึงตัวราเชนได้เลย ทหารม้าตอนตายคาตาข่ายไปเป็นจำนวนมาก แต่ด้วยความที่มีจำนวนมากมาย ก็สามารถเข้าถึงตัวของราเชน แต่ว่าตาข่ายยักษ์ที่เตรียมมาก็ถูกราเชน ใช้กระบี่ยักษ์ฟันจนขาดสะบั้น ถูกร่างม้าและคน จนร่างแหลกเหลว ตายกันเกลื่อน คราวนี้ซากศพทับถมกัน กลายเป็นภูเขาซากศพไปแล้ว
“ตอนนี้ ชาวบ้านลงไปในอุโมงค์ลับกันหมดแล้ว หากท่านเขยถ่วงเวลาได้อีก ครึ่งชั่วยาม พวกเราก็จะปลอดภัยอย่างแน่นอน”
ทหารเผ่าจิ้งจอกสายฟ้ามารายงาน
“ ท่านเขยเยี่ยมยอดจริงๆ ข้าไม่เคยเจอใครที่สังหารทหารเผ่าหมาป่าสวรรค์ได้สามพันกว่าคนด้วยตัวเพียงคนเดียว ช่างร้ายกาจจริงๆ พวกเจ้าก็หนีไปกับชาวบ้านได้แล้ว ข้าจะไปช่วยท่านเขยต่อสู้อีกแรง”
แม่ทัพซุนหลาง เห็นการต่อสู้ของราเชน เลือดนักรบในกายมันก็สูบฉีดขึ้นมา เขาพร้อมที่จะสู้เคียงข้างกับราเชน ยินดีที่จะตายในสนามรบอย่างผู้กล้า ดีกว่าหนีหัวซุกหัวซุนอย่างสุนัข แต่ทหารที่เหลือกว่าร้อยนาย ก็เห็นอย่างเดียวกัน พวกเขาเป็นนักรบแห่งเผ่าจิ้งจอกสายฟ้า ขอยอมตายเพื่อแผ่นดิน ที่กว่าหลบหนีเยี่ยงสุนัขจนตรอก
แม่ทัพเผ่าหมาป่าสวรรค์ทั้งสามคนรวมตัวกันเข้าเฝ้า ราชันหมาป่าเมาคลี แล้วขอว่า
“ ศัตรูฝีมือร้ายกาจ หากไม่ใช้ กองทัพธนู พวกเราไม่อาจเข้าใกล้มันได้ ขอให้ฝ่าบาทได้โปรดสั่งการด้วย ตอนนิ้อินทรีสืบข่าวของเราได้รายงานว่า คนของเผ่าจิ้งจอกสายฟ้าภายในเมือง ล้วนหายไปจากบ้าน คล้ายกับหนีผ่านอุโมงค์ลับ ขืนพวกเราช้าไปกว่านี้ ไม่อาจจัดการกับ หัวหน้าเผ่าจิ้งจอกสายฟ้าได้แน่ๆ”
“ ราชครูขาว ท่านคิดเห็นอย่างไร”
ชายวัยกลางคนมีหนวดเคราสีเทา แต่งกายด้วยชุดนักบวชสีขาว ถือไม้เท้าหัวกระโหลกดำ เอ่ยออกมาว่า
“ ตอนนี้หากพวกเราใช้ทัพธนู มันอาจจะสังหารถูเฟยได้ก็จริง แต่เกียรติภูมิของท่านที่ถูกมันทำลายไป และชีวิตของทหารอีกกว่าสามพันคนที่ต้องตายไปเพราะมันคนเดียว จะไม่สามารถทำให้จิตใจของทหารหมาป่าสวรรค์ของเราฟื้นฟูขึ้นมาได้ มีทางเดียว เราคงต้องปล่อยอาวุธลับของเราออกมาจัดการกับมัน”
“ แต่ว่า ท่านเคยบอกว่า จะใช้มันต่อสู้กับ อาจารย์เรียวเคนไม่ใช่รึ? หากปล่อยมันออกมาในตอนนี้ แล้วอาจารย์เรียวเคนล่ะ”
“ ตอนนี้ เรื่องของถูเฟยสำคัญกว่า ขอให้ราชันโปรดสั่งการด้วย”
“ ก็ได้ พวกเจ้าไปนำมันออกมา”
ทหารองครักษ์ได้ยินดังนั้น ก็รีบไปจัดการทันที
ไม่นานก็มีทหารนับร้อยคน ดึงรถลากขนาดใหญ่เท่าตู้คอนเทนเนอร์เข้ามา บนรถลากมีลูกกรงสีเงิน ที่ขังสิ่งมีชีวิตบางอย่างเอาไว้ ตัวมันมีขนาดใหญ่กว่ามนุษย์ทั่วไปถึง สามเท่า ตัวประหลาดถูกคลุมผ้าขนาดใหญ่สีดำเอาไว้ พอมันมาเผชิญหน้ากับ ราชันหมาป่าเมาคลี มันก็ถูกดึงผ้าคลุมออกครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นว่า มันมีใบหน้าคล้ายกับมนุษย์ ทุกประการ แต่หูของมันกลับยาวมาถึงไหล่ของมัน ตัวของมันใหญ่ราวกับยักษ์
“ ไลเค่น ข้าต้องการให้เจ้าจับชายผู้นั้นมาให้ข้า หากทำสำเร็จ ข้าจะมอบชีวิตอิสระให้กับเจ้า”
ยักษ์ไลเค่นเบนสายตาไปที่ราเชนที่ยืนข้างกระบี่ยักษ์ อยู่หน้าประตูเมือง แล้วเหยียดยิ้มออกมา เผยให้เห็นฟันของมันที่ มีเขี้ยวอันครบกริบ เหมือนกับสัตว์ป่า
“ ตกลง”
ยักษ์ไลเค่นเอ่ยออกมาในลำคอ ทหารที่อยู่ใกล้ ถึงกับเซผงะ ถอยหลังด้วยความหวาดกลัว
ราชครูชุดขาว ใช้ไม้เท้ากระโหลกดำร่ายมนตร์ แล้วไปเคาะที่กรงโลหะ ทำให้ประตูกรงเปิดออก
ยักษ์ไลเค่น ยืนขึ้นแล้วก้าวลงจากรถ สะบัดผ้าคลุมที่เหลือทิ้งไป เผยให้เห็นร่างที่แท้จริงของมัน ที่ถูกปกคลุมไปด้วยขนสีดำไปทั้งตัว มือและเท้ามันมีกรงเล็บขนาดใหญ่
มันยืนตรงเหมือนกับมนุษย์ มีปีกสีดำยาวขนาดใหญ่เหมือนกับค้างคาว แล้วมันก็บินขึ้นไปในอากาศ แล้วโฉบลงมาหาราเชนทันที.......