[New Life] อิสระของชีวิต

    [8] ไม่ทน

    [8] ไม่ทน
    สามสัปดาห์ต่อมาแผ่นอกกว้างขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่ถี่กระชั้น ใบหน้าคมอ่อนวัยเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ เส้นผมนุ่มปรกคลุมใบหน้าไปเสียครึ่งจนไม่เห็นว่าคนที่กำลังหอบหายใจกำลังทำหน้าแบบไหนกันแน่ แขนที่เริ่มมีกล้ามเนื้อยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลาก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่{ไขมันกับมวลกล้ามเนื้อค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามที่ต้องการ คุณเริ่มไม่เหมือนไม้เสียบผีแล้วล่ะเซ็ท}“...ฮู่ว ก็คุ้มกับที่ลงแรงล่ะนะ”เซ็ทว่าพลางเสยผมที่ชุ่มเหงื่อขึ้น เขาหายใจแรงขึ้นเพราะกำลังออกกำลังกาย แต่ถ้าเปรียบเทียบกับคนทั่วไปลมหายใจเซ็ทจะเบากว่ามาก เนื่องจากเป็นนิสัยติดตัวเวลาทำภารกิจ{วันนี้วิ่งอีกกิโลเดียวก็กลับบ้านได้แล้วนะเซ็ท พักผ่อนร่างกายบ้าง ต้องบอกอีกกี่ครั้งว่านี่ไม่ใช่ร่างเก่าของคุณน่ะ}“รู้แล้วล่ะน่า ก็ไม่ได้ฝืนซักหน่อย”สองแขนสองขาสะบัดไปมาเล็กน้อยก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะหยิบหูฟังขึ้นมาสวมแล้วออกตัววิ่งต่อ ภาพเซ็ทที่มาออกกำลังกายที่สนามกีฬาของอำเภอที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านเช้าเย็น เป็นภาพที่ทุกคนชินตา บางวันจะมีป้าๆ หรือพวกสาวๆ ซื้อของกินเล็กๆ น้อยหรือน้ำดื่มมาฝากด้วย ...วันนี้ก็เช่นกัน“อ้าวเซ็ท มาอีกแล้วเหรอลูก?”หญิงสาววัยกลางคนตะโกนเรียกพลางหยิบขวดน้ำขวดเล็กมาส่งให้ เซ็ทจึงต้องหยุดวิ่งแล้วยืนคุยกับเธอ อย่างมีมารยาทตามแบบเด็กที่ต้องให้ความเคารพผู้ใหญ่“อ้ะ ครับป้าฉวี วันนี้ก็หยิบน้ำมาให้ผมอีกแล้วสิ ขอบคุณนะครับ”“แหม่ๆ อย่าเกรงใจไปจ้ะ มีหนุ่มๆ มาวิ่งใกล้ๆ ก็ชวนให้รู้สึกดี ปกติมองไปทางไหนก็มีแต่ป้าๆ ลุงๆ ไม่เจริญหูเจริญตาเหมือนมองเรา นี่ลูกๆ หลานๆ หลายบ้านออกมาวิ่งเพราะอยากรู้ว่า ...เราน่ะ หล่อเหมือนที่พวกป้าๆ ไปโม้ให้ฟังไว้หรือเปล่าด้วยนะ” ว่าแล้วก็หัวเราะอารมณ์ดีที่ลากลูกๆ หลานๆ มาออกกำลังกายตามที่ต้องการได้ โดยไม่รู้ใจจริงของคนที่ตัวเองเอาไปโพนทะนาไว้เลยแต่ดูเหมือนป้าๆ แม่บ้านที่รักสุขภาพรอบข้างก็คิดเหมือนกัน ต่างคนถึงได้ต่างพากันป้องปากหัวเราะคิกคัก“แล้วนี่พ่อเขาไม่มาด้วยเหรอ”“วันนี้อดัมไม่ว่างน่ะครับ”ป้าฉวีไม่ได้ติดใจอะไรกับวิธีเรียกบิดาบังเกิดเกล้าของเด็กหนุ่มตรงหน้า เพราะเธอรู้ว่าเขาเป็นลูกครึ่งที่อยู่กับพ่อสองคน วิธีเรียกขานกันของพวกฝรั่งเธอไม่ได้คุ้นเคยนัก จะให้ไปซี้ซั้วตัดสินว่าเด็กมันไม่มีมารยาทก็ใช่ที ...ถึงแม้ตอนแรกๆ จะแอบคิดไปบ้างว่าไร้สามัญสำนึกก็เถอะ แต่นั่นก็แค่ตอนแรกมั้ยล่ะ เธอก็ไม่ได้ว่าเด็กมันต่อหน้าแล้วจะอะไรเยอะแยะ“งั้นเหรอ น่าเสียดายนะ วันนี้เห็นว่ามีพวกสาวๆ แม่ม่ายอยากมาเจอแกกันเยอะอยู่”“ฮ่าๆ งั้นเหรอครับ”เซ็ทหัวเราะแห้งๆ กวาดตามองไปรอบข้างก็รู้ได้ทันทีว่าจำนวนคนที่มาออกกำลังกายที่นี่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน ตอนนี้เจ็ดในสิบส่วนมากจะเป็นผู้หญิงตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงวัยทำงานซะส่วนมาก พวกเธอพร้อมใจกันมาเพราะอยากพิสูจน์คำเล่าลือที่ป้าๆ พากันไปเล่าว่ามีพ่อลูกหนุ่มแน่นเป็นฝรั่งหน้าตาหล่อเหลามาออกกำลังกายที่นี่ ส่วนที่เคยมาพิสูจน์แล้วก็อยากจะมาส่องหนุ่มหล่อเป็นอาหารตาเล่นๆ ทุกวันแถมได้สุขภาพ จำนวนมันก็เลยมีแต่เพิ่มไม่มีลด ...เซ็ทคิดจะรอให้พวกเธอเบื่ออยู่แต่ก็ดูจะไม่เบื่อกันซักทีก็นะ คนไทยบางส่วนนิยมต่างชาติแบบบ้าคลั่ง ถ้าเป็นต่างชาติต่อให้หล่อไม่มากในชนชาติเขาด้วยกันเอง แต่ถ้าเบ้าหน้าถูกจริตคนไทย สาวน้อยสาวใหญ่ก็พร้อมตามหวีดกันแบบเสียจริตกุลสตรียิ่งพอเจอหล่อมากอยู่ใกล้ตัว ก็เหมือนปลดล็อกโหมดหมาบ้า จับได้เป็นจับ แตะได้เป็นแตะ บางจำพวกนี่คุกคามยันหน้าบ้าน เอาขนมนู่นนี่นั่นมาให้ ...บางทีก็พยายามเกินไป พยายามจนดูไม่มีค่า...{ดีที่คุณไม่เผลอพลั้งมือบีบคอเจ๊กระเทยที่เข้ามาจับก้นคุณคราวก่อน ความอดทนสูงดีมาก}‘...จริงๆ เขาอยากจะฆ่ามันให้ตายเลยต่างหาก’“ใช่สิแหม่ เล่นหน้าตาดี คุยสนุก ยิ้มเก่ง เอาการเอางาน ต่อให้แต่งงานมีลูกแล้ว แต่ก็หย่ากันแล้ว สาวเล็กสาวใหญ่ สาวแม่ม่ายล่ะอยากจะจีบพ่อเขากันทั้งนั้นแหละลูก”“ผมไม่ทราบเลยว่าอดัมจะเสน่ห์แรงขนาดนั้น”“เดี๋ยวนี้อ่ะนะ คารมเป็นต่อรูปหล่อเป็นรอง แต่ถ้าได้ทั้งหน้าตาได้ทั้งวาจา โอ๊ยยย ละลาย ถ้าไม่ติดว่าสามียังไม่ตายแล้วลูกก็โตเป็นควายแล้ว ป้าก็อยากได้พ่อเขาเหมือนกันนะ”ป้าฉวีพูดไปทำหน้าเคลิ้มไป ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างสะใจเหมือนขำขันกับคำพูดของตัวเอง แต่เซ็ทดูออกน่ะว่าถ้าทำได้จริงป้าแกก็อยากได้อดัมไปนอนกกเหมือนสาวๆ คนอื่นนั่นแหละ“ป้าล้อเล่น แต่ลูกเซ็ทก็ระวังพ่อเขาจะหาแม่ใหม่เข้าบ้านล่ะ แต่ถ้าพ่อเขามีแม่ใหม่ให้ลูกจริงก็พามาทำความรู้จักกันบ้างล่ะ ป้าจะได้เอาไปคุยให้ป้าๆ คนอื่นฟังได้”เซ็ทยิ้มตอบเหมือนไม่รู้สึกอะไร แต่ในใจน่ะสรรหาสารพัดคำด่าอยู่ เอาเรื่องเขากับอดัมมาออกกำลังกายไปโพนทะนาเรียกคนมารบกวนชีวิตไม่พอ ยังอยากจะเสือกเรื่องชาวบ้านเขาไม่เลิกไม่รู้จริงๆ ว่าป้าแกสะกดคำว่ามารยาทเป็นมั้ย?...บางทีมันก็ไม่จำเป็นต้องอดทน...“ฮ่าๆ ครับๆ”{กำลังคำนวนหาสถานที่ใหม่ พอคุณกลับบ้านก็เปิดคอมเช็คได้เลย}เซ็ทที่ปากก็ทำเป็นคุยกับป้าฉวีไป ในหัวก็ฟังเสียงโรไป แล้วเขาก็ยิ้มด้วยความพึงพอใจที่ไม่ต้องสั่งโรก็รู้ความต้องการของเขาเสมอดวงตาคมกวาดมองไปรอบตัว เขาเห็นว่านอกเหนือจากป้าฉวีก็ยังมีป้าแม่บ้านอีกหลายคนที่ตั้งใจจะเข้ามาคุยกับเขา ไม่รวมพวกนักเรียนหญิงที่เหล่มองมา กับสาวใจกล้าบางส่วนที่ถือขนมหวานประเภทคุ้กกี้กันเป็นส่วนมากตั้งท่าจะเดินเข้ามาหาเขา{จะจีบหนุ่มออกกำลังกายแต่ให้คุ้กกี้ สาวๆ พวกนี้ใช้อะไรคิดนะเซ็ท ตลกมากจริงๆ}“ก็ยังดีกว่าเค้กทั้งกล่องแบบคราวที่แล้วละกัน”{ก็เจ้าเก่าเขาได้บทเรียน เซ็ทบอกเธอไปเองนี่ว่าอยู่กับพ่อสองคนเอาไปก็กินไม่หมด รอบนี้ถึงได้เอาคุ้กกี้น่ารักๆ ถุงเล็กๆ มาให้ ตอบแบบไม่แคร์โลกเหมือนชีวิตก่อนก็พอแล้วแท้ๆ}“...รู้งี้เมินให้จบๆ ไปซะก็ดี”เมื่อเห็นวัยรุ่นอีกหลายคนตั้งใจจะเอานู่นี่นั่นมาให้ไม่ใช่แค่คนเดียว เซ็ทก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ขืนมานั่งรับนั่งปฏิเสธไม่เป็นอันได้ออกกำลังกายอย่างที่ตั้งใจพอดี ดังนั้นเขาจึงขอหลบฉากบอกป้าฉวีว่าจะไปวิ่งต่อ แล้ววิ่งยาวออกจากสนามกีฬากลับบ้านโดยไม่คิดร่ำลาใครซักคน ...แน่นอนว่าเขาไม่คิดกลับมาเหยียบที่นี่อีกแน่......พอเถอะกับความอดทนที่ไร้ความหมาย...{ใจเย็นๆ เซ็ท}“...ฉันไม่ฆ่าทิ้งทั้งหมดก็เย็นมากแล้วโร”



    “กลับมาแล้วเหรอเซ็ท?”อดัมส่งเสียงทักมาจากในบ้านหลังจากประตูปิด เซ็ทตอบคำทักทายของอดัมส่งๆ ก่อนจะพูดขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย“จะย้ายบ้าน”“หะ!? เดี๋ยวๆ เกิดอะไรขึ้นลูก!? หรือว่าไปตีกับพวกจิ๊กโก๋มาอีกแล้ว!?”อดัมหน้าตาตื่น รีบวิ่งเข้ามาประชิดตัวลูกชาย กวาดตามองตั้งแต่ตัวจรดปลายเท้า พอเห็นว่าลูกชายสุดที่รักไม่มีบาดแผลอะไรก็ลอบผ่อนลมหายใจแล้วตีหน้าเคร่งถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ทำไมถึงอยากย้ายบ้านล่ะเซ็ท?”“มนุษย์ป้ากับพวกสาวๆ แถวนี้น่ารำคาญ หน้าด้านเข้ามาชวนคุยไม่พอยังจะตามมายันบ้าน เบื่อและรำคาญ” เซ็ทบ่นกระปอดกระแปด “แล้วก็ที่นี่ไม่ได้ให้ความปลอดภัยอะไรแก่ชีวิตเลย วันดีคืนดีจะมีโจรงัดเข้ามามั้ยไม่รู้ ย้ายบ้านก็จะดีกับเรามากกว่า”“เอ่อ...เซ็ทใจเย็นนะลูกนะ”“สังคมแถวนี้ห่วยแตกมาก ไม่รู้ว่าตัวผม ‘เมื่อก่อน’ ทนอยู่แถวนี้มาได้ยังไง สภาพสถานที่ก็ไม่ได้ถึงขั้นรับไม่ได้หรอกนะ แต่คุณภาพประชาชนส่วนใหญ่ของที่แถวนี้ติดลบ ทั้งรุกล้ำความเป็นส่วนตัว คุกคามสิทธิเสรีภาพ ผมพึ่งขึ้นม.ปลายมั้ยมันน่าจับเข้าคุกให้หมด แค่ที่ทนมาสามสัปดาห์มันเกินพอแล้ว และผมจะไม่ทนอีก เข้าใจมั้ยอดัม”“เซ็ทจ๋า...ใจเย็นๆ ลูก”“อดัมอยากให้ผมโดนพวกจิ๊กโก๋หาว่าไปอ่อยสาวๆ มัน พอมันจะมารุมกระทืบ จนผมต้องไปตีกับพวกนั้นอีกรึไง คุณไม่รำคาญเหรอที่มีพวกแม่บ้านหรือสาวๆ ใส่กางเกงขาสั้นจู๋กับสายเดี่ยวโชว์สะดือมาเคาะหน้าประตูบ้านทุกเช้าเย็น หรือวันดีคืนดีมีพวกลุงๆ มาบังคับไปก๊งเหล้าเหมือนเมื่อก่อน ถ้าไม่ไปก็จะเอาขวดเหล้ามาเขวี้ยงใส่หน้าประตูห้องน่ะ”“...ไม่อยากสิ ใครจะอยากเห็นลูกมีแผลกลับมาล่ะ แล้ว...ก็รำคาญครับ”เซ็ทรู้สึกว่าเมื่อเขาได้ความรู้สึกกลับมา ความรำคาญจะเป็นหนึ่งในความรู้สึกที่เขาสัมผัสได้บ่อยที่สุด ความอดทนที่มากล้น ยังสู้ไม่ได้กับความรำคาญในตัวคนที่เพิ่มขึ้นทุกวัน และมันยิ่งน่ารำคาญมากที่อยากจะเอามีดปาดคอคนพวกนั้นให้หายไปจากโลกแต่ดันทำไม่ได้{ก็ไม่ได้น่ะสิเซ็ท ไหนว่าจะเป็นคนธรรมดาไง ท่องไว้ พุทโธๆ} ‘หุบปากโร’ “ก็นั่นแหละ ถึงอดัมจะยังทนได้แต่ผมไม่ทนแล้ว ไม่ทนแล้วเข้าใจมั้ย?”แล้วนี่ไม่ใช่ภารกิจที่เขาต้องทำให้สำเร็จ ดังนั้นเมื่อไม่มีอะไรเป็นเหตุผลให้เขาต้องอดทน เขาก็จะไม่อดทนกับความรำคาญอันไร้สาระนี่อีก {ไหนว่าจะเป็นคนธรรมดาไงเซ็ท?}‘ไม่ต้องมาย้ำ’‘...จะเป็นคนธรรมดาไม่ได้แปลว่ามีทางออกแค่อดทน ในเมื่อคนมันมีเงินก็ต้องใช้ (โว้ย)!’อดัมได้ฟังคำบ่นของลูกชายก็หัวเราะแห้งๆ อย่างกล้ำกลืน ไม่ปฏิเสธว่าสภาพแวดล้อมของคนในชุมชนที่นี่ไม่ได้ดีเด่ออะไร ถ้าเรียกตามศัพท์สังคมไทยก็คือแถวนี้มันมีทั้งสก็อย แว๊นซ์ ขี้เหล้า ติดยา คนจรจัด ขาเม้าท์ ขาเหยียบ และอื่นๆ คนที่เหมือนจะดีมันก็มี แต่ที่ไม่ดีมันมีเยอะกว่าตอนเขาย้ายเข้ามาอยู่กับผู้หญิงคนนั้นแรกๆ คนพวกนั้นก็ขยันเข้าหาเขา ไม่ว่าจะเพราะหน้าตาหรือเงินที่ติดตัวมา แต่พอตอนเขาเสียศูนย์ไม่เป็นผู้เป็นคน คนเหล่านั้นก็หายเข้ากลีบเมฆ ความช่วยเหลือเหรอฝันเอายังง่ายกว่าแต่ปัจจุบันเมื่อเขากลับเป็นคนเดิมพวกนั้นก็กลับมาใหม่ ใส่หน้ากากเข้าหาทั้งๆ ที่ยังแอบนินทาเรื่องที่เขาทำพลาดไปลับหลังอยู่ทุกวัน มิหนำซ้ำคราวนี้ยังพยายามเข้าหาลูกชายเขาด้วยอีกต่างหาก ในฐานะพ่อเขาก็ไม่คิดจะห้ามไม่ให้ลูกมีปฏิสัมพันธ์กับคนสังคม พอเป็นสังคมแย่ๆ ก็ได้แต่คอยตักเตือนไม่ให้หลงทาง...แต่ลูกเขาฉลาดเลยไม่ต้องเป็นห่วงอะไรนัก...บ้านที่ใช้อยู่ปัจจุบันถึงจะมีขนาดใหญ่พอสำหรับผู้ชายสองคน แต่มันก็ไม่ได้มีห้องมากมายให้ใช้สอยอย่างอิสระหรือสะดวกสบายอะไรนัก ค่าน้ำค่าไฟก็ถือว่าแพงกว่าที่ควรเป็น ที่ตั้งก็ชุมชนแออัดเดินทางลำบาก วันดีคืนดีก็มีมือดีเอาหินมาปากระจกหน้าต่างเล่นอีกต่างหาก...สำหรับอดัมถ้าเป็นไปได้ก็อยากย้ายอยู่เหมือนกันนั่นแหละนะ“เซ็ท พ่อรู้ว่าลูกเบื่อ แต่ย้ายบ้านไม่ใช่ว่าอยากย้ายก็ย้ายได้ง่ายๆ นะ อย่างน้อยก็รอพ่อหาเงินสักสองสามปี ก็น่าจะพอซื้อห้องในคอนโดเล็กๆ ได้ รอพ่อก่อนได้มั้ย?”“ผมว่าจะย้ายไม่ใช่อยากย้าย อดัม”เซ็ทว่าห้วนๆ ก่อนจะถอดรองเท้าเดินเข้าไปในบ้าน กวาดตามองของที่วางไว้ในแต่ละห้องแล้วก็เดินไปเปิดคอม เปิดข้อมูลที่โรหาเตรียมไว้ให้อย่างรวดเร็ว{จากการคัดกรอง มีสามที่ที่น่าสนใจครับ}เซ็ทกวาดตามองรายละเอียดของคอนโดสามแห่งตามที่โรสรุปรายละเอียดไว้ให้พร้อมรูปภาพห้องจริง ที่แรกตั้งอยู่ไกลจากตรงนี้ที่สุดคือคอนโดหรูติดสถานีรถไฟฟ้า ใกล้ห้างใหญ่ ชอบประกาศโฆษณาขายตามโทรทัศน์ อีกทีเป็นคอนโดกึ่งรีสอร์ท อยู่ไม่ไกลจากที่นี่มากราคาก็ถูกลงมาพอสมควรแต่ความสะดวกสบายยังได้ไม่เต็มร้อย ต้องขับรถออกไปไกลพอสมควรจึงจะเจอพวกห้างสรรพสินค้าหรือถนนคนเดิน และที่สุดท้ายคืออยู่ระหว่างสองที่แรก เป็นคอนโดใหม่สูงสามสิบชั้นใกล้ถนนใหญ่และอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากห้างนัก มีทุกอย่างครบถ้วนแต่เสียเวลาเดินทางเล็กน้อย แน่นอนว่าทุกที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพ{คุณภาพการก่อสร้างที่แรกดีที่สุด รองลงมาคือที่สาม และที่สองเป็นอันดับสุดท้าย สภาพเฟอร์นิเจอร์ที่ได้พร้อมห้องมาจากเจ้าเดียวกันคุณภาพไม่ต่างกัน ส่วนในเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยที่ที่สามดีที่สุด รองด้วยหนึ่ง และสอง ในส่วนของความเป็นส่วนตัวก็เรียงด้วยสอง สามและหนึ่ง ขึ้นอยู่กับคุณจะพิจารณา}“อุปกรณ์อำนวยความสะดวกล่ะ?”{ฟิตเนส สระว่ายน้ำ ร้านอาหาร ห้องดนตรี ห้องโถงใหญ่ ทั้งหมดมีเหมือนกันต่างกันที่ขนาดและจำนวนอุปกรณ์ ทุกอย่างไม่ต่างกันเท่าไหร่เพราะเจ้าของเดียวกันเซ็ท แต่ห้องของที่แรกกับสองใกล้เต็มแล้ว คุณต้องรีบตัดสินใจหน่อย}“อดัม คุณว่าที่ไหนดี?”“อะ...เอ่อ...” อดัมเดินมาดูหน้าจอคอมแล้วก็ต้องอ้าปากค้าง สองตากระพริบปริบๆ ไม่ปฏิเสธว่าข้อมูลคอนโดที่ลูกชายเปิดให้ดูนั้นเหมาะแก่การอยู่อาศัยอย่างสงบสุขและไม่เสียสุขภาพจิต แต่ราคานั้นถ้าเป็นเขาในตอนนี้ต่อให้เอาตับไตไส้พุงไปขายทั้งหมดก็ยังไม่มั่นใจว่าจะผ่อนจ่ายได้หมด!“เอ่อ...เซ็ท...ราคามัน...แรงไปมั้ยลูก?”“แค่แปดหลัก ผมมีเงินจ่ายน่า”เห็นเซ็ทตอบอย่างไม่คิดมากอะไรอดัมจึงช็อกค้างไปแล้ว ผู้เป็นพ่อหน้าซีดถามด้วยใจอันหวาดหวั่น ทำเอาเซ็ทหรี่ตามองด้วยความไม่พอใจ“ซะ...เซ็ทไม่ได้ไปกู้หนี้ยืมสินที่ไหนมาแน่นะ”“นี่คิดว่าผมสิ้นคิดขนาดนั้นเลยรึไง?”เซ็ทว่าพลางกรอกตา ลุกไปหยิบกระเป๋าใส่เงินใบเดิมออกมาจากหลังตู้ที่ทำช่องลับซ่อนไว้ เซ็ทเปิดกระเป๋าแล้วโยนใส่มือพ่อบังเกิดเกล้าอย่างไร้ความเกรงใจ“ดูให้เต็มตาแล้วบอกสิว่าพอไม่พอ”อดัมมองเงินดอลมากมายอัดแน่นอยู่ในกระเป๋าก็มองตาถลน ปากคอสั่นยามเงยหน้ามองลูกชายด้วยความไม่พอใจ ไม่รอให้เซ็ทได้มีโอกาสถามไถ่ว่าเป็นอะไรเจ้าตัวก็พูดโพลงออกมาเสียงดัง“เซ็ท! การขโมยไม่ใช่สิ่งที่ดีนะลูก!!”ผัวะ!เซ็ทคว้าหมอนใบใหญ่ฟาดใส่หัวอดัมอย่างแรง นิ้วเรียวชี้ไปด้านหน้า เรียวคิ้วกระตุกยิกๆ“สมองคิดได้แค่นี้เหรออดัม?”“ก็-ก็... ถ้าไม่ใช่ขโมยเซ็ทจะไปหาเงินมากมายขนาดนี้จากไหนล่ะ” อดัมว่าเสียงอ่อย ใบหน้าหงอยๆ เหมือนหมาโดนดุจนหูลู่หางตก หลังเห็นลูกชายทำท่าโกรธจริงจัง“ใครที่ไหนมันจะปล่อยให้เงินเยอะขนาดนั้นโดนขโมย ก็แค่เขียนโปรแกรมไปขายมาเถอะ” เซ็ทตอบด้วยใบหน้าเอือมระอา รู้สึกว่าคนตรงหน้าโง่กว่าที่คิด “สัญญาซื้อขายก็ยังอยู่ไม่เชื่อจะดูมั้ยล่ะ”“อ่อ งั้นเองหรอกเหรอ ขอโทษนะเซ็ทที่พ่อเข้าใจผิด”อดัมไม่รู้ว่าเซ็ทมีความสามารถด้านไอทีขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็แปลกใจน้อยๆ แต่ก็ตอบกลับแบบไม่คิดอะไรด้วยเชื่อใจลูกชายตัวเอง แถมเซ็ทยังทำท่าเดินมาเปิดเอกสารบางอย่างให้ดูอย่างมั่นใจด้วยสิ“ช่างเถอะ แต่ด้วยเงินขนาดนี้ก็พอแล้วนะ”“เหลือเฟือ แต่เซ็ทจะไม่เก็บไว้ซื้ออย่างอื่นเหรอ เงินนี่ลูกหามาเองนะ”“บ้านเนี่ยแหละความต้องการเร่งด่วนของผม และมันก็จำเป็นต่อชีวิตด้วย ถ้าผมอยากได้อย่างอื่นก็ค่อยว่ากัน ไว้ยังไงเดี๋ยวก็ได้เงินมาอีกอยู่ดี”อดัมกระพริบตาปริบๆ ด้วยไม่ค่อยเข้าใจคำพูดลูกชายนักแต่ก็พยักหน้ารับ“เข้าใจล่ะ ถ้างั้นเซ็ทอยากย้ายไปที่ไหนล่ะ ลูกเลือกเถอะแล้วเดี๋ยวพ่อจะออกหน้าติดต่อให้ แต่ยังไงไว้ก็ขอสำเนาสัญญาซื้อขายโปรแกรมนั่นไว้ด้วยนะ เผื่อเขาต้องการตรวจสอบพ่อจะได้ไม่โดนหาว่าไปโกงใครมา” อดัมไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าการที่เขาเป็นผู้ออกหน้าซื้อคอนโดแทนเด็กสิบหกนั่นก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว ต่อให้ลูกชายเก่งแค่ไหนและต่อให้เป็นเงินที่หามาเอง แต่ขืนเด็กสิบหกไปติดต่อซื้อคอนโดสุดหรือราคาแปดหลักกับพนักงานเอาเองคงได้โดนหาว่ามาก่อกวน“ก็ต้องอย่างนั้นมั้ยล่ะ” เซ็ทว่าพลางกรอกตา ใช้นิ้วจิ้มหน้าจอแล้วถามย้ำ “แล้วจะเอาที่ไหน?”“เซ็ทเลือกเถอะ พ่ออยู่ไหนก็ได้”“งั้นสาม ที่นี่ไม่ได้ไกลจากโรงเรียนที่อดัมจะไปสอนเท่าไหร่ด้วย แล้วจะไปโรงเรียนผมรถเมล์สามป้ายก็ถึง”ในเมื่อให้เลือกเซ็ทก็จัดการจิ้มจึ้ก ปัญหาเรื่องย้ายที่อยู่ที่เหมือนจะได้รับการแก้ไข ก็กลายเป็นว่ามีประเด็นใหม่มาทิ่มแทงใจอดัมแทน ประโยคคำถามที่อยู่ๆ ก็ถูกส่งมาจากปากอดัมทำเอาเซ็ทขมวดคิ้วมอง“เอ่อ...เซ็ท เรื่องม.ปลาย พ่อว่าย้ายโรงเรียนดีมั้ย?”“ทำไม?”“ก็ที่นั่นลูก...ไม่มีความสุขไม่ใช่เหรอ แถมที่นั่นยัง...”“ญาติฝั่งผู้หญิงคนนั้นอุตส่าห์ใช้เส้นฝากให้ แถมอดัมเองตอนนั้นก็เห็นดีเห็นงามจะให้ผมเรียนที่นั่นจนจบม.ปลายไม่ใช่รึไง ทำไมอยู่ๆ จะให้ย้ายล่ะ?”“เฮ้อ เซ็ท พ่อรู้นะว่าที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ตอนนั้นพ่อไม่ได้มีทางเลือกมากขนาดนั้น ยังไงก็ตามตอนนี้ไม่เหมือนกัน ลูกมีสิทธิเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองนะ”“เรื่องย้ายโรงเรียนมันก็น่าสนใจ แต่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนมันก็มีพวกดีไม่ดีปะปนกันไปทั้งนั้นล่ะ ที่นั่นก็ไม่ได้แย่ไม่เท่าที่บ้านนี้ซักหน่อย แล้วต่อให้ผมย้ายไปโรงเรียนนานาชาติก็ใช่ว่าจะไม่ถูกเพ่งเล็ง อดัมก็รู้ว่าถึงชื่อจะบอกว่าโรงเรียนนานาชาติ แต่พวกที่เบ้าหน้ากับชื่อไปทางฝรั่งจ๋าอย่างผมยังไงก็มีน้อย”“แต่เซ็ท...นั่นยังไงก็...”“เอาน่าๆ ไว้ถ้าผมไม่โอเคผมจะย้ายออกเอง ยังไงก็เหลือเงินพอจ่ายค่าเทอมตอนย้ายโรงเรียนได้เยอะแยะ”เซ็ทที่เอ่ยปากชี้แจงแล้วก็ตอบปัดๆ ความกังวลของอดัม เซ็ทปริ้นเอกสารส่งให้อดัม ปล่อยให้อีกฝ่ายจัดการติดต่อกับทางคอนโดเองโดยไม่คิดจะไปกำกับอะไร พออดัมได้เอกสารที่จำเป็น ก็จำต้องเดินออกจากห้องทั้งๆ ที่ยังอยากเถียงอยู่ ปล่อยให้เซ็ทที่กำลังนั่งคิดอะไรนั่งอยู่หน้าคอมต่อไปโรงเรียนเป็นที่ๆ เจ้าของร่างเก่าโดนรังแกก็จริง แต่นั่นก็เป็นการกระทำที่มาจากเด็กกลุ่มหนึ่ง ไม่ใช่ว่าเด็กทั้งหมดจะไม่ดีไปเสียหมดซะหน่อย แถมโรงเรียนก็ไม่ใช่โรงเรียนที่แย่อะไรมาก ไม่ได้ดีที่สุดแต่ก็ไม่ห่วยแตก ไม่เหมือนที่บ้านนี้ นู่นนี่นั่นเสียบ่อย สภาพแวดล้อมเก้าในสิบก็เป็นแย่มากกว่าดี ดังนั้นก็ยังไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องย้ายโรงเรียน นั่นก็ไม่ได้ต่างอะไรจากการหนีซักนิด {แล้วตอนนี้คุณไม่ได้จะย้ายบ้านหนีอยู่เหรอ?}“นี่เขาเรียกไม่ทน ไม่ใช่หนี”และที่สำคัญ ตอนที่เขากลับไปเรียนต่อหลักสูตรอ่อนด้อย เขาคงจะยอมให้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมพวกนั้นรังแกร่างกายนี้เหมือนที่ผ่านๆ หรอก{ไหนคุณว่าจะเนียนตามเจ้าของร่างเก่าที่อยู่โลกนี้ แบบพวกนิยายไลท์โนเวลพวกนั้นไงเซ็ท}“ไอ้พวกนั้นมันเชื่อไม่ได้”{คุณพูดเองว่าคนที่เขียนนิยายปัญญาอ่อนพวกนั้นขึ้นมาได้ อาจจะมีใครบางคนอยู่ในสถานการณ์เดียวกับคุณ จะลองทำตามเขาดูก็น่าจะไม่ได้แย่}“ไม่ได้แย่ แต่แย่มาก คนเรามีวิธีแก้ปัญหาไม่เหมือนกันโร ตัวเอกในนิยายพวกนั้นต้องทนเพราะไม่มีทางเลือก แต่นี่อะไร” เซ็ทชี้ไปที่กระเป๋าใส่เงินข้างตัวก่อนจะยิ้ม “ไม่ว่าโลกไหนเงินก็ใช้แก้ปัญหาส่วนใหญ่ได้เสมอมั้ยล่ะ?”{...ไม่เถียง} แต่แถได้เข้าข้างตัวเองเป็นบ้า“จะให้นั่งรอโอกาสที่ไม่รู้จะมาเมื่อไหร่มันไร้สาระ สิ่งที่เราต้องทำคือพาตัวเองไปอยู่ในจุดที่ได้รับโอกาสต่างหาก ถึงฉันจะใช้ชีวิตแบบไม่คิดอะไรมาก แต่ก็ไม่ได้คิดใช้ชีวิตแบบเละเทะไร้ค่าหรอกนะโร สิ่งยั่วยุขนาดนี้หลีกให้ไกลได้ยังไงก็ดีกว่าไม่ใช่เหรอ?”{นั่นผมเห็นดีด้วย จริงๆ แล้วสภาพแวดล้อมตอนนี้ ก็ทำให้คุณที่พึ่งได้ความรู้สึกต่างๆ กลับมา กลายเป็นคนเละเทะเหลวแหลกได้ไม่ยากเลย}ขอแค่เซ็ทโดนชวนไปนั่งล้อมวงกินเหล้าแล้วติดใจ โดนพากันยกพวกตื้บคนแล้วสนุก มีอะไรรับประกันล่ะว่าคนที่พึ่งเคยได้รู้สึกสนุกจะไม่ทำอะไรแบบนั้นซ้ำๆ จนกลายเป็นสันดาน โรไม่ได้อยากอยู่กับคนไร้แก่นสารแบบนั้นหรอกนะ{เห็นด้วยกับการย้ายบ้าน}“ก็บอกแล้ว” เซ็ทยักไหล่แล้วหัวเราะ พอจะเดาได้ว่าโรประมวลผลออกมาว่ายังไง
    'ความอดทนก็ต้องมีความพอดี'