ราชันหมื่นอักขระ

จารึกที่ 371 : ดินแดนพังทลาย

จารึกที่ 371 : ดินแดนพังทลาย : คลื่นความถี่แห่งการหลบหนี


เสียงสั่นสะเทือนที่ดังกึกก้องประดุจขุนเขาหมื่นลูกถล่มทลายลงบนผืนแผ่นดินดังก้องไปทั่วทั้งก้นบึ้งของทะเลน้ำหมึกไร้ก้นบึ้ง ผนังศิลาสีขาวบริสุทธิ์ของหอคัมภีร์ต้นกำเนิดที่เคยตั้งตระหง่าน บัดนี้กำลังแตกสลายออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย รอยปริแตกที่เริ่มจากศูนย์กลางการปะทะ ขยายตัวออกอย่างรวดเร็วประดุจใยแมงมุมที่ไร้ความปรานี


ภายในโถงโถงจักรวาลจำลองที่บิดเบี้ยว อักขระนับแสนตัวที่เคยลอยวนอย่างเป็นระเบียบ บัดนี้กลายเป็นกระแสคลื่นที่ปั่นป่วนและไร้ทิศทาง พวกมันปะทะเข้าหากันก่อให้เกิดระเบิดเล็กๆ น้อยๆ ที่แฝงไปด้วยแรงทำลายล้างที่สามารถเฉือนวิญญาณของผู้ที่สัมผัสให้แตกสลายได้ในพริบตา


"ค่ายกลภายในหอคัมภีร์กำลังล่มสลาย! รากฐานของอารยธรรมที่ถูกกักขังกำลังจะถล่มลงมาทับพวกเรา!" ฉินมู่หลางคำรามลั่นในขณะที่ใช้รังสีอำมหิตจากกระบี่หยกเย็นตัดผ่านเศษศิลาที่พุ่งเข้าใส่ ชายหนุ่มมิได้ถอยหนี ทว่าก้าวเข้ามาประชิดร่างของอาเจียเพื่อรับแรงกดดันส่วนหนึ่งไว้


อาเจียที่ยังคงประคองสติสัมปชัญญะที่พร่ามัวจากการรับภาระของหมึกดั้งเดิม สลัดความอ่อนล้าทิ้งไปอย่างเด็ดขาด เขาสัมผัสได้ถึงโครงสร้างของความล่มสลายที่กำลังเกิดขึ้น "มิติตรงจุดนี้กำลังจะยุบตัวลงสู่ศูนย์กลาง หากเรายังฝืนวิ่งไปตามเส้นทางเดินเดิม เราจะถูกดูดเข้าไปสู่ใจกลางความว่างเปล่าเสียก่อน!"


"แล้วจะให้พวกเราไปทางไหน!" เฟิงอี้หรานตะโกนผ่านเสียงระเบิด แส้เพลิงของเขาตวัดฟาดฟันอสูรอักษรที่หลุดออกมาจากคัมภีร์ที่พังทลาย


อาเจียเงยหน้ามองไปที่รอยปริแตกบนผนังวิหาร เขาตระหนักได้ทันทีว่าการจะรอดออกไป มิใช่การหาทางออกตามปกติ ทว่าคือการ 'เขียน' ทางออกขึ้นมาใหม่ด้วยตนเอง


"หลิงเอ๋อร์! มองหาจุดที่ความหนาแน่นของมวลธาตุต่ำที่สุดในผนังด้านทิศทักษิณ! ปิงอวิ๋น ชิงเสวี่ย เตรียมพร้อมประสานพลังสนับสนุน! อี้หราน พี่มู่หลาง เตรียมกระบวนท่าโจมตีที่รุนแรงที่สุดของพวกท่าน ข้าจะเปิดช่องว่างหนึ่งลมหายใจให้พวกท่านกระแทกทะลวงออกไป!"


เฟิงหลิงเอ๋อร์แม้จะเหนื่อยล้าจนแทบจะยืนไม่อยู่ ทว่านางยังคงฝืนเบิกเนตรดาราจนเลือดกำเดาไหลซึม "ทิศทักษิณ... รอยต่อของค่ายกลตรงนั้นบางที่สุด! ลงมือได้เลย อาเจีย!"


อาเจียยกมือซ้ายที่ถือพู่กันนิรันดร์ขึ้น ชายหนุ่มรวบรวมมวลความรู้ที่เพิ่งได้รับจากศิลาจารึกสีดำทมิฬ ผสานเข้ากับเจตจำนงแห่งการลบล้างในวิถีสูญตา เขาไม่ได้เขียนอักขระเพื่อก่อรูป ทว่าเขาเขียน 'อักขระแห่งความว่างเปล่า' ที่จะไปลบเลือนมวลธาตุในส่วนที่ต้องการให้หายไป


*หมึกปราณสีดำสนิทหยดลงสู่จุดที่เฟิงหลิงเอ๋อร์ชี้!*


ทันทีที่หยดหมึกสัมผัสกับผนังศิลา พลังงานแห่งการสูญสลายก็พุ่งกระจายตัวออกไป ลบเลือนพันธนาการแห่งโครงสร้างวิหารจนกลายเป็นความว่างเปล่าเพียงชั่วพริบตา


"ลงมือ!" อาเจียแผดเสียง


ฉินมู่หลางและเฟิงอี้หรานพุ่งทะยานเข้าใส่จุดนั้นโดยไม่ลังเล กระบี่หยกเย็นที่ผสานรังสีอำมหิตและเพลิงอัคคีบรรพกาลที่ถูกอัดแน่นจนถึงขีดสุด พุ่งเข้ากระแทกกำแพงศิลาที่ถูกลบเลือนจนเบาบางนั้นอย่างรุนแรง!


*ตูมมมมม!*


กำแพงวิหารแตกสลายออกเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ที่ทอดออกสู่มวลน้ำหมึกสีดำสนิทที่หมุนวนอยู่ภายนอก พวกเขาทั้งหกคนรวมถึงกองทัพหุ่นศิลาที่ถูกรวบรวมไว้รีบพุ่งตัวทะลวงออกจากวิหารเข้าสู่ทะเลน้ำหมึกทันที ทิ้งไว้เพียงเสียงระเบิดกึกก้องและการพังทลายของหอคัมภีร์ที่หายลับไปในความมืดมิด


ทว่า การออกมาจากวิหารมิใช่ความปลอดภัยที่แท้จริง มวลธาตุในทะเลน้ำหมึกไร้ก้นบึ้งนั้นมิได้ยอมจำนนต่อผู้มาเยือน การที่พวกเขาพังทลายวิหารต้นกำเนิด ยิ่งกระตุ้นให้สภาพแวดล้อมรอบด้านแปรปรวนอย่างบ้าคลั่ง


"พายุน้ำหมึกกำลังก่อตัวขึ้นรอบตัวเรา!" เย่ปิงอวิ๋นร้องเตือน เถาวัลย์พฤกษาศิลาของนางถูกกระแสน้ำหมึกบิดเกลียวเข้าโจมตีอย่างดุดัน


"อาเจีย! ข้าไม่สามารถรักษาสมดุลของเกาะได้นานแน่ น้ำหนักของน้ำหมึกนี้มันแปรผันตลอดเวลา!" หลินชิงเสวี่ยตะโกนผ่านเสียงกระแสน้ำวน


อาเจียยืนอยู่ใจกลางลานหน้าตำหนักประธาน เขารู้ดีว่าหากพวกเขามัวแต่ป้องกัน ย่อมต้องถูกบดขยี้ในไม่ช้า ชายหนุ่มยื่นมือซ้ายที่ถือพู่กันขึ้นมาอีกครั้ง ชายหนุ่มหันไปหาหุ่นกลศิลาทั้งร้อยตัวที่ยืนตระหง่านอยู่รอบลาน


"พวกเจ้าจงฟัง! บัดนี้ไม่มีวิหารให้ปกป้องอีกต่อไป มีเพียงเป้าหมายเดียวเท่านั้น คือการมุ่งหน้าสู่ใจกลางของทะเลแห่งนี้! หุ่นศิลา จงประสานเจตจำนงเข้าด้วยกัน! ใช้โครงข่ายที่ข้าสร้างไว้ ถ่ายโอนมวลธาตุจากน้ำหมึกรอบๆ เข้ามาเป็นเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนเกาะ!"


หุ่นศิลาทั้งร้อยตัวก้าวออกไปที่ริมขอบเกาะ พวกมันยกแขนขึ้น ประสานมือเข้าหากันก่อตัวเป็นค่ายกลวงกลมขนาดมหึมาที่แผ่คลื่นอักขระออกมาผสานกับทะเลน้ำหมึก!


การกระทำนี้มิใช่การต้านทาน ทว่าเป็นการ 'ดูดซับ' น้ำหมึกที่มีความหนาแน่นมหาศาล ให้ไหลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการขับเคลื่อน! ป้อมปราการหมื่นอักขระเริ่มส่งเสียงคำรามดังกึกก้อง ทันใดนั้น ความเร็วของเกาะที่เคยเคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้า พลันพุ่งทะยานออกไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่เหนือล้ำกว่าปลาที่แหวกว่ายในสายน้ำ!


การฝ่าพายุและทะลวงกระแสน้ำวนดำเนินไปอย่างดุดัน สหายแต่ละคนทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งการรักษาสมดุล การป้องกัน และการขับเคลื่อน ทว่าเมื่อเกาะลอยฟ้าพุ่งทะยานลึกเข้าไปในทะเลน้ำหมึก แรงกดดันมหาศาลก็เริ่มส่งผลกระทบต่อร่างกายของอาเจียอีกครั้ง


รอยแยกบนผิวหนังที่แขนขวาเริ่มขยายกว้าง โลหิตสีแดงคล้ำไหลซึมออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ ความเจ็บปวดจากการที่เส้นชีพจรต้องรับภาระมหาศาลในการบงการน้ำหมึกดั่งใจนึก ทำให้เขาแทบจะเสียการทรงตัว


"อาเจีย! เจ้ากำลังฝืนเกินไป!" เฟิงอี้หรานที่อยู่ไม่ไกลรีบพุ่งเข้ามาหมายจะประคอง ทว่าอาเจียยกมือขึ้นห้าม


"ข้ายังรับไหว... อย่าให้สมาธิของพวกเจ้าหลุดลอย เราต้องพาเกาะนี้ไปให้ถึง 'หอคัมภีร์หลัก' ตามที่แผนผังระบุไว้!" อาเจียแผดเสียงสั่ง สมาธิของเขายังคงจดจ่ออยู่กับการคัดลอกเส้นสายของน้ำหมึกให้กลายเป็นแผนที่นำทาง


ในขณะนั้นเอง เบื้องหน้าของพวกเขา มวลน้ำหมึกสีดำสนิทก็เริ่มหมุนวนและเปลี่ยนรูปร่างไป มันค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นร่างเงาขนาดยักษ์ที่มีรูปลักษณ์คล้ายกับ 'ผู้พิทักษ์ทวาร' ทว่าสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวคือ ร่างของมันมิได้สร้างจากหินผา แต่สร้างจากน้ำหมึกสีดำที่มีเส้นสายอักขระนับล้านตัวไหลเวียนอย่างบ้าคลั่ง


มันคือ 'อสูรผู้เฝ้าเส้นทาง' ที่วิหารเทพอนันตกาลทิ้งเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ใครเข้าถึงก้นบึ้งที่แท้จริง!


"มันมิใช่แค่พายุ ทว่ามันคือผู้พิทักษ์ที่สมบูรณ์แบบ!" ฉินมู่หลางชักกระบี่หยกเย็นออก รังสีอำมหิตที่ผสานอักขระมิติปะทุขึ้นจนอาภรณ์พริ้วไหว


อาเจียหรี่ตาลง จ้องมองอสูรน้ำหมึกขนาดยักษ์เบื้องหน้า ชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงความยากลำบากในการปะทะครั้งนี้ เพราะสิ่งที่เขากำลังเผชิญหน้า ไม่ใช่ศัตรูที่สามารถฟาดฟันให้ขาดได้ด้วยกระบี่ ทว่าคือสิ่งมีชีวิตที่เกิดจากการบัญญัติกฎเกณฑ์


"อสูรตนนี้ ถูกสร้างด้วยอักขระแห่งการลบล้าง" อาเจียเอ่ยเสียงเรียบ "หากพวกท่านใช้พลังทำลายเข้าห้ำหั่น มันจะยิ่งขยายตัวและดึงเอาอำนาจการทำลายของพวกท่านมาเป็นพลังงาน... พวกท่านต้องใช้ 'วิถีการสร้างสรรค์' ที่ข้าเพิ่งมอบให้ สลายโครงสร้างของมันจากภายใน!"


สหายทั้งห้าพยักหน้า พวกเขารู้ดีว่านี่คือศึกตัดสินที่สำคัญยิ่ง อาเจียหันไปมองสหายที่ร่วมเป็นร่วมตายมาด้วยกัน สายตาของเขามิใช่ความหวาดกลัว ทว่าเปี่ยมด้วยความมั่นใจ


"อี้หราน! มู่หลาง! รุกคืบเข้าไปดึงความสนใจของมัน! ชิงเสวี่ย ปิงอวิ๋น! ตรึงโครงสร้างมิติของมันไว้ให้หยุดนิ่ง! หลิงเอ๋อร์! แจ้งพิกัดเส้นสายที่เปราะบางที่สุดให้ข้า!"


"รับคำสั่ง!" สหายทั้งห้าทะยานร่างออกไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว


สมรภูมิที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางก้นบึ้งของทะเลน้ำหมึกไร้ก้นบึ้ง อสูรน้ำหมึกขนาดยักษ์คำรามก้อง เสียงสะท้อนของมันสั่นคลอนไปถึงโถงทางเดินของป้อมปราการ นี่คือการปะทะกันระหว่างผู้รุกรานและผู้ปกป้องดินแดนแห่งความลับ และอาเจีย ราชาแห่งหมื่นอักขระ ก็พร้อมที่จะพิสูจน์ให้สวรรค์เห็นว่า กฎเกณฑ์ที่พวกมันสถาปนาขึ้นนั้น สามารถถูกทำลายลงได้ด้วยปลายพู่กันของผู้ถูกลบนาม!


การผจญภัยในมหาสมุทรแห่งความลับดำเนินต่อไปอย่างไร้จุดหมายที่แน่นอน และทุกย่างก้าวคือความตื่นเต้นที่บีบคั้นหัวใจ อาเจียต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในทุกวินาที เพื่อปกป้องพรรคพวกที่พร้อมสละชีพเพื่อเขา และเพื่อบัญญัติวิถีแห่งเต๋าใหม่ที่ไม่มีใครอาจมาขวางกั้นได้!

คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน