อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 35 แผนการร้าย (2)

            “นี่คือยาพลังปราณหิมะระดับสูงสิบกระปุก ระดับคุณภาพเหมือนกับครั้งที่แล้ว” เสว่อู๋เหินยังไม่ได้บอกว่าธุระอะไรเพียงแต่หยิบกระปุกหยกสีขาวออกมาสิบกระปุกวางไว้บนโต๊ะ

            “ไม่ดีกระมังนายน้อยเสว่ธุระครั้งที่แล้วยังทำให้ไม่สำเร็จเลย” เย่ชิงขวงปากพูดออกมาอย่างนั้นแต่ภายในดวงตากลับเต็มไปด้วยความปรารถนานี่มันยาล้ำค่าหายากระดับสูงเชียวนะครั้งที่แล้วที่แบ่งให้เย่หรงไปสี่กระปุกทำเอาเขาปวดใจอยู่หลายวันเลยทีเดียว

            ต้องเข้าใจว่าผู้ฝึกยุทธ์หลังจากที่เลื่อนขึ้นสู่ระดับขอบเขตเยี่ยมยุทธ์ต้องสะสมพลังปราณรบเป็นปริมาณมหาศาลถึงจะเลื่อนขึ้นสู่ระดับขั้นขอบเขตที่สูงขึ้นไปได้พลังปราณรบได้มาจากการดูดซับพลังฟ้าดินและยาต่างๆตระกูลเย่แม้จะมียาพวกนี้อยู่แต่ก็ดีไม่เท่าของตระกูลเสว่โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาไม่เหมือนเสว่อู๋เหินที่ถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งหัวหน้าตระกูลคนต่อไปนายนายใหญ่กับหัวหน้าตระกูลคนต่อไปแตกต่างกันมาก

            เสว่อู๋เหินแกล้งทำเป็นไม่เห็นความปรารถนาในสายตาของเย่ชิงขวงเขาแสร้งพูดออกมาอย่างเคอะเขินว่า “ไม่กลัวนายน้อยขวงจะหัวเราะเยาะ นางเด็กคนนั้นเหมือนกับผู้หญิงที่เป็นรักแรกของข้ามาก รักแรกของข้าถูกคนของตระกูลทำให้ตายดังนั้น...เมื่อสักครู่ข้าเพิ่งจะได้รับข่าวให้รีบกลับตระกูลโดยเร็ว จะเป็นไปได้ไหมว่าพรุ่งนี้เช้าข้าอยากพานางเด็กคนนั้นกลับไปด้วย”

            “เอ่ออ...” เย่ชิงขวงขมวดคิ้วเบาๆ สายตาจับจ้องไปที่กระปุกหยกสีขาวบนโต๊ะมีอาการอึดอัดขึ้นมา “ข้าเข้าใจความรู้สึกของนายน้อยเสว่ดีเพียงแต่ว่า...เรื่องนี้จัดการยาก ที่สำคัญคือนิสัยของนางเด็กคนนั้นแข็งกร้าวมากข้ากลัวว่านางจะฆ่าตัวตาย”

            เสว่อู๋เหินมองดูสีหน้าของเย่ชิงขวงเขายิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อหยิบเอากระปุกหยกสีเหลืองออกมาแล้วพูดขึ้น“นี่คือสามราตรีเมามายไม่มีสีไม่มีกลิ่นไม่มีรส เรื่องอีกสามวันให้หลังนายน้อยขวงไม่ต้องกังวลข้ารับประกันว่าจะปฏิบัติต่อนางเด็กคนนั้นอย่างดีส่วนเรื่องทางตระกูลเย่ก็ต้องรบกวนให้นายน้อยขวงช่วยจัดการให้เรียบร้อยเป็นพอ

            “อย่างอื่นข้าไม่กังวลมีเพียงไอ้ขยะเย่ชิงหานนั่นหรือก็คือพี่ชายของเย่ชิงอวี่ นิสัยก้าวร้าวดุดันเหมือนม้าป่าครั้งที่แล้วที่ถนนหนิวหลันท่านก็คงเห็นแล้วถึงเวลานั้นข้ากลัวว่ามันจะไปหาเรื่องที่หอผู้อาวุโสน่ะสิ”

            “นี่คือเคล็ดวิชาต่อสู้ระดับจักรพรรดิเล่มหนึ่งแต่ว่าเป็นเล่มที่ไม่สมบูรณ์ ถือโอกาสมอบให้นายน้อยขวงด้วยเลยแล้วกัน” เสว่อู๋เหินหัวเราะออกมาในใจ โยนสมุดเล่มสีเหลืองเก่าคร่ำครึออกไปเขาไม่เพียงรู้ว่าเย่ชิงหานเป็นพี่ชายของเย่ชิงอวี่เขายังรู้อีกว่าเย่ชิงหานไม่เพียงนิสัยกร้าวร้าวดุดันราวกับม้าป่าแต่พลังฝีมือยังดุดันกว่าม้าป่าเสียอีก ถ้าหากไม่ใช่เพราะเย่ชิงหานมีหรือที่เขาจะตัดใจเอาเคล็ดวิชาต่อสู้ระดับจักรพรรดิที่ประเมินมูลค่าไม่ได้เช่นนี้ให้เย่ชิงขวง

            “อ้อ? เคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิ?” ดวงตาของเย่ชิงขวงถูกสมุดเล่มสีเหลืองเก่าคร่ำครึนั้นดึงดูดไปภายในใจของเขาตื่นเต้นดีใจราวกับคลื่นซัดโหมกระหน่ำ เคล็ดวิชาต่อสู้แบ่งเป็นระดับมนุษย์ ระดับราชา ระดับจักรพรรดิ และระดับศักดิ์สิทธิ์เย่ชิงขวงแม้จะเป็นนายน้อยใหญ่ของตระกูลแต่ไม่มีโอกาสได้ฝึกฝนเคล็ดวิชาต่อสู้ระดับจักรพรรดิใดๆเลย วันนี้ได้รับโดยไม่คาดคิดและถึงแม้จะเป็นเล่มที่ไม่สมบูรณ์แต่ก็เป็นของที่ประเมินค่ามิได้อยู่ดี

            พลิกดูอย่างรวดเร็วอยู่รอบหนึ่งเย่ชิงขวงพลันลุกขึ้นในทันทีพร้อมกับพูดออกมาด้วยสีหน้าที่จริงจัง “พรุ่งนี้เช้าเจอกันที่ประตูใหญ่ทางทิศเหนือ”

            เสว่อู๋เหินยิ้มออกมาด้วยความยินดีนึกถึงคำโบราณบางประโยคขึ้น "จิตใจที่ยังคงซื่อสัตย์นั้นเป็นเพราะค่าตอบแทนที่ยังไม่มากพอ" ประโยคนี้ช่างเหมาะกับเย่ชิงขวงในตอนนี้อย่างที่สุด

            เย่ชิงเสลุกขึ้นมาตั้งแต่เช้าตรู่เช้ายิ่งกว่าไก่ที่ชาวไร่ชาวนาเลี้ยงไว้ที่อยู่นอกเมืองเสียอีกแม้ว่าที่ผ่านมาเขาจะไม่มีนิสัยตื่นเช้าเป็นปกติ แต่วันนี้ต่างออกไปเพราะว่าวันนี้เจ้านายของเขาเป็นผู้เรียกเขาให้ตื่นเอง

            เจ้านายของเขามีชื่อว่าเย่ชิงขวงเย่ชิงเสเป็นลูกชายของจ้าวเมืองเล็กแห่งหนึ่ง ลูกหลานสายเลือดบ้านเล็กของตระกูลเนื่องจากพรสวรรค์ในการฝึกพลังยุทธ์ค่อนข้างดี อายุสิบห้าได้เข้าร่วมเป็นศิษย์สายในของตระกูลจากนั้นจึงมาอยู่ภายใต้อาณัติของเย่ชิงขวงและได้รับความไว้วางใจจากเย่ชิงขวงอย่างรวดเร็วจนกลายมาเป็นมือขวาของเขาฐานะและตำแหน่งภายในตระกูลเรียกได้ว่าอยู่สูงกว่าพ่อของเขาที่เป็นจ้าวเมืองเมืองเล็กเสียอีก

            เย่ชิงเสเข้าใจดีว่าทั้งฐานะและตำแหน่งที่ได้รับล้วนมาจากเย่ชิงขวงดังนั้นเขาจะต้องพยายามอย่างสุดชีวิตเพื่อรับใช้ตามที่เย่ชิงขวงสั่งวันนี้ก็เช่นกันจึงจำเป็นต้องตื่นให้เช้ากว่าไก่

            เขาพาลูกสมุนมาด้วยสองคนพร้อมกับกระปุกหยกสีเหลืองเดินออกมาจากสวนเมามายลูกสมุนเป็นคนที่บิดาของเขาส่งมาให้ กระปุกหยกเป็นของที่เจ้านายกำชับว่าต้องเอามาด้วยจุดประสงค์ของการมาในครั้งนี้คือลานที่พักตระกูลเย่ฝั่งตะวันออกที่อยู่ห่างไกลหลังหนึ่ง

            พวกเขามาถึงลานที่พักเล็กๆที่คุ้นเคยแห่งนี้อย่างเงียบเชียบที่บอกว่าคุ้นเคยเพราะเมื่อไม่นานมานี้เขาถูกต้อนจนมุม ณ ที่แห่งนี้มาแล้วครั้งหนึ่งเด็กสาวแสนสวยที่ดูภายนอกอ่อนแอและบอบบางนั้นปฏิเสธเขาอย่างเด็ดเดี่ยวทำให้เขาถูกเจ้านายด่าไปยกใหญ่ สร้างความอับอายขายขี้หน้าเป็นอย่างยิ่งครั้งนี้เขาไม่อยากจะถูกด่าน้ำลายรดหัวเหมือนครั้งที่แล้วอีกดังนั้นเขานำลูกสมุนมาด้วยสองคนให้ยืนรออยู่ด้านนอกส่วนตนเองกระโดดขึ้นกำแพงปีนเข้าไป

            เขาหยิบมีดสั้นออกมาจากอกแล้วสะเดาะไปที่สลักไม้ที่ประตูเบาๆจากนั้นจึงมุดเข้าไป ห้องนี้ไม่ใช่ห้องของหญิงสาวแต่เป็นห้องครัวเขารู้ดีว่าเด็กสาวที่อ่อนแอและบอบบางคนนี้ชอบตื่นขึ้นมาหุงหาอาหารในทุกๆเช้าจนเป็นนิสัย ดังนั้นเขาจึงหยดของเหลวใสจากกระปุกหยกสีเหลืองลงไปยังที่ต่างๆเช่น น้ำมัน น้ำจากนั้นจึงหลบกลับออกไปแล้วนั่งรวมกับสมุนอีกสองคนคอยอยู่อย่างเงียบๆ

            เขาทำเช่นนี้กลายเป็นว่าทำเรื่องง่ายให้กลายเป็นเรื่องยุ่งยากแทนที่จะบุกเข้าไปในห้องของหญิงสาวตีให้สลบแล้วกรอกด้วยสามราตรีเมามายก็น่าจะง่ายดายกว่าที่ทำเช่นนี้ส่วนหนึ่งเพราะเจ้านายสั่งกำชับมาว่าต้องทำให้รอบคอบและตัวเขาเองคิดว่าวิธีการเช่นนี้ค่อยเหมือนที่พวกคนถ่อยที่เขาทำกัน

            เอี๊ยด

            หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมงฟ้าเริ่มสาง เด็กสาวเปิดประตูเดินออกมาอย่างตรงเวลา เดินตรงเข้าไปภายในห้องครัว

            เย่ชิงเสก็มีอาการตื่นเต้นอยู่ด้วยเช่นกันไม่ใช่ว่ากลัวคนเห็นเพราะอย่างไรที่แห่งนี้ก็ห่างไกลจากผู้คนเช้าขนาดนี้ยังไม่มีผู้คนผ่านไปมาแต่ที่ตื่นเต้นคือเพิ่งเคยทำเรื่องเช่นนี้เป็นครั้งแรก ใช้วิธีการที่เลวทรามเช่นนี้ภายในใจบังเกิดความรู้สึกแปลกๆขึ้น

            .................................

            เย่ชิงอวี่มองขึ้นไปยังท้องฟ้าด้วยความระทมทุกข์คิดถึงพี่ชายผู้ที่อยู่ห่างไกลออกไปเมื่อก่อนงานซื้อข้าวสารล้วนเป็นพี่ชายที่ทำตลอด ข้าวถังใหญ่กินใกล้จะหมดแล้ว ทำไมพี่ชายยังไม่กลับมาเสียที? เขาไม่รู้หรือว่าน้องสาวคนนี้ยกกระสอบข้าวหนักขนาดนั้นไม่ไหว?

            ลูบดูมีดเล่มเล็กที่อยู่ภายในอกเสื้อแม้จะเป็นเพียงมีดปลอกผลไม้แต่เมื่อเดือนก่อนก็ขู่เจ้าพวกสุนัขรับใช้ที่น่ารังเกียจเหล่านั้นได้สำเร็จมีดยังอยู่ในอกเสื้อก็รู้สึกปลอดภัยขึ้นมาหน่อย จากนั้นนางจึงทำการหวีผมและล้างหน้าสายตาเหลือบมองไปที่ขนมปังที่ทำจากแป้งหมี่ข้าวโพดที่อยู่ภายในตู้ คิดภายในใจท่านพี่หากวันนี้ท่านยังไม่กลับมาอีกข้าคงต้องกินขนมปังพวกนี้ไปตลอดแล้ว

            .................................

            “ใคร!”

            ยามเฝ้าประตูทั้งแปดที่สวมใส่ชุดเกราะหนายืนอยู่หน้าประตูจวนจ้าวเมืองต่างพากันอยู่ในอาการหนังตาหย่อนจนเกือบจะหลับแต่ว่าเสียงฝีเท้าของม้าที่ดังใกล้เข้ามาทำให้ทั้งแปดสะตุ้งตกใจตื่นขึ้นมาจากอาการง่วงเหงาหาวนอนสมองปลอดโปร่งขึ้นมาทันทีจากนั้นจึงร้องออกไปด้วยเสียงอันดัง

            “ข้าเอง เปิดประตู!”

            เย่ชิงหานใบหน้าดูซีดขาวเล็กน้อยหลังจากเดินทางติดต่อกันหลายวันโดยไม่ได้หยุดพักแต่เมื่อคิดว่าอีกไม่นานก็จะได้พบกับเจ้าของร่างที่บอบบางนั้นเขากลับมีกำลังขึ้นมาอีกครั้งแล้วกระโดดลงจากรถม้า

            เย่ชิงหานหยิบถุงก้อนผลึกพลังสีม่วงออกมาจากอกโยนให้องครักษ์คุ้มกันทั้งสี่คนที่ติดตามมากับรถม้าพร้อมกับพูดขึ้น “ลำบากพี่ชายทั้งหลายแล้ว นี่เป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆให้พี่ชายทั้งหลายไว้ดื่มเหล้าอบอุ่นร่างกาย”

            “นายน้อยอย่าได้เกรงใจ”หนึ่งในสี่องครักษ์คุ้มกันพยักหน้าพร้อมกับยิ้มออกมาคำพูดเต็มไปด้วยความเกรงใจและนอบน้อม จากนั้นจึงหมุนตัวจากไป

            ยามเฝ้าประตูทั้งแปดเบิกตากว้างอ้าปากค้างมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าพวกเขาฝึกการพิจารณาคำพูดและสังเกตสีหน้าของคนมาเป็นเวลานานหลายปีรู้ได้ทันทีว่ารถม้าที่หรูหราโอ่อ่าคันนั้นราคาสูงมากแค่ไหนและยังมีน้ำเสียงเคารพนอบน้อมที่แสดงออกมาจากองครักษ์ระดับสูงเมื่อสักครู่มองดูนายน้อยลำดับเจ็ดที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกหน้าคนนี้รู้สึกราวกับว่าเขามีอะไรที่เปลี่ยนไปเพียงแต่ไม่สามารถบอกได้ว่ามีอะไรที่แตกต่างออกไป ท้องฟ้าที่อยู่บนหัวของนายน้อยลำดับเจ็ดคล้ายกับว่ากำลังจะเปลี่ยนไปแล้ว

            “อรุณสวัสดิ์นายน้อยลำดับเจ็ด”ยามคนหนึ่งพูดขึ้นก่อนอย่างเกรงอกเกรงใจ ส่วนอีกคนที่อยู่ข้างๆรีบเร่งเปิดประตูในทันที

            “อืม” เย่ชิงหานพยักหน้าตอบรับเบาๆรู้สึกไม่คุ้นเคยกับท่าทีที่เปลี่ยนแปลงไปของพวกยาม แต่ทว่าจังหวะฝีเท้าก็ไม่ได้หยุดชะงักลงแต่อย่างใดยังคงมุ่งหน้าไปยังลานที่พักเล็กๆ ของตนเองอย่างรวดเร็ว 

    คล้ายกับเรื่องอสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810