ราชันหมื่นอักขระ

    จารึกที่ 117 : การลงทุนมีความเสี่ยง

    จารึกที่ 117 : การลงทุนมีความเสี่ยง : แผนระเบิดภูเขาเผากระท่อม


    ณ ใจกลางป่าหมอกลวงตา ท่ามกลางความมืดมิดที่ถูกฉีกกระชากด้วยแสงจันทร์


    แรงกดดันมหาศาลจากชายชุดดำผู้มาใหม่แผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ ราวกับมีหินก้อนยักษ์ทับอยู่บนอก ใบหน้าของมันมีอักขระสีดำคล้ายเถาว์วัลย์หนามเลื้อยพันอยู่ครึ่งซีก ดูน่าสยดสยองและส่งกลิ่นอายความตายออกมา


    "ข้าคือ 'เงาโลหิต' (เสวี่ยอิง) ศิษย์พี่ของกุ่ยโส่ว..." ชายชุดดำเอ่ยเสียงเย็น "พวกเจ้าบังอาจสังหารศิษย์น้องข้า และยังทำลายค่ายกลของข้า... โทษตายละเว้นได้ แต่โทษเป็นมิอาจเลี่ยง... จงทิ้งแขนไว้คนละข้าง แล้วข้าจะปล่อยไป"


    "ทิ้งแขนบ้าบออะไร!" เฟิงอี้หราน ตวาดลั่น แม้เหงื่อกาฬจะไหลซึมเต็มแผ่นหลัง "เจ้าคิดว่าตระกูลเฟิงจะยอมให้โจรอย่างพวกเจ้าข่มขู่รึ!"


    "งั้นก็ตายซะ!"


    เสวี่ยอิงสะบัดมือเพียงเบาๆ เงาสีดำรอบตัวก็ก่อตัวขึ้นเป็นกรงเล็บยักษ์ พุ่งเข้าตะปบใส่เฟิงอี้หรานด้วยความเร็วที่มองตามแทบไม่ทัน


    เคร้ง!


    เจ้าสัว พุ่งเข้ามาขวางทางได้ทันท่วงที แขนหยกทมิฬยกขึ้นรับกรงเล็บเงา แรงปะทะทำให้พื้นดินใต้เท้าเจ้าสัวยุบลงไปเป็นหลุมลึก


    "อึก... หนักหน่วงชะมัด!" อาเจียกัดฟันกรอด นิ้วมือที่เชิดหุ่นสั่นระริก "เจ้านี่มันของจริง! ระดับสร้างรากฐานขั้นกลางที่ฝึกวิชามาร... พลังโจมตีรุนแรงกว่าพวกระดับเดียวกันทั่วไป!"


    "เจ้าถุงเงิน! พ่นพิษ!"


    แมงมุมทมิฬกระโดดออกมาจากไหล่อาเจีย พ่นใยพิษสีม่วงเข้าใส่หน้าของเสวี่ยอิง แต่ชายชุดดำเพียงแค่แสยะยิ้ม


    "แมลงสกปรก..."


    ฟู่ว!


    เพียงแค่ปล่อยคลื่นปราณกระแทกออกมา ใยพิษก็สลายกลายเป็นจุณก่อนจะถึงตัว เจ้าถุงเงินร้อง จี๊ด ด้วยความตกใจ รีบวิ่งจู๊ดกลับมาซ่อนหลังเจ้าสัว


    "วิชาพิษใช้ไม่ได้ผล..." อาเจียหน้าเครียด "คุณชายเฟิง! ท่านมีไพ่ตายอะไรอีกไหม? งัดออกมาให้หมด ไม่งั้นเราได้เป็นผีเฝ้าป่าแน่!"


    "ข้า..." เฟิงอี้หรานหน้าซีด เขาพยายามใช้พัดเพลิงโจมตีสวนกลับ แต่เปลวไฟของเขากลับถูก 'เงา' ของอีกฝ่ายกลืนกินจนหมดสิ้น "วิชาของมันชนะทางข้า! เงาของมันดูดกลืนแสงและไฟได้!"

    "ไฟธรรมดาใช้ไม่ได้..." อาเจียสมองหมุนติ้ว เนตรอักขระกวาดมองโครงสร้างพลังงานของเสวี่ยอิงเพื่อหาจุดอ่อน

    "เจอแล้ว... อักขระมารบนหน้ามัน!"

    อาเจียสังเกตเห็นว่า ทุกครั้งที่เสวี่ยอิงใช้พลัง อักขระบนใบหน้าจะเรืองแสงวาบ "นั่นคือจุดศูนย์รวมพลังปราณ... ถ้าทำลายมันได้ พลังของมันจะลดฮวบ!"

    "พูดง่ายแต่ทำยาก!" เฟิงหลิงเอ๋อร์ ตะโกนสวนพลางสร้างเกราะไฟคุ้มกัน "มันเร็วขนาดนั้น ใครจะเข้าไปโจมตีหน้ามันได้?"

    อาเจียหันขวับไปมองเฟิงอี้หราน แววตาเปลี่ยนเป็นจริงจังและ... หน้าเลือด

    "คุณชายเฟิง... ท่านอยากชนะ หรืออยากตาย?"

    "ถามบ้าๆ! ข้าก็ต้องอยากชนะสิ!"

    "ถ้าอยากชนะ... ต้องกล้าลงทุน!" อาเจียยื่นมือออกไป "ส่งยันต์ระเบิด ยันต์อัคคี ยันต์สายฟ้า และศัสตราวุธประเภทระเบิดทั้งหมดที่ท่านมีมาให้ข้า! เดี๋ยวนี้!"

    "ท... ทั้งหมด?" เฟิงอี้หรานตาโต "นั่นมันมูลค่ารวมกันเกือบห้าพันตำลึงทองเลยนะ!"

    "ชีวิตท่านราคาถูกกว่าห้าพันตำลึงหรือ?" อาเจียย้อนถามเสียงเรียบ

    เฟิงอี้หรานกัดฟัน กรอด "บ้าเอ๊ย! ก็ได้! เอาไปให้หมด!"

    เขาปลดแหวนมิติวงหนึ่งโยนให้อาเจีย อาเจียรับมาแล้วเทของทั้งหมดออกมาลอยกลางอากาศ... แผ่นยันต์นับร้อยใบ ลูกระเบิดเพลิง และมีดบินอาบพลังปราณ ลอยคว้างอยู่รอบตัวอาเจีย

    "ท่านอาจารย์ปู่..." อาเจียส่งจิตเรียกมู่เฉิน "ถึงเวลาแสดงศิลปะของท่านแล้ว... ช่วยข้าคำนวณตำแหน่งการวางระเบิด 'จุดตาย' ของพื้นที่ตรงนี้หน่อย!"

    "เจ้าเด็กบ้า!" มู่เฉินด่าแต่เสียงกลับตื่นเต้น "จะเล่นใหญ่ขนาดนี้เลยรึ? ...เออ! ได้! เล็งไปที่ตำแหน่ง ทิศอุดรสามก้าว ทิศทักษิณห้าก้าว และจุดศูนย์กลางที่ใต้เท้ามัน!"

    อาเจียแสยะยิ้ม นิ้วมือทั้งสิบขยับรัวเร็วยิ่งกว่าดีดพิณ เส้นด้ายวิญญาณ นับร้อยเส้นพุ่งออกจากปลายนิ้ว เข้าไปผูกติดกับแผ่นยันต์และระเบิดทุกชิ้น

    "เจ้าสัว! ล็อกตัวมันไว้!"

    เจ้าสัวคำรามลั่น พุ่งเข้ากอดรัดเสวี่ยอิงเต็มแรง แม้จะถูกกรงเล็บเงาแทงจนหินกะเทาะ แต่อาเจียก็ไม่สนความเสียหาย (ค่อยซ่อมทีหลัง!)

    "ปล่อยข้านะ เจ้าเศษหิน!" เสวี่ยอิงพยายามดิ้นหลุด

    "สายไปแล้ว..." อาเจียสะบัดมือวาดออกไปด้านข้าง

    ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!

    ยันต์นับร้อยแผ่นพุ่งเข้าปักล้อมรอบตัวเสวี่ยอิงเป็นวงกลม ตามตำแหน่งที่มู่เฉินคำนวณไว้เป๊ะๆ เกิดเป็นรูปร่างของ 'ค่ายกลระเบิดสังหาร' (ฉบับเร่งด่วนและแพงระยับ)

    "นี่มัน... ค่ายกล?" เสวี่ยอิงเบิกตากว้าง สัมผัสได้ถึงหายนะ

    "ศิลปะคือการระเบิด!" อาเจียตะโกนลั่น (พร้อมน้ำตาที่ไหลพรากด้วยความเสียดายเงิน) "บึ้มมมมม!"

    อาเจียกระตุกเส้นด้ายวิญญาณพร้อมกันทุกเส้น กระตุ้นยันต์ทั้งหมดให้ทำงานในเสี้ยววินาทีเดียวกัน

    ตูมมมมมมมมมม!

    เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหว แสงสว่างจ้าบาดตาพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับดวงอาทิตย์ดวงใหม่ ความร้อนและแรงอัดอากาศฉีกกระชากหมอกหนาจนหายวับไปทั้งป่า ต้นไม้รอบข้างหักโค่นเป็นแถบๆ

    เฟิงอี้หรานและเฟิงหลิงเอ๋อร์ต้องรีบกางม่านพลังป้องกันสุดชีวิต

    ...

    เมื่อฝุ่นควันจางลง...

    สภาพพื้นที่ตรงหน้ากลายเป็นหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่ ดินไหม้เกรียมเป็นสีดำ

    ร่างของ เสวี่ยอิง นอนแน่นิ่งอยู่ก้นหลุม เสื้อผ้าขาดวิ่น อักขระมารบนหน้าแตกละเอียด และลมหายใจรวยรินใกล้ดับ

    ส่วน เจ้าสัว... สภาพดูไม่จืด แขนซ้ายหักห้อยรุ่งริ่ง ผิวหยกทมิฬเต็มไปด้วยรอยร้าวและคราบเขม่า

    "ชนะ... ชนะแล้ว?" เฟิงหลิงเอ๋อร์ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

    นางหันไปมองอาเจีย...

    ชายหนุ่มผู้ "งก" ที่สุดในสามโลก กำลังยืนคุกเข่าอยู่ขอบหลุมระเบิด ไหล่สั่นเทิ้ม

    "ห้าพันตำลึง... หายไปในพริบตา..." อาเจียคร่ำครวญเสียงหลง "ยันต์ระเบิดเกรดเอ... ยันต์อัคคีสวรรค์... ฮืออออ เสียดายของ! รู้งี้ข้าเก็บไว้สักแผ่นสองแผ่นก็ดี!"

    เฟิงอี้หรานเดินเข้ามาตบไหล่อาเจีย (ด้วยมือที่ยังสั่นๆ)

    "เอาน่าอาเจีย... ถือว่าคุ้มค่า ข้าไม่เคยเห็นการระเบิดที่... เอ่อ... 'แพง' และ 'ทรงพลัง' ขนาดนี้มาก่อนในชีวิต"

    เฟิงหลิงเอ๋อร์มองอาเจียด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากความดูถูกกลายเป็นความทึ่ง

    "เจ้าควบคุมยันต์นับร้อยแผ่นพร้อมกัน แล้ววางตำแหน่งให้ระเบิดซ้อนทับกันเพื่อเพิ่มแรงอัด... การควบคุมปราณระดับนี้... เจ้าใช่ศิษย์สายนอกแน่หรือ?"

    อาเจียเงยหน้าขึ้น ปาดน้ำตา (ทิพย์)

    "แน่นอนขอรับ... ข้าคือศิษย์สายนอกที่จนที่สุด และตอนนี้ข้าต้องการค่าเสียหาย! ค่าซ่อมเจ้าสัว! และค่าทำขวัญ!"

    เขารีบกระโดดลงไปในหลุม ตรงไปที่ร่างของเสวี่ยอิงที่ยังไม่ตายสนิท

    "ส่งมาให้หมด!" อาเจียปลดแหวนมิติ ถุงเงิน แม้กระทั่งปิ่นปักผมและรองเท้าของเสวี่ยอิงออกมาอย่างรวดเร็วราวกับพายุ "ถือซะว่าเป็นค่าชดเชยระเบิดของข้า!"

    "โหดร้าย..." มู่เฉินพึมพำในหัว "การวางค่ายกลระเบิดเมื่อกี้มันหยาบคาย ไร้ความสวยงามสิ้นดี... แต่มันก็ได้ผลชะงัด เจ้าเด็กนี่... มันอัจฉริยะในเรื่องทำลายล้างจริงๆ (โดยเฉพาะทำลายทรัพย์สิน)"

    อาเจียไม่สนคำบ่น เขาชูแหวนมิติของเสวี่ยอิงขึ้นฟ้า ยิ้มร่าเริง

    "กำไร! ในที่สุดก็คืนทุน!"

    แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจ ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่า... แรงระเบิดมหาศาลเมื่อครู่ ไม่ได้ทำลายแค่ศัตรู แต่มันยังส่งแรงสั่นสะเทือนลึกลงไปใต้พื้นดิน... ไปกระตุ้น "บางสิ่ง" ที่หลับใหลอยู่ใต้ซากเสาหินโบราณให้ตื่นขึ้นมา

    ครืน...

    แผ่นดินไหวเบาๆ ใต้เท้าพวกเขา ไม่ใช่จากระเบิด... แต่มาจากชีพจรของป่าที่กำลังเต้นรัว!

    คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน