Zombie Change World

    บทที่ 6 อ๋อ! ผู้มีพระคุณน่ะ

    บทที่ 6 อ๋อ! ผู้มีพระคุณน่ะเช้าวันรุ่งขึ้นพวกเขาทั้งหมดก็ตื่นขึ้นมามันเป็นเวลา 9 โมงเช้า ค่ำคืนที่ผ่านมาเงียบสงบเหมือนปกติคล้ายกับประโยคที่มักจะบอกกันว่าคลื่นสงบก่อนพายุใหญ่เข้ามา
    แล้วก็มีเสียงดังขึ้นมาจากในครัวพอวิทย์ได้ยินเสียงเขาลุกจากโซฟาแล้วเดินเข้าไปในครัวพอเขาเข้าไปถึงวิทย์เห็นเมย์กำลังทำกับข้าวมีผัดผักกับไข่ดาวแถมยังมีไข่ต้มอีก 10 กว่าฟองเต็มโต๊ะไปหมด
    “อรุณสวัสดิ์พี่วิทย์มีผัดผักกับไข่ดาวหนูต้มไข่ไว้เราจะได้เอาไปกินในรถกันได้”
    “โอเค เดี๋ยวพี่ไปตามพวกนั้นลงมาก่อน”
    “กินข้าวโว้ยลงกันมาได้แล้ว”
    ไม่นานทุกคนก็มาถึงที่โต๊ะอาหาร
    เอาละกินเสร็จจัดการธุระให้เรียบร้อยเราจะออกเดินทางกันบอกไว้ก่อนนะพี่ไม่รับประกันว่ามันจะเจออะไรบ้างถ้าใครมีอะไรจะแนะนำก็ว่ามาเลย
    พวกเขาต่างมองหน้ากันแต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรขึ้นมา
    “โอเคแยกย้ายอีกครึ่งชั่วโมงมาเจอกันที่รถ”
    ครึ่งชั่วโมงผ่านไป พวกเขาก็จัดการธุระกันเสร็จเรียบร้อยต่างคนก็รีบขึ้นรถ
    โอเคเรียบร้อยนะไอ้นุ๊คออกรถไปกันจะหมู่หรือจ่าเดี๋ยวก็ได้รู้กันล่ะ
    แล้วพวกเขาก็ขับรถออกจากบ้านไปนุ๊กรถแล่นมาได้สักพักก็มาถึงหน้าหมู่บ้านที่มีป้ายชื่อใหญ่โตชื่อว่าหมู่บ้านอยู่ดีมีสุข
    พอวิทย์เห็นป้ายหมู่บ้านเขาก็รู้สึกบอกไม่ถูกจะดีใจหรือเสียใจมันแน่นอยู่ในอก
    “เฮ้อ! ไม่รู้พ่อกับแม่จะเป็นอะไรหรือเปล่า”
    แล้วพวกเขาก็แล่นรถเข้าไปในหมู่บ้าน
    หมู่บ้านที่วิทย์อาศัยอยู่เป็นโครงการหมู่บ้านจัดสรรที่สามารถให้เจ้าของออกแบบตัวบ้านเองได้หรือแบบที่โครงการกำหนดให้
    โครงการเลยจัดผังหมูบ้านโดยแบ่งเป็นโซนคือโซนA,B,C,Dจะเป็นแบบบ้านตามโครงการกำหนดไว้ส่วนE,F จะเป็นโซนที่เจ้าของบ้านสามารถกำหนดแบบบ้านเองได้เลยมีบ้านที่อยู่ในโครงการค่อนข้างมากประมาณแล้ว150 ครัวเรื่อนหรือบ้าน150 หลังมีประชากรโดยเฉลี่ยแล้วกว่า 1000 คน
    ส่วนบ้านของวิทย์จะอยู่ที่โซน F ท้ายของโครงการถ้าจะเข้าไปที่บ้านวิทย์ต้องผ่านทางด้านหน้าหมู่บ้านได้อย่างเดียวเท่านั้นมันเป็นทั้งทางเข้าและทางออกส่วนท้ายของโครงการเป็นทะเลสาบของหมู่บ้านมันเลยไม่สามารถไปทางท้ายของหมู่บ้านได้กว่าจะไปถึงบ้านวิทย์ต้องผ่านไปอีกหลายบ้านเลยที่เดียว
    วิทย์เลยค่อนข้างกังวลตอนที่เขาออกมาจากบ้านมันบังเอิญเป็นวันอาทิตย์พอดีผู้คนมักจะอยู่ในบ้านของตัวเองเป็นส่วนมากเขาคิดว่ายังไงก็ต้องเจอกับพวกซอมบี้ไม่มากก็น้อย
    แล้วรถก็ไปถึงหน้าป้อมยามของหมู่บ้าน
    เมื่อรถหยุดลงสิ่งแรกที่พวกเขาเห็นคือลุงยามที่อยู่ในป้อมกลายเป็นซอมบี้วิทย์เปิดประตูลงจากรถแล้วเดินไปที่ป้อมยามวิทย์เปิดประตูแล้วรอซอมบี้ลุงยามเดินเข้ามาแล้วเขาก็เอาคมเมฆาฟาดตีไปที่หัวซอมบี้จนตายคาประตูป้อมยามแล้วก็มีของตกลงมาวิทย์ก้มลงไปดูแล้วเห็นมันคือกระบองยาม
    วิทย์หยิบขึ้นมาดูแล้วหน้าต่างที่ดูเหมือนในเกมส์ก็แสดงให้วิทย์เห็น
    กระบองยามไฟฉาย อาวุธระดับ 1 การโจมตี0 -10 น้ำหนัก 400 กรัม ขนาด 70 x700 มิลลิเมตร ความทนทาน 100/100 ฟังก์ชั่นเสริม ส่องไฟได้ 3 ระดับ :ไฟแรงสูง, ไฟธรรมดา, ไฟกระพริบ
    วิทย์มองดูกระบองในมือแล้วเก็บเอาไว้แล้วเขาก็ขึ้นรถไปวิทย์ส่งกระบองในมือไปให้แจ็ค
    “เอาแจ็คเก็บไว้ค่อยดูแลเมย์ด้วย”
    “ครับไม่ต้องห่วง”
    แล้วรถก็แล่นเข้าไปในหมู่บ้านแต่พอเข้าไปถึงพวกเขาเห็นซอมบี้มากมายเต็มไปหมดอยู่ที่ถนนในหมู่บ้าน
    “เอาไงดี! ไอ้วิทย์เราเข้าไปทางนั้นไม่ได้แล้วมีทางอื่นอีกไหมแม่งมากันเต็มเลย”
    วิทย์มองไปที่ฝูงซอมบี้ที่วิ่งเข้ามาหาพวกเขา แล้วเขาก็ตัดสินใจทันที่
    “เราคงต้องลงจากแล้วเดินเข้าไปแทนไอ้นุ๊กเอ็งถอยหลังแล้วจอดรถที่ทางเข้าหน้าหมู่บ้านเอาไว้เดี๋ยวกูเข้าไปดูก่อนว่ามีซอมบี้อยู่มากแค่ไหนมึงรออยู่ที่รถค่อยเตรียมตัวไว้ถ้ากูไปนานว่า 2 ชั่วโมงมึงไม่ต้องรอกลับไปได้เลย”
    เอางั้นหรอ
    “ตามนั้นและ เราต้องรู้ก่อนว่าข้างในมันอันตรายแค่ไหน แม่งบอกว่ามีระบบเกมส์ให้ช่วยเหลือมนุษย์เสือกไม่ให้ระบบเพิ่มชีวิตมาด้วย ตายแล้วตายเลย บัดสบแท้”
    “เฮ้อ! ระวังตัวด้วยพี่วิทย์พวกเราจะรอพี่”
    “พอเลยพวกเอ็งทำยังกับพระเอกไปตายยังงั้นและ”
    แล้ววิทย์ก็ออกมาจากรถเขาวิ่งกลับไปทางเข้าหมู่บ้านอีกครั้ง
    “พี่นุ๊คค่ะพี่วิทย์จะเป็นอะไรหรือเปล่าพี่เขาเข้าไปคนเดียวแบบนั้น”
    “มันคงไม่เป็นไรหรอก คนดีพระคุมแต่ก็ไม่รู้ตอนนี้ยังมีพระอยู่หรือเปล่าละน่ะ”
    แล้วทั้งสามคนในรถก็มองไปทางที่วิทย์เดินจากไป
    เวลาเดียวกันวิทย์ก็มาถึงห้าทางเข้าภายในหมู่บ้านวิทย์เดินเลาะริมถนนหมู่บ้านอย่างเงียบเขามองไปที่ฝูงซอมบี้ที่อยู่กันเต็มไปหมดแล้วก็เห็นสิ่งที่เขาไม่เคยคิดมันมีทั้งซอมบี้ระดับ 1 และระดับ 2 อยู่ปะปนกันเต็มไปหมด
    แต่วิทย์สังเกตว่าซอมบี้ระดับ 2 ดูเหมือนมันจะคอยอยู่ตรงประตูบ้านในหมู่บ้านแต่ละหลังเปรียบเสมือนยามคอยเฝ้าบ้านไว้ยังไงยังงั้นเลย
    ขณะที่วิทย์มองดูซอมบี้ในหมู่บ้านอยู่ก็เหมือนมีใครมาสะกิดที่ขาเขาอยู่ วิทย์ก้มมองไปที่ขาเขาเห็นสุนัขตัวหนึ่งกำลังเอาหัวมาถูที่ขาเขาวิทย์จำสุนัขได้ทันที่มันคือเจ้าแบล็คมันเป็นสุนัขของลุงหวังเจ้าแบล็คเป็นสุนัขสายพันธ์ลาบราดอร์รีทรีเวอร์ตัวสีดำสนิด ลุงหวังเลยเรียกมันว่าแบล็ค
    วิทย์พยายามสังเกตุว่าเจ้าแบล็คมันติดเชื่อซอมบี้หรือมีอะไรผิดปกติหรือเปล่าแต่พอดูไปดูมาก็ไม่เห็นอะไรผิดปกติจากตัวมันเลย
    เขาเอามือจับไปที่หัวแบล็คแล้วลูบไปที่หัวมันเบาๆแล้วส่งสัญญาณให้มันเดินตามเขามาเจ้าแบล็คมันเหมือนจะรู้มันกำลังจะส่งเสียงเห่าออกมาวิทย์รีบเอามืออุดไปที่ปากมันแล้วทำท่าให้มันหยุดเห่า
    “เฮ้อ แบล็คเกือบไปแล้วเอ็ง ตามมาเงียบเดี๋ยวได้ตายกันพอดี”
    เจ้าแบล็คเหมือนมันคงรู้เลยเอาหัวมาถูที่ขาวิทย์พร้อมส่งสายตาว่ามันรู้แล้วว่าวิทย์ต้องการบอกอะไรกับมัน
    แล้ว 1 คน 1สุนัขก็พากันเดินเข้าไปภายในหมู่บ้านระหว่างที่เดินเข้าไปในหมู่บ้านวิทย์ก็คอยสังเกตุฝูงซอมบี้ที่ยังเดินวนเวียนอยู่ภายในหมู่บ้านไปด้วย
    สักพักทั้งคู่ก็ไปหยุดที่บ้านหลังหนึ่งพวกเขาเห็นรูขนาดใหญ่ระหว่างรั้วบ้านมันคล้ายรูที่วิทย์เห็นในหอสมุดมหาวิทยาลัย
    วิทย์มองไปที่เจ้าแบล็คแล้วบอกให้มันรออยู่ที่รั้วบ้านหลังนั้น
    แล้ววิทย์ก็เดินเข้าไปทางรั่วบ้านหลังนั้นพอเขาเข้าไปถึงภายในบ้านไม่ว่าจะเป็นประตูบ้านหรือหน้าต่างมีแต่รอยกรดกัดกร่อนเต็มไปหมดส่วนภายในบ้านมีแต่คราบเลือดข้าวของในบ้านต่างกระจัดกระจ่ายเต็มไปหมดเหมือนไม่ใช้บ้านคน ระหว่างที่วิทย์มองไปภายในบ้านเขาก็พอจะรู้แล้วว่ามันต้องเป็นฝีมือซอมบี้ระดับ 2 อย่างแน่นอนไม่ว่าจะเป็นรูที่รั้วบ้านหรือกรดกัดกร่อนตรงประตูบ้านมันบ่งชี้เป็นไปได้อย่างเดียวคือซอมบี้ระดับ 2 เท่านั้นที่จะทำได้
    วิทย์เตรียมที่จะหนีออกมาจากบ้านหลังนั้นขณะที่เขากำลังหันหลังหนีออกมาก็มีเสียงของสุนัขเห่าออกมา โฮ่ง! โฮ่ง! โฮ่ง…!
    วิทย์มองไปที่เจ้าแบล็คที่ยังอยู่ข้างนอกตัวบ้านมันดูเหมือนพยายามกำลังจะบอกว่าให้เขาระวังข้างหลัง
    แล้ววิทย์ก็หันหลังกลับไปดูแล้วสิ่งที่เขาเห็นคือซอมบี้ 2 ตัวพวกมันพุ่งเข้ามาหาเขาอย่างเร็วเขาไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะกะทันหันขนาดนี้มากี่เขาพึงดูว่าในบ้านมันไม่มีซอมบี้แต่แค่เสียววินาทีพวกมันก็ออกมากันแล้ว
    “เชี้ยเอ้ย ชาติที่แล้วกูไปทำกรรมอะไรไว้ว่ะแม่งตามมายังกับเงาตามตัวเลย”
    วิทย์รีบหนีออกจากบ้านหลังนั้นทันที่แต่มันก็คงไม่ง่ายอย่างที่เขาคิดเพราะดูเหมือนซอมบี้มันจะไม่ยอมพวกมันพุ่งเข้ามาประชิดตัวเขาทันที่ซอมบี้ตัวแรกมันเอามือตะปบไปที่ตัวเขา
    วิทย์อาศัยปฏิกริยาหยิบคมเมฆาเข้ามากันมือที่กำลังตะปบมาที่ตัวเขาทันที่ส่วนตัวที่สองมันแยกเขี้ยวเอาฟันมากัดที่คอเขา จังหวะนั้นวิทย์เบียงตัวหลบไปทางขวาแล้วก้าวเท้าถอยหลังแล้วรีบวิ่งหนีซอมบี้สองตัวนั้นทันที่เขาวิ่งออกนอกบ้านแล้วตะโกนใส่เจ้าแบล็ค
    “วิ่งเร็วแบล็คพวกมันมากันแล้ว”
    1 คน 1 สุนัขพากันวิ่งหนีซอมบี้อย่างไม่คิดชีวิตแล้วพวกเขาก็วิ่งออกมาที่หน้าหมู่บ้าน
    วิทย์เดินไปที่รถที่จอดอยู่แล้วเปิดประตูแล้วเขาไปนั่งในรถ
    “เป็นไงบ้างไอ้วิทย์ข้างในพอเข้าไปได้บ้างไหม”
    “เออแปป โคตรเหนื่อยเลย”
    “แฮ่...แฮ่ๆ…!”
    “อุ๊ย…! สุนัขใครนี้มาได้ไงน่ารักจังเลย”
    “เออ มันคือ เจ้าแบล็คสุนัขของลุงพี่เอง แล้วก็ทุกคนฟังให้ดีนะข้างในค่อนข้างอันตรายสักหน่อยมีฝูงซอมบี้อยู่ในหมู่บ้านประมาณเกือบพันคนแถบยังมีทั้งพวกระดับ 1 และระดับ 2 ปะปนกันไปอีกแต่พี่ขาดว่าระดับ 1 น่าจะมากกว่าพวกระดับ 2 เยอะอยู่พอสมควร”
    “แล้วก็ตอนพี่เข้าไปยังไม่เจอมนุษย์เลยแม้แต่คนเดียวเจอก็แต่ที่ทุกคนเห็นนี้และ”
    เมื่อพวกเขาฟังข้อมูลจากที่วิทย์ได้บอกมาแล้วต่างก็มองหน้ากันไปมาแล้วนุ๊คก็พูดออกมา
    “แล้วเราจะเอายังไงจะเข้าไปหรือถอยดี”
    “ถ้าจะเข้าไปมันก็พอมีหนทางอยู่บ้างแต่มันก็ยังเสี่ยงที่เราจะเจอกับอันตรายถึงชีวิตอยู่ดีแล้ววิทย์ก็หยิบปากกากับกระดาษวาดผังในหมู่บ้านพร้อมกับจุดต่างในหมู่บ้านและตำแหน่งซอมบี้ภายในหมู่บ้านให้ทุกคนดู”
    “เอาละเห็นไหมพื้นที่โครงการมันเป็นลักษณะสีเหลียมผื่นผ้าแบ่งออกเป็นหกส่วนโดยมีถนนเข้าหมู่บ้านอยู่ 3 ทางแบ่งออกเป็นซ้าย ขวาและกลางแล้วแต่ละโซนยังมีทางแยกออกมาเพื่อทะลุมาถึงถนนหลักของหมูบ้านอีกด้วยจุดที่ซอมบี้อยู่มันจะกระจายออกไปตามถนนของหมู่บ้านไม่ว่าจะเป็นทางซ้ายหรือทางขวาและตรงกลางมันค่อนข้างประเมินยากว่าพวกมันจะไปรวมตัวกันทางไหน”
    “แล้วจะทำไงล่ะพี่”
    “มันก็พอมีวิธีแต่มันก็ขึ้นอยู่กับพวกเอ็งว่าจะเลือกทางไหน เร็วแต่อันตรายหรือช้าแต่เสี่ยงน้อยกว่า”
    “แล้วมันยังไงล่ะพี่”
    “ใจเย็นสิพ่อคุณรีบไปก็เท่านั้นและ เร็วคือขับรถชนฝ่าเข้าไปในฝูงซอมบี้ส่วนช้าก็เดินเข้าไปแทนง่ายๆ แค่นี้และหรือใครมีแผนอื่นอีกไหมบอกมาเลย”
    ทุกคนครุ่นคิดว่าจะตัดสินใจกันยังไง
    “เอาล่ะ! ได้เวลาตัดสินใจกันแล้วใครเลือกเร็วยกมือขึ้น?”
    แล้วทั้ง 3 คนก็พากันยกมือพร้อมกันทันที่
    “ดูเหมือนทุกคนจะคิดเหมือนกันนะโอเคเตรียมพร้อมไว้”
    “โอเคเดี๋ยวกูย้ายไปนั่งในหลังกระบะมึงขับรถล่อซอมบี้ออกมาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เข้าใจไหมกูมีแผนแล้ว
    แล้ววิทย์ก็ลงจากรถเข้าไปนั่งที่หลังกระบะทันที่ เขาเคาะไปที่ตัวรถส่งสัญญาณว่าให้นุ๊ก ออกรถ
    ไม่นานรถก็ขับไปถึงภายในหมู่บ้านเวลาเดียวกันซอมบี้ที่เห็นรถก็พากันวิ่งตามรถเต็มไปหมด
    รถวิ่งฝ่าฝูงซอมบี้เข้าไปภายในอย่างเร็วระหว่างนั้นวิทย์ก็เปิดถังน้ำมันแล้วแทราดไปที่ถนนขณะที่รถยังวิ่งอยู่
    ตัวน้ำมันไหลสาดใส่ตัวซอมบี้กับพื้นถนนเต็มไปหมด
    เมื่อวิทย์เห็นจำนวนที่ซอมบี้วิ่งเข้ามามากพอแล้วเขาหยิบปืนแล้วยิงไปที่พื้นถนนที่มีน้ำมันอยู่จนมันเกิดประกายไฟ ตัวไฟลุกลามเข้าหาฝูงซอมบี้จนเผาพวกมันไปตามๆกัน
    วิทย์มองไปที่ซอมบี้ที่ตายลงมันมีอุปกรณ์ตกมาข้างพวกมันแต่เขาก็เข้าไปเก็บไม่ได้เพราะไฟมันร้อนจนเขาไม่อยากจะเข้าใกล้มันเลย ไม่นานรถก็ขับไปถึงโซน E แต่แล้วพวกเขาก็เจอกับฝูงซอมบี้ที่พากันล้อมรอบทั้ง 4 ทิศทางคือไม่ว่าพวกเขาจะไปทางไหนก็มีแต่ซอมบี้ล้อมไปหมด
    แล้ววิทย์ก็ส่งสัญญาณไปให้นุ๊คที่ขับรถอยู่
    “ไอ้นุ๊คตรงไปเลยใครขวางชนแม่งเลย”
    เพราะถ้าขับตรงไปอีกไม่ไกลก็ถึงบ้านวิทย์แล้ววิทย์จึงตัดสินใจเดี๋ยวนั้นเลยเขาไม่อยากเสียเวลาอีกแล้วเพราะฟ้ามันเริ่มจะมืดแล้ว
    เมื่อนุ๊กได้ยินเสียงวิทย์เขาก็ขับรถฝ่าเข้าไปในฝูงซอมบี้ข้างหน้าทันที่
    “แม่งเอ้ย! เชี้ยเข้ามาไอ้พวกเวร ทุกคนจับให้มั่นจะไปแล้วน่ะ”
    นุ๊คจับไปที่เกียร์รถแล้วเข้าเกียร์เดินหน้านุ๊กหยีบไปที่คันเร่งสุดแรงเท่าที่เขาจะทำได้
    จนรถวิ่งฝ่าฝูงซอมบี้ล้มกลิ่งชนไปกับรถล้มระแนระนาดไปกับพื้นถนน
    สักพักรถก็หยุดลงควันพวยพุ่งออกมาจากฝ่ากระโปรงรถดูเหมือนรถจะไปต่อไม่ได้แล้ว
    เวลาเดียวกันฝูงซอมบี้ที่ยังไม่ตายก็พากันล้อมไปที่ตัวรถจนพวกเข้าออกไปไหนไม่ได้
    นุ๊คที่อยู่ในรถเลยบอกให้แจ็คกับเมย์หมอบไปกันพื้นรถแล้วทำตัวให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้
    “โอเคหมอบไว้ เราต้องใจเย็นทุกอย่างต้องมีทางออกให้คิดซะว่าวันนี้ยังไงก็ไม่ใช้วันตายของเราจำไว้”
    “ครับ,ค่ะ พี่”
    พอวิทย์เห็นรถหยุดแล้วควันพุ่งออกมา
    วิทย์รีบคิดหาวิธีทันที่แล้วเขาก็เหลือบมองไปที่รถเก๋งห่างจากรถเขาไม่เกิน 5 เมตรจอดอยู่หน้ารั้วบ้านหลังหนึ่งวิทย์หยิบถังน้ำมันที่เหลืออยู่แล้วปีนขึ้นไปบนหลังคารถเขาโยนถังน้ำมันไปที่รถเก๋งคันนั้นทันที่พอถังน้ำมันตกไปถึงตัวรถวิทย์หยิบปืนขึ้นมาแล้วยิงไปที่ถังน้ำมัน 2 นัด นัดแรกเข้ายิงโดนถังน้ำมันเพื่อให้น้ำมันมันพุ่งออกมาติดไปใกล้รถมากที่สุด ส่วนนัดที่สองเขายิงไปที่รถเก๋งบริเวณใกล้ถังน้ำมันที่วิทย์โยนไปเพื่อให้มันเกิดประกายไฟ
    ไม่นานไฟก็ลุกติดตัวถังน้ำมันระเบิดลามไปโดนตัวรถเก๋ง
    เมื่อซอมบี้ได้ยินเสียงปืนพร้อมกันแสงจากเปลวไฟพวกมันพากันวิ่งไปที่ตัวรถเก๋งยังกับพวกลัทธิบูชาไฟยังไงยังงั้น
    พอพวกซอมบี้ออกมาจากรถที่พวกเขาอยู่วิทย์สบโอกาสลงมาจากรถแล้วบอกให้คนข้างในให้ออกมาจากรถทันที่
    “ไอ้นุ๊คออกมาเว้ย เร็วเข้าเดี๋ยวพวกมันแห่กันมาอีก”
    “เออๆๆ!”
    ไม่นานพวกเขาก็ออกมากันหมดแล้ววิทย์ก็ชี้ไปที่บ้านหลังหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากรถมันห่างจากรถไปประมาณบ้าน 5 หลัง
    ระหว่างที่พวกเขากำลังวิ่งไปที่บ้านหลังที่วิทย์ชี้ไป
    ซอมบี้ก็กำลังเต้นบูชาไฟกันยังเมามันพวกมันพากันมาที่รถอย่างไม่หยุดหย่อน
    สักพักก็มีเสียงระเบิดขึ้นมาจากตัวรถเก๋งที่เผาอยู่ ตูม...!”
    วิทย์หันไปตามเสียงระเบิดที่ดังขึ้นมาแล้วเขาก็ตะโกน
    “วิ่งเว้ยยยย กูบอกแล้วอย่าเล่นกับไฟ ไอ้พวกเวร ลาขาดละมึง”
    วิทย์เห็นพวกมันโดนระเบิดเข้าให้เขารู้สึกขอบคุณผู้จัดการปั๊มน้ำมันที่บังเอิญมอมปืนกระบอกนี้มาให้เขาแล้วยังเตรียมน้ำมันใส่ถังมาให้เขาอย่างดี มันเป็นสิ่งที่เขาจะจดจำไว้ไม่ลืมเลย แล้วเขาก็มองขึ้นไปบนฟ้าแล้วก็พูดขึ้นมา
    “เฮียเกิดชาติหน้าพยายามเป็นคนดีหน่อยล่ะ ขอบคุณมากผมจะไม่ลืมเฮียเลย”
    พอนุ๊กได้ยินเสียงที่วิทย์พูดออกมาเขาก็ถามวิทย์
    “ไอ้วิทย์มึงพูดถึงใครว่ะ”
    “อ๋อ! ผู้มีพระคุณน่ะ”

    สักพักพวกเขาก็วิ่งไปถึงหน้าบ้านที่วิทย์ชี้ไป 3 คนกับ 1 สุนัข มองไปที่ตัวบ้านตรงหน้าพวกเขา