ประตูหน้าจวนแม่ทัพปิดสนิท หานลี่กันพยักหน้าให้กับบ่าวรับใช้ชายที่มาด้วยให้จัดการ บุรุษรูปร่างกำยำ 4 คนช่วยกันดันประตูให้เปิดออกก่อนที่หานลี่กันและหยางชุนจะเดินเข้าไป มือน้อย ๆ ในมือของหานลี่กันสั่นน้อย ๆ แม้เด็กชายจะเตรียมใจมาบ้างแล้วแต่ภาพที่เขาเคยพบเจอจากที่นี่ทำให้เด็กชายอดไม่ได้ที่จะหวาดกลัว หานลี่กันกระชับมือน้อยในมือนั้นไว้ก่อนจะเอ่ยขึ้นให้ได้ยินกันเพียงสองคน
“เมื่อก่อนนั้นเป็นเพราะเจ้าไม่มีข้า ตอนนี้เจ้ามีข้าอยู่ตรงนี้แล้ว จะมีอันใดให้เจ้าต้องกังวลอีก”
“ขอรับมามี้”
เด็กชายเอ่ยตอบก่อนจะมองเข้าไปในจวนแล้วสูดลมหายใจเข้าไปลึก ๆ
ยามเมื่อเด็กชายตัวน้อยลืมตาตื่นจากการพักผ่อนเขากลับพบว่ามามี้ของเขานั้นแต่งกายและหายไปเรียบร้อยแล้ว เด็กชายรีบลุกขึ้นมาแต่งเนื้อแต่งตัวก่อนจะเดินตามหามามี้ของเขา จนเมื่อพบนางเด็กชายตัวน้อยกลับพบว่ามามี้ของเขานั้นได้ยืนสั่งการบ่าวรับใช้ในเรือนและหันมาบอกให้เขาเตรียมตัว
“จื่อรั่วพาคุณชายน้อยไปเตรียมตัว”
“มามี้จะพาข้าไปที่ใดหรือขอรับ”
“ข้าจะพาเจ้าไปกำจัดหนู”
“หนู”
“ถูกต้อง แม้สถานที่นั้นจะมีแต่ภาพจำที่โหดร้ายต่อเจ้า แต่ตอนนั้นเจ้ามิได้มีข้าอยู่ด้วย ตอนนี้ข้าอยู่กับเจ้าแล้ว เราจะมาสร้างความสุขและภาพจำดี ๆ ให้แก่เจ้ากัน”
“มามี้หมายถึง...เราจะกลับไปที่จวนของท่านพ่อหรือขอรับ”
“ถูกต้อง ที่นั่นเป็นที่ของเจ้า ไม่ควรให้หนูสกปรกมาอยู่อาศัย”
“แต่....”
“ตอนนี้ข้ามีทั้งศักดิ์และสิทธิ์ในการจัดการจวนนั้น หนูสกปรกตัวใดก็ไม่สามารถหยุดเราได้อีกแล้ว”
“ขอรับ ชุนเออร์เชื่อมามี้”
“ดีมาก”
สตรีในอาภรณ์ชมพูพูดขึ้นขณะบิดแก้มขาวน้อยนั้นไปมาอย่างมีความสุข เรื่องนี้หญิงสาวได้วางแผนในใจมาสักพักแล้ว แม้จะไม่คิดทำอะไรรุนแรงแต่ก็ต้องกันไว้ดีกว่าแก้
ยามเมื่อหานลี่กันและหยางชุนเดินเข้าไปในจวนกลับมีบุรุษมากอายุเดินเข้ามาต้อนรับหญิงสาวในทันที
“ข้าน้อยมีนามว่าหยูเป็นพ่อบ้านของที่นี่ขอรับ”
“เจ้าคือพ่อบ้านของที่นี่งั้นหรือ เช่นนั้นเจ้าก็ต้องดูแลทุกอย่างในจวนนี้ใช่หรือไม่”
“ถูกต้องขอรับ”
“เช่นนั้นก็ดี เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าข้าคือใคร”
“แน่นอนว่าข้าย่อมต้องรู้จักว่าที่ฮูหยินของจวนและจำคุณชายน้อยได้อย่างแน่นอน”
“ดี เช่นนั้นพาข้าไปยังโถงใหญ่ของเรือน”
“ขอรับ”
บุรุษมากอายุมองไปยังสตรีที่มีตำแหน่งเป็นว่าที่ฮูหยินคนใหม่ด้วยแววตาที่เปล่งประกาย ‘ในที่สุดก็พบคนที่คู่ควรเสียที’ บุรุษมากอายุยกยิ้มขึ้นน้อย ๆ จนเมื่อถึงโถงใหญ่ของเรือนหญิงสาวเดินเข้าไปนั่งยังจุดที่นั่งของเจ้าบ้านโดยมีหยางชุนนั่งอยู่ด้านข้าง อาหมิ่น อาหมิง จื่อรั่วและบ่าวรับใช้ที่ตามมาด้วยยืนอยู่ด้านข้างของคนทั้งสอง
“ไม่ทราบว่าที่ว่าที่ฮูหยินมานั้น.....ต้องการสิ่งใดหรือขอรับ”
“ข้าจะทำความสะอาดจวน”
“ทำความสะอาดจวนงั้นหรือขอรับ”
“ถูกต้อง ต้องรบกวนพ่อบ้านหยูเรียกบ่าวรับใช้ทุกคนในเรือนให้มาพบข้าที่นี่ และข้าต้องขอหมึกกับกระดาษด้วย”
“ขอรับ”
แม้จะบุรุษมากอายุจะไม่เข้าใจในสิ่งที่หานลี่กันต้องการทำ แต่เขาก็ปฏิบัติตามคำสั่งของหญิงสาวอย่างเคร่งครัด เพียงไม่นานบ่าวรับใช้ชายหญิงในจวนกว่า 30 คนได้มายืนอยู่ตรงหน้าหานลี่กัน ทุกคนต่างมองหานลี่กันและหยางชุนก่อนจะพูดคุยและซุบซิบกัน สตรีในอาภรณ์ชมพูหรี่ตามองบ่าวเหล่านั้น มือน้อยในมือขาวสั่นไหวเบา ๆ หานลี่กันจึงหันไปมองหยางชุนก่อนจะตบมือน้อยในมือนั้นเบา ๆ
“พวกเจ้าคงรู้แล้วว่าข้าคือคู่หมั้นของแม่ทัพหยาง และได้รับกำไลและปิ่นปะการังสีเลือดเป็นของหมั้นซึ่งหมายถึงว่า ข้านั้นเป็นนายหญิงของจวนแห่งนี้ มีสิทธิ์เด็ดขาดทุกอย่างในจวน”
เสียงที่พูดคุยกันนั้นกลับเงียบกริบในทันที แม้จะสงสัยแต่ทุกคนต่างได้ยินเรื่องที่หานลี่กันพูดจากข่าวลืออีกทั้งปิ่นปะการังเลือดและกำไลนั้นก็อยู่บนตัวของหญิงสาวซึ่งเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดี เมื่อรอพ่อบ้านหยูนำกระดาษและหมึกมาแล้วหานลี่กันจึงมองไปทางหญิงรับใช้คนสนิทของตน
“อาหมิง จงเรียกพวกเขามาทีละคน ถามถึงหน้าที่การทำงานและการปฏิบัติตนที่เคยปฏิบัติกับชุนเออร์ยามเมื่อเขาอยู่ที่นี่ อย่าให้ตกแม้แต่คำเดียว ใครโกหกจับตัดลิ้นแล้วขายออกไป”
“เจ้าค่ะคุณหนู”
“ชุนเออร์ หากตรงจุดไหนที่พวกเขาลืมบอกเจ้าก็จงเตือนสติพวกเขาให้หมด”
“ขอรับมามี้”
“เช่นนั้นเรามาเริ่มจากพ่อบ้านหยูก่อนเลยก็แล้วกัน”
หานลี่กันเอ่ยยิ้ม ๆ ก่อนจะนั่งฟังสิ่งที่พวกเขาพูด เด็กชายตัวน้อยมองมืออุ่นที่กุมมือของตนไว้ ‘ข้ามีมามี้ ข้าจะต้องเข้มแข็งและไม่กลัวสิ่งใดอีกต่อไปแล้ว’
“คุณหนูเจ้าขา แย่แล้วเจ้าค่ะ”
อาลัวบ่าวรับใช้คนสนิทของเซวียอินรีบเดินเข้ามารายงานนายของตนถึงเรื่องที่เกิดขึ้น
“มีอะไรถึงได้ทำให้เจ้ารีบร้อนถึงเพียงนั้น”
“ดูเหมือนคุณหนูหานจะมาจวนของเราแล้วเจ้าค่ะ”
“มาแล้วอย่างไร ข้าไม่เห็นจะกลัว”
“ตอนนี้นางเรียกบ่าวในจวนทุกคนไปพบ เพื่อ...”
“เพื่ออะไร”
“เพื่อบันทึกเรื่องในจวนทั้งหมดเจ้าค่ะ”
เซวียอินใบหน้าถอดสีเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองอาลัวบ่าวรับใช้คนสนิทของตน
“เรื่องนั้นเจ้าแน่ใจนะว่าจัดการเรียบร้อย”
“แน่นอนเจ้าค่ะ บ่าวจัดการเองกับมือ”
“เช่นนั้นพวกเราก็ไม่ต้องกลัวอะไร ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันจะทำอะไรได้ เจ้าส่งคนไปจับตาดูนางเอาไว้”
“เจ้าค่ะ”
สตรีในอาภรณ์ชมพูนั่งรอเวลาก่อนจะนึกอะไรสนุก ๆ ออก
“พ่อบ้านหยู บัญชีในจวนใครเป็นผู้ดูแล”
“เรียนนายหญิงหากเป็นสมบัติของตระกูลข้าน้อยเป็นผู้ดูแล แต่หากเป็นของฮูหยินคนก่อนนั้นห้องสมบัติถูกปิดตายจึงมิมีใครได้แตะต้อง ส่วน....”
“ส่วนอะไรงั้นหรือ”
“ส่วนกำไรที่ได้จากร้านค้าต่าง ๆ ของฮูหยินคนก่อนนั้น คุณหนูรองเซวียเป็นผู้รับไปเองทั้งหมดขอรับ”
“อื่ม เช่นนั้นตอนนี้เจ้าช่วยพาข้าไปดูห้องเก็บสินเดิมของฮูหยินคนก่อนที”
“ขอรับ”
สตรีในอาภรณ์ชมพูหันมามองเด็กน้อยที่ยังคงคลอเคลียตนอยู่ไม่ห่างด้วยรอยยิ้ม
“เจ้าอยากไปดูสินเดิมของแม่เจ้าหรือไม่”
“มามี้ไปที่ใด ข้าย่อมจะไปกับมามี้ด้วยขอรับ”
พ่อบ้านหยูได้เดินนำหานลี่กันไปยังห้องเก็บสมบัติของเซวียชาง แม้จะมีฝุ่นเกาะเพราะมิมีใครได้เข้าไปมาก่อน แต่รอบ ๆ กลับสะอาดเพราะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี หานลี่กันนำกุญแจที่เสนาบดีเซวียมอบให้ออกมาก่อนจะเดินไปไขกุญแจที่ปิดสนิทนั้น เมื่อเปิดประตูออกจึงพบกองหีบมากมายและข้าวของที่ถูกจัดเก็บเป็นอย่างดีแม้จะมีฝุ่นเกาะอยู่บ้างก็ตาม
“อาหมิ่น เจ้านำรายการสินเดิมนี้และตรวจสอบของทุกอย่างที่นี่ว่าตรงตามรายการสินเดิมหรือไม่”
“เจ้าค่ะคุณหนู”
หานลี่กันมองไปทางบุรุษซึ่งเป็นบ่าวรับใช้ที่มากับตน
“เจ้าอยู่ที่นี่สองคน คอยดูแลและปกป้องนาง หากมีใครหน้าไหนกล้าก้าวข้ามผ่านประตูจงฟันมันก่อนแล้วค่อยกลับมาถามข้า”
“ขอรับคุณหนู”
หานลี่กันจึงหันมองหยางชุนที่มองกองสมบัตินั้น
“เจ้าอยากได้สิ่งใดของแม่เจ้าหรือไม่”
เด็กชายส่ายหน้าไปมาก่อนจะเข้าสวมกอดหานลี่กันไว้
“ข้าไม่เคยพบท่านแม่ และไม่รู้จักท่านแม่มาก่อน แต่เท่าที่ข้ารู้นั้นท่านแม่ได้ปกป้องและดูแลข้าอีกทั้งยังชักนำให้มามี้มาเป็นท่านแม่ที่ไม่ใช่ท่านแม่ของข้าอีก เท่านี้ก็เพียงพอแล้วขอรับ”
หานลี่กันลูบศีรษะเด็กชายเบา ๆ ก่อนจะยิ้มอย่างมีเลศนัย
“เช่นนั้นตอนนี้ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องใช้ความรู้ที่มามี้สอนเจ้าแล้ว”
เด็กชายแม้จะงงกับคำพูดของหานลี่กันแต่กลับยิ้มตอบและหยักหน้าอย่างยินดี