ตอนที่ 53: ขุมทรัพย์ในหอโอสถ
หลังจากทำข้อตกลงกับท่านผู้เฒ่าเหมี่ยวแล้ว ชีวิตของเฟิงหวงก็เข้าสู่กิจวัตรใหม่ที่สงบแต่กลับเต็มไปด้วยความก้าวหน้า
ในยามกลางวัน "หอเมฆาคล้อย" ยังคงเปิดให้บริการเช่นเดิม แต่ด้วยชื่อเสียงที่โด่งดัง ทำให้ชาเมฆาคล้อยมักจะขายหมดเกลี้ยงภายในเวลาไม่กี่ชั่วยาม ทำให้เขามีเวลาว่างเหลือเฟือในแต่ละวัน และทุกๆ ต้นเดือน การจัดส่งชาสิบกาแรกไปยังสำนักหมอกครามก็ได้สร้างสายสัมพันธ์ที่มั่นคงและนำมาซึ่งหินวิญญาณจำนวนมหาศาล
ส่วนในยามบ่ายและยามค่ำคืน...คือเวลาที่แท้จริงของเขา
เขาใช้ป้ายหยกพิเศษที่ได้รับมาเพื่อเข้าไปยัง "หอตำราโอสถ" ของสำนักหมอกคราม มันคือขุมทรัพย์ทางปัญญาที่ยิ่งใหญ่ สถานที่แห่งนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของสมุนไพรวิญญาณและแร่ธาตุหายาก ตำรานับพันเล่มที่บันทึกศาสตร์การปรุงยาและการแปรธาตุของมัชฌิมภพถูกเก็บรวบรวมไว้ที่นี่
เฟิงหวงเริ่มต้นจากการศึกษาตำราพื้นฐาน เขาได้ค้นพบว่าศาสตร์การปรุงยาของโลกใบนี้ทรงพลังอย่างยิ่ง แต่มันกลับตั้งอยู่บน "ประสบการณ์" และ "สูตรสำเร็จ" ที่สืบทอดกันมา มันเหมือนกับการทำอาหารตามตำราโบราณที่รู้ว่าต้องใส่อะไรบ้างเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ แต่กลับไม่มีใครเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า "ทำไม" ส่วนผสมเหล่านั้นถึงทำปฏิกิริยาต่อกันเช่นนั้น
แต่สำหรับเฟิงหวงผู้มี "ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เคมี" จากโลกเก่า...นี่คือเหมืองทองคำ!
เขามองเห็นศาสตร์การปรุงยาในมุมมองที่แตกต่างออกไป เขามองเห็น "สารประกอบ" ที่ซ่อนอยู่ในสมุนไพร, "ตัวเร่งปฏิกิริยา" ในแร่ธาตุ, และความสำคัญของ "การควบคุมอุณหภูมิ" ที่แม่นยำด้วยพลังลมปราณ
เขาเริ่มทดลองในห้องลับของเขา เขาพบว่าตนเองสามารถ "ปรับปรุง" สูตรโอสถโบราณได้! เขาสามารถใช้สมุนไพรธรรมดาราคาถูกมาเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเพื่อดึงประสิทธิภาพของสมุนไพรวิญญาณราคาแพงออกมาได้มากขึ้น ลดปริมาณของที่ต้องใช้ลง แต่กลับได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น!
หลังจากศึกษาจนเข้าใจในหลักการพื้นฐานแล้ว เขาก็ตัดสินใจที่จะสร้าง "ผลิตภัณฑ์" ชิ้นที่สองขึ้นมา
เขาไม่ได้คิดจะปรุงโอสถเพิ่มพลังที่จะทำให้ตัวเองเป็นที่จับตา แต่เลือกที่จะเจาะตลาดที่ใหญ่และมีกำลังซื้อมหาศาล...ตลาดของเหล่าสตรีผู้ฝึกยุทธ์ที่รักสวยรักงาม
เขาค้นพบสูตรปรุง "ครีมบำรุงผิวธาราหยก" ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่สตรีชั้นสูง สูตรดั้งเดิมต้องใช้ "ดอกน้ำค้างหยก" ที่มีราคาแพงลิบลิ่ว
แต่เฟิงหวงกลับพบว่าสารสำคัญในดอกน้ำค้างหยกนั้น สามารถสกัดได้จาก "ดอกกลีบจันทรา" ธรรมดาๆ เช่นกัน แม้จะมีความเข้มข้นน้อยกว่ามากก็ตาม เขาจึงได้ใช้ศาสตร์การแปรธาตุที่เขาคิดค้นขึ้นใหม่...ใช้ผงแร่ราคาถูกเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา และใช้การควบคุมลมปราณอนันต์รักษาระดับ "ความร้อน" ที่คงที่และสมบูรณ์แบบในการสกัดและผสม
ผลลัพธ์ที่ได้คือ...ครีมบำรุงผิวที่มีเนื้อเนียนละเอียดดุจหยกและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ มันไม่เพียงแต่ให้ความชุ่มชื้น แต่ยังสามารถค่อยๆ ลบเลือนจุดด่างดำและทำให้ผิวของผู้ใช้เปล่งประกายรัศมีแห่งพลังปราณจางๆ ออกมาได้อีกด้วย! ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าสูตรดั้งเดิมหลายเท่าตัว!
เขาบรรจุมันลงในตลับหยกที่สวยงาม และตั้งชื่อมันว่า "ครีมเมฆาหยก"
เขาเริ่มต้นด้วยการวางขายมันเพียงสามตลับในร้าน ด้วยราคาที่สูงลิบลิ่วจนน่าตกใจ
ในตอนแรกไม่มีผู้ใดกล้าซื้อ แต่ในที่สุด ภรรยาของพ่อค้าใหญ่ผู้หนึ่งซึ่งเป็นลูกค้าประจำของชาเมฆาคล้อยก็ได้ตัดสินใจซื้อมันไปลองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
สามวันต่อมา...นางกลับมาที่ร้านอีกครั้ง! แต่คราวนี้มาพร้อมกับกลุ่มเพื่อนสตรีชั้นสูงอีกหลายคน ผิวพรรณของนางดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจนทุกคนต้องทัก!
"ท่านเจ้าของร้าน! ครีมนั่น...ยังมีอีกหรือไม่! ข้าเหมาหมด!"
"ครีมเมฆาหยก" ได้กลายเป็นสินค้ายอดนิยมที่สร้างปรากฏการณ์ในหมู่สตรีชั้นสูงของเมืองหมอกครามในชั่วข้ามคืน! มันกลายเป็นของล้ำค่าที่ทุกคนต้องมีไว้ในครอบครอง "หอเมฆาคล้อย" ไม่ได้เป็นแค่ร้านชาอีกต่อไปแล้ว แต่กำลังจะกลายเป็นแบรนด์สินค้าหรูหราระดับสูง
ความสำเร็จนี้ทำให้หินวิญญาณหลั่งไหลเข้าสู่มือของเฟิงหวงอย่างมหาศาล...แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ได้ดึงดูดสายตาที่ไม่เป็นมิตรเข้ามาด้วย
ณ หอร้อยสมบัติ (Hundred Treasures Pavilion)
หอการค้าที่ใหญ่ที่สุดและผูกขาดตลาดโอสถและเครื่องสำอางชั้นสูงในเมืองหมอกคราม
ผู้จัดการใหญ่...ชายกลางคนผู้มีแววตาเฉียบแหลมดุจเหยี่ยว กำลังจ้องมองตลับหยกที่ว่างเปล่าในมือด้วยสีหน้าที่เย็นชา ยอดขายครีมบำรุงผิวของพวกเขาตกลงอย่างน่าใจหายในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
"หอเมฆาคล้อย...ร้านชาเล็กๆ งั้นรึ?" เขาแค่นเสียงในลำคอ
เขาหันไปสั่งผู้ช่วยที่ยืนรออยู่ข้างๆ "ไปสืบมาให้ข้า...ว่าเจ้าของร้านแซ่เฟิงผู้ลึกลับคนนี้...เป็นใครกันแน่ และไปเอาสูตรครีมนั่นมาจากที่ไหน!"
พายุลูกใหม่ในโลกธุรกิจ...กำลังจะพัดเข้าใส่เฟิงหวงแล้ว