กลิ่นสนิมกับกลิ่นดินเปียกลอยปะปนกันในอากาศ
ไม่ใช่กลิ่นจากการปะทะ
แต่เป็นกลิ่นของพื้นที่ที่ มีคนตายซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ลู่เฉินยืนอยู่บนแนวทางเดินหินแคบ
ใต้สะพานโค้งเก่าที่เชื่อมเขตช่างเก่ากับเขตคลังร้าง
ด้านล่างคือร่องน้ำแห้ง
ผนังสองฝั่งสูงกว่าสองช่วงตัว
ไม่มีซากให้บัง
ไม่มีมุมให้หลบ
ที่นี่ไม่ใช่สนาม
ไม่ใช่ลาน
ไม่ใช่พื้นที่ทดสอบ
มันคือ คอขวด
เขารู้ทันทีที่ก้าวเข้ามา
เพราะเสียงของตัวเอง…หายไป
ไม่มีเสียงฝีเท้าสะท้อนกลับ
ไม่มีเสียงลมตีผนัง
มีแต่เสียงเลือดในหู
ตุบ
ตุบ
แขนขวายังหนัก
ขาซ้ายยังไม่เต็มแรง
ชีพอสูรในอกนิ่ง
นิ่งเกินไป
“อย่าขยับ”
เสียงดังขึ้นจากด้านหลัง
ไม่ดัง
ไม่กด
แต่ชัดจนเหมือนมีมือแตะไหล่
ลู่เฉินไม่หัน
เพราะรู้ว่า ถ้าหัน—เขาจะเสียจังหวะ
“ถ้าขยับหนึ่งก้าว”
เสียงเดิมพูดต่อ
“เส้นเอ็นใต้เข่าซ้ายจะขาดก่อนที่เจ้าจะตั้งตัวทัน”
ไม่ใช่คำขู่
เป็นการบอกผลลัพธ์
ลู่เฉินขยับนิ้วมือซ้ายเล็กน้อย
รู้สึกถึงลมที่ไหลผิดทิศ
ไม่ใช่คนเดียว
สามคน
ตำแหน่งต่างระดับ
หนึ่งอยู่หลัง
หนึ่งอยู่บนคานหิน
อีกหนึ่ง…อยู่ตรงหน้า แต่ต่ำกว่าสายตา
ชายคนนั้นนั่งยอง
มีดสั้นวางพาดบนเข่า
ใบมีดด้าน
ไม่เงา
ขอบคมเป็นรอยหยักเล็ก ๆ จากการแทงซ้ำ
“ข้าชื่อ เฟยหลง”
เขาพูดเหมือนแนะนำตัวในโรงน้ำชา
“อาชีพ: ปิดงาน”
ลู่เฉินหายใจเข้า
อากาศเย็นจัด
ปอดแสบ
“วันนี้ไม่ได้มาฆ่า”
เฟยหลงเงยหน้าขึ้น
ยิ้มบาง
“แค่มาทำให้เจ้า เลือก”
ทันทีที่คำว่า “เลือก” หลุดออกมา
เงาด้านหลังขยับ
ไม่ใช่พุ่ง
ไม่ใช่ฟาด
เป็นการ ตัด
ของบางอย่างเฉือนผ่านอากาศ
ไม่เห็น
แต่ลู่เฉินรู้สึกได้
เขาทิ้งตัวลงทันที
ฉัวะ—
เส้นผมด้านหลังขาดเป็นกำ
เลือดซึมจากหนังศีรษะ
ถ้าช้ากว่านี้ครึ่งจังหวะ
มันจะเป็นลำคอ
ลู่เฉินกลิ้ง
ยังไม่ทันลุก
หินจากด้านบนหล่นลงมาปิดทางหนี
ไม่ใช่การถล่ม
เป็นการวางตำแหน่ง
เฟยหลงลุกขึ้น
เดินเข้ามาช้า ๆ
“เห็นไหม”
“พวกข้าไม่รุม”
“พวกข้า ตัดทาง”
มีดในมือเขาขยับ
ปลายเล็งต้นขาซ้าย
ลู่เฉินกัดฟัน
ชีพอสูรในอกกระตุก
ไม่ใช่เพราะโกรธ
แต่เพราะ ร่างกายรู้ว่าถ้าไม่เปิด—มันจะพัง
เขาเปิด
ไม่เต็ม
ไม่ครึ่ง
แค่ให้มัน ขยับ
แรงร้อนพุ่งขึ้น
แขนขวาสั่น
นิ้วกำแน่นเอง
โลกเอียงเล็กน้อย
เหมือนพื้นถูกดึงออก
ลู่เฉินพุ่ง
ไม่เข้าหาเฟยหลง
แต่พุ่งใส่เงาด้านขวา
หมัดขวา—
กระแทกเข้าซี่โครง
เสียงกระดูกยุบดังชัด
ร่างนั้นปลิวชนผนัง
แต่ยังไม่ตาย
ทันทีนั้น
ของมีคมจากด้านบนปักลง
ไม่โดนหัว
ไม่โดนอก
โดนพื้น
ตรงจุดที่เขาจะเหยียบถัดไป
“ดี”
เฟยหลงพูด
น้ำเสียงเริ่มมีชีวิต
“เปิดแล้วจริง ๆ”
เขาพุ่ง
ไม่เร็ว
ไม่ช้า
แม่น
มีดเฉือนเข้าด้านในขา
ลึก
เลือดพุ่ง
ลู่เฉินร้องไม่ออก
เข่าทรุด
โลกหมุน
ชีพอสูรดันขึ้นอีกชั้น
แรงในอกเริ่มไม่เชื่อฟัง
“พอแค่นี้”
เสียงจากด้านบนสั่ง
ทุกอย่างหยุด
เฟยหลงถอย
ไม่หันหลัง
“จำไว้นะ ลู่เฉิน”
“นักล่าอาชีพ
ไม่วัดว่าเจ้าแรงแค่ไหน”
เขาชี้ปลายมีดไปที่อก
“เราวัดว่า…เจ้าทนได้นานแค่ไหน
ก่อนจะ ไม่ใช่ตัวเดิม”
เงาทั้งหมดหายไป
เหมือนถูกลบออกจากอากาศ
ลู่เฉินล้มเข่าลง
มือกดแผล
เลือดอุ่นไหลผ่านนิ้ว
ชีพอสูรยังตึง
ไม่ยอมคลาย
เขารู้แล้วว่า
ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป
การต่อสู้
ไม่ใช่เรื่องของชนะหรือแพ้
แต่คือ
ใครจะพังก่อน ระหว่างร่างนี้
กับสิ่งที่ถูกเรียกชื่ออยู่ข้างใน
และรอบหน้า
นักล่า
จะไม่เตือนก่อนลงมืออีกแล้ว