แม่เฒ่าหลินรู้ดีว่าจุดประสงค์ของคนพวกนี้คืออะไร แต่นางก็ไม่ได้บอก ถึงความลับที่ทำให้นางหายดีจนทะลวงระดับเทวะ.... หลังจากหญิงชรารับของแสดงความยินดีจากเ้าสำนักต่างๆ นางก็นำใบชาที่ได้มาจากท่านเทพเซียน แบ่งมาให้ทุกคนได้ลองดื่ม
"แม่เฒ่าหลิน ชานี่มันอะไรกัน แค่กลิ่นของมันยังทำให้จิตใจของข้ารู้สึกสงบได้ถึงขนาดนี้ " เ้าสำนักหม่าเอ่ยถามออกมาด้วยความแปลกใจ ขนาดเขายังไม่ทันได้ดื่ม แต่กลับรู้สึกถึงความสงบของกลิ่นใบชาที่ลอยออกมาจากถ้วยใบเล็ก
"นี่คือใบชาหยาด์ มันมีวิถีแห่งฟ้าดินสถิตอยู่ในใบชาแต่ละใบ พวกเ้าลองดื่มเถอะ " คำพูดของแม่เฒ่าหลินทำให้ทุกคนมือไม้ปั่นป่วน หลังจากเ้าสำนักซู ดื่มเข้าไป ดวงตาของนางก็เบิกกว้างด้วยความใ ก่อนจะรีบหลับตาลงทำสมาธิโดยไม่มีสุ้มเสียงใดๆ เอ่ยออกมาจากปากของนางเลย นางนั่งนิ่งไม่ไหวติง ลมหายใจของนาง แ่เบาเหมือนคนนอนหลับใหล....
พอคนอื่นๆเห็นเช่นนั้นจึงเริ่มดื่มบ้าง เพียงไม่นานพวกเขาก็มีอาการลักษณะเช่นเดียวกัน จนเวลา2ก้านธูปผ่านพ้นไป หนึ่งในนั้นก็เริ่มได้สติลืมตาขึ้นมา แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร จนทุกคนตื่นจากภวังค์กันหมด ทันใดนั้นเสียงซุบซิบ ที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดี ได้ดังระงมไปทั่วทั้งลานกว้าง
"มันคือชาอะไรกัน ระดับของมันสูงกว่าชาสงบจิต1000ปีเสียอีก"
"แม่เฒ่า ท่านมีใบชานี้อีกหรือไม่ "
"ท่านแม่เฒ่าหลิน จะเป็อะไรมั้ย ถ้าข้าขอแลกเปลี่ยนใบชาสักเล็กน้อย" เ้าสำนักซูกล่าวถาม
แม่เฒ่าหลินยิ้มบางๆ นางบอกว่าจะยอมแลกเปลี่ยน ถ้าหาต้นไม้หรือสมุนไพรหายากมาให้นาง ซ้ำยังบอกว่าให้รีบหน่อย เพราะนางจะพาธิดาศักดิ์สิทธิ์ออกเดินทางฝึกฝนวิชา พอทุกคนได้ยินเช่นนั้น พวกเขาก็รีบขอตัวกลับในทันที เพื่อรวบรวมสมุนไพรระดับสูงที่พวกเขาไม่ได้ใช้ประโยชน์ นำมาแลกเปลี่ยนกับใบชา
พอทุกคนจากไปได้สักพัก เซียวเหยาเ้าสำนักคนปัจจุบันก็เอ่ยถามเื่ใบชาด้วยเช่นกัน ตลอดเวลานางยืนอยู่ทางด้านหลังของหญิงชรา โดยที่ไม่ได้เอ่ยปากอะไรออกมาเลย
"เ้าก็ลองดื่มดูสิ หาที่สงบ แล้วดื่มมันดู เ้านี้มันช่วยให้ััถึงวิถีแห่งฟ้าดินได้ง่ายขึ้น มันมีส่วนช่วยอย่างมากในการบรรลุระดับขั้นเทวะ เ้าเก็บรักษามันไว้ให้ดี"
"เ้าค่ะ" เซียวเหยารับห่อใบชามาด้วยหัวใจสั่นระรัว
หญิงชรายื่นใบชาส่วนหนึ่ง ให้แก่ลูกศิษย์ที่เป็เ้าสำนักคนปัจจุบัน นางยื่นใบชาให้สองห่อใหญ่ ห่อหนึ่งเอาไว้สำหรับการแลกเปลี่ยน อีกห่อสำหรับสำนักลมหวน
พอจัดการเื่ใบชาเสร็จ หญิงชราก็เดินทางไปตำหนักสีขาวหลังงามในทันที...ตำหนักหลังนั้น คือที่พักของธิดาศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็หลานสาวของนาง.....
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
สวัสดี...ผมชื่อโรซ่า และก็เช่นเดิม วันนี้เป็วันที่น่าเบื่ออีกวันของผม.......ผมรู้สึกอยากฟังเพลงจัง???
.....ขณะนี้ผมเจอปัญหาใหญ่เข้าให้แล้ว..... ผมไม่รู้ว่าเ้าแมวตัวนี้มันเพศอะไร อีกอย่างเ้าแมวตัวนี้เหมือนลายของมันจะดูแปลกไป หรือผมคิดไปเองก็ไม่รู้....สีของมันเหมือนกับตัวการ์ตูนที่ผมเคยดู เื่เด็กแว่นกับแมวสีฟ้าของเขา ถ้าอิงจากในการ์ตูน เ้าตัวนี้มันต้องเป็ตัวผู้แน่ๆ....
นับั้แ่ที่มันฟื้นขึ้นมา มาก็เอาแต่จ้องมองใบหน้าของผม ขนาดในตอนที่ผมอุ้มมันอยู่ มันก็ยังจ้องหน้าของผมตาไม่กะพริบ.... หรือเ้าแมวนี้มันป่วยอยู่จริงๆ สงสัยผมคงจะเก็บแมวบ๊องมาเสียแล้ว
"ท่านโรซ่า!!! ไหงวันนี้ ท่านถึงเดินทางมาได้ล่ะขอรับ ท่านลืมของอะไรไว้หรือเปล่า??" ลุงฟาง ชายร่างอ้วนที่เปิดโรงเตี๊ยมตรงทางเข้าหมู่บ้าน ได้เอ่ยถามด้วยความแปลกใจ โดยปกติท่านเซียนจะลงจากเขามาอาทิตย์ละครั้ง ซึ่งเมื่อวานท่านก็มารอบหนึ่งแล้ว และพอสังเกตดูดีๆ ท่านไม่ได้มาเพียงคนเดียว ในอ้อมแขนของท่าน มันมีปีศาจตามมาด้วยอีกหนึ่งตน
คิ้วของชายร่างอ้วนขมวดมุ่น เขามีสีหน้าจริงจัง สัญลักษณ์ที่อยู่บนหัวของมัน เขาจำได้ดี มันคือลักษณะของเผ่าปีศาจขึ้นชื่อในดินแดนปีศาจ เผ่าปีศาจแมวเก้าดวงจิต.....
ปีศาจและสัตว์อสูรมีเส้นแบ่งบางๆที่เรียกว่าสติปัญญากั้นเอาไว้ ปีศาจบางตนมีรูปลักษณ์เหมือนสัตว์อสูร แต่ความฉลาดของมันไม่แตกต่างจากมนุษย์ ด้วยสติปัญญาที่ชาญฉลาด จึงทำให้พวกปีศาจสามารถบ่มเพาะวิชาได้เฉกเช่นเดียวกับมนุษย์ และเมื่อสะสมตบะจนถึงระดับหนึ่ง พวกมันจะสามารถจำแลงกายได้....
ส่วนสัตว์อสูร มันใช้แค่สัญชาตญาณในการดำรงชีวิต ด้วยสติปัญญาที่มีน้อย เลยทำให้พวกมันบ่มเพาะไม่ได้ บางตัวถึงจะแข็งแกร่ง แต่กลับโง่เขลาเบาปัญญา เหตุนั้นพวกมันจึงเป็ได้เพียงแค่สัตว์อสูรเท่านั้น...
ลุงฟางถึงจะข้องใจ ที่เห็นปีศาจมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ แต่พอเขาตรวจดูมันอย่างละเอียด เ้าแมวตัวน้อยกลับไม่มีกลิ่นอายของปีศาจแผ่ออกมาเลย ตัวของมันมีแต่กลิ่นอายของฟ้าดิน เสมือนว่ามันถูกยอมรับจาก์ อีกทั้งมันยังมาพร้อมกับท่านเทพเซียน เขาจึงคลายความกังวลลงไปได้
"สวัสดีลุงฟาง พอดีผมว่าจะแวะมาหาหมอจางสักหน่อย จริงสิ!ผมเอาใบชากับผักติดมาด้วย ลุงจะรับไว้บ้างไหม " ผมเกือบลืมไปเลย ว่าเอาของมาขายด้วย เ้าตะกร้าใบนี้มันช่วยทุ่นแรงได้มากจนบางครั้งผมก็หลงลืมไปเช่นกัน
ในขณะที่ลุงฟางจะเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม หางตาของผมพลันสังเกตเห็น ชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง เขาวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
"ช้าก่อน!!!! ขอข้าด้วย ข้าขอซื้อใบชาด้วยขอรับท่านโรซ่า" ชายวัยกลางคนะโร้องลั่น เขาวิ่งพร้อมโบกมือไปมา
ชายผู้มาใหม่ มีลักษณะคล้ายบัณฑิตวัยกลางคน เขาวิ่งมาด้วยความรีบร้อนแต่ท่วงท่าของเขา ยังดูภูมิฐาน เขามีผิวขาวผ่องใส ใบหน้ามีแต่รอยยิ้มที่เป็มิตร เขามีชื่อว่า ลุงโม่ซาน
"หึ!!! เ้าเฒ่าบ้านี่อีกแล้ว" ลุงฟางมุมปากกระตุก เมื่อเจอคนผู้นี้ แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะตาเฒ่าโม่แข็งแกร่งกว่าตัวเขามาก
"เมื่อกี้ลุงฟางว่าอะไรนะครับ ???"
"ไม่มีอะไรขอรับท่านโรซ่า ฮ่าๆ"
เมื่อลุงโม่มาถึง เขาก็ยื่นต้นไม้แปลกๆ มาให้ผมหนึ่งต้น เขาบอกว่ามันคือต้นชาเพลิงตะวัน มันมีขนาดที่ไม่ใหญ่มาก ใบของมันเป็สีแดงเืนก พอเด็ดใบของมันมาขยี้ มันให้กลิ่นที่หอมจางๆ กลิ่นของมันเหมือนกลิ่นของพระอาทิตย์ในยามเช้า.....
และแน่นอน ผมต้องรับมันไว้อยู่แล้ว ต้นไม้แปลกๆแบบนี้ ผมชอบมันมาก....
"ลุงโม่ ผมเอาใบชามาเพียง9ห่อเท่านั้น ลุงเอาไปแบ่งกับลุงฟางเถอะ แต่เหลือไว้ให้ผม3ห่อนะ พอดีว่าจะแวะไปหาแม่เฒ่าหลินกับลุงจางสักหน่อย" วันนี้ผมเตรียมของมาไม่เยอะ ส่วนมากจะเป็ผัก กับเนื้อตากแห้ง ใบชาส่วนใหญ่ที่ตากเอาไว้ ผมก็ดันลืมหยิบมาด้วย
"ท่านโรซ่าจะไปหาหมอจางกับแม่เฒ่าทำไมรึขอรับ" ลุงฟางถามออกมาด้วยความแปลกใจ ตัวเขาสงสัยว่าคนแซ่จาง จะต้องแอบชิงตัดหน้า ทำลายกฏที่พวกเขาแอบจัดตั้งกันขึ้นมาอย่างลับๆ พอเขาหันมามองทางด้านตาเฒ่าโม่ คนทั้งสองก็รอบพยักด้วยความจริงจัง
กฏประหลาดที่พวกเขาตั้งขึ้นมา คือกฏที่เกี่ยวกับท่านเซียน ในกลุ่มคนที่รู้สถานะของท่านเซียน แม้จะมีไม่ถึงสิบคน แต่ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฏอย่างเคร่งครัด ถ้าใครกล้าแหกคอก จะนับว่าเป็ศัตรูของสมาชิกที่เหลือ....กฏของเซียน มันมีเพียงแค่สามข้อเท่านั้น
ข้อที่หนึ่ง ห้ามเปิดเผยตัวตนของท่านเซียนกับผู้อื่นเป็อันขาด (ยกเว้นผู้ที่ได้รับพรจากท่าน จะสามารถบอกกล่าวและนำสหายหรือญาติมาได้ไม่เกินสองคน)
ข้อที่สอง ห้ามทำข้อตกลง (เกี่ยวกับสินค้า) หรือยื่นข้อเสนอกับท่านเทพในทุกกรณี (ยกเว้นท่านจะเอ่ยปากเอง)
ข้อที่สาม ในระยะเวลา2เดือน จะทำการจองสินค้าของท่านเทพได้เพียงหนึ่งครั้ง (ฝ่าฝืนถือว่าเป็ฏ)
เมื่อเดือนที่แล้วคนแซ่จางพึ่งใช้สิทธิ์นั้นไป ส่วนแม่เฒ่าหลินก็พึ่งใช้ไปเมื่อวานก่อน แถมแม่เฒ่าหลินยังได้รับพรจากท่าน วันนี้นางจึงรีบเดินทางไปรับญาติมาอยู่ด้วย....
พวกเขาทั้งสองตัดประเด็นเื่ทำลายกฏของแม่เฒ่าทิ้งไป ตอนนี้จึงเหลือแต่คนแซ่จางเท่านั้นที่น่าสงสัย
"ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่จะพาเ้าหนูนี่ไปให้ลุงจางดูอาการสักหน่อย พอดีผ่านไปแถวๆนั้น เลยว่าจะเอาชาไปฝากแม่เฒ่าหลินด้วยเลย "
"เ้าแมวนี้ เป็....สัตว์เลี้ยงของท่านโรซ่ารึขอรับ" ลุงฟางอยากจะพูดว่าปีศาจ แต่เขาก็กลัวว่าจะทำให้ท่านเทพไม่พอใจ คนอย่างท่านเทพการคบหาใครสักคน ท่านไม่มองเื่ชนชั้นวรรณะหรือเผ่าพันธุ์ ไม่งั้นคนอย่างพวกเขาคงไม่มีวาสนาได้พูดคุยกับท่านเช่นตอนนี้หรอก
"รูปลักษณ์ของมันแปลกๆ หรือมันได้รับพรจาก์???" โม่ซานเอ่ยพึมพำออกมาด้วยความอิจฉา เมื่อตอนที่แม่เฒ่าหลินมอบต้นไม้หายากแล้วได้รับพร ตัวเขาก็ร้อนรนเป็อันมาก....พอวันนี้ที่เขาเห็นท่านเซียน โดยไม่ต้องพูดอะไร เขาหยิบต้นชาเพลิงตะวัน ที่เขาเลี้ยงดูมันมานานนับร้อยปีมามอบให้แก่ท่าน..แต่ดูเหมือนว่าต้นชานี้จะไม่ค่อยถูกใจท่านสักเท่าไหร่นัก....
"เมี๊ยว ม่าว" [คนพวกนี้น่ากลัว..ชะช่วยข้าด้วย ]
แมวน้อยพอเจอคนแปลกหน้า นางก็แสดงอาการกระวนกระวาย ตัวของนางหดเกร็ง ม่านตาเบิกกว้าง หางและขนของนางตั้งชูชัน นางแสดงออกว่ากำลังหวาดกลัวสุดขีด ผู้คนที่อยู่เบื้องหน้าต้องมีระดับที่สูงมากเป็แน่ บางทีอาจจะสูงกว่าบิดาของนางเสียอีก
บิดาของนาง เป็เพียงระดับจักรพรรดิเท่านั้น ใน4าา บิดาของนาง นับได้ว่าอ่อนแอที่สุด เหตุอาจจะเป็เพราะขีดจำกัดทางด้านสายเื.... ถึงเผ่าแมวเก้าชีวิตจะมีดวงจิตถึงเก้าดวง แต่เผ่าพันธุ์นี้ตลอดทั้งชีวิต คงไม่มีทางทะลวงขั้นถึงระดับเทวะได้ อย่างมากก็เป็เพียงระดับจักรพรรดิขั้นปลาย หรือครึ่งก้าวสู่เทวะเท่านั้น มันเป็ความสมดุลของธรรมชาติ เพราะถ้าหากเผ่านี้มีระดับเทวะ หรือระดับที่สูงกว่าเกิดขึ้น มันคงจะเป็ฝันร้ายของใครหลายคน
"เ้านี่ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของผมหรอก พอดีเห็นมันาเ็ เลยนำมันมารักษา แต่ถ้ามันไม่มีที่ไปผมก็ว่าจะเลี้ยงมันเอาไว้น่ะครับ "
ผมเห็นมันแสดงอาการหวาดกลัว ผมเลยลูบหัวของมันเบาๆ เ้าแมวตัวนี้มันขี้กลัวจริงๆ แต่ยังดีที่มันไม่กลัวผม และนอกจากจะไม่กลัวแล้ว เหมือนมันจะติดผมอีกต่างหาก...ดูสิขนาดมันตัวสั่นขนาดนั้น พอเจออุ้มมือของผมเข้าไป มันกลับนอนนิ่งๆสายหางดุ๊กดิ๊กเลย
"ไม่ต้องกลัวนะเ้าเหมียว พวกเขาไม่ทำอะไรเ้าหรอก" โรซ่าพูดปลอบพร้อมเกาคางของมันไปด้วย
"...ฮ่าๆ แม่หนู พวกข้าไม่ทำอะไรเ้าหรอก" ลุงฟางพูดพลางหัวเราะร่า
"ถึงข้าจะมีของไม่มากนอกจากใบชา แต่อันนี้ข้าให้เ้าแล้วกัน" ตาเฒ่าโม่สังเกตว่าท่านเซียน ดูจะถูกใจเ้าแมวปีศาจตัวน้อยเป็พิเศษ เขาจึงหยิบลูกแก้วแก่นอสูร ที่ช่วยเพิ่มพูนตบะขึ้นมาสามลูก ทั้งสามลูกล้วนเป็แก่นแท้ของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิทั้งสิ้น....เขาคิดที่จะติดสินบนแมวน้อยด้วยของล้ำค่า เผื่อท่านเทพเซียนอาจจะช่วยแก้ไขความวิตกของเขาได้บ้าง
"....!!! จริงสิ ข้าก็มีนะ พอดีข้าไม่ได้ใช้ ท่านให้เ้าแมวเอาไว้แก้หนาวเถอะขอรับ" ลุงฟางรู้เจตนาของตาเฒ่าโม่ดี เขาจึงหยิบผ้าพันคอสีแดงมามอบให้ มันทำมาจากผ้าไหมอัคคี ปักลวดลายของหงส์เพลิงไว้ตรงมุมด้านล่าง ผ้าไหมผืนนี้คือศาสตราวุธระดับกลาง.... อาวุธที่มีรูปร่างเช่นนี้มันหาได้ยากมาก อย่าว่าแต่ระดับสูงเลย แม้แต่ระดับต่ำก็แทบจะหาไม่ได้....
คนทั้งสองต่างพากันยัดเยียดของขวัญให้แก่เ้าแมวน้อย จนสมองของมันมึนงงไปหมด ทางโรซ่าก็ได้แต่บอกปฏิเสธไป แต่พวกเขาก็ไม่ยอม โรซ่าจึงต้องรับของเอาไว้ด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะกล่าวถ้อยคำที่พวกเขาอยากจะได้ยินจากปากของโรซ่ามาเนิ่นนาน
"นักปราชญ์กล่าวไว้ว่า ผู้มีเมตตาธรรมย่อมไร้ทุกข์...ผมขอให้พวกลุงประสบความสำเร็จในสิ่งที่คิด ถ้ามันเป็เื่ดีผมของให้ทำมันสำเร็จลุล่วงนะครับ... สาธุ~"