บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 44 ที่ดินศักดินาพระราชทาน

           “ไม่เหมือนอย่างไร?”

           ต้วนชางไห่ตอบว่า “คนของสำนักคุ้มกันซวี่รื่อตายหมด แม้รถสินค้าจะยังอยู่ แต่ว่าสินค้าในรถกลับบินหายไปไม่เหลืออยู่เลยแม้แต่ชิ้นเดียว”

           “สินค้าหายไปหมดเลยหรือ?” หยางหนิงขมวดคิ้ว แล้วพูดเบาๆ ว่า “น่าแปลก หากต้องการปล้นสินค้าไป ก็เอาไปทั้งรถสินค้าเลยก็ได้นี่นาทำไมต้องทิ้งรถเอาไว้ด้วย?หรือว่าจะเอาสินค้าเปลี่ยนไปที่รถของพวกเขา?”เขาส่ายหัวแล้วพูดว่า “หากจะปล้นขบวนสินค้าก็ต้องทำให้เวลายิ่งเร็วยิ่งดี หากเปลี่ยนรถขนสินค้า มันเสียเวลาไม่น้อยเลย น้ำต้องเข้าสมองพวกนั้นแน่ๆ”

           “เอ่อ ซื่อจื่อ น้ำเข้าสมองมันคืออะไร?” ต้วนชางไห่รู้สึกว่าศัพท์คำนี้มันดูใหม่ ก็เลยอยากจะเรียนรู้เอาไว้

           หยางหนิงเหลือบไปมอง แล้วพูดว่า “ในสมองนั้นเต็มไปด้วยมันสมองหลังจากที่น้ำเข้าไปข้างในมันก็จะไปผสมกับมันสมอง นานเข้าสมองก็จะบวม ทำให้ไม่มีสมองอีกต่อไปนายเข้าใจหรือไม่?”

           ต้วนชางไห่รู้สึกชื่นชม แอบคิดอยู่ลึกๆ ว่าการเปรียบเทียบของซื่อจื่อมันช่างแปลกใหม่ในใจก็รู้สึกแปลกใจเหมือนกัน เพราะว่าก่อนหน้านี้ซื่อจื่อไม่ได้หัวไวแบบนี้ แต่ตอนนี้กลับตรงข้ามกันแล้วก็ค้นพบว่า ดูเหมือนสมองจะดีกว่าของคนอื่นอยู่มาก

           หลังจากที่ซื่อจื่อกลับมา ก็เปลี่ยนไปจากเดิมมากเขาแอบคิดว่าหรือว่าเป็นเพราะซื่อจื่อถูกจับตัวไปครั้งนั้นเกิดความกระทบกระเทือนมากเกินไป ทำให้ซื่อจื่อฉลาดขึ้นมา? หากเป็นอย่างนั้นจริง มันเป็นความโชคดีในความโชคร้ายเลยทีเดียวเรื่องร้ายกลายเป็นดี หรือว่าท่านองครักษ์เสื้อแพรกับบรรพบุรุษของตระกูลฉีจะคุ้มครองซื่อจื่ออยู่

           “ซื่อจื่อกล่าวถูกแล้วนั่นคือปัญหา” ต้วนชางไห่พูดขึ้น “ถึงแม้รถสินค้าจะยังอยู่แต่สินค้ากลับหายไปหมด มันแปลกมากจริงๆ” แล้วพูดอีกว่า “ฉีเฟิงได้ยินคนเขาพูดกันว่ามีหลายคนคิดว่าสำนักคุ้มกันทั้งสองแห่งนี้น่าจะถูกคนกลุ่มเดียวกันปล้นเอา แต่ข้าน้อยคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้”

           หยาหนิงพยักหน้าแล้วพูดว่า “วิธีการลงมือต่างกัน อีกอย่างงานใหญ่แบบนี้ พอจบงานสิ่งที่คิดได้ก็คือการซ่อนตัว ไม่น่าจะออกไปทำงานอื่นอีก” ในใจเขาก็คิดว่าที่สำนักคุ้มกันซื่อไห่ประสบภัยเพราะโชคไม่ดีเพราะนินจาฮิดะไม่ได้จะมาปล้นขบวนสินค้าจริงๆ หลังจากรถสินค้าหายไปคิดว่าน่าจะเป็นพวกนินจาฮิดะทำการเก็บกวาด พวกเขาตามล่าเซียวกวงไม่มีทางไปหาเรื่องสำนักคุ้มกันซวี่รื่อแน่ๆ

           จำได้ว่าตอนที่ออกมาชายชุดเทายังสู้อยู่กับนินจาฮิดะอยู่เลย ไม่รู้ว่ารอดหรือไม่

           ต้วนชางไห่ยกนิ้วโป้งขึ้นมา “ซื่อจื่อเฉียบขาดมาก”แล้วพูดต่อว่า “ตอนนี้มีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นต่อเนื่อง คนตายไปไม่น้อย แม้สำนักคุ้มกันทั้งสองถือได้ว่ามีอิทธิพลไม่น้อยแต่ครั้งนี้กลับต้องมาเกิดเหตุการณ์นองเลือดครั้งใหญ่”

           เมื่อหยางหนิงคิดถึงคำพูดที่ว่า ‘สินค้าหายไปหมด’ ในหัวก็พลันนึกบางอย่างออกมุมปากเขายกขึ้นเล็กน้อย

           ปล้นขบวนสินค้าแต่สับเปลี่ยนรถขนส่งมันแปลกอยู่แล้ว หยางหนิงคิดว่า ความน่าจะเป็นมีอยู่สองอย่างคนที่ปล้นกลัวว่าจะมีคนตามรอยมาเจอเบาะแส ก็เลยเปลี่ยนรถขนย้ายสินค้าหรือไม่ก็สินค้ามันโยกย้ายได้ง่าย ไม่ทำให้เสียเวลานาน

           แต่ว่าการเปลี่ยนรถสินค้าโจรที่ฉลาดหน่อยคงไม่มีทางทำตรงจุดเกิดเหตุในทันทีแน่ น่าจะมีการลากรถสินค้าไปให้ห่างจากจุดเกิดเหตุเสียก่อน

           นอกจากความน่าจะเป็นนี้แล้ว ความเป็นไปได้อีกอย่างก็เหมือนที่ต้วนชางไห่ว่าไว้สินค้าคงบินหายไปเอง

           เมื่อคิดถึงตรงนี้ตัวของหยางหนิงก็สั่นเล็กน้อย

           หากเป็นแบบนั้นจริงๆ สำนักคุ้มกันซวี่รื่อก็น่าจะเป็นสำนักคุ้มกันที่เซียวอี้ชุ่ยติดต่อไว้เสี่ยวเตี๋ยก็น่าจะถูกสำนักคุ้มกันพาตัวมาตั้งแต่นอกเมืองฮุ่ยเจ๋อ

           งั้นการที่สินค้ามีปีกบินได้ก็มีความเป็นไปได้

           ใจของหยางหนิงเต้นเร็วมาก เขาหวังว่าสิ่งที่เขาสันนิษฐานจะไม่ผิดหากเป็นอย่างนั้น พวกของเสี่ยวเตี๋ยก็น่าจะไม่ได้ถูกส่งมายังเมืองหลวง แต่หนีไปได้ระหว่างทาง

           เขาทั้งดีใจและกังวลหากบอกว่ามีคนลอบสังหารคนของสำนักคุ้มกันกลางทาง แล้วช่วยเสี่ยวเตี๋ยเอาไว้ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี แต่หากเป็นพวกไม่ดี เสี่ยวเตี๋ยก็จะหนีเสือปะจระเข้ทันทีถ้างั้นก็จะเป็นอันตรายมากกว่าปลอดภัย ไม่สู้ให้สำนักคุ้มกันพาเสี่ยวเตี๋ยเข้าเมืองหลวงยังดีเสียกว่า

           หากสำนักคุ้มกันพาเสี่ยวเตี๋ยเข้าเมืองหลวงเขาสามารถอาศัยอิทธิพลของจวนโหว ไปสืบหาได้ ต่อให้สืบไม่พบเสี่ยวเตี๋ย แต่อย่างไรก็ต้องสืบจนเจอสำนักคุ้มกันซวี่รื่อการตามหาเสี่ยวเตี๋ยก็ไม่ใช่เรื่องยาก

           “ซื่อจื่อ ท่านเป็นอะไรไป?” เห็นหยางหนิงสีหน้าท่าทางไม่ดี ดูแปลกไป ต้วนชางไห่ที่ไม่รู้ความคิดของหยางหนิงก็เลยรู้สึกกังวล

           หยางหนิงได้สติกลับมาแล้วพูดว่า “ไม่เป็นอะไรกำลังคิดอยู่ว่าวันนี้ยังไม่มีใครมาเลย”

           ต้วนชางไห่พูดว่า “หลายวันนี้ที่ควรมาก็มาหมดแล้ว หากจะมีมาอีก ก็น่าจะมาจากที่อื่น รอออกทุกข์คนก็จะมามากกว่านี้”

           หยางหนิงพยักหน้าแล้วพูดว่า “พ่อบ้านชิวไปไหน? วันนี้ยังไม่เห็นเขาเลย จริงสิ เขายืมเงินได้หรือยัง?”

           “ใช้โรงรับจำนำไปค้ำ เอาเงินมาจากโรงรับฝากเงินสองสามพันตำลึงไม่ใช่เรื่องยาก”

           หยางหนิงตอบ “อ่อ ยืมจากโรงรับฝากเงินหรือ? ท่านอาต้วนท่านว่าจวนโหวใหญ่ขนาดนี้ ยิ่งใหญ่ในแคว้นฉู่ ทำไมเงินถึงไม่พอใช้ล่ะ? ต่อให้ขาดมือบ้าง แต่ก็ไม่ถึงขนาดต้องเอาโรงรับจำนำไปค้ำประกันยืมเงินหรอกจริงไหม?”

           ต้วนชางไห่บอกว่า “เรื่องนี้ข้าน้อยก็ไม่รู้ แต่ว่ากฎของโรงรับฝากเงิน อย่าว่าแต่สองสามพันตำลึงเลยต่อให้ยืมแค่หนึ่งถึงสองตำลึง ก็ต้องมีของไปค้ำ”

           “จวนโหวของเราไม่รู้จักเศรษฐีมีเงินกับเขาเลยหรือ?” หยางหนิงพูดว่า “เมืองหลวงเป็นเมืองที่เจริญที่สุดเชื้อพระวงศ์ชนชั้นสูงก็มีมาก เรา... เราก็ควรจะรู้จักใครบ้างสิ?”

           ต้วนชางไห่ส่ายหน้าแล้วพูดว่า “คนที่ไปมาหาสู่กับจวนโหวในเมืองหลวงมีไม่น้อยแต่ว่าท่านเหล่าโหวตั้งกฎเอาไว้ ห้ามให้มีการใช้เงินติดต่อกับพวกขุนนางเด็ดขาด”

           “อ๊า?”หยางหนิงพูดอย่างแปลกใจว่า “มีกฎแบบนี้ด้วยหรือ?”

           “ซื่อจื่อสมัยก่อนท่านไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้ดังนั้นก็เลยไม่รู้” ต้วนชางไห่พูดด้วยสีหน้าที่จริงจัง “ท่านเหล่าโหวเป็นคนซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา ถึงแม้จะได้พระราชทานที่ดินศักดินา แต่ก็เป็นคนมือสะอาดท่านเหล่าโหวบอกว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่ไปมาหาสู่กันด้วยเงินก็จะมีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง จะทำอะไรก็ไม่สะดวก ตอนท่านแม่ทัพยังอยู่ก็ทำตามกฎของท่านเหล่าโหวอย่างเคร่งครัดไม่ให้มีการไปมาหาสู่กับเหล่าเชื้อพระวงศ์ด้วยเงิน”

           หยางหนิงถอนหายใจแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้น ถ้ามีคนส่งเงินมาที่จวนโหวก็รับไม่ได้น่ะหรือ?”

           “แน่นอน” ต้วนชางไห่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ไม่ใช่แค่นั้นนะ ตอนท่านแม่ทัพอยู่ที่แนวหน้าราชสำนักมีการปูนบำเหน็จมาให้ ท่านแม่ทัพก็แจกจ่ายให้ทหารทั้งหมดไม่เหลือให้ตัวเองแม้แต่สลึงเดียว” แล้วพูดต่อว่า “แต่ว่าท่านแม่ทัพเป็นท่านโหวพันเรือน เริ่มตั้งแต่ท่านเหล่าโหวมาก็ได้รับพระราชทานที่ดินศักดินาสามพันเรือน และยังมีที่นาอีกนับร้อยไร่ก็พออยู่พอกินไม่หมดอยู่แล้ว”

           “โอ้โห!”หยางหนิงอุทานออกมา “ที่ดินศักดินาสามพันเรือนที่นาอีกกว่าร้อยไร่ ก็แค่ทำให้พออยู่พอกินหรือ? ท่านอาต้วนท่านล้อข้าเล่นแล้วล่ะ”

           ก่อนหน้านี้เขาเห็นจวนองครักษ์เสื้อแพรเครียดเรื่องเงินสองสามพันตำลึงในใจยังสงสัยว่า ทำไมจวนโหวถึงได้จนแบบนี้ ตอนนี้ถึงได้รู้ว่าจริงๆ แล้วที่มาทางการเงินของพวกเขาก็ไม่ได้ด้อยเลย

           ที่ดินศักดินาสามพันเรือนรายรับต่อปีไม่น้อยแน่ๆ ยังมีที่นาอีกร้อยกว่าไร่ ถึงแม้ในจวนโหวรวมๆ แล้วจะมีกว่าร้อยคนแต่จะเลี้ยงพวกเขามันง่ายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ

           “ไม่ได้ล้อเล่น” ต้วนชางไห่รู้ว่าซื่อจื่อไม่รู้อะไรเรื่องเงินเลยก็เลยอธิบายด้วยความใจเย็น “รายรับของจวนโหวเราถึงแม้จะมีไม่น้อยแต่ว่ารายจ่ายของเราเยอะมากกว่า”

           “รายจ่ายหรือ?” หยางหนิงพูดว่า “ข้าก็ยังมองไม่ออกอยู่ดีว่ามันจะมีรายจ่ายอะไรมากมายขนาดนั้น”

           ต้วนชางไห่ยิ้มแห้งๆ “ซื่อจื่อท่านไม่รู้อะไร ที่ดินศักดินาสามพันเรือน ที่นากว่าร้อยไร่ฟังดูเยอะ แต่จริงๆ รายรับที่เขามาที่จวนมันน้อยมากเลย”

           “หมายความว่าไง?”หยางหนิงขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “หรือว่ามีใครมาตัดเอาเงินไปงั้นหรือ?”

           “ก็ไม่ใช่แบบนั้น”ต้วนชางไห่พูดเสียงเบาๆ “ที่ดินศักดินาของเราอยู่ที่เจียงหลิง ที่นั่นเป็นบ้านเกิดของตระกูลฉีท่านเหล่าโหวมาจากเจียงหลิง ที่ดินศักดินาพระราชทานที่ดินเก่า เพราะงั้นรายรับกับภาษีที่ท่านเหล่าโหวต้องจ่ายมันน้อยมากดังนั้นรายรับที่เข้ามามันเทียบไม่ได้กับท่านโหวคนอื่นๆ ส่วนภาษีที่เก็บได้ท่านเหล่าโหวก็ตั้งกฎเอาไว้ ว่าภาษีจำนวนห้าร้อยเรือนยกให้เป็นของท่านใหญ่สาม”

           หยางหนิงถึงได้เข้าใจ มิน่าทำไมกู้ชิงฮั่นกับพ่อบ้านชิวถึงได้พูดถึงเจียงหลิงที่แท้ก็เป็นรายรับที่ดินศักดินา

           แต่ว่าเขาคิดไม่ถึงว่าที่ดินศักดินาสามพันเรือน จะต้องตัดแบ่งไปให้ท่านใหญ่สามห้าร้อยเรือน ที่แท้บ้านของท่านใหญ่สามก็อยู่ได้เพราะจวนโหวนี่เอง

           “ต่อให้เป็นอย่างนั้นเงินก็ไม่น่าไม่พอใช้นี่นาจริงไหม?”

           ต้วนชางไห่พูดเบาๆ ว่า “ท่านเหล่าโหวกับท่านแม่ทัพเป็นคนที่มีคุณธรรมเห็นมิตรภาพสำคัญพวกเขาทำศึก เห็นทหารในสังกัดเป็นเหมือนอวัยวะของตนเอง ทหารตายที่แนวหน้าราชสำนักก็ไม่ได้ชดเชยอะไรให้พวกเขามากนัก ทิ้งลูกกับเมีย พ่อแม่เอาไว้ตอนท่านเหล่าโหวยังมีชีวิตอยู่ก็ออกกฎไว้ ทหารที่ติดตามเขาไปออกรบมีไม่น้อยที่บ้านยากจน ทิ้งลูกทิ้งเมีย พ่อแม่ไว้ใช้ชีวิตอย่างลำบากจวนโหวก็เลยแจกเงินออกไปให้กับพวกเขาทุกบ้าน ถึงแม้จะไม่เยอะแต่ก็ทำให้พวกเขาพอจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ต่อมาท่านแม่ทัพรับสืบทอดตำแหน่งมาก็สานต่อวิธีนี้ซื่อจื่อท่านลองคำนวณดู แบบนี้ จวนโหวของเรายังเหลือรายรับสักเท่าไรกันเชียว?”

           หยางหนิงตะลึงไปคิดไม่ถึงเลยว่าจะมีแบบนี้ด้วย

           คนที่ติดตามองครักษ์เสื้อแพรทั้งสองรุ่นไปออกรบมีไม่น้อยต่อให้มีเพียงเล็กน้อยที่จะรับ ก็ถือเป็นรายจ่ายก้อนใหญ่ของจวนโหว

           “งั้น... ศึกไหวชุ่ยที่สู้กันถึงสามปีตายไปไม่รู้เท่าไร คนที่ตายในสองสามปีนี้ถูกนับรวมด้วยหรือเปล่า?” หยางหนิงพูด “คงไม่ใช่ว่าต่อไปก็ต้องจ่ายแบบนี้อีกเรื่อยๆ หรอกนะ?”

           “ถ้าเป็นอย่างนั้นต่อให้มีที่ดินศักดินาสามพันเรือนก็คงไม่พอ” ต้วนชางไห่ส่ายหน้าแล้วพูดว่า“อีกอย่างคนจำนวนมากเกินไป จวนโหวของเรารับมาหมดเกรงว่าจะมีคนว่าเราใช้เงินซื้อใจคน มันจะไม่ดีกับเรา ที่รับมาก่อนหน้านี้มีไม่มากราชสำนักก็มีคนเอาท่านแม่ทัพไปพูดเสียๆ หายๆ แล้วยังดีที่ฝ่าบาทเชื่อใจท่านแม่ทัพมาก รู้ว่าท่านม่ทัพไม่ใช่คนแบบนั้น ก็เลยหลับตาข้างหนึ่ง”แล้วพูดเสียงเบาๆ ว่า “ครั้งนี้ท่านแม่ทัพสิ้นบุญไป วังหลวงไม่มีราชโองการอะไรมาเลยเกรงว่าคงไม่มีใครคิดถึงตระกูลนักรบของเราอีกแล้ว”

           หยางหนิงถึงได้เข้าใจรายรับของจวนโหวมีไม่น้อยแต่ทำไมถึงหาไม่เจอ เพราะมันมีเรื่องค่าใช้จ่ายคั่นกลาง

           แต่เห็นได้ชัดว่า องครักษ์เสื้อแพรทั้งสองรุ่นได้ใจคนมากๆทหารยอมไปตายกับพวกเขา ก็ไม่แปลก

           ในตอนนี้เอง ก็ได้ยินเสียงดังลอยเข้าหูมาว่า“อู่เซียงโหวมาคำนับศพ!”

           ระหว่างเสียง ก็เห็นพ่อบ้านชิวโผล่มาแล้วรีบมาข้างๆ หยางหนิง แล้วพูดเสียงเบาๆ ว่า “ซื่อจื่อท่านอู่เซียงโหวมา นี่เป็นครั้งที่สองที่เขามา คิดว่าน่าจะตั้งใจมาหาท่าน”

           “มาหาข้าหรือ?” หยางหนิงขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “มาหาข้าทำไมกัน?”

           พ่อบ้านชิวตอบว่า “ท่านอู่เซียงโหวเป็นว่าที่พ่อตาของท่านท่านเป็นว่าที่ลูกเขยของเขา พอรู้ว่าท่านปลอดภัยกลับมาถึงจวนแล้วก็เลยตั้งใจมาหาท่านก็สมควรแล้ว”

    คล้ายกับเรื่องบันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452