“อย่ามาทำปากดีหน่อยเลยเราน่ะ ทำเป็ประมาทไป การหาเมียดีๆ ไม่ใช่ผู้ชายหน้าไหนจะทำได้นะ และไม่ใช่ใครๆ จะโชคดีเหมือนที่พ่อเราได้แม่มาเป็เมียด้วย”
จิรเดชปรายตามองภรรยาอย่างตำหนิน้อยๆ ขำนิดๆ เอือมหน่อยๆ แต่มีหรือคนถูกมองจะสะทกสะท้าน
“อย่ามามองฉันแบบนี้นะคุณเดช ไม่ช่วยลูกแล้วก็ไม่ต้องมาขวาง” แถมดุใส่อีกต่างหาก
“เฮ้อ!!! ยังไม่ทันจะได้อ้าปากพูดอะไรก็ถูกดักคอไว้ซะแล้ว จำไว้นะตาจิณ ถ้าจะหาสะใภ้ให้ถูกใจแม่เรา ต้องเลือกแบบนี้”
คนพูดปรายตาไปทางภรรยาด้วยท่าทีไม่จริงจังนัก ทำเอาจิณณวัตรหัวเราะชอบใจ
“ไม่ต้องมาหัวเราะกลบความผิดเลยนะตาจิณ บอกมาดีๆ ว่าเมื่อคืนหอบแม่นั่นไปไหน แม่เห็นมองๆ กันั้แ่ไปดูน้องซ้อมเดินวันแรกๆ แล้วนี่ บอกมาไม่งั้นมีเื่”
“โธ่!!! คุณแม่ครับ ผมยังไม่ได้ซีเรียสเื่นี้กับผู้หญิงคนไหนหรอกครับ เพราะอยู่ใน่สรรหาอยู่ ไม่ต้องห่วงหรอกครับว่าผมจะคว้าคนไม่ดีมาให้ รับรองว่าถ้าเจอคนตรงใจ ผมจะรีบพามากราบคุณแม่เป็เื่แรกเลยครับ”
“ก็ดี แต่อย่าลืมใส่น้องเนมไว้ในรายชื่ออันดับต้นๆ ของเราด้วย”
เมื่อเห็นท่าทีจริงจังของลูกชาย แม่ค่อยเบาใจลงมาหน่อย สายตาก็เหลือบไปเห็นเลขาสาวกำลังจะเดินผ่านห้องอาหารไป จึงรีบกวักมือเรียกในทันที
“มาแล้วเหรอตะวัน กินอะไรหรือยัง มานั่งกินด้วยกันสิ”
คนถูกเชิญเดินเข้ามาตามคำสั่งพร้อมกับยกมือไหว้ ซึ่งเป็ธรรมเนียมปฏิบัตินับั้แ่ก้าวเข้ามาอยู่ภายใต้ชายคาวัชราเวโรจน์แล้ว
“ถ้าอีกครึ่งชั่วโมงยังไม่เห็นมา ฉันว่าจะให้คนโทรไปตามอยู่เชียว กลัวจะลืมงานที่ฉันสั่งไว้น่ะ ว่าแต่เมื่อคืนเป็ไงบ้าง กลับกันกี่โมงกี่ยามล่ะ”
มีหลายครั้งที่อาทิตยาจะนั่งรายงานเ้านายควบคู่กับการจิบกาแฟและกินของในจานนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้น แต่เช้านี้รู้สึกเหนื่อยและหิวโซเต็มที อีกทั้งลืมตาตื่นมาก็รีบวิ่งอาบน้ำแต่งตัวกลัวจะมาช้า
คราวนี้เลยรายงานไปกินอย่างจริงจังไป เ้านายก็ซักไปเรื่อยๆ จนจิรเดชอดสงสารไม่ได้ จึงหันไปเตือนภรรยาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ให้ตะวันกินอิ่มก่อนค่อยถามก็ได้หรอกคุณ วันนี้อยู่นี่ทั้งวัน”
“แม่ตะวันอยู่แต่ฉันกับยัยแอ๊ฟจะไม่ได้อยู่น่ะสิ เพราะต้องไปขัดเนื้อขัดตัวเต็มครอส ผิวจะได้เนียนๆ เวลาถ่ายรูปออกมาจะได้สวยๆ ผู้ชายอย่างคุณจะไปรู้อะไร แค่เห็นเมียกับลูกบนหน้าปกออกมาสวยๆ ก็พอใจแล้ว แต่ไม่ได้คิดเลยว่ากว่าจะออกมาสวยได้ขนาดนั้นฉันต้องไปนั่งขัดนอนขัดตัวเกือบจะทั้งวัน”
นอกจากจะไม่ฟังแล้วยังหันไปแหวใส่สามีคำรบสองอีก แถมดึงเื่อื่นมาสวดซ้ำสวดซ้อน กระทั่งกินอิ่มและเดินออกไป ห้องอาหารถึงได้เงียบลง จิณณวัตรกลั้นขำกับอาการนิ่งอึ้งของพ่อไม่อยู่เลยปล่อยก๊ากออกมา
เพราะไม่ค่อยจะได้เห็นอาการแบบนี้บ่อยครั้งนัก ส่วนน้องๆ กับอาทิตยากลับกินเฉย และเห็นถือเป็เื่ธรรมดาๆ จนชาชินแล้ว แถมไม่กล้ามีใครขัดใจด้วย
นับั้แ่เริ่มชมจันทร์ป่วยเป็โรคหัวใจเมื่อหลายปีก่อน เลยได้ใจใหญ่ จะเสกจะสั่งใครก็มักจะได้ตามนั้นจนกลายเป็นิสัยเอาแต่ใจขึ้นมาอีกอย่างเข้าไปแล้ว
“ขำเข้า! แกไม่ได้เมียเหมือนฉันบ้างให้มันรู้ไป”
ผู้พ่อทำเสียงเครียดใส่แต่ไม่จริงจังมากนัก
“โอ๊ย!!! ไม่มีทางครับ คนจะเป็เมียผมต้องพูดเพราะๆ หวานๆ ว่านอนสอนง่าย บอกหันไปทางไหนก็ต้องได้อย่างนั้น ให้ใส่ชุดไหนให้ทำอะไรจะต้องได้ตามสั่ง ประเภทจะมาเป็เมียและแม่ในเวลาเดียวกัน ผมไม่เอามาทำพันธุ์เด็ดขาด”
คนเป็ลูกออกท่าทีจริงจังขึ้นมา ทำเอาทุกคนหัวเราะออกมาด้วยความขำ ยกเว้นอาทิตยาที่อยากจะหัวเราะให้ฟันร่วงหมดปากด้วยซ้ำ แต่ก็ทำได้แค่ยิ้มอย่างมีเลศนัย
เพราะคิดว่าคุณชายเนี้ยบคงได้อยู่เป็โสดไปตลอดชาติแน่ ผู้หญิงอย่างว่าน่ะคงหาได้หรอกในสมัยนี้ แล้วก็รีบขอตัวไปทำงานแม้จะยังไม่อิ่มก็ตาม
โดยไม่ทันได้สังเกตว่าสายตาคมจับจ้องมองเห็นรอยยิ้มกวนประสาทของเ้าหล่อนโดยบังเอิญ พอทุกคนไม่อยู่บ้านเขาจึงได้ทีเดินไปห้องทำงานแล้วยืนเอาไหล่พิงขอบประตู จ้องมองยัยหัวถั่วงอก
ที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็หัวจุกแทน และกำลังวุ่นกับเอกสารประหนึ่งเป็งานสำคัญซะเต็มประดา กับอีกแค่งานบ้านๆ จะมีอะไรให้ทำนักหนา
“คุณว่าผมจะหาผู้หญิงอย่างนั้นไม่ได้เหรอ เห็นยิ้มเยาะเย้ยใหญ่เลย”
คนถูกถามสะดุ้งน้อยๆ เพราะไม่รู้ว่าเขามายืนอยู่ั้แ่เมื่อไหร่ พอตั้งสติได้ก็จ้องมองเขาด้วยท่าทียียวน ตามด้วยประโยคกวนประสาท เพราะอดรนทนไม่ได้เมื่อเขาไม่ยอมเลิกรา ต้องดิ้นมาหาเื่ถึงที่
“เปล๊า!!! คุณออกจะเพอร์เฟ็กต์ คงจะมีผู้หญิงเป็ร้อยเรียงแถวมาให้คุณจีบล่ะมั้งคะ ประเภทสวยใสไร้สมอง สั่งหันซ้ายหันขวา เดินหน้าถอยหลัง นั่งนอนเป็เวลาอย่างนี้มีเยอะแยะขอให้เงินถึงก็พอ”
“รวมทั้งคุณด้วยหรือเปล่าล่ะ”
ชายหนุ่มเดินมานั่งบนโต๊ะทำงานด้วยสายตาท่าทียียวนกวนประสาทไม่แพ้กัน แถมด้วยคำถามที่คนฟังอยากจะสำรอกมื้อเช้าออกมาด้วยซ้ำแต่ก็ไม่ได้ทำ นอกจากใช้เท้าถีบพื้นให้ตัวไถลไปพร้อมกับเก้าอี้ล้อเลื่อน จะได้ออกห่างๆ เขาหน่อยและจะได้มองหน้าเขาชัดๆ
“ฉันดูเป็ผู้หญิงสวยใสไร้สมองในสายตาคุณมากเหรอคะ ถึงได้มาถามฉัน”
จิณณวัตรยักไหล่ขึ้นอย่างไม่แยแส ก่อนจะยิ้มน้อยๆ ออกมาด้วยความขำ เมื่อภาพในอดีตมันลอยมาอยู่ตรงหน้า
“อืม!! ตอนนี้ไม่แล้วล่ะ แต่ถ้าเป็เมื่อสิบกว่าปีก่อนนี่คุณเข้าข่ายนั้นเลยนะ แต่ไม่สวยไม่ใส มีแค่คุณสมบัติอย่างหลังน่ะ”
อาทิตยาผุดลุกจากเก้าอี้ทันที แล้วจ้องมองเขาตาขวาง เมื่อคิดถึงงูสีทองๆ อันน่าสยดสยอง คิดถึงตัวเองว่ายน้ำจะจมแหล่ไม่จมแหล่อยู่ในสระ และคิดถึงบ่อหมักเหม็นๆ ที่ตัวเองถูกผลักลงไปขึ้นมาได้ไม่ยากเย็นเลยสักสิด
และมันก็ทำให้ความโกรธเกลียดในตัวคนเป็ต้นเหตุผุดขึ้นมารวดเร็วอย่างช่วยไม่ได้ด้วย แต่เพราะความใจเย็น และตัวเองโตขึ้นมากแล้ว บวกกับเขาคือลูกเ้านาย ทำให้ไม่อยากจะขุดคุ้ยเื่เก่าออกมาเล่าใหม่
ร่างผอมบางจึงก้าวผ่านเขาไปหมายจะออกจากห้องให้มันรู้แล้วรู้รอด แต่เ้าของร่างสูงใหญ่นึกสนุกขึ้นมา เลยแกล้งเหยียดขายาวๆ ไปขวางทาง
“อุ๊ย!!!”
จนร่างบางเสียหลักเซไปไม่เป็ท่า ทว่าเขาก็รวดเร็วมากพอที่จะรีบคว้าเอาไว้ไม่ให้เ้าหล่อนล้ม เป็เหตุให้จมูกโด่งได้ชนกับแก้มนุ่ม แขนแข็งแรงได้กอดร่างนิ่มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แถมกอดไม่ยอมปล่อยอีกต่างหาก แม้อีกคนจะตั้งหลักและยืนด้วยตัวเองได้แล้วก็ตามที
“ปล่อยสิ!!”
จนต้องรีบดันอกเขาออกห่าง ด้วยหวาดหวั่นว่าจะมีใครมาเห็น แต่อีกคนอยากจะแกล้งเ้าของสีหน้าตื่นตระหนกเล่นให้หายซ่าซะบ้าง จึงแกล้งกอดไว้อย่างนั้น และกอดแน่นกว่าเดิมเมื่อเ้าหล่อนดิ้นรน แล้วยังส่งสีหน้ายียวนกวนประสาทไปหาพร้อมกับน้ำเสียงนุ่มนวล ด้วยประโยคเย้าแหย่
“อะไรกันคุณ ผมรึก็อุตส่าห์ช่วยรับไว้ไม่ให้คุณล้ม นอกจากจะไม่ขอบคุณแล้ว ยังจะมามองตาขวางอีก ยัยถั่วงอกเอ๊ย”
“คุณจิณ!!! หยุดเรียกฉันแบบนี้นะ ปล่อย!!!”
เ้าของร่างบอบบางพยายามจะดิ้นรน เพราะโกรธจนหัวฟัดหัวเหวี่ยงเมื่อได้ยินสรรพนามของตัวเองหลุดออกมาอีก หลังจากไม่เคยแว่วเข้าหูมาเป็สิบปีแล้ว แถมเขาก็ยังรัดวงแขนแน่นเข้าอีกเมื่อคนในอ้อมกอดดิ้นหนักขึ้น
“คุณตะวันคะ!!!”
จำได้ดีว่าเป็เสียงผ่อนที่ดังมาจากทางห้องรับแขกและคงกำลังจะตรงมาหาแน่
“ปล่อย!!!”
อาทิตยาดิ้นรนออกจากวงแขนเขาได้สำเร็จเมื่อฮึดสู้แรงหนักกว่าเดิม แต่หารู้ไม่ว่าเขาเองก็ผ่อนแรงลงไปเกินครึ่ง และยิ้มด้วยความขำตามร่างบอบบางที่ออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
“มีอะไรคะป้า”
และถามผ่อนด้วยสีหน้าตื่นๆ พร้อมกับคว้าแขนผ่อนให้เดินกับทางเดิม ด้วยไม่อยากให้เห็นว่ามีอีกคนอยู่ในห้องนั่นเอง
“อ้อ! ป้าจะมาถามว่าให้เอาแจกันอันไหนออกมาเช็ดบ้างคะ”
“งั้นตะวันจะพาไปเลือกค่ะ”
อาทิตยาจึงจูงมือผ่อนเดินไปยังห้องเก็บของที่มีแหม่มรออยู่ก่อนแล้ว แม้ใจจะโกรธอยู่บ้าง แต่ก็พยายามสงบสติอารมณ์แล้วทำงานตามปกติ เพราะต้องคอยดูแลความเรียบร้อยของบ้านทุกมุม
แถมจะต้องให้แหม่มเอาแจกันอันใหม่ราคาแพงลิบลับมาแทนของเก่าให้สวยงาม ดอกไม้ก็ต้องจัดใหม่และต้องเป็ดอกไม้สด แถมจะต้องมีแจกันตั้งไว้เกือบจะทุกมุมบ้านก็ว่าได้
กว่าจะเสร็จงานก็ค่ำมืด วันรุ่งขึ้นก็ต้องมาแต่เช้ากว่าปกติ เพราะทีมงานถ่ายทำจะมาเช้าเช่นกัน ในครัวก็ต้องวิ่งวุ่นเตรียมมื้อเช้าไว้ต้อนรับ
ตามด้วยมื้อเที่ยงเผลอๆ จะต้องมีเย็นเพิ่มเข้าไปอีกหากงานเสร็จช้า ถึงไม่ช้าคนเป็เ้านายก็ต้องโชว์ความใจป้ำเอ่ยปากชวนทุกคนอยู่ร่วมโต๊ะอยู่ดี
+++++
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ



















