ซูหลิงหยุนที่กำลังเพลิดเพลินกับการทานอาหารอย่างมีความสุขกับถังซิ่วนั้น ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีใครบุกเข้ามาในบ้าน แถมยังแสดงท่าทีแบบนี้อีกด้วย
หลังจากที่ได้เห็นหน้าคนใส่สูททั้งสามแล้วก็ทำให้ใบหน้าของซูหลิงหยุนเปลี่ยนไปทันทีเพราะว่ากำลังมึนงงกับเหตุการณ์ที่โต๊ะอาหารถูกเตะกระเด็นจึงทำให้เธอไม่ได้มีโอกาสสังเกตใบหน้าของชายผมเกรียนเลย แต่หลังจากที่เห็นหน้าของชายหัวเกรียนชัดเจนพร้อมกับมือที่กำลังเหวี่ยงมานั้น เธอทำได้แค่กรีดร้องออกมาพร้อมกับกำลังจะหลบฝ่ามือนั้น
ตอนนี้ซูหลิงหยุนกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ซึ่งก่อนที่เธอจะหลบฝ่ามือได้นั้นจำเป็ที่จะต้องลุกขึ้นให้ได้ก่อนแต่ทว่าชายหัวเกรียนนั้นไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ลุกขึ้นพร้อมเร่งฝ่ามือของตัวเองขึ้นมาจึงทำให้เธอไม่มีทางหลบได้เลย เมื่อเห็นฝ่ามือของชายคนนั้นจะโดนหน้าเธอแล้วก็ทำได้เพียงแค่ปิดตาช้าๆเท่านั้น
ในขณะต่อมาก็ได้ยินเสียงร้องภายในหูของเธอ เสียงนี้เธอคุ้นเคยเป็อย่างมากเพราะนั่นคือเสียงร้องของชายผมเกรียน เธอเปิดตาขึ้นมาก็พบว่าตอนนี้ชายผมเกรียนนั้นฟุบลงไปอยู่ที่พื้นแล้วและเหนือหน้าผากของเขามีกระดูกไก่เสียบอยู่พร้อมกับเืที่ไหลออกมาเป็ทาง
“ไอ้เด็กเวร แกกล้าที่จะล่วงเกินเราอย่างนั้นหรือ แกเหนื่อยที่จะมีชีวิตแล้วใช่ไหม!”
เมื่อเห็นเพื่อนของเขาที่กำลังฟุบอยู่ที่พื้น ชายใส่สูทอีกคนได้จ้องมองไปที่ถังซิ่วที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้พร้อมคำรามออกมา
“อย่านะ อย่าทำร้ายลูกของฉัน เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะล่วงเกินใคร เราจะจ่าย...จ่าย...จ่าย!”
เมื่อกำลังงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซูหลิงหยุนก็ได้สติพร้ะโกนขอร้องก่อนที่จะพุ่งเข้าไปเพื่อที่จะปกป้องถังซิ่ว
เมื่อเห็นอาการตื่นกลัวของแม่ก็ทำให้ถังซิ่วรู้สึกเย็นเยือกเป็อย่างมาก เขากอดแม่ของเขาเข้าอยู่ในอ้อมอกพร้อมเตะถ้วยน้ำซุปร้อนๆใส่หน้าชายใส่สูททั้งสองคน ชายทั้งสองที่ไม่ทันได้ตั้งตัวนั้นที่กำลังจะพยุงเพื่อนตัวเองขึ้นมาก็ได้ล้มลงไปนอนที่พื้น
“พวกเขา...พวกเขา...ซิ่วน้อย นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
ซูหลิงหยุนคิดว่าเธอและลูกจะต้องถูกทำร้ายแน่ๆแต่เมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วนี้ก็ทำให้เธอใเป็อย่างมาก
“แม่ครับ ไม่เป็ไรหรอก มีผมอยู่แม่ไม่ต้องกลัวอีกต่อไปแล้ว เื่นี้ปล่อยให้เป็หน้าที่ผมเอง”
ถังซิ่วกดจุดที่ฝ่ามือของแม่เธอพร้อมพูดอย่างอ่อนโยน ครั้งนี้เขาไม่ได้ทำให้แม่เขาหลับเพราะเขาไม่อยากให้แม่ของเขาต้องรู้สึกตื่นกลัวอีกต่อไปแล้ว เขาอยากให้เธอรับรู้ว่ามีเขาอยู่ เขามีความสามารถพอที่จะปกป้องเธอได้
หลังจากที่ปลอบแม่เสร็จแล้ว ใบหน้าของเขาก็กลายเป็เ็าพร้อมเดินตรงไปที่ชายทั้งสามคนพร้อมถามอย่างดุร้าย
“ถ้าฉันจำไม่ผิด แม่ฉันได้คืนเงินทั้งหมดหนึ่งหมื่นหยวนที่ยืมมาจากบริษัทของนายแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงได้ตามมาก่อกวนเราอีก?”
สำหรับสามคนนี้นั้น ถังซิ่วรู้จักเป็อย่างดี ตอนที่แม่เขาจะเปิดร้านอาหารก็ได้ยืมเงินมาจากญาติทั้งหลายห้าหมื่นหยวนพร้อมกับกัดฟันกู้เงินนอกระบบ พวกเขาคิดว่าครอบครัวของเขามีหนี้อยู่ทั้งหมดห้าหมื่นหยวนเท่านั้น ตราบใดที่ยังมีร้านอาหารอยู่ไม่นานเขาก็สามารถที่จะจ่ายหนี้นี้ได้ทั้งหมด
ไม่เคยคิดเลยว่าหนี้นอกระบบนั้นได้เพิ่มดอกเบี้ยแต่ละเดือนขึ้นจากสามจุดสามเปอร์เซ็นต์ เป็เจ็ดจุดเจ็ด เงินห้าหมื่นหยวนที่กำหนดจ่ายในครึ่งปีแต่ดอกเบี้ยที่เขาต้องจ่ายนั้นต้องจ่ายทุกๆเดือน เดือนละหนึ่งหมื่นสองพันหยวน
หลังจากนั้นแม่ลูกคู่นี้ก็ได้แต่ทนทุกข์ทรมานอยู่ในฝันร้ายพวกนี้ หลังจากที่ร้านอาหารทำเงินได้ในเดือนแรก ทางเ้าหนี้ก็ได้เข้ามาบีบบังคับเอาดอกเบี้ยไปพร้อมกับข่มขู่ว่าให้หาเงินมาภายในสามวันไม่อย่างนั้นจะทุบทำลายร้านทิ้ง
แม่และลูกไม่มีหนทางอื่นนอกจากจะต้องทำตัวหน้าด้านไปขอยืมเงินจากญาติๆทั้งหลาย สามวันต่อมาพวกเขาก็หาเงินมาจ่ายคนพวกนี้ได้ หลังจากที่คนเหล่านี้รับรู้ว่าเธอสองแม่ลูกนั้นเป็พวกที่ข่มขู่ได้ก็ทำให้พวกเขาเริ่มมาที่ร้านอาหารของเธอทุกเดือนพร้อมพูดจาลามปามและทำให้สองแม่ลูกต้องอับอายอยู่บ่อยๆ
ร้านอาหารของซูหลิงหยุนนั้นอยู่ในพื้นที่เก่าเฮ้อจี้ เธอเก็บเงินอย่างมุ่งมั่นจนกำไรของแต่ละเดือนแทบจะไม่มี หลังจากผ่านไปครึ่งปีก็ทำให้เธอสามารถจ่ายหนี้คืนบริษัทพวกนี้ได้ทั้งหมดและทำให้เธอไม่เหลือเงินติดตัวสักแดงจนไม่สามารถที่จะจ่ายค่าเล่าเรียนของถังซิ่วได้ด้วยซ้ำ
หลังจากที่ซูหลิงหยุนเห็นชายใส่สูททั้งสามพร้อมกับลูกเธอที่กำลังอยู่ในอารมณ์ดุร้ายนั้น ใบหน้าของเธอซีดเผือด
“ถังซิ่ว นี่แกกล้าที่จะลงมือกับพวกเราอย่างนั้นหรือ รู้ไหมแก๊งหมาป่า์หนุนหลังเราอยู่ เชื่อไหมว่าเราใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีก็จัดการพวกแกสองแม่ลูกได้น่ะ?”
ชายผมเกรียนได้ดึงกระดูกไก่ออกจากหน้าผากของเขาพร้อมดุด่า
“เราได้จ่ายหนี้เมื่อครึ่งปีก่อนให้พวกแกหมดแล้ว แกก็รู้ว่าสมองของฉันมีปัญหา แกบอกฉันทีสิว่าถ้าฉันฆ่าพวกแกทั้งสามคนมันจะผิดกฎหมายหรือเปล่า?”
ถังซิ่วแสยะยิ้มพร้อมกับกระหน่ำโจมตีไปที่ชายผมเกรียน ได้ยินแค่เสียง "กร๊อบ" กระดูกไหล่ของชายผมเกรียนก็แตกหักพร้อมใบหน้าที่บิดเบี้ยวจนไม่สามารถที่จะเปล่งเสียงได้
“ฉันจะถามอีกครั้ง หนี้เก่าก็จ่ายแล้ว ทำไมถึงยังตามมาหาเื่เรา?”
ถังซิ่วไม่ได้มองไปที่ชายผมเกรียนนั้นต่อแต่หันไปจ้องชายสองคนที่เหลือ
“ถัง...ถังซิ่ว หนี้ของเราก่อนหน้านี้ได้จ่ายไปแล้วแต่มีคนบางคนได้เซ็นข้อตกลงโอนหนี้มาที่บริษัทเราเมื่อเดือนที่แล้วทำให้ตอนนี้นายมีสัญญาหนี้กับบริษัทเราอีกครั้ง”
ภายใต้สายตาที่ดุร้ายของถังซิ่วนั้น พวกเขาทั้งสองอยากจะะโว่าไอ้เด็กเวรเป็อย่างมาก แต่เมื่อคำพูดกำลังติดอยู่ที่ปากแล้ว พวกเขาก็ได้รีบเปลี่ยนสรรพนามโดยทันที
“ซิ่วน้อย นั่นเป็ลุงของลูก เราได้ยืมเงินของเขามาห้าหมื่นหยวนและน่าจะเป็เพราะเหตุการณ์เมื่อเดือนก่อนที่ทำให้เขาโมโหและอับอาย เพราะงั้นเขาถึงได้โอนสัญญาหนี้ไปให้บริษัทพวกนี้”
เมื่อนึกถึงเื่ในร้านอาหารก่อนหน้านี้ของปั่นโฉวและติ่งซี่นั้น ทำให้เขาโกรธเป็อย่างมาก ถังซิ่วไม่เข้าใจเป็อย่างมากว่าทำไมลุงของเขาถึงต้องทำแบบนี้
“แม่ ทำไมก่อนหน้านี้ถึงได้ไม่บอกผมกัน?”
หลังจากเงียบอยู่นานเขาได้เอ่ยปากถาม ซูหลิงหยุนไม่ได้ตอบคำถามของเขาแต่เขาสามารถเห็นคำตอบได้ภายในดวงตาของเธอ แม่เขาไม่บอกเกี่ยวกับเื่ร้านอาหารเพราะไม่อยากให้เขาเกิดความเครียดและไม่อยากให้การเรียนเขาตกลง
ถังซิ่วได้รู้สึกเกลียดตัวเองโดยทันที ทำไมถึงได้ไม่แสดงความแข็งแกร่งของตัวเองั้แ่ก่อนหน้านี้ แม่ของเขาต้องแบกรับความกดดันทั้งหมดไว้คนเดียวโดยที่เขาไม่ได้รับรู้อะไรเลย
“ห้าหมื่นหยวนใช่ไหม! แกเอาบัตรเงินสดนี่ไปแล้วไสหัวออกไปซะ ถ้าพวกแกยังกล้าที่จะมาก่อกวนพี่น้องของฉันอีก ฉันรับรองเลยว่าฉันจะทำให้บริษัทแกหายไปจากเมืองนี้!”
ระหว่างที่ถังซิ่วกำลังคิดอยู่ว่าจะจัดการกับปัญหานี้ยังไงดีก็ได้มีเสียงดังเหมือนฟ้าผ่าขึ้นภายในบ้านซึ่งนั่นเป็เสียงของหยวนชูหลิง
“เ้าอ้วน มานี่ได้ยังไงกัน?”
ถังซิ่วรู้สึกใเป็อย่างมาก แม้ว่าจะรู้จักหยวนชูหลิงมานานแล้วแต่เพราะบ้านที่น่าอดสูของเขาถึงได้ไม่เคยพาอีกฝ่ายมาเล่นที่บ้านเลยสักครั้งแต่ก็ไม่เคยคิดเลยว่าอีกฝ่ายจะมาหาเขาเอง
“ลูกพี่ นายไม่ซื่อสัตย์ต่อฉันเลย ทั้งๆที่ครอบครัวพบกับความยากลำบากแต่กลับไม่บอกฉัน นี่นายไม่เห็นว่าฉันเป็พี่น้องแล้วสินะ”
หยวนชูหลิงชกไปที่อกของถังซิ่วเบาๆพร้อมพูดด้วยอย่างยิ้มๆ
“แม่ครับ ผมจะแนะนำให้รู้จัก เขาเป็เพื่อนร่วมเป็ร่วมตายของผมเพียงคนเดียวในโรงเรียน ตอนที่ถูกไล่ไปห้องสิบเขาก็ย้ายตามมาที่ห้องสิบกับผม เขามีชื่อว่าหยวนชูหลิง”
เมื่อเห็นท่าทางสงสัยของแม่ เขาก็ได้อธิบายออกไป
“อ๋อ ที่แท้ก็เป็เพื่อนของซิ่วน้อยนี่เอง ยินดีต้อนรับสู่บ้านของเรานะ”
หลังจากที่ได้ยินคำพูดของถังซิ่วแล้วนั้น ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น แต่เมื่อสายตาเธอไปหยุดอยู่ที่ชายที่นอนอยู่ทั้งสามนั้น รอยยิ้มเธอก็ได้หายไปในทันที
“ยังไม่รีบไปอีกเหรอ หรือจะต้องให้ฉันเป็คนไปส่ง?”
หลังจากเห็นสายตาของซูหลิงหยุนนั้นก็ทำให้หยวนชูหลิงรีบะโด่าชายใส่สูททั้งสามคน
“นายน้อยหยวน ขออภัยด้วยครับ เราไม่รู้ว่านายน้อยถังเป็เพื่อนของคุณ ถ้ารู้อย่างนั้นเราคงไม่กล้าที่จะมาหาเื่เขาแน่นอน”
“นายน้อยหยวน บัตรเงินสดนี่คุณเก็บไว้เถอะ ก่อนหน้านี้เราไม่ระวังทำให้อาหารของคุณซูและนายน้อยถังเสียหาย ห้าหมื่นหยวนนั้นถือว่าเป็ค่าชดเชยอาหารนั่นแล้วกัน แต่ขอร้องนายน้อยว่าได้โปรดยอมให้บริษัทเราได้ทำธุรกิจต่อในเมืองนี้ด้วยเถอะ”
หลังจากที่ชายทั้งสองพูดจบก็ได้แบกชายผมเกรียนออกไป
ซูหลิงหยุนและถังซิ่วนั้นคิดว่าการกระทำของหยวนชูหลิงจะต้องสร้างปัญหาใหญ่แน่ๆแต่ไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะกลับกลายเป็แบบนี้และทำให้พวกเขาสองแม่ลูกได้แต่ยืนงง