ตอนที่ห้าสิบแปด วิญญูชนไม่กล่าวถึงวิถีลี้ลับ4
แบบเดียวกับแฮร์รี่ พอตเตอร์ที่ตอนแรกเป็นเด็กที่ขยันมากทำการบ้านทุกวันในตอนที่ยังตื่นตากับเวทย์มนต์อยู่แม้ตอนหลังจะกลายเป็นเด็กขี้เกียจธรรมดาเพราะมองว่าเวทย์มนต์เป้นเรื่องธรรมดาไปแล้วก็ตาม
แต่การคงอยู่ของพลังปราณนี้มันทำให้สมการหลายๆอย่างเปลี่ยนแปลงไปหากเรามองว่าโลกความเป็นจริงคือเกมส์ที่มีกติกาอย่างหนึ่งที่ซับซ้อนยากจะเข้าใจรู้สึกตัวอีกทีก็แพ้เสียแล้ว
หากมีพลังปราณและการบ่มเพะพลังหรือพลังพิเศษข้ามมิติเพิ่มเข้ามาอีก
มันก็จะยิ่งเป็นเกมส์ที่ไม่เข้าใจมากกว่าเดิม
นี่คือสาเหตุที่สมุดเล่มแดงของท่านเหมาไท่จู่ที่เน้รนไปในแนวทางวัตถุนิยมถึงเป็นแนวคิดที่ก้าวหน้ามากที่สุด
เพราะว่าศาสนาก็เหมือนกับยาฝิ่นแก่จิตวิญญาณของประชาชนสร้างความสุขทางใจแต่หาสาระอะไรไม่ได้เท่านั้น
ว่ากล่าวกันถึงที่สุดศาสนาพยายามจะทำตนให้เป็นเอทิสม์ที่สุดเมื่อมีเทคโนโลยีพัฒนามากขึ้นและไม่สามารถใช้ข้อแก้ตัวต่างๆจากความไม่รู้ของประชาชนได้อีกต่อไป
แม้จะรู้ว่ามีพลังปราณสิ่งที่เขาทำก็ไม่เปลี่ยนแปลง
เมื่อตื่นขึ้นตั๋งฮวงได้พ่นลมหายใจสีเหลืองออกมาอีกครั้งพร้อมกับดื่มน้ำและขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายด้วยพลังปราณ
คราบสีดำสิ่งสกปรกนั้นขับถ่ายออกมาทางช่องทางธรรมชาติได้เช่นกันไม่ใช่แค่จกาเหงื่อและรูขุมขนเท่านั้น
เขารู้สึกเมหือนตนเองเป็นแฮร์รี่พอตเตอร์ที่แอบฝึกพลังปราณโดยไม่ให้คนทั่วไปรู้
เขาได้แช่น้ำร้อนและเดินพลังปราณอยู่ในน้ำ
ขดตัวราวกับทารกหายใจด้วยลมปราณภายในแบบเดียวกับเคล็ดวิชาของท่านอาจารย์กิมย้ง
วิธีการจำลองครรภ์ของมารดาล้มปราณต้นกำเนิดที่บริสุทธิ์ที่สุด
ซึ่งในตำราของพวกหลวงจีนดื่มโลหิตนั้นได้กล่าวถึง
การกำเนิดใหม่
ที่พวกเขาพยายามจะควักครรภ์ของหญิงมีครรภ์และฝึกวิชาภายในครรภ์ของหญิงตั้งครรภ์โดยคิดว่าตนเองจะสำเร็จเคล็ดวิชาได้
ซึ่งแนวทางของท่านกิมย้งก็บอกมาแล้วว่านั่นคือแนวทางที่ผิด...แม้มันจะได้ผลบางส่วนก็ตามแต่นั่นอาจจะแสดงว่าการบ่มเพาะพลังปราณหากเปรียบเป็นเวทย์มนต์ก็ไม่ใช่เวทย์มนต์สายที่มีกฎเกณฑ์ตายตัวแต่มีการยืดหยุ่นจากการตีความมากกว่าที่เราคิดเอาไว้
ลมปราณภายในของผมค่อยๆก่อเกิดจากการจำลองสภาพทารกในครรภ์ของมารดา
ถือกำเนิดพลังชีวิตขึ้นใหม่อีกครั้งในยามเช้า
ซ่า ซ่า ซ่า
เขาลอยตัวขึ้นอย่างช้าๆบนอ่างน้ำหินอ่อนจนกระทั่งยืนนิ่งอย่างสงบบนผิวน้ำ
ไม่ไหวติงราวกับผิวน้ำนั้นเป้นพื้นดินกระนั้น
ดวงตานั้นหลับแต่ใบหูนั้นสดับฟัง
Echolocation
การรับรู้ด้วยเสียง
ความสามารถอย่างหนึ่งที่มนุษย์มีแต่ละทิ้งไปไม่ใช่ในชีวิตปรกติ
เป็นสิ่งตกค้างทางวิวัฒนาการณ์ของมนุษยชาติอย่างหนึ่ง
แต่โดนวิถีที่ลึกลับของพลังปราณปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งบนร่างกายของเขา
ตั๋งฮวงพยายามทำตนเองเลียนแบบท่านปรมาจารย์ต่างๆที่สัมผัสผู้คนและลมปราณได้โดยไม่ต้องใช้สายตาเลยฝึกฝนวิชานี้อยู่เสมอ
สัมผัสได้ถึงคนใช้ที่เดินไปมาพ่อครัวที่หุงหาอาหาร คนลากเกวียนสัญจรไปมาต่างๆ
สัมผัสได้ถึงโลกที่คนที่ขาดไร้การสัมผัสด้วยเสียงนั้นจะไม่ได้รับรู้ถึง
และอีกเคล็ดวิชาหนึ่งที่เขาพยายามฝึกมาตลอด
หายใจทางผิวหนัง
Cutaneous Respiration
เคล็ดวิชาที่ตามแนวทางท่านกิมย้งโกวเล้ง ยอดฝีมือทางน้ำทุกคนต้องมีเอาไว้
หรืออย่างน้อยหากฝึกเอาไว้ได้ลมปราณของผู้ที่มีวิชานี้จะต่อเนื่องไม่ขาดตอนได้เปรียบผู้ฝึกวิชาฝีมือทั่วไปที่หายใจทางผิวหนังไม่ได้
ฟู่
ตั๋งฮวงปล่อยลมหายใจออกมาจากร่างกายจนหมดก่อนจะสูดเข้าไปอีกครั้งอย่างช้าๆจนเต็มปอด
สัมผัสได้ถึงลมหายใจที่บริสุทธิ์และลึกซึ้งอย่างแท้จริงในทุกครั้งที่หายใจได้อย่างมีคุณค่าสูงสุด
และค่อยๆเดินเหยียบกำแพงหินอ่อนที่เรียบลื่นสวยงามด้วยเท้าที่เปล่าเปลือยสามารถเกาะติดกำแพงที่เรียบลื่นได้แม้ไม่ต้องมีรองเท้าที่ใช้ปีนเข่าหรือเครื่องมือเกาะเกี่ยวปีนเขา
นี่คือความน่ากลัวของลมปราณที่มันทำให้สมการของใต้หล้าเปลี่ยนแปลงไป
เราจะสร้างกำแพงเมืองอย่างไรในการป้องกันคนที่เดินข้ามกำแพงเมืองมาได้แม้ไม่ต้องมีเครื่องปีนกำแพงแต่อย่างใด?
พลังลมปราณหรือพวกจอมยุทธทำให้สมการของใต้หล้าเปลี่ยนแปลงไปจนไม่สามารถตัดสินได้ด้วยเหตุผลทั่วไป
แน่นอนเพื่อรับมือพวกจอมยุทธที่จะก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองดั่งที่ท่านหานเฟยจื่อให้ระวังไอ้พวกนักดาบจอมยุทธเอาไว้ว่ามันจะก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง
ผมก้ต้องเป็นจอมยุทธที่แข็งแกร่งที่สุดเพื่อที่จะได้ควบคุมจอมยุทธคนอื่นๆได้
วูบ
ตั๋งฮวงเตะขาออกจากผนัง
พลิกตัวกลางอากาศได้แต่กลับตกลงมาในสระน้ำอุ่นในที่สุด
“เรายังไม่สามารถลอยตัวกลางอากาศได้สินะ”
ตั๋งฮวงกล่าวด้วยความผิดหวังที่หนทางของจอมยุทธยังอีกยาวไกล