สู่เหนือสรรพสิ่ง

    ตอนที่ 68 ในเมื่อหนีไม่ได้ก็เข้ามา!

    สิ้นเสียงของชายชรา ซาอู๋เหิงก็ตวัดฝ่ามือสับลงกลางอากาศ พลันบังเกิดคลื่นพลังสีดำทมิฬสายหนึ่งพุ่งทะยานเข้าหาเขาด้วยความเร็วสูงจนแทบมองไม่ทัน!


    ดวงตาสีฟ้าครามของหลี่ซวนพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีครามเข้มลึกล้ำ 


    [ปฏิกิริยาตอบสนองถูกยกระดับขึ้นครึ่งเท่าในทันที!] 


    เขาผสานพลังเข้ากับวิชา 'คล้อยตามสายลม' เบี่ยงตัวหลบการโจมตีอันเฉียบขาดนั้นไปได้อย่างหวุดหวิด


    "หืม เจ้าเด็กนี่หลบได้?" มือสังหารเฒ่าอุทานเบา ๆ ด้วยความประหลาดใจ


    หลี่ซวนปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งท่ามกลางวงล้อมของเหล่ามือสังหารสวมหน้ากาก


    ฟึ่บ!


    เมื่อคนทั้งหมดมองมาทางหลี่ซวน พวกมันไม่รอช้า พุ่งทะยานเข้าจู่โจมเขาทุกทิศทางทันที ทว่าหลี่ซวนหาได้เปลี่ยนสีหน้าไม่ เขาเล็งเป้าหมายไปที่บุคคลที่ดูอ่อนแอที่สุด นั่นก็คือสตรีที่พาเขามายังที่แห่งนี้ ชายหนุ่มเร้นกายหายวับไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะไปโผล่ที่ด้านหลังของนาง พร้อมกับตวัดกระบี่ใช้วิชา 'วายุสะบั้นฟ้า' ฟันออกไปเต็มกำลัง!


    สตรีนางนั้นตอบสนองไม่ทันแม้แต่น้อย ความเร็วของหลี่ซวนนั้นเหนือล้ำกว่านางมากจนมองตามไม่ทัน 


    และเมื่อสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันรุนแรงที่แผ่ซ่านมาจากด้านหลัง นางก็ตระหนักได้ในทันทีว่าครานี้ตนคงไม่อาจรอดพ้นความตายไปได้แน่


    ทว่าในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย ร่างเงาสีดำกลับโผล่พรวดเข้ามาขวางหน้า แล้วใช้เพียงมือเปล่าที่อัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณปัดป้องคมกระบี่ของเขาออกไปได้อย่างง่ายดาย!


    ปั้ง! 


    ฝุ่นควันฟุ้งกระจายขึ้นเพียงเล็กน้อย เมื่อร่างของคนผู้นั้นปรากฏชัดเจน ก็พบว่าเป็นซาอู๋เหิงที่เข้ามาสกัดการโจมตีของเขาเอาไว้ หลี่ซวนรีบดีดตัวถอยร่นออกมาทันที ทว่าซาอู๋เหิงกลับย่ำเท้าเพียงก้าวเดียว ร่างของเขากลายเป็นเงาพุ่งทะยานด้วยความเร็วที่หลี่ซวนมองเห็นเป็นเพียงภาพเลือนราง ก่อนจะมาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าของชายหนุ่มในระยะประชิด!


    ‘แย่แล้ว!’ 


    หลี่ซวนร้องลั่นในใจ เขารีบยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาตั้งรับ พร้อมกับปลดปล่อย 'โล่ไอวิญญาณ' ออกมาคุ้มกายด้วยพลังเต็มสิบส่วน


    ทว่าชายชราตรงหน้าหาได้สนใจสิ่งกีดขวางเหล่านั้นไม่ เขาซัดฝ่ามือเงาทมิฬกระแทกทะลวงม่านพลังวิญญาณเข้าใส่แขนทั้งสองอย่างจัง!


    "ประทับเงา!"


    ปั้ง! ปั้ง! ปั้ง! ปั้ง! ปั้ง!


    ร่างของหลี่ซวนปลิวละลิ่วกระเด็นกระแทกต้นไม้อย่างรุนแรงจนทะลุหักโค่นไปหลายต้น และในวินาทีนั้นเอง ดวงตาสีครามเข้มของเขาก็คลายตัวกลับมาเป็นสีครามสว่างเช่นเดิม


    "เฮือก!" ชายหนุ่มแทบจะกระอักเลือดสด ๆ ออกมาจากการโจมตีเมื่อครู่ ท่อนแขนทั้งสองข้างเจ็บแปลบและชาไปหมด หากเขาไม่เคยผ่านการฝึกฝนวิชา 'กระบี่ก้องยุทธภพ' ที่ต้องคอยระเบิดแขนแล้วฟื้นฟูซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแขนแข็งแกร่งเหนือกว่าคนในระดับเดียวกันหลายเท่าล่ะก็ แขนของเขาคงแหลกละเอียดไปแล้ว!


    เขากัดฟันข่มความเจ็บปวด รีบดีดตัวลุกขึ้นมายืนตั้งท่าเตรียมพร้อมอีกครา


    ซาอู๋เหิงเห็นภาพตรงหน้าก็ถึงกับครุ่นคิดด้วยความงุนงงระคนประหลาดใจ


    ‘เจ้าเด็กนี่อยู่เพียงระดับลมปราณแรกเริ่มขั้นปลาย ทว่าเหตุใดถึงได้มีร่างกายและพลังที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้? การโจมตีเมื่อครู่ของข้า สมควรจะสังหารเด็กน้อยขั้นลมปราณแรกเริ่มอย่างมันให้ตายไปหลายรอบแล้วมิใช่หรือ?’ 


    สีหน้าของมือสังหารเฒ่าภายใต้หน้ากากที่เคยเรียบเฉย พลันปรากฏรอยยิ้มบางเบา


    ‘ช่างเถอะ การได้สังหารพวกเด็กอัจฉริยะพวกนี้ ถือเป็นงานที่ข้าถนัดที่สุดอยู่แล้ว!’


    เมื่อคิดได้ดังนั้น ซาอู๋เหิงก็ปลดปล่อยลำแสงอำมหิตอันรุนแรงออกมา หมายจะปลิดชีพหลี่ซวนให้จงได้ในคราเดียว


    "เงากระบี่สังหาร!"


    คมกระบี่ของชายชราพลันแปรเปลี่ยนเป็นเงาสีดำทมิฬ พุ่งทะยานเบี่ยงซ้ายสลับขวาไปมาราวกับอสรพิษ รวดเร็วและพิสดารจนไม่อาจจับทิศทางได้!


    หลี่ซวนเห็นท่าไม่ดี รีบรวบรวมพลังวิญญาณใช้วิชาที่เคยคัดลอกมาจากจ้าวเทียนเหอตอนงานพันธมิตรเมฆาออกมาตั้งรับในทันที! 


    'ฝ่ามือสยบแปดทิศเต็มกำลัง!' 


    เขายืนตั้งท่าพร้อมกับใช้ฝ่ามือทั้งสองกางเป็นม่านป้องกันที่แข็งแกร่งรอบกาย 


    แต่แล้ว... เรื่องเหนือความคาดหมายก็บังเกิดขึ้น!


    ซาอู๋เหิงเมื่อเห็นกระบวนท่าของคนตรงหน้าก็ถึงกับชะงักงัน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด! เขาตัดสินใจหักข้อมือเบี่ยงทิศทางกระบวนท่าสังหารของตนออกไปด้านข้างในชั่วพริบตา!


    ตูมมม!


    รังสีเงากระบี่สีดำพุ่งพลาดเป้าไปปะทะเข้ากับต้นไม้ใหญ่จนทะลุ ก่อนจะพุ่งปักลงพื้นดินอย่างจังจนเกิดเป็นหลุมลึกขนาดย่อม!


    หลี่ซวนที่เตรียมใจรับแรงกระแทกถึงกับยืนงง ไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดมือสังหารเฒ่าผู้นี้ ถึงได้เบี่ยงการโจมตีออกไปอย่างกะทันหันเช่นนั้น


    ทว่านี่คือ 'โอกาสทอง' ของเขาอย่างไม่ต้องสงสัย!


    ไม่รอช้า หลี่ซวนก็รีบใช้พลังวิญญาณเต็มสิบส่วน ผสานเข้ากับวิชา 'คล้อยตามสายลม' แล้วพุ่งทะยานหลบหนีหายไปจากจุดนั้นในทันที!


    ทางด้านซาอู๋เหิงที่กำลังตกอยู่ในห้วงความสับสน เมื่อตั้งสติได้เขาก็รีบหยิบยันต์แผ่นหนึ่งออกมา ร่ายอาคมใส่ราวกับเป็นยันต์ติดตามแล้วขว้างตามทิศทางที่หลี่ซวนหลบหนีไปทันที


    "พวกเจ้าสี่คน ตามยันต์นี้ไป! แต่อย่าเข้าไปใกล้จนเกินไปนัก คอยจับตาดูมันไว้ก็พอ!"


    กลุ่มมือสังหารแม้จะงุนงงว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น แต่ก็ไม่อาจขัดคำสั่งของผู้อาวุโสได้ พวกมันประสานมือรับโดยไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใด ก่อนที่สี่คนในกลุ่มจะเร้นกายติดตามเป้าหมายหายวับไปทันที


    ในยามนี้ จึงเหลือเพียงซาอู๋เหิงและมือสังหารสวมหน้ากากอีกสองคนยืนอยู่ ณ กลางป่า


    ซาอู๋เหิงยืนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชาและกดดัน


    "นี่มันหมายความว่าอย่างไร?"


    "ผะ... ผู้อาวุโสกล่าวถึงเรื่องอันใดหรือขอรับ?" มือสังหารหน้ากากตอบกลับด้วยความประหม่า


    "เหตุใดเจ้าเด็กนั่นถึงใช้วิชาหลักของ 'สำนักหยุนซาน' ได้?" ซาอู๋เหิงตวาดเสียงกร้าว "วิชานั้น... ไม่ใช่ว่ามันเป็นวิชาที่มีชื่อเสียงของสำนักหยุนซานและมีเพียงศิษย์หลักอันดับต้น ๆ หรือพวกระดับฐานวิญญาณเท่านั้นที่สามารถใช้ได้หรอกหรือ? หากมันเป็นบุคคลสำคัญของสำนักหยุนซาน... นี่ไม่ใช่ว่าพวกเจ้ากำลังพาข้าไปล่วงเกินผู้ยิ่งใหญ่เข้าหรอกรึ?"


    "ผะ..ผะ..ผู้อาวุโสเข้าใจผิดแล้ว! มันมิใช่คนของสำนักหยุนซานหรอกขอรับ เท่าที่เราสืบมา มันเริ่มใช้กระบวนท่านี้ตั้งแต่งานประลองพันธมิตรเมฆาแล้วขอรับ"


    "หืม? คนนอกสำนักกลับใช้วิชาหลักของสำนักหยุนซานได้งั้นหรือ? มันจะเป็นไปได้อย่างไร คิดว่าข้าโง่เขลานักหรือไงถึงได้กล้ามาเล่นลิ้นกับข้า!" ซาอู๋เหิงตวาดใส่


    "ผะ... ผู้น้อยพูดความจริงทุกประการ! เจ้านั่นเพิ่งเข้าสำนักเฟิงหยวนมาได้เพียงครึ่งปีกว่า ตอนนั้นมันยังอยู่แค่ระดับลมปราณแรกเริ่มขั้นกลางเท่านั้น นี่เป็นคำยืนยันจากปากของผู้อาวุโสในสำนักที่จ้างวานพวกผู้น้อยมานะขอรับ!"


    "อืม..." ซาอู๋เหิงครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ "จะจริงหรือไม่จริงข้าไม่รู้ แต่ข้าได้ลงมือล่วงเกินมันไปแล้ว หากปล่อยให้มันรอดกลับไปถึงสำนักได้ ย่อมต้องเป็นผลเสียต่อตัวข้าแน่ พวกเจ้าสองคนจงไปลบร่องรอยของมันซะ ค่อย ๆ ลบตามเส้นทางที่มันหนีไป ส่วนข้าจะตามไปสมทบกับเจ้าพวกนั้นเอง"


    "ขอรับ!"


    สิ้นคำสั่ง ซาอู๋เหิงก็เหินกายขึ้นสู่ฟากฟ้า ก่อนจะวาดกระบี่สีดำทมิฬเปลี่ยนร่างตนเองให้กลายเป็นเงา พุ่งทะยานหายไปในอากาศทันที


    ...


    ตัดมาทางด้านหลี่ซวนที่กำลังใช้วิชา 'ล่องลอยนภา' บังคับกระบี่ของตนพุ่งทะยานหลบหนีออกห่างด้วยความเร็วสูงสุดโดยไม่หันกลับไปมอง แม้เขาจะมี 'ผลึกพิทักษ์ชีพ' ที่สามารถรับมือกับระดับแก่นวิญญาณขั้นต้นได้ ทว่าศัตรูในยามนี้เป็นเพียงระดับฐานวิญญาณเท่านั้น หากไม่ถึงคราวเข้าตาจนจริง ๆ เขาไม่คิดจะใช้ไพ่ตายชิ้นนี้ให้เสียของเด็ดขาด


    ระหว่างที่เหินบินอยู่บนกระบี่ ในหัวของเขาก็พลันประมวลผลอย่างรวดเร็ว


    ‘จะเอาเช่นไรดี? ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ข้าสลัดเจ้านั่นไม่หลุดแน่... หากข้าลองสู้สุดแรงดูสักตั้ง แล้วอาศัยกินโอสถฟื้นฟูพลังวิญญาณเข้าช่วย ก็คงพอจะหาวิธีเอาตัวรอดได้บ้าง แต่หากเอาแต่วิ่งหนีเพียงอย่างเดียว เป็นไปไม่ได้เลยที่จะหนีพ้นเงื้อมมือของระดับฐานวิญญาณ!’


    ทว่าระหว่างที่เขากำลังครุ่นคิด ก็พลันมีเสียงแปลกประหลาดแผ่วเบาดังไล่หลังมา


    เมื่อเขาหันกลับไปมอง แล้วแผ่จิตสัมผัสออกไป ก็พบเข้ากับมือสังหารสวมหน้ากากทั้งสี่ ที่กำลังรวมพลังกันใช้อาคมบางอย่างจนเกิดเป็นม่านเงาสีเทา พุ่งทะยานไล่ตามมาอยู่ห่าง ๆ เหมือนคอยสังเกตการณ์เขา


    ‘นั่นมันวิชาอันใดกัน?’ เขาหันไปมองด้วยความสงสัย ก่อนที่สีหน้าจะแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ 


    ‘หึ! ในเมื่อมีแค่พวกเจ้าที่ตามมา ข้าก็จะขอจัดการพวกเจ้าก่อนเลยก็แล้วกัน!’


    ชายหนุ่มหันขวับกลับไป ก่อนจะบังคับทิศทางกระบี่พุ่งเข้าปะทะกับกลุ่มเงาเมฆนั้นทันที!


    เขาดีดตัวร่อนลงจากกระบี่ ใช้พลังวิญญาณดึงมันกลับมาคว้าไว้ในมือ ก่อนจะงัดกระบวนท่าที่คัดลอกมาจากจางเหว่ยออกมาใช้


    "วายุสะบั้นฟ้า!"


    ตูม!


    เขาตวัดฟันกระบี่วาดขึ้นด้านบนออกไปอย่างรุนแรง บังเกิดเป็นคลื่นพายุลมกรดซัดเข้าใส่ม่านเงาสีเทานั้น กลุ่มมือสังหารทั้งสี่ตกใจจนแทบไม่ทันตั้งตัว ต้องรีบกระโดดแยกย้ายหลบหลีกออกไปคนละทิศละทาง ปล่อยให้คลื่นลมที่ดุดันพุ่งเข้าปะทะกับพื้นป่าเบื้องล่างจนราบเป็นหน้ากลอง


    เมื่อหลี่ซวนเห็นคนเหล่านั้นแตกกลุ่มออกจากกัน เขาก็เริ่มต้นเปิดฉากเวลาแห่งการนองเลือดทันที!


    ในเมื่อคนพวกนี้มุ่งร้ายหมายเอาชีวิตเขา เขาก็จะมองพวกมันไม่ต่างอันใดกับสัตว์อสูรที่ต้องถูกกำจัด! เขาแผ่จิตสัมผัสออกไปจับตำแหน่งเป้าหมาย เมื่อพบร่องรอยของพวกมันทั้งหมด เขาก็ใช้วิชาที่ตนฝึกฝนมาอย่างช่ำชองทันที


    "คล้อยตามสายลม!"


    ฟึ่บ!


    ร่างของหลี่ซวนเลือนหายไปท่ามกลางอากาศในชั่วพริบตา ก่อนจะไปปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของมือสังหารสวมหน้ากากผู้หนึ่งที่กำลังทรงตัวจากแรงปะทะเมื่อครู่บนกิ่งไม้ใหญ่


    หลี่ซวนที่เห็นมันยังไม่ทันตั้งหลัก ก็ตวัดขาเตะอัดเข้าไปที่ข้อพับของมันเต็มแรงจนเสียสมดุล ร่างของนักฆ่าเอนเอียงไปทางขวา ก่อนที่เขาจะซัดหมัดกระแทกเข้าที่ขมับของมันอย่างรุนแรง โดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทันได้รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น!


    ปั้ง!


    ร่างของมือสังหารร่วงหล่นจากกิ่งไม้ตกลงสู่พื้นดินอย่างแรง หน้ากากหลุดกระเด็นออก เผยให้เห็นดวงตากลมโตที่เบิกค้าง ราวกับไม่อยากจะเชื่อว่าตนได้ตายไปแล้ว... มือสังหารผู้นี้ตกตายไปในทันที!


    เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นรวดเร็วมาก เร็วชนิดที่ว่าเมื่อมือสังหารอีกสามคนที่เหลือแผ่จิตสัมผัสไปตรวจสอบ ก็พบว่าสหายของตนได้ถูกปลิดชีพไปแล้ว หลังจากแยกตัวออกจากกลุ่มเมฆเมื่อครู่เพียงไม่กี่ลมหายใจเท่านั้น!


    เมื่อหัวหน้ากลุ่มมือสังหารเห็นท่าไม่ดีก็รีบตะโกนบอกพวกของตนอย่างตื่นตระหนก


    "รีบกลับมา อย่าแยกกัน! ลำพังพวกเราไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมั—"


    ทว่าหัวหน้ากลุ่มมือสังหารหน้ากากยังเอ่ยไม่ทันจบประโยค ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว...


    "คล้อยตามสายลม..."


    น้ำเสียงของหลี่ซวนที่บัดนี้เยือกเย็นดั่งมัจจุราช ดังแว่วขึ้นพร้อมกับร่างที่หายไปจากจุดเดิม และคืบคลานเข้าประชิดตัวหัวหน้ามือสังหารที่กำลังอ้าปากออกคำสั่ง เขาโผล่มาอีกครั้งพร้อมกับใช้มือข้างหนึ่งตะปบปิดปากมันไว้อย่างแน่นหนา ก่อนจะใช้กระบี่ตวัดตัดเข้าไปที่คอของมันเพื่อหวังสังหารในคราเดียว!


    แต่กลับพบว่าเมื่อกระบี่กำลังจะถึงคอ ก็มีลูกตุ้มเหล็กลูกใหญ่พุ่งเข้ามาขวางเขาไว้


    เพล้ง!


    เพียงเสี้ยววินาทีที่ลูกเหล็กกระทบเข้ากับตัวกระบี่ มันก็ทำหน้าที่ของมันโดยการระเบิดพลังทั้งหมดออกมา แรงอัดกระแทกนั้นมหาศาลจนทำให้ท่อนแขนของหลี่ซวนถึงกับต้องผงะถอยด้วยความตกใจ


    แต่ด้วยสัญชาตญาณ เขารีบพลิกแพลงสลับด้ามกระบี่ หันคมเข้าหาตัว พร้อมกับหมุนกายกลับไปมองยังทิศทางที่ลูกตุ้มเหล็กพุ่งมา โดยที่มืออีกข้างยังคงปิดปากหัวหน้ามือสังหารเอาไว้แน่น ก่อนจะแทงทะลวงกระบี่ในมือกลับหลัง เสียบทะลุหน้าท้องของหัวหน้ากลุ่มสังหารเข้าอย่างจัง!


    ฉึบ!


    "อื้อออ!"


    เสียงร้องอู้อี้ดิ้นรนด้วยความเจ็บปวดดังก้องอยู่ภายใต้ฝ่ามือของหลี่ซวน มันพยายามใช้แขนทั้งสองข้างดึงแขนของหลี่ซวนออกจากปากของตนอย่างหมดหนทาง


    ทว่าในตอนนี้ชายหนุ่มทำเพียงแค่มองตรงไปยังด้านหลัง ที่มือสังหารสวมหน้ากากอีกสองคนพุ่งทะยานเข้ามาโจมตีพร้อมกันอย่างรวดเร็ว!


    หลี่ซวนหาได้เปลี่ยนสีหน้าไม่ เขากระชากกระบี่ออกจากหน้าท้องของหัวหน้ากลุ่มอย่างเลือดเย็น โลหิตสด ๆ สาดกระเซ็น


    "อ๊ากกก"


    ร่างของหัวหน้ามือสังหารร่วงลงไปนอนกุมบาดแผลดิ้นทุรนทุรายพร้อมร้องเสียงโหยหวนอยู่บนพื้น หลี่ซวนไม่รอช้า ตวัดกระบี่ขึ้นฟ้าฟันสวนการโจมตีตรงหน้าไปอย่างรุนแรง!


    "วายุสะบั้นฟ้า!"


    คลื่นลมกรรโชกเกรี้ยวกราดซัดสาดเข้าใส่ร่างของพวกมันทั้งสอง มือสังหารทั้งคู่รีบรวบรวมพลังกาง 'โล่เงาสีเทา' ออกมาป้องกันสุดชีวิต ทว่ากลับพบว่าพลังของพวกมันนั้นห่างชั้นกันเกินไป โล่เงาปริร้าวและแตกสลายลงในพริบตา!


    มือสังหารทั้งสองเบิกตากว้าง คิดว่าตนเองคงต้องตายตกไปอย่างไม่ต้องสงสัย


    ทว่าในวินาทีวิกฤต กลับมีฝ่ามือปริศนายื่นเข้ามารับคลื่นกระบี่นั้นไว้ได้อย่างจัง!


    ปั้ง!


    แรงปะทะทำให้ฝุ่นผงคลุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ เพียงครู่เดียวเมื่อม่านฝุ่นจางลง ม่านไอวิญญาณสีดำทมิฬก็พลันปรากฏขึ้น พร้อมกับร่างของ 'ซาอู๋เหิง' ที่กำลังจ้องมองมาที่เขาเหมือนมองคนที่ตายไปแล้ว


    หลี่ซวนมีสีหน้าเคร่งเครียดและจริงจังในทันที


    "เจ้ามาก็ดีแล้ว... ในเมื่อหนีไม่พ้น งั้นข้ากับตาแก่อย่างเจ้าก็มาสู้กันให้ตายไปข้างหนึ่ง!"

    คล้ายกับเรื่องสู่เหนือสรรพสิ่ง ที่คุณอ่าน