ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 34 แก้ไข
ขณะนี้พื้นดินที่สั่นสะเทือนค่อยๆ กลับสู่สภาวะปกติ
จินในชุดคลุมสีขาวมองดูร่างเด็กหนุ่มที่ล้มคะมำอยู่กับพื้น ก่อนจะเอ่ยต่อไปว่า
“ลุกขึ้นมา! ลองอีกครั้ง”
เด็กหนุ่มดันร่างขึ้นมาจากพื้นตามคำสั่งของบรรพบุรุษ ก่อนจะออกหมัดอีกครั้ง
ครืน!
ผืนแผ่นดินใต้เท้าสั่นไหวอย่างรุนแรงอีกครั้งหนึ่ง ส่งผลให้ร่างของเด็กหนุ่มเสียหลักล้มลงไปอีกครั้ง แต่คราวนี้สภาพดีกว่าครั้งก่อนมากเพราะรู้ตัวก่อนว่าจะมีสิ่งใดเกิดขึ้น
“อีกครั้ง” เสียงของบรรพบุรุษในชุดสีขาวยังคงดังต่อไป
คาลอสไหนเลยจะทัดทานบรรพบุรุษได้ พยายามลุกขึ้นยืนใหม่อีกครั้ง สายตามองไปเห็นต้นไม้ใหญ่ด้านข้างของตน กิ่งไม้ด้านบนเอนไหวไปมา แต่รากยังยึดเกาะผืนดินแน่นไม่ขยับไปไหน ในใจก็ตั้งสติ คิดทบทวนถึงคำพูดที่ผ่านมาของชายหนุ่มเบื้องหน้า ความคิดบางอย่างผุดขึ้นในหัวของเด็กหนุ่ม
'รากฐานเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเพลงหมัดแปดทิศ หากรากฐานแข็งแรงมากพอ เคล็ดวิชาก็จะสมบูรณ์' ร่างของชายหนุ่มตั้งท่าเตรียมพร้อม ก่อนจะก้าวขาไปด้านหน้าหนึ่งก้าว ย่ำผืนดินอย่างมั่นคง กระแทกหมัดออกไปด้านหน้า
“ย่ะ”
แขนเหยียดออกไปได้จนสุด ก่อนที่ร่างของชายหนุ่มจะเซไปด้านข้างเล็กน้อย คราวนี้ไม่ได้ล้มลงไปกับพื้น
“ดีขึ้น เจ้าน่าจะพอจับจุดอะไรได้บ้างแล้ว” ใบหน้าของจินดูเปลี่ยนเป็นจริงจังมากขึ้น พยักหน้าให้กับคาลอสเล็กน้อย
“อีกครั้ง!”
สิ้นเสียงของจิน คาลอสก็รีบตั้งท่าใหม่อีกครั้งหนึ่ง
ขาขวาก้าวย่างไปด้านหน้า กระแทกฝ่าเท้าลงกับพื้น พร้อมกับปล่อยหมัดตามออกไปติดๆ เพียงชั่วเสี้ยววินาที
ครืนนน!
แผ่นดินไหวรุนแรง กิ่งไม้สั่นไปมา แต่ร่างของคาลอสยังคงเหยียบยืนอยู่บนพื้นโดยไม่มีอาการสั่นสะท้าน สายตามุ่งมั่นมองไปที่ปลายหมัด ก่อนจะค่อยๆ ดึงขาซ้ายให้ก้าวนำหน้าพร้อมปล่อยหมัดออกไปอีกหมัดด้วยความต่อเนื่อง
“ดี!” ชายหนุ่มชุดขาวมองคาลอสด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะยกแขนขวาขึ้นมาเบื้องหน้า “เตรียมรับมือ!”
หลังจากสิ้นเสียงตะโกน ร่างสีขาวก็กระทืบเท้าพุ่งเข้าหาคาลอส ฝ่ามือพุ่งอัดกระแทกเข้าไปอย่างรวดเร็ว
คาลอสเองลนลานอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะจัดระเบียบร่างกาย ชักเท้าซ้ายกลับหลัง งอแขนที่ปล่อยหมัดออกไป ดันศอกขึ้นงัดฝ่ามือที่พุ่งเข้ามา
ร่างของคาลอสเซไปตามแรงผลักของฝ่ามือ แต่โชคดีที่เท้าซ้ายของเขายังปักหลักมั่นคงอยู่ ภายในใจคิดว่าควรจะถอยหลังกลับดีหรือไม่ แต่ได้ยินเสียงของชายหนุ่มชุดขาวดังขึ้นมาซะก่อน
“กับศัตรูที่มีช่องโหว่ให้ติดพัน จงรุกเข้าหา อย่าให้โอกาสอีกฝ่ายโจมตีเต็มกำลังต่อไปได้”
นั่นทำให้คาลอสตัดสินใจถ่ายเทน้ำหนักไปที่เท้าขวา ปล่อยหมัดระยะสั้น ดึงกำปั้นขึ้นจากช่วงเอว พุ่งเป็นเส้นตรงอัดเข้าที่ลำตัวของชายชุดขาว จนอีกฝ่ายชะงักกึก จึงค่อยเปลี่ยนทิศทางของแขนซ้ายให้ฟาดศอกตามเข้าใส่อีกครั้งหนึ่ง
จินในรูปลักษณ์ชายหนุ่มชุดขาว รีบผละถอยออกในทันทีก่อนที่จะโดนโจมตีไปมากกว่านี้
“ดีมาก รากฐานของเจ้าเริ่มมั่นคงขึ้นแล้ว เหลือเพียงแค่การตัดสินใจในสถานการณ์จริง......มาต่ออีกรอบเถอะ คราวนี้ข้าจะเอาจริงแล้ว เตรียมรับมือให้ดี” ชายหนุ่มชุดขาวแสยะยิ้มออกมาก่อนจะพุ่งเข้าใส่คาลอสด้วยความรวดเร็ว
ทั้งคู่ต่อสู้ผลัดกันรับผลัดกันรุกอยู่นานสองนาน จนในที่สุดร่างของคาลอสก็ทนความเหนื่อยล้าไม่ไหวล้มพับลงไปนอนแผ่อยู่กับพื้น ปากก็เป่าลมออกมาราวกับหายใจไม่ทัน
ร่างชายหนุ่มในชุดขาวค่อยๆ นั่งลงบนม้านั่งที่โผล่มาด้านหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็รู้ เขามองร่างเด็กหนุ่มบนพื้นครู่หนึ่งก่อนจะดีดนิ้วหนึ่งครั้ง
สายลมพัดผ่าน สาดความสดชื่นเข้าสู่ร่างที่นอนแผ่อยู่บนพื้น แล้วยกร่างนั้นให้ลุกขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ที่เตรียมเอาไว้ให้
ความเหนื่อยล้าทุกอย่างของคาลอสบัดนี้หายเป็นปลิดทิ้ง เกิดความรู้สึกเย็นสบายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ไม่ใช่ความจริง
ทั้งคู่นั่งจ้องหน้ากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จินจะเอ่ยปากถามบางอย่างออกมา
“แรงผลักดันในการฝึกฝนของเจ้าคืออะไร คาลอส” เสียงไม่ได้ดังนัก แต่ก็ไม่ได้เบาจนเกินไป เพียงพอให้คนทั้งหมดที่อยู่ที่นี่ได้ยิน
เด็กหนุ่มที่เพิ่งฟื้นจากอาการเหนื่อยหยุดนิ่งไปชั่วครู่เมื่อได้ยินคำถาม
“เอ่อ เพื่อ...เพื่อตระกูลพีไรซ์ขอรับท่านบรรพบุรุษ” เขาตอบความคิดแรกในหัวออกมา
ชายหนุ่มชุดขาวยิ้มให้กับคำตอบนั้น
“ข้าหมายถึงสำหรับตัวเจ้าเอง นอกจากภาระกดดันที่เกิดจากความคาดหวังของผู้อื่นแล้ว.....ตัวเจ้าเองมีแรงผลักดันอะไรให้ต้องฝึกฝนหนักหนาเพียงนี้?” จินถามคำถามใหม่อีกครั้ง
คำถามนี้ทำให้คาลอสต้องนั่งคิดอยู่นาน ในที่สุดเขาก็เงยหน้าขึ้นมาตอบคำถาม
“ข้าอยากเหนือกว่าผู้อื่นขอรับ ข้าอยากเหนือกว่าคนที่ทำให้ข้ากลายเป็นคนน่าผิดหวัง”
“ความคิดที่ว่าข้าเป็นคนไร้ประโยชน์ทั้งๆ ที่เคยเป็นความคาดหวังของตระกูล มันรบกวนจิตใจของข้าอยู่ตลอดเวลา สิ่งที่ทำให้จิตใจข้าปลอดโปร่งได้มีแต่การฝึก ฝึกให้มากเท่านั้น” คาลอสบอกสิ่งที่อยู่ภายในใจตนออกมา
นั่นเป็นเวลาเดียวกันกับที่จินถอนหายใจออกมาเล็กน้อย
“คาลอส เจ้ารู้หรือไม่ว่าไม่ได้มีใครผิดหวังในตัวเจ้าเลย ทุกอย่างมันผิดพลาดเพียงเพราะความไร้เดียงสาเท่านั้น ทั้งของเจ้าและของผู้คนในตระกูล”
“มาคัสเคยลงโทษเจ้าหรือเปล่า? พ่อของเจ้าเคยตำหนิเจ้าหรือไม่? คนในตระกูลเคยพูดจาดูแคลนเจ้าเช่นนั้นหรือ?”
คาลอสนั่งนิ่งฟังคำพูดของจิน ในใจก็คิดตามไปด้วย
“จริงอยู่ที่คนในตระกูลทำหลายๆ สิ่งเพื่อให้เจ้าได้รับโอกาสนั้นเพราะเห็นถึงศักยภาพในตัวเจ้า แต่ในเมื่อมันผ่านไปแล้ว และไม่ได้มีใครติดใจเอาความอะไร นั่นก็แสดงให้เห็นแล้วไม่ใช่มุมมองของคนในตระกูลแล้วไม่ใช่หรือ”
“เจ้าอย่าลืมสิว่าเจ้าเองเป็นเยาวชนคนหนึ่ง ถ้าไม่นับคาริต้าน้องสาวของเจ้า ก็นับว่าเจ้าเป็นน้องเล็กสุดในรุ่นที่แปดแล้ว เจ้าจำเป็นต้องแบกรับภาระมากมายขนาดนั้นเชียวหรือ?” จินพยายามพูดให้คาลอสเข้าใจในภาพกว้าง
คนในวัยคาลอสเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต มีหลายสิ่งหลายอย่างเข้ามา ความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่ต้องยอมรับ
“คาลอส เจ้าจงฟังบรรพบุรุษผู้นี้ให้ดี เจ้าไม่ได้แบกรับภาระของตระกูลไว้คนเดียว และสถาบันอเวกเคนเนอร์อะไรนั่นไม่ใช่ที่สุดของชีวิต หากข้าไม่ได้ตื่นขึ้นมาจากหลุมก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่บัดนี้ข้าอยู่ที่นี่แล้ว อยู่ตรงหน้าเจ้า!”
“หลังจากนี้ตระกูลพีไรซ์จะมีข้าสนับสนุน เจ้าจะมีข้าคอยสนับสนุน ทุกคนในตระกูลจะมีข้าคอยสนับสนุน ภาระในใจเจ้า ข้าจะช่วยแบกมันไว้เอง ต่อจากนี้ภาระของเจ้าจะเหลือแค่ความขุ่นเคืองใจของเจ้าเอง จงแก้ไขมันให้ได้ จงปล่อยวางอย่าให้มันมารบกวนชีวิต มารบกวนความสัมพันธ์ของคนในตระกูล”
“อ่อนโยนไม่ใช่ว่าเจ้าต้องอ่อนแอ ระวังตัวให้เป็นไม่ได้แปลว่าเจ้าจะต้องหวาดระแวงผู้คน”
คำพูดของจินจี้เข้าไปที่จิตใจของคาลอสอย่างจัง ทั้งสองมือกำขาของตัวเองแน่น ดวงตาสั่นไหวไม่แน่ใจ
“เจ้าไม่จำเป็นต้องจัดการมันให้ได้ในตอนนี้หรอก ข้าแค่อยากให้เจ้าพึงระวังมันเอาไว้ ปล่อยวางเสียบ้าง จะดีกับตัวเจ้ามากกว่า”
“แล้วหลังจากเจ้าตื่นขึ้น ข้าจะช่วยให้เจ้าฝึกฝนได้รวดเร็วขึ้นกว่าเดิม หนึ่งเดือนนับจากนี้เจ้าอาจเพิ่มระดับไปได้อีกไกล ข้ารับประกันได้เลยว่าเจ้าสามารถตามนังหนูคนนั้นได้ทัน ด้วยคัมภีร์บ่มเพาะที่เจ้าฝึกฝนและการเร่งความเร็วนับร้อยเท่า ข้ามั่นใจว่าเจ้าจะต้องไม่น้อยหน้าศิษย์จากสถาบันอเวกเคนเนอร์ในเมืองขนาดใหญ่! นี่เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่บรรพชนอย่างข้าสามารถช่วยให้เจ้ามั่นใจ!”
“จงตั้งใจฝึกฝน ปลดปล่อยตัวเองจากความขุ่นเคืองให้ได้!” ชายหนุ่มชุดขาวพูดปลุกใจพร้อมทั้งให้ความมั่นใจเด็กหนุ่ม
มือทั้งสองข้างของคาลอสยังคงกำขากางเกงแน่น แต่บัดนี้ดวงตาของเขาเลิกสั่นไหวแล้ว มีแต่ความมุ่งมั่นเข้ามาแทนที่
ความมั่นใจที่บรรพบุรุษมอบให้ เขาได้รับมันแล้ว เขาจะไม่ทำให้บรรพบุรุษต้องผิดหวัง... 'ไม่สิ ข้าต้องไม่คาดหวัง ข้าแค่ต้องทำให้ดีที่สุดเท่านั้น และจะต้องกำจัดความขุ่นเคืองใจนี่ออกไปให้จงได้'
ดวงตาของคาลอสสาดประกายมุ่งมั่น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มชุดขาวด้วยความมั่นใจ
“ทราบแล้ว! ข้าจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่ข้าจะทำไหว จะไม่ผลักดันตนเองมากเกินพอดีจนท่านเป็นห่วง” คาลอสประสานมือไปทางจินด้วยความหนักแน่น
เมื่อจินเห็นดังนั้นเขาก็พยักหน้าพอใจ เด็กคนนี้เข้าใจสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อแล้ว
เขาไม่ได้ต้องการให้ลูกหลานในตระกูลผลักดันตัวเองมากจนเกินควร หรือเก็บความรู้สึกด้านลบอยู่ภายในจิตใจมากจนเกินไป
ยิ่งเป็นวัยรุ่นในช่วงวัยนี้แล้วด้วย สิ่งที่เข้ามากระทบจิตใจย่อมส่งผลต่อพัฒนาการในช่วงชีวิตต่อไป หากอยากจะให้คาลอสได้ก้าวเดินต่อไปเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์พร้อม จะต้องลดความหลงผิดของอีกฝ่ายลงบ้าง ก่อนที่จะสายเกินแก้
“เห็นเจ้าเข้าใจข้าก็ยินดี สิ่งใดผิดพลาดก็เก็บไว้เป็นบทเรียน แต่จงทิ้งอารมณ์ด้านลบออกไปให้หมดก่อนที่มันจะทำร้ายตัวเจ้า สิ่งที่ข้าต้องการจะพูดกับเจ้าโดยตรงก็มีเท่านี้ ที่เหลือน่าจะเป็นคำพูดที่ฝากไปถึงมาคัส” จินยิ้มให้คาลอสก่อนจะหยิบสิ่งของชิ้นหนึ่งขึ้นมา
มันเป็นจี้ห้อยคอสีน้ำเงิน ตัวจี้เป็นรูปบานประตูสองบานประกบเข้าหากัน
“จี้ห้อยคออันนี้เป็นเครื่องรางช่วยชีวิตประเภทหนึ่ง หากมีเหตุร้ายใดเกิดขึ้นให้บีบเครื่องรางให้แตก มันจะส่งผู้ใช้กลับมายังเขตตระกูลของเรา จงมอบให้กับสมาชิกตระกูลที่ต้องเดินทางไกลไปต่างเมือง หรือไปยังสถานที่อันตราย มันจะช่วยพาพวกเขากลับมาตระกูลได้ในชั่วพริบตา ข้าไม่อยากให้มีเหตุการณ์ซ้ำรอยแบบที่เกิดขึ้นกับแคนซัสอีก”
“จงจำสิ่งนี้เอาไว้ ยามตื่นนอน เจ้าจะเจอมันอยู่บนหัวเตียง ให้นำไปให้มาคัส แจ้งคำตามที่ข้าได้ฝากไป”
เมื่อพูดจบชายหนุ่มชุดขาวก็เก็บ [เครื่องรางกลับที่พำนักตระกูล] กลับเข้าไปในอกเสื้อ ก่อนจะกล่าวถามเรื่องสุดท้าย
“เจ้ามีข้อสงสัยจุดใดในวิชาพยัคฆ์เมฆาหรือไม่?”
หลังจากถามออกไป ก็มีการพูดคุยซักถามถึงจุดติดขัดในวิชาจนถึงเช้า โดยมีคาลอสเป็นผู้ถามและจินเป็นผู้ให้คำตอบ