“หมายความว่ายังไงที่ว่าเ้าไม่รู้!” ราเมซะโ หูเขาเริ่มแดง “นี้เ้าจะบอกว่าเ้าพาพวกข้ามาถึงนี่โดยไม่มีแผนงั้นรึ!”
“ก็ใช่น่ะสิ!” อาเธอร์ตอบกลับ น้ำเสียงเริ่มหงุดหงิด “ข้าก็เพิ่งมาถึงพร้อมกับเ้านะ ใครจะไปคิดแผนทันกันล่ะ ถ้าข้าอัจฉริยะขนาดนั้น ป่านนี้คงได้เป็พลเรือเอกของสหพันธรัฐไปแล้ว!”
“พลเรือเอกอะไรกัน! สหพันธรัฐบ้าบออะไรกัน!” ราเมซโวย ดวงตาเต็มไปด้วยความงุนงง “เ้าเอาแต่พูดคำบ้าๆ อะไรไม่รู้เื่เลย!” เขากำบังเหียนแน่น ในใจอยากะโลงจากอัคคาวิส เดินไปดึงอาเธอร์ลงมาแล้วตบหัวสักทีให้หายหงุดหงิด แต่เขารู้ดีว่าทำได้แค่คิด
อาเธอร์สูดหายใจลึก เก็บอารมณ์ไว้ หันไปหาเดวิด “แล้วนายละ ได้ข้อมูลอะไรบ้าง?”
“ผนังหนาเกินไป ผมสแกนดูภายในไม่ได้” เดวิดตอบเรียบ
“หา? แล้วอย่างอื่นล่ะ!” อาเธอร์เริ่มโมโหอีก “คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า โซนาร์ อินฟราเรด หรืออะไรพวกนั้น สแกนทะลุผนังหุบเขาเข้าไปไม่ได้เลยรึไง!”
อาเธอร์หัวร้อนสุดขีด ด่าเดวิดเป็ชุดด้วยภาษาสหพันธรัฐ “F**king useless piece of scrap!!”
ราเมซมองทั้งสองทะเลาะกันไปมา ถอนหายใจยาว เขาไม่เข้าใจภาษาที่ทั้งสองพูด แต่ััได้ถึงน้ำเสียงโมโหของอาเธอร์ “สองคนนี้มันบ้าจริงๆ” เขาพึมพำ
“หัวหน้าครับ!” ลูกน้องของราเมซคนหนึ่งควบอัคคาวิสมาถึงข้างเขาเพื่อรายงาน
“ได้เื่อะไรบ้าง?” ราเมซถาม
“พวกเราสำรวจหุบเขาแล้ว มีทางเข้าแค่ทางเดียว คือปากถ้ำตรงหน้านี้ครับ” ลูกน้องตอบ
“อย่างนั้นรึ…” ราเมซเอามือจับคาง ครุ่นคิด
เขาหันไปมองอาเธอร์และเดวิดที่ยังเถียงกันไม่เลิก “เฮ้!” ราเมซเรียก แต่ทั้งสองไม่สนใจ
“เฮ้!!” เขาเพิ่มเสียง อาเธอร์ยังด่าต่อ “นายมัน AI ชั้นต่ำหรือไง! งั้นก็ไปคุมยานเก็บขยะแถวดาวเคราะห์น้อยเลยไป!”
ราเมซขมวดคิ้ว สูดลมหายใจเต็มปอด “เฮ้!!! หุบปากซะไอ้พวกเวร!!!”
อาเธอร์และเดวิดหยุดทันควัน หันมามองราเมซพร้อมกัน ราเมซสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกจ้อง “อะแฮ่ม…” เขากระแอม แสร้งทำเป็สงบ “ลูกน้องข้ารายงานว่า หุบเขานี้มีทางเข้าทางเดียวคือปากถ้ำข้างหน้านี้”
อาเธอร์ได้ยินดังนั้น ก็ลืมอารมณ์โมโหไป เขาครุ่นคิด หันมองเดวิด ราเมซ และลูกน้องราเมซไปมา ก่อนจะตัดสินใจโฟกัสแค่เดวิดและราเมซ
ราเมซงงกับท่าทีแปลกๆ ของอาเธอร์ ‘เ้าบ้านี่คิดอะไรแปลกๆ อีกแล้วรึเปล่า?’
อาเธอร์หลับตา ถอนหายใจยาว หันไปหาราเมซ “ราเมซ ข้ากับเดวิดขอคุยกับเ้าตามลำพังหน่อย”
ราเมซขมวดคิ้วแต่ก็พยักหน้า ทั้งสามลงจากอัคคาวิส เดินห่างจากลูกน้องไปไกล อยู่หลังโขดหินใหญ่
“เ้ามีอะไร? หรือมีแผนแล้ว?” ราเมซเปิดปากก่อน
“ก่อนอื่น ข้ามีอะไรจะบอกเ้า” อาเธอร์หยิบมีดสั้นที่ติดตัว ปาดเข้าที่ฝ่ามือตัวเอง แผลลึก เืไหลหยดลงทราย
“เ้าทำอะไร!” ราเมซะโใ แต่ยังไม่ทันพูดจบ แผลนั้นเริ่มสมานตัวต่อหน้าต่อตา ิัปิดสนิทในพริบตา ราเมซอ้าปากค้าง ถอยหลังหนึ่งก้าว
“ข้าคือทหารหน่วยรบพิเศษและผู้เชี่ยวชาญทางวิศวกรรมจากสหพันธรัฐ มีพลังรักษาตัวเองได้” อาเธอร์อธิบาย ชี้ไปที่เดวิด “ส่วนเดวิดเป็หุ่นยนต์ที่สหพันธรัฐสร้างขึ้น” เขาดึงดาบโค้งจากเอว พุ่งฟันไปที่เดวิดเต็มแรง
เดวิดยกแขนป้องกันทันควัน ดาบปะทะแขน ครืด! ดาบหักครึ่ง ราเมซสะดุ้งถอยหลังอีกก้าว ดวงตาเบิกกว้างราวกับเห็นผี
“อย่างที่เห็น พวกข้าไม่ใช่คนธรรมดา” อาเธอร์หันมองราเมซ
ราเมซกระพริบตาเร็วๆ “พวก... เ้า...” เสียงสั่นด้วยความกลัว
“ราเมซ!” อาเธอร์ะโตัดบท “ฟังข้า ที่บอกความลับนี้เพราะข้ามีแผนบุกรังโจรแล้ว แต่มันต้องให้เ้ารู้พลังของพวกข้าก่อน”
ราเมซสูดหายใจลึก เริ่มสงบลง “ทำไมต้องบอกข้า?” ”
อาเธอร์ยิ้ม “เพราะข้าเชื่อใจเ้า และคิดว่าเ้าเป็สหายยังไงละ”
“สหาย?” ราเมซทวนคำ เขานิ่งไปครู่หนึ่ง เข้าใจสิ่งที่อาเธอร์สื่อ เขาทำหน้าจริงจัง วางมือขวาทาบอก “ข้า ราเมซ แห่งตระกูลอัลดาริส ขอสาบานว่าจะเก็บความลับนี้ของสหายข้า อาเธอร์และเดวิด ไม่แพร่งพรายถึงหูผู้ใด”
อาเธอร์ยิ้มกว้าง “สหายข้า” เขาและเดวิดยกมือขวาทาบอกตาม
ราเมซเห็นทั้งสองทำตาม ถอนหายใจโล่งอก “บอกตามตรง ข้ากลัวแทบตาย ไม่เชื่อสายตาตัวเอง”
เขามองอาเธอร์ “เ้ามันอัศจรรย์จริงๆ แบบนี้เ้าไม่าเ็เลยสินะ?”
“ก็ประมาณนั้น” อาเธอร์ตอบ
ราเมซพยักหน้า ไม่ถามต่อ เขาคิดว่ายิ่งรู้น้อยเท่าไหร่ยิ่งดี เขาหันไปหาเดวิด “ข้าไม่รู้ว่าหรอก ‘หุ่นยนต์ที่สหพันธรัฐสร้าง’ คืออะไร แต่ข้าจะจำไว้ว่าเ้าแข็งแกร่ง”
เดวิดตอบเสียงเรียบ “แค่นั้นก็พอแล้ว”
ราเมซหันกลับมาที่อาเธอร์ “เ้าบอกมีแผน และต้องบอกความลับก่อน แผนคืออะไร?”
“แผนนั้นง่ายมากๆ เราสามคนบุกเข้าไปเลย ตรงๆ ” อาเธอร์ตอบแบบสบายๆ
“ห๊ะ!” ราเมซอ้าปากค้างหลังจากที่ได้ฟังอาเธอร์พูดขึ้น ก็ความกลัวเมื่อครู่หายไป เขาคิดอยากจะวิ่งเข้าไปตบกระบาลของอาเธอร์จริงๆ แล้วตอนนี้
อาเธอร์ถูหัวตัวเอง สัญชาตญาณเขารู้สึกเหมือนมีคนกำลังจะตบหัวเขาอยู่ “ฟังก่อน! ถ้าลูกน้องเ้ารายงานถูก ทางเข้ามีแค่ปากถ้ำ แปลว่าพวกมันหนีไปทางอื่นไม่ได้ ให้ลูกน้องเ้าคอยเฝ้าปากถ้ำไว้ ส่วนเราสามคนบุกเข้าไปจัดการ”
เขาอธิบายต่อ “จากพลังที่เ้าเห็น ข้ากับเดวิดจะเป็แนวหน้า บุกไปฆ่าพวกมัน ส่วนเ้าตามหลังมาติดๆ คอยช่วยจากด้านหลัง”
ราเมซครุ่นคิด “แบบนี้ก็เหมือนพวกเ้าทำงานหนักกันอยู่แค่สองคน?”
“อย่าคิดมาก” อาเธอร์โบกมือ “พวกข้าชินแล้ว ประเด็นคือต้องมีเ้าไปด้วย เพื่อให้ลูกน้องเ้ายืนยันความกล้าหาญของเ้า พอภารกิจสำเร็จ เ้าจะได้หน้าเต็มๆ ไม่ต้องห่วงพวกข้า พวกข้าเป็แค่คนต่างถิ่น ต่างจากเ้าที่มีหน้ามีตาในทารอน”
ราเมซนิ่งไป เขาเข้าใจทันที “ต่อให้พวกเราสังหารพวกมันหมดในถ้ำ ลูกน้องข้าก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรข้างในสินะ?”
“ถูกต้อง!” อาเธอร์ยิ้ม “รับรองว่าการบุกรังโจรครั้งนี้จะสร้างตำนานให้เ้าแน่ ราเมซ ฮ่าๆ!”
“ก่อนอื่น เ้าต้องไปบอกลูกน้องให้เฝ้าปากถ้ำไว้ แล้วเราก็บุกเข้าไปสามคน แน่นอนว่าลูกน้องเ้าต้องคัดค้าน แต่เ้าต้องยืนยันเสียงแข็ง บอกว่าถ้าอีกหนึ่งชั่วโมงพวกเราไม่ออกมา ให้รีบไปรายงานป้อมปราการที่ใกล้สุดเพื่อขอกำลังเสริม ทำตัวเข้มแข็งหนักแน่นเข้าไว้ เหมือนหัวหน้าที่ยิ่งใหญ่ยอมสละตัวเองเพื่อลูกน้อง เพื่อทารอน” เขาทุบกำปั้นลงที่อก “รับรองว่าลูกน้องเ้าซึ้งจนน้ำตาแตกแน่”
ราเมซถอนหายใจ “ข้าจะไปบอกลูกน้อง พวกเ้าไปคอยที่ปากถ้ำเตรียมพร้อมไว้”
‘ข้าจะไปทำอะไรน้ำเน่าแบบนั้นทำไมกัน แค่สั่งเฉยๆ พวกมันก็ทำตามแล้ว’ ราเมซคิดสิ่งนี้ในหัวขณะที่กำลังเดินไปหาลูกน้อง
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย อาเธอร์ เดวิด และราเมซยืนอยู่หน้าปากถ้ำ ลูกน้องของราเมซตั้งขบวนรอบปากถ้ำ ดาบและหอกยกขึ้นพร้อม ราเมซะโสั่ง “เฝ้าปากถ้ำไว้ ถ้าพวกโจรหนีออกมา จัดการให้หมด!” ลูกน้องพยักหน้าขานรับ บางคนมองราเมซด้วยสายตาสงสัย แต่ไม่มีใครกล้าพูดอะไร
อาเธอร์หันไปมองราเมซ “พร้อมไหม?”
ราเมซกำดาบในมือแน่น สีหน้าจริงจัง “ลุยกันเลย!”