ตอนที่ 16 หลุมพราง
กลางป่าเขตชายแดน ลึกเข้าไปกว่า 10 กิโลเมตร พื้นที่แถบนี้เป็พื้นที่ปลอดมนุษย์โดยสมบูรณ์ สัตว์อสูรทุกตัวล้วนอยู่ในระดับผู้เรียนรู้ หากลึกเข้าไปอีกเพียง 5 กิโลเมตรก็จะเข้าสู่เขตแดนของหุบเหวแห่งผู้บิดเบี้ยวแล้ว
พื้นที่เขตนี้ถือเป็ส่วนลึกของเขตป่า พื้นที่อันตรายที่แม้แต่เหล่านักผจญภัยระดับมรกตหรือกองทหารหน่วยย่อยที่นำโดยผู้เรียนรู้ระดับสูงก็ไม่้าย่างกรายเข้ามาหากไร้ซึ่งเหตุจำเป็
นิทานคอยลาดตระเวนป่านี้มาตลอดหลายปี เขาตามร่องรอยของสัตว์อสูรระดับสูงจำนวนมากในแถบนี้ คอยบันทึกทั้งถิ่นอาศัย แหล่งออกล่าและพื้นที่ขับถ่ายของพวกมัน พื้นที่แถบนี้เขานั้นลอบเข้ามาหลายครั้งแล้ว ด้วยคำแห่งพลัง จางหาย ของนิทานทำให้เขาและคีตาสามารถเข้าถึงพื้นที่อันตรายได้ปลอดภัยกว่าคนอื่นในระดับเดียวกันหรือแม้แต่ผู้ที่ระดับขั้นในการขีดเขียนชะตาสูงกว่าหลาย ๆ คน
ตามที่นิทานบันทึกไว้ พื้นที่แถบนี้คือพื้นที่ล่าที่แท้จริงของหมีั์สีเขียวเมื่อหลายปีก่อนตัวนั้น นิทานเฝ้าตามร่องรอยของหมีั์สีเขียวตัวนี้มาตลอดหลายปี ไม่ว่าจะเป็ข่าวการปรากฏตัวของมัน ความเสียหายที่มันก่อ หรือรายงานการพบเจอจากนักผจญภัยมากหน้าหลายตา
หลังจากการสืบค้นเป็เวลานาน นิทานจึงได้มั่นใจว่าชื่อสายพันธุ์ของหมีตัวนั้นคือ หมีขนมรกต
หมีขนมรกตเป็หนึ่งในผู้อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารในป่าแถบนี้ แม้มันยังเป็เพียงสัตว์อสูรระดับผู้เรียนรู้ 3 คำ แต่ความสามารถตามธรรมชาติของมันนั้นอันตรายเป็อย่างมาก
ความสามารถตามธรรมชาติของมันคือพละกำลังอันร้ายกาจที่เทียบเท่าได้กับสัตว์อสูรระดับผู้เรียนรู้ 4 คำ ความอึดและพลังชีวิตที่สูงส่งกว่าสัตว์อสูรในระดับเดียวกัน ยังไม่รวมถึงขนสีเขียวมรกตที่แข็งแกร่งราวเหล็กกล้า สามารถต้านทานคมดาบและหอกได้อย่างไร้รอยขีดข่วน
หมีขนมรกตเป็สัตว์กินเนื้อที่ไม่อยู่รวมฝูง มักออกล่าด้วยตนเอง แม้ในแต่ละวันมันไม่จำเป็ต้องบริโภคอาหารจำนวนมาก แต่มันรักการต่อสู้เป็อย่างยิ่ง ถึงแม้จะไม่ได้้าอาหาร แต่หากมันพบเห็นสัตว์อสูรอื่น 9 ใน 10 ครั้งมันย่อมเลือกจะโจมตีเหยื่อ
มีนิสัยบ้าเืตามสายพันธุ์ หวงถิ่นเป็อย่างมาก พร้อมสังหารใครก็ตามที่ล่วงล้ำอาณาเขตของมัน
แม้เหยื่อของมันอาจจะเป็สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งพอกัน หมีขนมรกตก็มักไม่หนีหรือเลือกแต่เหยื่อที่อ่อนแอกว่าอย่างสัตว์นักล่าอื่น ๆ ด้วยขนแข็งราวมรกตและเขี้ยวเล็บอันแข็งแกร่ง หมีขนมรกตจึงมักไร้คู่ต่อกรในสัตว์อสูรระดับใกล้ ๆ กัน
หมีขนมรกตตัวที่นิทานเจอนั้นเป็สัตว์อสูรระดับผู้เรียนรู้ 3 คำ จากการวิเคราะห์ของนิทานและคำบอกเล่าจากนักผจญภัยรายอื่นที่พบเห็น นิทานสรุปออกมาได้ว่าคำแห่งพลังทั้ง 3 คำของมันนั้นประกอบด้วย รวมพลัง เข็ม และ บ่อโคลน
อาจไม่ถูกต้องสมบูรณ์ แต่นิทานมั่นใจว่าย่อมไม่หนีไปจากนี้มากมายนัก
นิทานเฝ้าตามรอยของหมีขนมรกตตัวนี้โดยเฉพาะ หากพูดกันตามตรงแล้ว นิทานนั้นไม่ได้ติดใจอะไรเื่ที่เขาเคยแพ้มัน เื่ที่เขาติดใจจริง ๆ คือการที่หมีขนมรกตตัวนี้มันพยายามจะฆ่าคีตาต่อหน้าต่อตาเขา
หากในวินาทีนั้น หากคำแห่งพลังคำที่ 3 ของนิทานไม่ตื่นขึ้น คีตาก็คงไม่อยู่ตรงนี้กับเขาแล้ว
และเขาจะกลับไปอยู่ตัวคนเดียวอีกครั้ง
เพราะงั้นในเมื่อมีโอกาส เขาก็้าจะคิดบัญชี!
ในวันนี้ที่เขาเตรียมทุกสิ่งพรักพร้อม มันคือเป้าหมายที่เขาจะกำจัด
นิทานก้มหมอบอยู่ในพุ่มหญ้าขนาดใหญ่ บนตัวมีดินพอกทาไว้บาง ๆ เพื่อกลบกลิ่นร่างกายมนุษย์ พลังจางหายถูกใช้ออกอย่างต่อเนื่อง ร่างกายของนิทานเวลานี้สลัวเลือนรางคล้ายกับมองผ่านหมอกหนาทึบ
ร่างของคีตาฟุบอยู่บนต้นไม้ที่ห่างออกไปไม่ไกล ร่างของมันก็ถูกพอกไว้ด้วยโคลนบาง ๆ เช่นกัน ต้นไม้ที่คีตาฟุบอยู่เป็ต้นไม้ที่ใบทั้งต้นเป็สีน้ำตาล ลำต้นสีเข้ม ช่วยพรางร่างกายสีดำสนิทของคีตาให้มองเห็นได้ยากยิ่งขึ้น
ข้อจำกัดของพลังเชื่อมโยงของนิทานในปัจจุบันทำให้นิทานไม่สามารถเชื่อมโยงพลังให้คีตาและใช้พลังเองไปพร้อมกันได้ เขาสามารถเลือกทำได้เพียงทีละอย่างเท่านั้น แต่เขายังสามารถทับพลังแรงดึงดูดเพื่อลดน้ำหนักตัวให้ตนหรือคีตาได้
เวลาผ่านไปกว่า 3 ชั่วโมงแล้ว ร่างของนิทานและคีตายังไม่ขยับเขยื้อน ราวกับฝังตัวรวมไปกับธรรมชาติ กลายเป็พุ่มหญ้าและกิ่งไม้อย่างแท้จริง
เสียงหญ้าสั่นไหวในทิศทางที่นิทานและคีตาจับจ้อง ร่างั์ใหญ่สีเขียวย่างก้าวสี่เท้าออกมาจากแนวป่า ขนสีเขียวบนตัวเรียงแน่น กล้ามเนื้อและมัดกล้ามแน่นเกร็งจนสามารถมองเห็นลายกล้ามเนื้อได้ด้วยตาเปล่า ตาข้างซ้ายยังคงมีมีดเล่มเดิมฝังลึกลง โผล่พ้นมาเพียงด้ามมีด แม้แผลจะแห้งและสมานแล้ว แต่ร่องรอยและตัวมีดยังคงอยู่
หมีขนมรกต!
เมื่อมันก้าวมาถึงจุดล่าประจำของมัน นิทานกำมือขึ้นฟ้า ก่อนกดลงมาเบาๆ พื้นดินบริเวณใต้ฝ่าเท้าของมันสั่นไหวราวกับจะพังทลายลง
หมีขนมรกตที่รับรู้ได้ถึงอันตรายพองขนแหลมขึ้นเต็มแผ่นหลัง สัญชาตญาณสัตว์ป่าของมันสั่งให้ร่างของมันดีดตัวอย่างว่องไว พุ่งร่างออกจากจุดเดิม แม้มันจะตอบสนองไวมากแล้ว แต่นิทานกลับเตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว เท้าของหมีขนมรกตกลับรู้สึกได้ถึงความรู้สึกที่แสนคุ้นเคย สิ่งที่มันเคยประสบเมื่อหลายปีก่อน
เชื่อมโยง!
นิทานยังคงใช้วิธีเดิม เชื่อมโยงอุ้งเท้าของหมีขนมรกตไว้กับพื้น หยุดการเคลื่อนไหวของมันไปชั่วขณะ
หมีขนมรกตที่มีประสบการณ์มาก่อนแล้ว มันตัดสินใจฉับไว ร่างกายเรืองแสงขึ้นบาง ๆ พละกำลังมหาศาลผุดขึ้นมาจากร่าง มันเพียงกระชากเท้า พลังเชื่อมโยงของนิทานก็พลันไร้ผล วินาทีที่มันพุ่งตัวออกจากจุดเดิมอีกครั้ง ร่างเงาสีดำกระโจนลงจากต้นไม้ พุ่งเข้าใส่ใบหน้าทางด้านซ้ายที่ไม่สามารถมองได้ถนัด
คีตาเวลานี้คาบหอกเล่มเล็กไว้ในปาก ม้วนตัวเล็งไปที่ตาข้างขวาที่ยังเหลืออยู่ของมัน เมื่อคมหอกม้วนเข้ามาใกล้ สัญชาตญาณของมันก็ร้องเตือนถึงอันตรายเบื้องหน้า
หมีขนมรกตพองขนขึ้นอีกครั้ง คราวนี้หนามแหลมพุ่งกระจายออกไปรอบทิศ บดบังทุกวิถีการโจมตีจากทุกทิศทาง
พยุหะเข็มแหลมนับร้อยพุ่งกระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง ปักคาลงสู่พื้นดิน ต้นไม้ หินผา และทุกสิ่งรอบกาย
คีตาที่เตรียมพร้อมไว้อยู่แล้วม้วนตัวอีกครั้ง เสื้อคลุมสีน้ำตาลตัวใหญ่ที่กลางหลังก็แผ่กางออก นิทานจ้องมองไปที่พยุหะเข็มแหลม ใช้พลังเชื่อมโยงปรับวิถีบางส่วนให้เข็มแหลมพุ่งชนกันพร้อมทั้งลดน้ำหนักของเข็มแหลมบางส่วนเพื่อลดความเสียหายต่อตัวคีตา
เข็มแหลมที่เหลืออยู่พุ่งเข้าปะทะกับร่างของคีตาที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าคลุมสีน้ำตาล ผ้าคลุมนั้นเมื่อได้รับแรงปะทะกลับกลายเป็แข็งราวกับเปลือกไม้ เสียงแตกหักดังไปทั่วบริเวณ เมื่อฝนเข็มหยุดลง ร่างของคีตาก็พุ่งออกมาจากหลังผ้าคลุมอย่างไร้าแ
นิทานง้างธนูระดมยิงลูกศรคุณภาพสูงไปที่หมีั์ขนมรกตพร้อมเบนวิถีให้หักเหใส่ตาข้างขวาของหมีขนมรกต บีบบังคับให้มันต้องยกอุ้งเท้าหน้าขึ้นมาปัดป้อง เมื่อมันชะงักอยู่กับที่ เงาร่างสีดำก็กระโจนออกมาอีกครั้ง
คีตาที่ราวกับได้รับสัญญาณเปิดศึกะโไต่ไปตามต้นไม้ กระโจนขึ้นสูง ร่างกายไร้น้ำหนักโจนทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า โผล่ขึ้นไปอยู่บนอากาศบริเวณหลังของหมีขนมรกต นิทานเพ่งพลังไปที่คีตา พลันร่างของคีตาก็หนักขึ้นราวกับหินั์ ตกลงมาจากฟากฟ้า
หมีขนมรกตเมื่อเห็นคีตาหายออกจากระยะสายตาจึงพองขนเตรียมป้องกันตัวเองด้วยการจู่โจมรอบทิศทางอีกครั้ง
เห็นดังนั้น คีตานำผ้าคลุมสีน้ำตาลมารองด้านล่างของตน เมื่อผ้าคลุมัักับเข็มแหลมบนหลังของหมีั์ ผ้าคลุมพลันแข็งตัวอีกครั้ง กลายเป็ที่เหยียบอันปลอดภัยให้แก่คีตา มันกระทืบลงไปที่กลางหลังของหมีั์อย่างรุนแรง
ด้วยน้ำหนักตัวของหมีั์บวกด้วยแรงส่งของคีตา พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของมันไม่อาจทนรับน้ำหนักได้อีกต่อไป พังยุบลงไปกลายเป็หลุมพรางที่จมร่างของหมีขนมรกตไปกว่าครึ่งร่าง โผล่พ้นขึ้นมาเพียงลำตัวส่วนบนที่ก่ายผิวดิน
ภายในหลุมพรางประกอบด้วยหอกหลายสิบเล่มเสียบตั้งขึ้นมาจากหลุม แสงสะท้อนจากคมหอกบ่งบอกถึงความแหลมคมที่รอเสียบทำลายร่างใดก็ตามที่จมสู่คมหอก
หากในความเป็จริงแล้ว เมื่อร่างของหมีขนมรกตััคมหอก เสียงไม้หักพังจำนวนมากดังขึ้นพร้อมกัน
หอกหลายสิบเล่มที่ตระเตรียมไว้เป็อย่างดีไม่มีเล่มไหนสามารถเจาะเข้าิัแกร่งของมันได้แม้เพียงนิด หักพังลงกลายเป็เศษซากไม้อยู่ภายในหลุมพรางนั้นเอง
หมีขนมรกตคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว แม้หอกไม่อาจทำร้ายร่างกายมันแต่แรงปะทะย่อมสร้างความเ็ปให้แก่มัน
นิทานคาดการณ์ไว้อยู่แต่ก่อนแล้ว เพียงหวังว่าซากไม้ที่หักจะถมหลุมพรางให้หมีขนมรกตเคลื่อนไหวลำบากยิ่งขึ้น ถ่วงเวลาที่ร่างของมันจะคงค้างอยู่ในหลุมพราง นิทานง้างธนูอีกครั้งระดมยิงใส่ร่างที่ถูกฝังโผล่ออกมาเพียงครึ่งตัว
คีตาที่ถอยกลับออกมาหลังจากกระทืบหลังของหมีขนมรกตในเวลานี้พุ่งตัวเข้าชนโคนต้นไม้รอบข้าง
ต้นไม้ที่ดูแข็งแกร่งกลับหักโค่นลงอย่างง่ายดาย โคนต้นไม้ปรากฏรอยขาดอันเรียบเนียน มีเพียงส่วนน้อยที่ยังคงยึดตัวอย่างปกติ เพียงตั้งอยู่ได้อย่างไร้รอยต่อด้วยพลังเชื่อมโยงสายบาง เมื่อถูกแรงปะทะจากคีตา ส่วนสุดท้ายจึงพังทลายลง ดันให้ต้นไม้ใหญ่โค่นลงอย่างง่ายดาย
คีตาไม่หยุดเพียงแค่นั้น พุ่งร่างกระแทกเข้าใส่ต้นไม้ใหญ่รอบ ๆ บริเวณนั้นอย่างต่อเนื่อง ต้นไม้มากมายต่างพากันล้มทับใส่หลุมพรางอย่างพอเหมาะพอเจาะ
เศษไม้และใบไม้มากมายตีกระจายสู่พื้น เมื่อต้นไม้ใหญ่โค่นล้มลง ฝุ่นควันปริมาณมหาศาลฟุ้งตลบอบอวลกลายเป็ม่านควันที่บดบังการมองเห็น ซากของกิ่งไม้และเปลือกไม้ปลิวฟุ้งกระจาย จากป่าอันสงบสุขเวลานี้กลับอึกทึกครึกโครม
ท่ามกลางความวุ่นวาย ร่างหนึ่งพุ่งตัวเข้าใส่กลุ่มควันด้วยความเร็วสูง ในมือปรากฏหอกด้ามยาว
นิทานพุ่งเข้าใส่หมีขนมรกตด้วยจังหวะที่พร้อมเพรียงกับฝุ่นควันที่ตลบขึ้น หอกด้ามยาวในมือถูกกระชับไว้มั่น เกร็งพลังทั้งร่าง เสริมน้ำหนักให้แก่ปลายหอก
นิทานจดจำภาพเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนฝุ่นควันจะตลบขึ้นไว้ในหัว จดจ้องตำแหน่งสุดท้ายของหมีขนมรกต หอกในมือพุ่งออกไปด้านหน้า เสือกแทงจู่โจมเข้าใส่ดวงตาข้างขวาที่ยังหลงเหลืออยู่ของมัน
เสียงฉึกดังขึ้นเมื่อหอกของนิทานได้ััถูกบางสิ่งที่นุ่มและไร้แรงต้านยามเสียบแทง
“ไง คิดถึงพวกฉันรึเปล่า” นิทานยิ้ม