
บริเวณฟาร์มเลี้ยงมุกติดน้ำทะเลสีฟ้าอมเขียวมีเรือนรับรองแขกหลังเดี่ยว ตั้งอยู่ด้านหน้าสุดติดหาดทรายเมื่อเดินลัดเลาะไปตามสะพานไม้ จะเป็อาคารขนาดใหญ่ ภายในโปร่ง กว้าง ไว้เป็ที่คัดแยกคุณภาพของมุกโดยที่ด้านนอกเหนือน่านน้ำทะเลจะมีไม้ไผ่วางซ้อนทับ เป็ตะแกรง ขนาดห่างพาดอยู่บนสะพานไม้ใช้เป็ที่เพาะเลี้ยงหอยมุก
คุณณรงค์เดินนำหน้าสุดเริ่มอธิบายกระบวนการตามธรรมชาติของการทำฟาร์มั้แ่ต้นเพื่อให้สูรย์ได้ซึมซับความเป็ไปในวิถีของมัน โดยมีดำเกิงเดินตามหลังอย่างเงียบๆ
ชายสูงวัยผู้มีประสบการณ์เล่าว่าั้แ่ร่วมบุกเบิก ที่นี่เน้นทำฟาร์มเลี้ยงมุกซีกมาจนถึงมุกกลม “เวลาที่อาเห็นที่นี่ประสบความสำเร็จ อามักจะนึกย้อนไปถึงตอนแรกๆเสมอั้แ่เรายังไม่มีโรงงานบนฝั่ง...เราเริ่มทำด้วยสองมือ จนขยายเป็หลายสิบหลายร้อย และการเริ่มต้นที่ศูนย์ในวันนั้น มันก็คุ้มค่า ไม่สูญเปล่าเลย”
สูรย์ตั้งใจฟังและกล่าวเสริม “เท่าที่ผมจำได้ในตอนเด็กๆ คุณพ่อไม่ค่อยจะกลับไปที่บ้านบ่อยนัก วันๆก็มักจะอยู่กับคุณอาที่นี่จนคุณแม่ผมยังบ่นอยู่เรื่อย ว่าคุณพ่อทำงานหามรุ่งหามค่ำนี่คงเป็ผลตอบแทนที่คุณพ่อกับคุณอาตั้งใจร่วมมือกันทำงานมันถึงได้เจริญแล้วก้าวไกลขนาดนี้”
คุณณรงค์หัวเราะในลำคอเสียงเบาแต่เหมือนติดๆขัดๆ ก่อนจะพ่นความในใจลอยๆ “แต่กว่าที่มันจะประสบผลสำเร็จอย่างทุกวันนี้มันก็ทำร้าย...”
แล้วท่านก็ถอนหายใจทิ้ง เปลี่ยนบทเจรจากลับมาเื่งานอีกครั้งโดยที่ผู้รับฟังไม่ได้ติดใจ กลับซักถามในเนื้องานอย่างสนใจ
“แล้วถ้าผมจะเข้ามาสานต่อผมควรเริ่มงานจากตรงไหนก่อนครับคุณอา”
“ถ้าสูรย์ตั้งใจจริง...ก็ต้องเรียนรู้ั้แ่กระบวนการแรกของวงจรชีวิตหอยมุกมีโอกาสััอย่างใกล้ชิดกับการทำงานของลูกจ้างทุกคนเพราะเราถือว่าทุกคนที่นี่อยู่กันแบบครอบครัวใหญ่ มีอะไร เราก็พึ่งพาช่วยเหลือกันดังนั้นอาอยากแนะนำให้สูรย์ลงไปคลุกคลีกับทุกคน”
ชายหนุ่มเข้าใจความหมายของคุณณรงค์เพียงครึ่งเดียวจึงถามออกไปว่า “ที่ว่าให้ผมลงไปคลุกคลี คือต้องทำยังไงครับ”
ดำเกิงที่ติดตามอยู่ด้านหลังยิ้มเห็นฟันขาวเรียงเป็ระเบียบ แล้วกล่าวแทนผู้เป็นาย “ที่น้ารงพูดหมายถึงว่าอยากให้นายหัวน้อย ได้ลงมือทำงานแบบเดียวกับลูกจ้างที่นี่ไงครับ”
“ถูกอย่างที่นายดำพูดอาหมายถึงว่า สูรย์ควรจะลงมือทำงานแบบเดียวกับที่ลูกจ้างเขาลงมือทำกันเรียนรู้งานั้แ่เบื้องต้น ั้แ่การเตรียมฟาร์มผลิตเพื่อรองรับหอยมุกที่ได้จากชาวประมงไปดำหาในทะเลแล้วนำมาส่งขายให้กับทางบริษัทของเรา”
สูรย์หน้าจืดลงไปเล็กน้อยไม่ใช่ว่าตัวเขาสำอาง หยิบหย่งจนไม่เป็งานแต่ก็นึกไม่ถึงว่าการจะเป็ผู้บริหารงานระดับสูงจะต้องเริ่มบริหารงานในระดับที่ไกลตัวเสียก่อน
“หมายถึงผมจะต้องลงมือคัดหอยที่ชาวประมงนำมาขายด้วยตัวเองหรือเปล่าครับ”
คุณณรงค์พยักหน้ารับพร้อมกับชี้นิ้วไปยังคนงานที่จ้างรวมกลุ่มกับชาวประมงร่วมสิบกว่าคนที่กำลังง่วนกับการคัดเลือกหอยที่จับได้อยู่บนพื้นไม้กระดานไม่ไกลนัก
ปีวราซึ่งยืนฟังอยู่นานเห็นสูรย์ตีหน้าขรึม เธอจึงแกล้งพูดกระเซ้าชวนโมโห “คุณอาคะ...งานลำบากแบบนี้ปีว่าไม่เหมาะกับคุณสูรย์หรอกค่ะ เขาอยู่เมืองนอกมาตั้งสิบกว่าปีเจอแต่อากาศหนาวเป็ส่วนใหญ่ ถ้าต้องมาอยู่กลางแดดกลางลม ปีว่าเขาจะเป็ลมล้มพับไปก่อนสิคะแถมตัวโตยังกับั์ปักหลั่น เกิดหน้ามืดตกน้ำตกท่าไป จะมีใครช่วยอุ้มไว้ได้”
สูรย์หันขวับมามองยิ้มครึ่งๆกลางๆให้ผู้ที่เย้ยหยัน “ปีจะรู้ได้ยังไงว่าพี่ทำไม่ได้พี่ยังไม่ได้พูดสักคำ”
“ของแบบนี้เดาไม่ยากหรอกค่ะ ภายนอกคุณออกจะสำอาง แต่งตัวเนี้ยบ อยู่เมืองนอกก็คงกินกับนอนเพื่อรอเวลาเรียนแค่นั้น ไม่รู้ว่าจะล้างจาน กวาดบ้าน ถูบ้านหรือว่าต้มมาม่าเป็รึเปล่า ก็ไม่รู้”
สูรย์ ‘ติดกับ’คำดูถูกของฝ่ายหญิงจนได้ จึงเดินเข้ามาประชิดตัวแล้วเผลอจับคางของเธอเชิดขึ้น โดยลืมคิดไปว่าทั้งคู่ไม่ได้อยู่กันตามลำพัง
“ถ้าปีไม่เชื่อว่าพี่ทำได้เรามาลองดูกันสักตั้งไหมล่ะ ว่าแต่ปีเถอะ แต่งหน้าแต่งตัวสวยแบบนี้จะกล้านุ่งผ้าถุง หรือว่าแต่งตัวมอซอ มายืนทำงานตากแดดตากลมรึเปล่าล่ะ”
ปีวราไม่ชอบให้ใครมาท้าเธอหรี่ตามองเขาอย่างเอาเื่ โดยกระชากมืออีกฝ่ายออก “ถึงฉันจะเป็ผู้หญิงแต่ยังไงก็ไม่แพ้ผู้ชายอกสามศอกอย่างคุณแน่”
เธอก็ ‘ติดกับ’เขาเช่นกัน
“ก็ดี...งั้นเริ่มั้แ่พรุ่งนี้เป็ต้นไปเราสองคนมาลุยงานในฟาร์มนี้ดู ว่าใครมันจะอึด ทนกว่ากัน แต่ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน”
เมื่อสูรย์มีข้อเสนอปีวราก็ไม่รอช้า ตอบสนองด้วยการแลกเปลี่ยนที่เธอมองว่าต้องคุ้มค่าเช่นกันโดยที่ทุกคำพูดของคนทั้งคู่ ล้วนอยู่ในสายตาของคุณณรงค์และดำเกิง โดยทั้งสองคนนั้นกลายเป็พยานในการรับเดิมพันไปโดยปริยาย
“ถ้าฉันชนะไม่ยอมแพ้คุณก่อน คุณจะต้องยอมเป็ลูกไล่ อยู่ภายใต้คำสั่งฉัน ตกลงไหม”
ความคิดของปีวราก็แค่้าให้สูรย์เสียเกียร์ติศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย ถูกเธอข่ม ทว่าเธอก็ไม่อาจทันความคิดเ้าเล่ห์เ้าชู้ของฝ่ายชาย
“พี่ตกลงถ้าพี่อู้งาน...ยอมแพ้ พี่จะยอมอยู่ใต้อาณัติของปีไปตลอดชีวิต ปีอยากจะโขกสับทำอะไรกับพี่ก็เชิญ”
“ก็ดี...แล้วอย่ากลับคำล่ะ”
คราวนี้สูรย์อมยิ้มกริ่ม “ส่วนข้อตกลงของพี่ปีจะว่ายังไงล่ะ ถ้าปีเป็ฝ่ายยอมแพ้”
“คุณมีข้อแลกเปลี่ยนอะไรก็ว่ามาอย่ามาลีลา”
ชายหนุ่มโน้มใบหน้าป้องมือไปกระซิบที่ใบหูของเธอ เมื่อพูดสิ่งที่เขา้าออกไปแล้วสิ่งนั้นมันทำให้เธอถึงกับหน้าแดงซ่าน ทั้งโกรธทั้งอาย
.............................................................