ข้ามโลกมาเป็นเซียนกระบี่ยอดนักต้มตุ๋น

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 38 ไว้หน้า

            ด้านนอกพรรคเทพหมาป่าสวรรค์ ภายในป่าทึบ!

            หวังเค่อถือลูกปัดโหยหาเอาไว้เดินบุกป่าฝ่าดงไม่ลดละ

            “หวังเค่อ เจ้าเดินผิดทางรึเปล่า? ป่าเขาแบบนี้จะหาองค์หญิงโยวเยว่เจอแน่นะ?” จางเจิ้งเต้าบ่นกระปอดกระแปด

            “นี่ทางลัดที่สุดแล้ว แค่รู้ทิศทางได้ก็บุญโขจะไปมีถนนหนทางกว้างขวางโอ่อ่าจากที่ไหนให้เดิน รอพ้นเขตพรรคเทพหมาป่าสวรรค์ก่อนเจ้าค่อยใช้กระบี่บินตามหา!” หวังเค่อขมวดคิ้วเอ่ยเสียงเคร่ง

            “ได้! แต่ข้าสังหรณ์พิกลรู้สึกเหมือนถูกจ้องมองอยู่ตลอดเวลา!” จางเจิ้งเจ้าสีหน้าไม่น่าดู

            “พวกเราสภาพนี้ยังมีใครจำได้อีก? จะถูกคนจับตาได้ยังไง?” หวังเค่อเอ่ยอย่างไม่พอใจ

            หน้าตาของหวังเค่อตอนนี้ตะปุ่มตะป่ำด้วยรอยสิวส่วนทักษะการแต่งหน้าอันอุจาดนัยน์ตาของจางเจิ้งเต้ายังจะมีใครจำได้อีก? แม้แต่แม่แท้ๆ ของมันยังจำไม่ได้ด้วยซ้ำ!

            “ก็จริงแฮะ เจ้าดูข้างหน้านั่น!”จางเจิ้งเต้าเอ่ยกระซิบ

            ที่เห็นกลับเป็นบุรุษสองคนถือมีดดาบยืนเหยียบยอดไม้สองต้นอยู่ทอดสายตาเย็นชามองมายังหวังเค่อทั้งสอง

            มีคนขวางทางจริงๆ?

            “ดูอะไรนักหนา? ไม่รีบแล้วหรือไง?ข้างหน้ามีอะไรที่ไหน ตาเจ้าฟางแล้วล่ะมั้ง? ไปๆ!”หวังเค่อหันมาตวาด

            จางเจิ้งเต้าถอยหลังก้าวหนึ่ง หวังเค่อไอ้ตาบอด? ไม่เห็นคนที่อยู่บนต้นไม้นั่นรึไง?

            หวังเค่อไม่สนใจ ยังคงก้มหน้าก้มตาเดินต่อไม่เห็นหรือ? ก็ต้องเห็นอยู่แล้ว!แต่มองเห็นก็ไม่จำเป็นต้องพูดออกมานี่หว่า ไม่แน่ว่าพวกนั้นไม่ได้มาหาเจ้าซะหน่อย?ทำท่าตื่นตูมเดี๋ยวมันก็มาหาหรอก? พวกเราสองคนตอนนี้ดูมีเกียรติปานไหนใครมันจะจำได้?

            จางเจิ้งเต้าเข้าใจความนัยอย่างรวดเร็วมันผงกศีรษะทันที “ใช่ๆ ไม่เห็นมีอะไรเลย ไม่มีอะไรทั้งนั้น!”

            ทั้งสองเร่งฝีเท้าผ่านต้นไม้สองต้นด้านหน้า

            ทว่า เพิ่งวิ่งผ่านไปได้ไม่นานที่ด้านหน้าดันมีชายฉกรรจ์อาวุธครบมือโผล่มาห้าคนขวางทางหวังเค่อไว้

            “ฮ่าฮ่า หวังเค่อ จางเจิ้งเต้า? ไม่เจอกันนานเลยนะ?” บุรุษที่นำหน้าเอ่ย

            มันเรียกชื่อหวังเค่อกับจางเจิ้งเต้าออกมางั้นหรือ? หวังเค่อสีหน้าเปลี่ยนทันควันไม่น่า ทำไมพวกมันถึงมองรูปโฉมแปลงของมันออกล่ะ?

            “จาง จางเสินซวี?” จางเจิ้งเต้าหน้าเปลี่ยนสีอ้าปากเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างยากลำบาก

            จางเสินซวีที่ถือป้ายประกาศิตเทพอีกาทองคำเมื่อคราก่อนสุดท้ายถูกทั้งจางเจิ้งเต้าและหวังเค่อใช้อุบายจนพรรคเทพหมาป่าสวรรค์เรียกสายฟ้ามาเล่นงานมันเสียน่วมที่นอกประตูพรรคเทพหมาป่าสวรรค์ด้วยความเข้าใจผิด

            ยามนี้ อาการบาดเจ็บของมันหายดีแล้วจึงพาคนมาขวางทางคนทั้งคู่

            ไม่เพียงห้าคนด้านหน้ายังมีอีกสิบห้าคนที่ยืนประจำตามต้นไม้ ล้อมหวังเค่อและจางเจิ้งเต้าเอาไว้

            “ท่านเซียนทั้งหลาย จำคนผิดไปหรือไม่?” หวังเค่อรีบออกปาก

            จางเสินซวีที่ตรงหน้าหรี่ตามองหวังเค่อและจางเจิ้งเต้าที่หน้าตาบาดจิตตนเองเคยพลาดท่าให้ไอ้สองวิปริตนี่จริงหรือ? อัปยศที่สุด!

            “ศิษย์พี่ พวกมันนี่แหละครั้งก่อนจางเจิ้งเต้าปลอมตัวได้บาดตาข้ามาก ข้ามองปราดเดียวก็ดูออก!”

            “หวังเค่อ จางเจิ้งเต้า? ฮ่าฮ่าฮ่าพวกเราเฝ้ามาสองวัน พวกมันก็เสนอหน้าออกมาจากเขา? แถมยังปลอมตัวเหมือนเดิมเป๊ะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”

            “พวกมันออกประตูมา พวกข้าก็จดจำได้ทันที ฮ่าฮ่าแถมยังหลบเข้ามาในป่านี้อีก จะมีอะไรเลิศไปกว่านี้!”

            .........

            .........

            ......

            ......

            ...

            ...

            ศิษย์พรรคอีกาทองคำแค่นเสียงเย้ย ชัดเจนว่าครั้งกระโน้นทั้งสามคนถือป้ายประกาศิตอีกาทองคำเบิกทางมาพรรคเทพหมาป่าสวรรค์ก็ใช้รูปโฉมนี้ในการเดินทาง ตอนนี้กลายเป็นช่องโหว่รูเบ้อเริ่ม

            จางเสินซวีในชุดขาวเอ่ยเสียงเย็น“เนี่ยเทียนป้ากล่าวไม่ผิด ไม่นานเจ้าก็จะออกมาจากพรรคเทพหมาป่าสวรรค์ เหอะต้องให้ข้ารอ!”

            “เนี่ยเทียนป้า? มันยังไม่ตาย?”หวังเค่อสะดุ้งโหยง

            เป็นไปไม่ได้ไม่ใช่ว่าวัดสะกดมารระเบิดวันนั้นมันก็ตายไปแล้วหรือ? แถมจางเจิ้งเต้ายังขุดหลุมฝังศพมันกับมืออีกด้วย!

            “ใช่ พวกเราเพิ่งมาจากเมืองจูเซียน หึทีแรกคิดว่าพวกเจ้าจะซุกหัวอยู่แต่ในพรรคดังนั้นแวะไปเก็บดอกเบี้ยที่เนี่ยเทียนป้าก่อนแต่มันกลับรับประกันด้วยชีวิตของคนทั้งตระกูลว่าพวกเจ้ากำลังจะออกมาจากพรรคฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า หวังเค่อ จางเจิ้งเต้า วันนี้เจ้าจะหนีไปไหนอีก?” จางเสินซวีอาฆาตเสียงเย็น พัดขาวในมือสะบัดโบก

            “ชิ้ง!”ศิษย์พรรคอีกาทองคำที่ล้อมพวกมันอยู่ชักดาบออกมาโดยพร้อมเพรียงรังสีฆ่าฟันทรงพลังพุ่งเข้าใส่คนทั้งคู่

            “ดวงธาตุทองคำ? แปดคน?”หวังเค่อหน้าเปลี่ยนสี

            “เอื้อก!”

            ทันใดนั้นกระบี่ยาวเล่มหนึ่งก็พาดบนลำคอของหวังเค่อ

            จางเสินซวีและหวังเค่อต่างสะดุ้งโหยงกระบี่ยาวเล่มนั้นเป็นของจางเจิ้งเต้า

            “พี่เสินซวี ข้าเคยปลอมเป็นท่านแถมยังใส่ความท่าน ทั้งหมดเป็นแผนการของตัวบัดซบหวัง ไม่เกี่ยวกับข้าทั้งสิ้นข้าเดาไว้แล้วว่าหวังเค่อตัวบัดซบก่อกรรมทำเข็ญฟ้าพิโรธมนุษย์โกรธกริ้วสักวันต้องโดนกรรมสนอง ข้าพาตัวมันออกมาเอง ตอนนี้ข้าช่วยจับตัวมันมาให้ท่านแล้วอยากฆ่าก็ฆ่า ทั้งหมดแล้วแต่ท่านตัดสินใจ” จางเจิ้งเต้าตะโกนออกมาทันควัน

            จางเสินซวี “…!”

            ศิษย์พรรคอีกาทองคำ “…!”

            พวกมันไหนเลยจะคาดอีกฝ่ายจะพลิกหน้าลงมือก่อนพวกมันอีก? สรุปสองตัวนี้มันเป็นสหายหรือศัตรูกันแน่?

            “จางเจิ้งเต้า เจ้าขายสหายเพื่อลาภยศสับปลับไร้คุณธรรม!” หวังเค่อถลึงตา

            “ไม่ พี่หวัง ท่านตายคนเดียวยังไงก็ดีกว่าพวกเราตายด้วยกันทั้งคู่ไม่ใช่หรอ!?” จางเจิ้งเต้าโต้

            “พี่เสินซวี แค้นมีเป้า หนี้มีเจ้าของท่านต้องการหวังเค่อ ข้าก็ช่วยท่านจับมันไว้แล้ว!”จางเจิ้งเต้าพาร่างหวังเค่อไปด้านหน้า

            บรรดาศิษย์พรรคอีกาทองคำต่างมองหน้ากันไปมาไม่ทราบสมควรทำอย่างไรไปชั่วขณะ ก่อนจะเบนสายตาไปหาจางเสินซวีโดยพร้อมเพรียง

            จางเสินซวีก็ตะลึงไปครู่หนึ่งกระทั่งจางเจิ้งเต้าพาตัวหวังเค่อมาถึงด้านหน้า

            “ลงมือ!” จางเจิ้งเต้าตวาด

            ทันทีที่กล่าว มันก็ถลันเข้าหาจางเสินซวีจางเสินซวีแค่นเสียงเย็นคำหนึ่ง โบกพัดในมือออก

            “ตูมมม!”

            เสียงดังกึกก้องการลอบโจมตีกะทันหันของจางเจิ้งเต้าถูกปัดออกโดยทันทีคนปลิวลิ่วกระอักเลือดกลางอากาศ

            “พี่หวัง ไอ้ตอแหล ไหนว่าจะช่วยกันไงเจ้าทำไมไม่ลงมือ? พรวด!” จางเจิ้งเต้าร่วงลงพื้น

            “ชิ้ง!”

            กระบี่ยาวสารพัดพาดบนลำคอของจางเจิ้งเต้าทันทีจางเจิ้งเต้าถูกจับแล้ว

            “ใช้สมองหน่อยสิ จางเจิ้งเต้า ลูกไม้ตื้นๆของเจ้า พี่เสินซวีมีหรือจะมองไม่ออกน่ะ? สมน้ำหน้า!” หวังเค่อเยาะเย้ย

            จางเสินซวีที่ห่างออกไปหน้าแข็งค้างเมื่อกี้ตนเองมองไม่ออกโดยแท้ มันคิดว่าจางเจิ้งเต้าผู้นี้ขายสหายหวังลาภยศจริงหากมิใช่ว่าตนเองมีพลังฝึกปรือแก่กล้า เมื่อครู่คงถูกจัดการไปแล้ว

            “เฮอะ จางเจิ้งเต้ารับบทเรียนที่กล้าตบตาข้าซะเถอะ!” จางเสินซวีคาดโทษเสียงเยียบเย็น

            “พี่เสินซวี ช่างมันเถอะลูกไม้หลอกเด็กเช่นนี้ท่านมองออกแต่แรก อย่าได้คิดบัญชีกับมันเลยถือว่าเห็นแก่หน้าข้าเถอะ!” หวังเค่อสืบเท้าไปเบื้องหน้าพลางกล่าว

            “เห็นแก่หน้าเจ้า? เจ้าถือเป็นตัวอะไร?หวังเค่อ วันนี้ข้ามาล้างแค้น!” จางเสินซวีเค้นเสียง

            ขณะเดียวกัน จางเสินซวีเองก็ระแวดระวังตัวเพราะเจ้าคนทั้งสองตรงหน้ามันนี้ดูท่าทางพิลึกพิลั่นมีอาถรรพ์เมื่อครู่จางเจิ้งเต้าก็ลอบลงมือ ตอนนี้เจ้าก็จะลอบโจมตีข้าอีกงั้นหรือ?

            “ข้าเป็นตัวอะไร? อาจารย์ของข้าคือเฉินเทียนหยวนท่านคิดฆ่าข้าจริงๆ? มา มาฆ่าข้าเลยสิ ฆ่าศิษย์ของเฉินเทียนหยวนเลยนี่ไม่ต่างจากเขียนจดหมายท้ารบกับพรรคเทพหมาป่าสวรรค์พวกเจ้าคิดสุมหัวรวมกับพวกพรรคมารงั้นหรือ?” หวังเค่อพ่นวาจา

            สีหน้าของจางเจิ้งเต้าบนพื้นแปรเปลี่ยนกลับกลายด่าทอออกมาทันที “เมื่อก่อนร่วมมือกันเป็นปี่เป็นขลุ่ย จับโจรต้องจับหัวหน้าข้าว่าแล้วว่าทำไมวันนี้เจ้าไม่ทำเหมือนเคย ที่แท้ก็มีคนหนุนหลังสินะเจ้ารู้แต่แรกว่าพวกมันไม่กล้าฆ่าเจ้า ถึงได้ไม่ยอมร่วมมือกับข้า? เจ้า เจ้าเจ้าไม่บอกข้าซักคำ เจ้าหลอกข้ามาตายแทน!”

            จางเจิ้งเต้ายามนี้หน้าดำดุจก้นหม้อเจ้าหวังเค่อผู้นี้เลวร้ายเกินเยียวยาแล้ว

            “ศิษย์เฉินเทียนหยวน? เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าฆ่า?”จางเสินซวีเอ่ยเสียงเย็น สืบเท้าไปก้าวหนึ่ง

            “บนโลกนี้ไม่มีกำแพงไร้รอยต่ออาจารย์ของข้าไม่ว่าอย่างไรต้องตรวจสอบจนรู้ความจริงจนได้ เอาง่ายๆพวกศิษย์พรรคเจ้าพวกนี้ เจ้ากล้ารับประกันไหมว่าพวกมันปากไม่รั่ว? กล้าประกันไหมว่าในวันหน้าพวกมันไม่มีทางพูดออกมา? นอกจากเจ้าจะฆ่าปิดปากคนทั้งหมด!”หวังเค่อชี้กวาดไปยังศิษย์พรรคอีกาทองคำที่รายล้อมอยู่

            สีหน้าของบรรดาศิษย์อีกาทองคำกลายเป็นแข็งค้างเจ้ากำลังคิดโยกคลอนความสัมพันธ์ของเรากับจางเสินซวี?

            แน่นอน สีหน้าจางเสินซวีเองก็เปลี่ยนเป็นหม่นทะมึนเพราะแม้ว่าศิษย์กลุ่มนี้จะซื่อสัตย์ต่อมัน แต่ก็ไม่ใช่สหายร่วมเป็นร่วมตายในวันหน้าไม่แน่ว่าอาจทรยศก็ได้?

            “ข้าไม่ฆ่าเจ้าข้าจะให้เจ้าได้ลิ้มรสความอัปยศขมขื่นในวันนั้นเช่นเดียวกับข้า เอาสายฟ้าฟาดข้า?ข้าจะให้พวกเจ้าได้ลองดูบ้างสักรอบ ขอเพียงยังมีลมหายใจต่อให้เฉินเทียนหยวนรู้ก็ไม่อาจทำอย่างไรข้าได้! เฮอะข้าจะให้พวกเจ้ามีชีวิตอยู่ไม่สู้ตกตาย !” จางเสินซวีเอ่ย

            “พี่เสินซวีวันนั้นที่เรียกฟ้ามาผ่าท่านไม่ใช่พวกเราซะหน่อย ท่านจะมาหาเรื่องพวกเราได้ยังไง?ถึงพวกเราจะทำให้ท่านไม่พอใจ แต่เรื่องราวสามารถเจรจาผ่อนผันได้มิใช่หรือพวกเราจะชดใช้ให้ ดีหรือไม่?” หวังเค่อออกปาก

            “ชดใช้? จะชดใช้ยังไง?เจ้าคิดว่าข้าขาดแคลนเงินทองจากผีอดอยากอย่างพวกเจ้าหรือไง?”จางเสินซวีเหยียดหยาม

            “ไม่ขาด เงินไม่พอจ่ายหรอก! ท่านวางใจเถอะครั้งนี้ข้ามีความจริงใจจริงๆ!” หวังเค่อรีบเอ่ย

            “อ้อ?” จางเสินซวีมองด้วยสายตาเย็นชา

            “ครั้งที่แล้วที่ท่านสูญเสียอย่างร้ายแรงที่สุดสมควรเป็นกุศลที่ได้จากการประหารมารใช่หรือไม่? เอาอย่างนี้ข้าจะชดใช้ให้ ท่านว่าอย่างไร?” หวังเค่อเสนอ

            “กุศลประหารมาร?” ศิษย์พรรคอีกาทองคำต่างมองหน้ากันและกัน

            “ใช่แล้ว กุศลประหารมาร!อาจารย์ข้าจับมารมาได้และให้ข้าช่วยเฝ้าพวกมัน ข้าจะมอบมันให้กับท่าน!ถือเป็นของกำนัล เป็นอย่างไร พวกมันมีตั้งหลายตน!” หวังเค่อรีบเสริม

            “มีหลายตนด้วย?” ศิษย์พรรคอีกาทองคำถามย้ำ

            กุศล? มีใครบ้างไม่ต้องการ? นี่ยังล้ำค่ายิ่งกว่าศิลาวิญญาณอีกต่อให้จางเสินซวีอยากล้างแค้นหวังเค่อแค่ไหนแต่เมื่อเห็นสายตาของศิษย์น้องทั้งหลายที่มองมาอย่างมีความหวังแล้วมันเป็นต้องลังเลอยู่ชั่วขณะ

            “เจ้าคิดหลอกให้ข้าปล่อยเจ้าไปงั้นหรือจะกลับไปเรียกกำลังเสริมในพรรคมาช่วยล่ะสิ?” จางเสินซวีหัวเราะเย็น

            “ผิดแล้ว มารเหล่านั้นไม่ได้อยู่ในพรรคแต่เป็นที่เมืองหลางเซียนต่างหาก ข้าจะนำทางไปเอง!ศิษย์พรรคเทพหมาป่าสวรรค์ไม่รู้เรื่องมารพวกนี้! ไม่ต้องห่วง!จางเจิ้งเต้าและข้าจะนำทางไปเอง ยังต้องกังวลอะไรอีก?” หวังเค่อรีบอธิบาย

            จางเสินซวีมองประเมินหวังเค่อ คล้ายคิดมองให้ทะลุถึงความจริงใจของมัน

            “ศิษย์พี่ ให้พวกมันนำทางไปก่อนหากไม่มีกุศลประหารมารจริงก็ไม่สายที่จะสำเร็จโทษพวกมัน!หรือต่อให้มีกุศลประหารมารจริง ท่านจะแก้แค้นพวกมันก็ทำได้เช่นกัน!”ศิษย์พรรคอีกาทองคำกระซิบกระซาบ โน้มน้าวจางเสินซวี

            จางเสินซวีครุ่นคิดชั่วครู่ ก่อนผงกศีรษะ “นำทาง!”

            “ตกลง พวกท่านตามข้ามา วางใจเถอะข้าสัญญาว่าพวกท่านจะเจอฝูงมารแน่นอน กุศลประหารมารทั้งหมดเป็นของพวกท่าน! เชิญ!”หวังเค่อเอ่ยอย่างกระตือรือร้น

            กลุ่มศิษย์อีกาทองคำพากันคุมตัวหวังเค่อและจางเจิ้งเต้ามุ่งหน้าสู่เมืองหลางเซียน

            จางเจิ้งเต้าที่เป็นตัวประกัน ยามนี้มองดูหวังเค่อด้วยสายตาประหลาด“หวังเค่อ เจ้าเล่นอะไร! ข้ายังไม่อยากตายนะ! ศิษย์พรรคมารพวกนั้นเจ้าก็กล้าเอามาขายแบบนี้?”

             

    คล้ายกับเรื่องข้ามโลกมาเป็นเซียนกระบี่ยอดนักต้มตุ๋น ที่คุณอ่าน