บทที่ 47
การทาบทาม
บริเวณด้านหน้าสมาคฮันเตอร์
หลังจากที่ทำการลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อย ในตอนนี้ก็ได้บัตรอนุญาตสมาคมฮันเตอร์มาเรียบร้อยแล้ว
ใบอนุญาตฮันเตอร์ของเขาถูกเขียนเอาไว้ว่าอยู่ในระดับบี เอ็กซ์มองบัตรภายในเบอร์พร้อมกับยักไหล่ทั้ง 2 ข้างขึ้น
แต่ในขณะที่กำลังจะเดินออกจากหน้าสมาคมฮันเตอร์ อยู่ๆก็มีคนคนนึงปรากฏกายออกมาขวางหน้าเอาไว้
ชายวัยประมาณเลขสามกลางๆร่างกายผอมสูงสวมใส่ชุดสูทดูดี เขาสวมใส่แว่นตาหนาพร้อมกับมีกระเป๋าใบนึงที่ถือเอาไว้ในมือข้างซ้าย แถมบนใบหน้ายังแสดงรอยยิ้มที่ดูไม่จริงใจออกมาตลอดเวลา
เอ็กซ์ใช้สายตามองตรงไปที่คนผู้นั้นที่ปรากฏกายออกมาได้หน้าในตอนนี้ ชายผู้นั้นยกยิ้มขึ้นที่มุมปากพร้อมกับพูดทักทาย
“ สวัสดีครับ ”
“ ขอปฏิเสธ… ” เอ็กซ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็วหลังจากที่อีกฝ่ายกล่าวทักทาย
คนๆนั้นแสดงใบหน้าตกตะลึง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นแล้วก็จ้องมองมาที่ชายหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าในตอนนี้ “ เออ…คือว่าตัวของผมยังไม่พูดอะไรเลย ”
เอ็กซ์ตอบกลับไปในทันที “ ถึงแม้ว่าจะยังไม่พูดออกมาแต่ผมก็รู้ว่าคุณจะพูดอะไร”
“ คนท่าทางจากกิลด์สินะครับ ” เอ็กซ์รู้ได้ในทันทีว่าคนคนนี้คงจะเป็นนายหน้าจากกิลด์ใดซักแห่งหนึ่งอย่างแน่นอน
สำหรับสมาคมฮันเตอร์มันไม่ได้เป็นพี่ที่รวมตัวสำหรับพวกฮันเตอร์เท่านั้น มันเองก็เป็นที่รวมตัวสำหรับพวกนายหน้าของปุ่มสังกัดแต่ละสังกัดด้วยเช่นเดียวกัน
ส่วนใหญ่แล้วนายหน้าของแต่ละกิลด์พวกเขาก็จะส่งคนแวะเวียนมาที่สถานที่แห่งนี้อยู่เป็นประจำ
เพราะว่ามันอาจจะเกิดการประเมินระดับที่ค้นพบคนที่แข็งแกร่งอยู่ได้ตลอดเวลา เมื่อพบเจอคนที่มีความสามารถในหน้าพวกนี้ก็จะรับหน้าที่ในการดึงตัวคนพวกนั้นเข้าไป
มันคือหลักการทำงานง่ายๆที่พวกเขานั้นทำงานกันแบบนี้ เอ็กซ์เห็นเพียงแค่ร่างกายของมันก็รู้ได้ในทันทีว่าคนคนนี้น่าจะเป็นนายน่าจะกิลไหนสักแห่งหนึ่งอย่างแน่นอน
อีกฝ่ายเข้ามากล่าวทักทายทันทีหลังจากที่ 9 ออกมาจากทางสมาคม เพียงแค่นี้ก็เป็นสิ่งที่ยืนยันได้แล้ว
เมื่อโดนจับได้ตั้งแต่ยังไม่พูดออกมา ชายคนนั้นก็ขยับแว่นของตนเอง “ ไม่คิดเลยว่าคนที่เป็นมือใหม่จะรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย ”
“ ขอพูดตามตรงนะครับขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการผมเป็นนายหน้าของกิลด์วิหคนภา ”
“ ในตอนนี้อยากจะถามให้คนนั้นเข้ากิลของพวกเรา ” อีกฝ่ายนำเอานามบัตรออกมาพร้อมกับยื่นไปด้านหน้า
เอ็กซ์ที่กำลังยืนอยู่ใช้ดวงตามองดูนามบัตรนั่น ดูเหมือนว่ามันจะเป็นของจริงเป็นนายหน้าของกิลด์วิหคนภา
ภพพี่กำลังนั่งควบคุมอยู่ภายในห้อง เขาก้มหน้าของตนเองแล้วก็พูดพึมพำ “ กิลด์วิหคนภาเป็นกิลขนาดใหญ่ที่จะเติบโตในอนาคตอย่างรวดเร็ว ”
“ ในตอนนี้พวกเขาเองก็เป็นกิลด์ที่ได้รับเรียกว่าเป็นหนึ่งในสิบคิวที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศแล้ว ”
“ ไม่เพียงเท่านั้นแถมภายในกิลยังมีระดับ S อยู่ถึง 2 คนและในวันข้างหน้าพวกเขาก็จะมีคนที่มีความสามารถเพิ่มเข้าไปอีก ”
“ และอีกไม่นานก็จะเติบโตกลายเป็นกิลที่ติดอันดับ 3 ของประเทศเลยก็ว่าได้ ”
“ เป็นกลุ่มกิลด์ใหญ่ที่มีทั้งทรัพยากรและก็มีกลุ่มทุนใหญ่คอยสนับสนุนด้านหลัง ในตอนนี้ก็ได้ยินว่าพวกเขานั้นมีกำลังคนมากเห็นออกข่าวไม่เว้นแต่ละวัน ” ภพอัพเดทสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา
ถึงแม้ว่าจะมุ่งมั่นกับการพัฒนาความสามารถของตัวละคร แต่เขาเองก็ศึกษาข่าวสารอยู่ตลอดเวลา
รวมกับความรู้ที่ตนเองเคยผ่านมาภายในชีวิตที่แล้ว มันก็ทำให้ตัวของเขานั้นรู้ว่ากิลด์วิหคนภามันจะกลายเป็นกิวขนาดใหญ่ที่ติด Top 3 ของประเทศในอนาคต
“ แต่ว่ามันก็น่าสงสัยทำไมกิลด์ใหญ่ที่ตอนนี้ติดอันดับ 10 ของประเทศถึงไม่ชักชวนเรา ”
“ พวกเขาน่าจะมีทางเลือกมากมายขุมกำลังที่รับเข้าไปรู้สึกว่าส่วนใหญ่จะมีระดับ a ขึ้นไปทั้งนั้น ”
ภพกำลังสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในขณะเดียวกันชายที่กำลังยืนสนทนากับเขาอยู่ก็เริ่มพูด
“ ว่ายังไงครับ.. ”
“ ผมคิดว่าเป็นข้อเสนอที่ไม่เลวเลยทีเดียวนะครับ ”
“ ถ้าเกิดว่าคุณเข้ามากับทางกิลด์ของพวกเราพวกเราจะทำการสนับสนุนอุปกรณ์ และก็สร้างสถานที่ที่สามารถฝึกฝนคุณได้ ”
“ ในวันข้างหน้าคุณคงจะกลายเป็นคนที่มีความสามารถในอนาคตอย่างแน่นอน ” นายหน้าผู้นั้นพูดถึงประโยชน์ที่จะได้รับ
คนพวกนี้กำลังเอาผลประโยชน์เข้ามาหลอกล่อ เอ็กซ์ได้เริ่มตอบโต้ “ ทำไมถึงเป็นผมล่ะครับ ”
“ อันที่จริงแล้วผมก็พอจะรู้เกี่ยวกับกิลด์ของพวกคุณมาบ้าง ”
“ ได้ยินว่ารับแต่คนที่มีความสามารถไม่ใช่หรอครับ แถมยังรับคนที่อยู่ในระดับเอขึ้นไปด้วย ”
“ แล้วทำไมคุณที่เป็นนายหน้าถึงมาเชิญคนที่ประเมินได้ระดับ B แบบผมล่ะ ” เอ็กซ์ยกบัตรให้อีกฝ่ายดูว่าตนเองนั้นประเมินออกมาได้ในระดับใด
หลังจากที่ถามกลับไปแบบนั้นชายผู้นั้นก็ยกยิ้มที่มุมปาก พร้อมกับส่งเสียงหัวเราะออกมาพลางใช้มืออีกข้างหนึ่งขยับแว่น
“ นั่นสินะครับ.. ”
“ จะพูดว่าตัวของผมเห็นก็ได้ ”
“ ในตอนที่คุณกำลังทดสอบอยู่ผมอยู่ห้องข้างๆพอดี เลยมองเห็นว่าตอนที่คุณกำลังทดสอบคุณออมมือเอาไว้ใช่หรือเปล่า ”
เอ็กซ์แสดงใบหน้าที่เรียบเฉยไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมา แต่ว่าภพที่เป็นคนควบคุมอยู่ถึงกับขมวดคิ้ว
“ ไอ้เวรนี่..อย่าบอกนะว่าดวงตาของมัน ” ภพรู้สึกทางจิตใจตั้งแต่คนคนนี้เข้ามาชักชวนแล้ว รู้ดีว่ามันน่าจะมีบางอย่าง
ชายนายหน้าที่อยู่บริเวณด้านหน้าเมื่อเห็นคู่สนทนาของมันเงียบไปและไม่ตอบกลับอะไรกลับมา มันจึงเริ่มพูดอธิบาย “ คือว่าดวงตาของผมค่อนข้างพิเศษนะครับ ”
“ ผมอเวคแล้วก็ได้รับความสามารถในการแยกแยะพลังตอนที่ฉาย ”
“ ถึงแม้ว่ามันเป็นความสามารถที่ไร้ประโยชน์กับการต่อสู้แต่สำหรับคนที่ทำหน้าที่นายหน้าแบบผมมันก็ถือว่าใช้ได้ดีเยี่ยมเลยทีเดียว ”
“ ตอนที่คุณทดสอบพลังผมเห็นว่าคุณไม่ได้ปลดปล่อยพลังออกมาทั้งหมด สังเกตได้จากคลื่นออร่าที่มันดูอ่อนแรงมากกว่าที่ควรจะเป็น ”
“ แถมใบหน้าของคุณตอนที่ทำการปล่อยให้หินทดสอบทดสอบร่างกาย คุณไม่ได้มีท่าทีกระตือรือร้นว่าจะเรียกเร้นพลังออกมาเลยแม้แต่น้อย กับคนอื่นที่พวกเขานั้นแทบจะเรียกเร้นพลังจนเหือดแห้งทั้งร่างกาย เพื่อให้ระดับของตนเองสูงขึ้น ”
“ ว่ายังไงครับเพียงแค่นี้สามารถให้คำตอบกับคุณได้หรือเปล่าว่าทำไมผมถึงมาชักชวน ” นายหน้าคนนี้เห็นความสามารถที่ซ่อนเอาไว้
‘ ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอพวกคนที่มีสกิลตรวจสอบระดับสูง ’
‘ และดันเป็นไอ้เวรนี่มาในวันที่ตัวของฉันทำการวัดระดับแล้วก็ลงทะเบียนเนี่ยนะ ซวยชิบหาย.. ’ ภพได้แต่พึมพำในใจของตนเอง
สกิลตรวจจับระดับสูงมันคือสกิลการอเวคที่ได้รับมา บางคนได้รับการอเวคโดยที่ตนเองนั้นไม่ได้มีความสามารถในการต่อสู้ แต่พวกเขาก็จะได้ความสามารถอย่างอื่นทดแทน
พวกนายหน้าระดับโลกที่ทำงานกับกิลด์ใหญ่ๆพวกเขามักจะมีสกิลตรวจสอบระดับสูงแบบนี้ เพื่อที่จะคัดสรรคนเข้ามาภายในกิลด์
“ ว่ายังไงครับเราไปนั่งคุยที่ร้านกาแฟกันดีหรือเปล่า ผมเองก็อยากจะเสนอสัญญาที่น่าสนใจให้กับคุณเลย ยังไงคุณก็เป็นมือใหม่การเข้าไปภายในหอคอยเป็นเรื่องที่ยากใช่หรือเปล่าล่ะครับ ”
เอ็กซ์ที่นิ่งมาสักพักเหลือบสายตามองคนผู้นั้น เขาตอบกลับอย่างไร้เยื่อใย “ ไม่ล่ะ.. ”
“ คุณน่ารำคาญเกินไปเอาเป็นว่าแยกกันตรงนี้ก็แล้วกัน ” เอ็กซ์หันหลังแล้วเดินออกไปจากสถานที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว
ทำเอานายหน้าคนนั้นอ้าปากค้างตกตะลึงกับสิ่งที่ตนเองโดนปฏิเสธ “ !!! ”
จบบท