ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ตอนพิเศษ เต้ อดิศักดิ์



    เต้เป็นลูกคนกลางจากพี่น้องทั้งหมดสามคน แต่เพราะพี่น้องทั้งสามอายุห่างกัน เขาจึงไม่ได้สนิทกับพี่น้องอย่างครอบครัวอื่นๆ
    บ้านของเขาเป็นร้านขายของชำที่อยู่ใกล้โรงเรียนเทศบาลที่เขาเรียนในชั้นประถม เพราะอยู่ใกล้โรงเรียนเต้จึงเข้าไปวิ่งเล่นในลานกีฬาของโรงเรียนเป็นประจำตั้งแต่เด็ก ทำให้เขาพลอยชอบเล่นกีฬาตามไปด้วย
    หลังจบชั้นประถามจากโรงเรียนเทศบาลใกล้บ้าน เขาก็โชคดีจับฉลากได้เข้าเรียนชั้นมัธยมในโรงเรียนชื่อดังประจำจังหวัด
    เข้ามาเรียนในชั้นเรียนที่มีเด็กผู้ชายเป็นจำนวนมากชีวิตมัธยมต้นของเต้จึงสนุกสนานกับการได้เล่นกีฬาต่างๆ กับเพื่อนวัยเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกีฬาฟุตบอล
    เขาค้นพบว่าการถนัดเท้าซ้ายของเขาเป็นที่ต้องการของทีมฟุตบอล อาจารย์ที่คุมทีมฟุตบอลโรงเรียนรุ่นอายุ 15 ปีของโรงเรียนจับเขาเป็นตัวจริงตั้งแต่ขึ้นชั้นมัธยมสอง
    เต้ชอบเล่นกีฬาเพื่อความสนุกเท่านั้น พอต้องมาอยู่ในกฎระเบียบต่างๆ เกี่ยวกับการซ้อมอย่างจริงจังก็ทำให้เขาเริ่มเบื่อ เพราะแทนที่เลิกเรียนจะได้ตามเพื่อนในห้องไปเล่นเกม เล่นอินเทอร์เน็ต เขากลับต้องมาซ้อมทุกเย็นเป็นประจำ
    แต่เมื่อคิดจะเลิกเล่นฟุตบอลรุ่นพี่ในทีมก็บอกหลอกล่อให้เขาอยู่ร่วมทีมต่อไป โดยยกเหตุผลว่าเดี๋ยวพอตอนขึ้นชั้นมัธยมปลายที่มีเพื่อนร่วมห้องเรียนเป็นผู้หญิง ตอนนั้นเด็กผู้ชายที่เป็นนักฟุตบอลทีมโรงเรียนมักจะเป็นที่ชื่นชอบของเพื่อนผู้หญิงและรุ่นพี่ผู้หญิงมากหลังจากได้ฟังเหตุผลที่ดีจากรุ่นพี่ในทีม เต้จำต้องยังคงอยู่ในทีมฟุตบอลโรงเรียนต่อไปเขาเชื่อรุ่นพี่อย่างเต็มหัวใจ ก็ดูนักฟุตบอลอาชีพชื่อดังในโทรทัศน์สิ มีแต่คนมีแฟนสวยๆ ทั้งนั้น
    ความหวังของเด็กผู้ชายจะมีอะไรเกินกว่าเป็นที่ชื่นชอบของสาวๆล่ะ
    มัธยมต้นก็เรียนแต่กับเพื่อนชายล้วนไม่มีผู้หญิงให้ได้พูดคุยใกล้ชิดหรือปฏิสัมพันธ์เลย ความหวังของเด็กผู้ชายโรงเรียนเขาจึงเป็นตอนที่ได้ขึ้นชั้นมัธยมปลายนั่นล่ะ ตอนนั้นจะได้เรียนกับเพื่อนร่วมห้องผู้หญิงสักที
    ความหวังที่จะหาแฟนน่ารักๆ สักคนในชีวิตวัยรุ่นของเขา….
    หลังจากจบชั้นมัธยมต้นเต้ก็ได้เรียนต่อชั้นมัธยมปลายในโรงเรียนเดิมอัตโนมัติ
    แต่เหตุการณ์จริงกลับไม่เป็นอย่างที่รุ่นพี่คนนั้นวาดหวังไว้ให้ฟังก่อนหน้านี้เลย เมื่อเปิดเทอมแรกในชั้นมัธยมศึกษาปีที่สี่อายุเขาก็เกินทีมฟุตบอลรุ่นอายุไม่เกิน15 ปี ต้องไปเข้าทีมชุดใหญ่อายุไม่เกิน 18 ปีของโรงเรียน ซึ่งทีมชุดใหญ่ของโรงเรียนชุดนั้นซ้อมหนักและเข้มงวดกว่าเดิมไปมาก!!
    ว่างก็ซ้อม เลิกเรียนก็ซ้อม วันหยุดก็ซ้อมหรือไม่ก็มีนัดแข่งขันจนผ่านไปนับเดือนเต้ยังไม่มีโอกาสทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมห้องเลย โดยเฉพาะเพื่อนร่วมห้องผู้หญิง!!
    ส่วนการแข่งขันที่หวังว่าจะมีสาวๆ ได้กรี๊ดกร๊าดเห็นความเท่ ก็กลายเป็นว่าส่วนใหญ่ทีมโรงเรียนเขามักจะออกไปแข่งนอกโรงเรียนเสียเป็นส่วนใหญ่ ที่ยังพอตามเชียร์กรี๊ดกร๊าดวี้ดว้ายอยู่ก็มีเพียงเหล่าแฟนๆกองเชียร์สมัยมัธยมต้นเท่านั้นกองเชียร์ “ชาย”ล้วนนั่นล่ะ...
    ไหนล่ะสาวๆ กรี๊ดกร๊าดข้างสนาม… จบกันความหวังนักฟุตบอลทีมโรงเรียนสุดเท่ของสาวๆ

    ฟางเส้นสุดท้ายของเต้มาขาดเมื่อตอนทีมโรงเรียนแบ่งทีมซ้อมแข่งกันเองอย่างที่ทำประจำในวันหนึ่งวันนั้นเขาถูกรุ่นพี่ที่อยู่ทีมตรงข้ามซึ่งเพิ่งถูกเขาแย่งตำแหน่งตัวจริงในทีมชุดใหญ่เล่นนอกเกมเข้าบอลหนักหลายรอบ ครั้งสุดท้ายคือรุ่นพี่คนนั้นตั้งใจใช้เท้าย่ำไปที่รองเท้าฟุตบอลคู่โปรดที่เขาทะนุถนอม!!
    หลังจากลุกขึ้นมาได้เต้ก็สาวหมัดเข้าใบหน้ารุ่นพี่คู่กรณีทันทีโดยไม่สนใจอะไร
    แลกกันได้คนละหลายหมัดกว่าเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ จะมาแยกออกจากกัน แต่ในฐานะที่เปิดก่อนเขาจึงได้เปรียบไปหลายหมัดพอสมควร
    สุดท้ายอาจารย์ที่เป็นโค้ชของทีมก็เข้ามาไกล่เกลี่ย ก่อนจะสั่งให้คู่กรณีทั้งคู่ขอโทษกัน โดยให้คนที่อายุน้อยกว่าต้องเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอโทษก่อน
    วันนั้นเขาเดินออกจากสนามโดยไม่สนใจใคร แม้โค้ชจะเรียกไว้ก็ตาม
    เลิก เลิกแม่งละ




    พอออกจากทีมฟุตบอลโรงเรียนหันมาสนใจเพื่อนร่วมห้อง เขาก็พบว่าเพื่อนในห้องต่างพากันจับกลุ่มและสนิทสนมกันไปหมดแล้ว ที่พอจะรู้จักอย่างเพื่อนร่วมห้องสมัยมัธยมต้นบางคน พวกนั้นก็อยู่ชุมนุมรักบี้ซึ่งเขาไม่ได้คิดจะสนใจเรื่องกีฬาบ้าพลังพวกนั้น

    เต้จึงเหมือนคนที่โดดเดี่ยวไม่มีเพื่อนร่วมห้องที่สนิทหรือกลุ่มก๊วนกับใครเขา...




    คาบเรียนวิชาพลศึกษาในวันหนึ่ง
    หลังจากกลุ่มนักเรียนผู้ชายวิ่งกันตามระยะที่อาจารย์กำหนดครบหมดแล้วต่างก็มานั่งพักกระจายกันที่สนามหญ้าสีเขียวข้างลู่วิ่งรอคอยกลุ่มผู้หญิงที่กำลังวิ่งเป็นชุดถัดไป
    ในกลุ่มนักเรียนที่นั่งกระจัดกระจายส่วนใหญ่ก็จับกลุ่มคุยเรื่องต่างๆ กันไป ส่วนเต้นั่งอยู่คนเดียวมองคนนั้นคนนี้อย่างที่ไม่รู้จะเข้าไปพูดคุยกับใคร
    “แกว่าผู้หญิงห้องเราใครสวยสุด”อยู่ๆ เพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งที่นั่งบนพื้นไม่ห่างก็หันมาชวนเต้คุย
    เต้ฟังคำถามจากเพื่อนร่วมห้องก่อนจะมองไปตามสายตาอีกฝ่ายที่กำลังมองเพื่อนร่วมห้องผู้หญิงที่กำลังวิ่งอยู่ในลู่วิ่งข้างสนามหญ้า
    ห้องของเต้มีเพื่อนร่วมห้องที่เป็นผู้หญิงอยู่สิบสองคน ในสิบสองคนก็มีคนหน้าตาดีจัดว่าสวยเข้าขั้นอยู่เกินกว่าครึ่งเลยทีเดียว
    เต้มองสาวสวยเพื่อนร่วมห้องหลายคนที่โดดเด่นที่อยู่ในชุดพละและกำลังวิ่งที่ข้างสนาม
    “สริตาล่ะมั้ง” เต้
    “ใช่มะ ส้มสวยสุดแล้ว ตาแหลมเหมือนกันนี่”เพื่อร่วมห้องคนที่ชวนคุยมองมาที่เต้ราวกับได้เจอคนร่วมอุดมการณ์เดียวกัน
    “เราชื่อนะ นายชื่อเต้ใช่ไหม ปีกซ้ายทีมโรงเรียนเราจำได้”เพื่อนร่วมห้องที่ชื่อนะกล่าว ก่อนจะหันไปถามเพื่อนอีกคนที่นั่งอยู่ถัดไป“ใช่ไหมวิทย์ ตอนไปดูทีมโรงเรียนแข่งแกยังชมว่าเล่นวูบวาบดี กล้าเลี้ยงกล้าลุย”
    “อือ”เพื่อนร่วมห้องอีกคนที่อยู่ถัดไปที่เต้เห็นพกการ์ตูนมานั่งอ่านข้างสนามกล่าวตอบ ก่อนที่เพื่อนคนนั้นจะเงยหน้าจากการ์ตูนที่กำลังนั่งอ่านมาทักทายเต้อีกคน
    “หวัดดี” เพื่อนคนนี้ทักทายสั้นๆ
    เต้รู้สึกคุ้นหน้ากับเพื่อนร่วมห้องคนที่เงยหน้าจากการ์ตูนคนนี้อยู่บ้างจึงกล่าวทักทายพร้อมกับเอ่ยปากสอบถาม
    “หวัดดี นายหน้าคุ้นๆนะ เคยเข้าทีม15 ปีใช่ไหม”เขาคุ้นๆ ว่าเหมือนจะเคยเห็นหน้าเพื่อนร่วมห้องคนนี้เมื่อสมัยอยู่ทีมชุดอายุสิบห้าปีสมัยมัธยมต้น
    “อือ เคยเข้าไปซ้อมตอนมอหนึ่งอ่ะ”เพื่อนร่วมห้องหน้าตาดี หล่อ ตี๋ อย่างสมัยนิยมกล่าวตอบ
    “ไอ้วิทย์นี่มันเล่นมาหมดทุกกีฬานั่นล่ะสมัยมอต้น”เพื่อนร่วมห้องคนที่ชื่อนะกล่าวอธิบายก่อนจะหันไปถามเพื่อนที่ชื่อวิทย์ด้วยคำถามเดียวกับที่ถามเต้ก่อนหน้านี้บ้าง
    “แล้วแกล่ะวิทย์แกว่าใครสวยสุด”
    “ไอซ์สิ”
    “ห้องอื่นไม่นับสิ”นะกล่าวแย้ง แต่วิทย์หลังจากตอบแล้วก็ไม่สนใจก้มหน้าอ่านการ์ตูนในมือต่อ
    สำหรับดาวห้องสามคนที่วิทย์พูดถึงเต้ก็รู้จักและเคยเห็น ตั้งแต่เปิดเทอมเป็นต้นมาเพื่อนร่วมรุ่นต่างก็พากันมีมติเป็นเอกฉันท์ยกให้เป็นดาวโรงเรียนทันที เพราะนอกจากจะสอบเข้ามาเรียนมอปลายได้อันดับต้นๆแล้ว ปัจจุบันยังเป็นเลขานุการสภานักเรียนอีกหนึ่งตำแหน่งการจะเป็นดาวโรงเรียนเขาไม่ใช่ง่ายๆ เพราะนอกจากจะต้องสวยแล้ว ยังต้องเรียนเก่งหรือต้องสอบเข้าเรียนได้อันดับตัวเลขหลักเดียว และยังต้องเด่นเรื่องกิจกรรมอีกด้วย ด้วยข้อข้อจำกัดเรื่องคุณสมบัติที่สูงลิบลิ่วขนาดนี้ทำให้โรงเรียนเขาไม่ได้มีดาวโรงเรียนทุกชั้นปี บางครั้งไม่มีดาวโรงเรียนอยู่หลายปีก็เคยมี
    อย่างเพื่อนร่วมของของเขาที่ชื่อสริตา ทั้งที่ความสวยก็ไม่ด้อยกว่าใคร แถมยังเป็นคุณหนูบ้านรวยครบสูตรอีกต่างหาก แต่เพราะตอนสอบเข้ามาไม่ได้อันดับต้นๆ จึงไม่ได้เป็นดาวโรงเรียนอย่างไอซ์ห้องสาม
    พอนึกถึงเพื่อนร่วมห้องชื่อสริตาที่นะบอกว่าชื่อเล่นชื่อส้ม เพื่อนสาวร่วมห้องคนนั้นก็วิ่งตัวปลิวนำกลุ่มผู้หญิงในลู่วิ่งผ่านหน้าพวกเขาไป
    “นอกจาก สวย ขาว ผมยาว ตาโต แล้วยังหุ่นดี เซ็กซี่อีกเนอะ”เสียงเพื่อนร่วมห้องที่ชื่อนะมีแววเพ้อนิดๆ
    “ใช่ๆ หุ่นดี อึ๋มเลยล่ะ” เต้เออออตามพร้อมแอบกระซิบวิจารณ์ตามประสาผู้ชายด้วยกันถึงเพื่อนสาวร่วมห้องที่เพิ่งวิ่งผ่านไป
    เพราะใส่ชุดพละและวิ่งอย่างรวดเร็วผ่านไป ชุดพละเมื่อโต้ลมจึงลู่แนบไปกับรูปร่างคนสวม ทำให้จุดเด่นของสาวสวยห้องสี่‘เด่นชัด’ขึ้น คำกล่าวที่นะบอกว่า ‘หุ่นดี เซ็กซี่’ และเต้บอกว่า ‘อึ๋ม’ จึงเป็นข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์
    จากนั้นบทสนทนาของพวกเขาก็เป็นการสุมหัววิจารณ์สาวสวยในโรงเรียนไม่ว่าจะรุ่นพี่รุ่นน้องหรือกระทั่งสาวต่างโรงเรียนที่เด่นๆ มีชื่อเสียงพวกเขาก็นำมาถกกันเต้รู้สึกราวกับได้พบคนคอเดียวกันคล้ายกับเขาสุดๆเป็นครั้งแรก
    หลังจากหมดคาบพวกเขาก็ยังมีเรื่องต่างๆ ให้คุยกันต่อจนต้องย้ายมานั่งข้างกัน ส่วนเพื่อนอีกคนที่ชื่อวิทย์ก็ตามมาด้วย โดยนะเป็นคนแนะนำว่าเป็นเพื่อนห้องเดียวกันสมัยมัธยมต้น
    ต่อมากลุ่มของพวกเขาทั้งสามคนก็กลายเป็นเพื่อนสนิทกันนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา...
    ภายหลังแม้โรงเรียนเขาจะกลับมาเป็นเจ้าภาพฟุตบอลหลายรายการติดต่อกันและอาจารย์ที่เป็นโค้ชทีมโรงเรียนจะมาชวนกลับไปเล่น เต้ก็ไม่ได้คิดจะกลับไปเป็นนักฟุตบอลโรงเรียนอีก
    ตอนนี้เขาเจอสถานที่กับกลุ่มเพื่อนที่เขาอยู่แล้วสบายใจแล้ว
    มัธยมสี่ มัธยมห้า เขากับณรัชต์ต่างก็เข้าขากันตลอดไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกม เรื่องเหล่สาว เรื่องบันเทิงต่างๆอย่างการไปร้านนม ร้านคาราโอเกะ หรือกระทั่งเรื่องลับๆอย่างพวกหนังสือหรือวีดีโป๊ที่พวกเขาก็หามาแบ่งปันกันอย่างเข้าอกเข้าใจส่วนวิทย์แม้จะไม่ได้เออออตามพวกเขาทั้งคู่ไปทุกเรื่องแต่ก็ยังตามเฮไหนเฮนั่นด้วยกันอยู่ดี
    พวกเขาจึงถูกเรียกว่าเป็นกลุ่มสามหนุ่มเด็กกลางห้อง









    ขึ้นชั้นมัธยมหกผ่านไปได้เดือนกว่า
    “วิทย์ แกว่าพักนี้ไอ้นะมันแปลกๆป่าววะ” เมื่ออยู่กันสองคนกับวิทย์เต้ก็ถามถึงสิ่งที่เขาตั้งแต่หลังเปิดเทอมของมัธยมหกมาได้สักพักตั้งแต่ขึ้นชั้นมัธยมหก ณรัชต์เพื่อนสนิทของเขาที่ปกติมักจะไปป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้สาวสวยอย่างส้มเสมอ อยู่ๆกลับผละห่างออกมา แถมไม่พูดถึงเลยอีกต่างหาก และยังเหมือนจะมีอะไรให้คิดหนักอยู่ตลอดเวลา แม้ความบันเทิงอื่นๆอย่างการชวนกันไปเล่นเกมเฮฮาหลังเลิกเรียนจะยังเหมือนเดิมอยู่ก็ตาม
    อย่างเมื่อวันก่อนที่มีนัดกับสาวรุ่นน้องโรงสตรี ถ้าเป็นเมื่อก่อนนี้เจ้านะมันต้องแย่งเขาพูดกับสาวไม่หยุดแน่นอน แต่นี่กลับก้มหน้าก้มตาอ่านหนังพิมพ์ราวกับเลียนแบบวิทย์ที่ช่วงนี้ติดนิยาย
    “เพิ่งรู้สึก? ”วิทย์เหลือบมองหน้าเต้
    “เหมือนมันนิสัยเปลี่ยนไป”เต้ยังคงกล่าวต่อ ปกติเขาจะซี้กับนะมากกว่าวิทย์ที่ชอบขัดคอเป็นประจำ เขาตั้งข้อสังเกตต่อไปโดยไม่สนใจการขัดคอ
    “หรือว่ามันจะมีพี่น้องฝาแฝดวะ แบบละครที่ดูเมื่อคืนไง ที่พี่น้องฝาแฝดพลัดพรากมาเจอกันเลยลองสลับตัวกันใช้ชีวิตไรงี้”
    “อ่านหนังสือเรียนบ้างเถอะ อย่ามัวแต่ดูละคร เดี๋ยวก็เอ็นฯ ไม่ติดหรอก”เพื่อนหนุ่มตี๋ยังคงร่วมสนทนาแบบกึ่งขัดคอได้ตลอด
    “ถ้ามันอยากบอกมันก็บอกเองล่ะ” วิทย์กล่าวทิ้งท้ายเมื่อมองเห็นณรัชต์เดินถือจานของหวานออกมาจากโรงอาหารกำลังตรงมาที่โต๊ะ
    กลุ่มพวกเขาก็มักเป็นอย่างนี้ เมื่อเพื่อนมีปัญหาแต่ไม่อยากบอกพวกเขาก็จะไม่ถาม เพียงแต่หาเรื่องเล่นสนุกชวนเฮฮาอยู่ข้างๆเท่านั้น



    --------------------




    ผ่านไปจนถึงปีใหม่เต้ก็เริ่มจะชินกับนิสัยใหม่ของเพื่อนคู่หูของเขาแล้ว
    แม้หลายสิ่งหลายอย่างของเพื่อนสนิทดูจะชวให้นแปลกใจอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนที่หลายวิชากลับเก่งขึ้นมาอย่างผิดหูผิดตาจนคะแนนพอฟัดพอเหวี่ยงกับวิทย์ หรือเรื่องการเล่นหุ้นและมีเงินในนั้นมากมายมหาศาลอย่างที่ชวนตกตะลึงก็ตาม แต่สำหรับกลุ่มพวกเขาคะแนนสอบหรือเงินทองไม่ใช่เรื่องสำคัญอยู่แล้ว
    ข่าวใหญ่ที่สุดของกลุ่มเขาหลังปีใหม่ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องที่เพื่อนอีกคนในกลุ่มอย่างวิทย์ตัดช่องน้อยแต่พอตัวไปมีแฟนก่อนใครเพื่อน!!ในขณะที่เขากับนะวิ่งตามสาวอยู่ตั้งนานในช่วงมอสี่มอห้าแต่สุดท้ายก็ยังหาแฟนไม่ได้ ส่วนคนที่ไม่เคยกระตือรือร้นเรื่องนี้กับพวกเขาเลยแม้จะมีแต่สาวๆรุ่นพี่รุ่นน้องมาแอบปลื้มกรี๊ดอยู่หลายคนกลับเป็นคนแรกในกลุ่มที่มีแฟน!!
    แถมแฟนที่ได้ก็เป็นถึงดาวโรงเรียนอย่างไอซ์ห้องสามด้วย!
    ทำไมโลกถึงไม่ยุติธรรมแบบนี้

    เอาเถอะ เพื่อนสนิทได้แฟนสุดแจ่ม สวยเด่นดังมาก็ถือว่ามีผลดีอยู่บ้างเพราะทำให้กลุ่มพวกเขาพลอยได้หน้ามีชื่อเสียงตามไปด้วย แถมไอซ์แฟนวิทย์ก็ยังนิสัยดีมากๆ อีกด้วย
    เห็นเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มมีแฟนไปแล้วเต้จึงมุ่งมั่นและขยันเต็มที่เมื่อถึงวันวาเลนไทน์
    แต่ผลที่ได้รับก็เหมือนปีที่ผ่านๆมา ส่วนเพื่อนคู่หูของเขากลับดูจะรุ่งมากเมื่อเข้าปีนี้เต้สังเกตว่าผู้หญิงหลายคนรอบตัวเพื่อนสนิทอย่างนะ หลายคนมีอาการแสดงออกว่าแอบปลื้มชัดเจนจนคนที่อยู่ใกล้เคียงอย่างพวกเขาสังเกตเห็นอยู่หลายคน ไม่ว่าจะเป็นรุ่นน้องมอห้านักกีฬาแบดมินตันที่พวกเขาเคยคุม
    หรืออย่างน้องปิ่นทุกครั้งที่เจอก็แทบจะเหมือนมีป้ายประกาศลอยอยู่บนหัวว่า “หนูชอบพี่นะ”
    กระทั่งดาวโรงเรียนอีกคนที่มีชื่อคู่กับไอซ์อย่างน้องบีน่า เต้ยังรู้สึกถึงบรรยากาศของอะไรบางอย่างเมื่อทั้งคู่อยู่ด้วยกัน เป็นบรรยากาศที่ออกจะสีชมพูนิดๆด้วยตามความรู้สึกของเขา
    “แกว่ามันรู้ตัวหรือเปล่าวะ เรื่องสาวๆที่ชอบมัน” เต้หันมาสุมหันนินทากับวิทย์บ้างเมื่อเป้าหมายนินทาลุกออกจากโต๊ะไปเข้าห้องน้ำ
    แล้ววิทย์ก็เล่าเรื่องสมัยเรียนพิเศษด้วยกันกับนะช่วงมอสี่
    “ตอนนั้นมีเด็กผู้หญิงโรงเรียนสตรีที่มันชอบมานั่งโต๊ะข้างๆในคลาสเรียนด้วยกัน แต่จนจบคอร์สนะมันยังไม่รู้ตัวเลยว่าเขาทอดสะพานให้ เห็นทำได้แต่ยิ้มให้ไปมากับขอยืมลิควิคแค่นั้นเอง”
    “ขอยืมลิควิด!! ทำไมมันอ่อนจังวะ”
    ในกลุ่มผู้หญิงที่ชอบณรัชต์เพื่อนสนิทคู่หูของเขา วิทย์บอกให้นับรวมเพื่อนร่วมห้องสาวสวยอย่างส้มเพิ่มเข้าไปด้วย
    “จริงดิ” เต้ย้อนถามอย่างคาดไม่ถึง
    “อือ” วิทย์ตอบ
    “งั้นน้องปิ่นกับน้องบีน่าก็แห้วแล้วดิ ไอ้นะมันชอบส้มมาตั้งแต่มอสี่แล้ว”
    “ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว แกก็รู้ว่านะมันเปลี่ยนไปแล้วนี่”
    “เออว่ะ งั้นมันชอบคนไหนวะ”
    “ปล่อยให้เป็นเรื่องของนะมันเถอะ เอาเรื่องของแกก่อน ไหนบอกจะกลับมาตั้งใจอ่านหนังสือ”วิทย์เปลี่ยนเรื่องคุย
    “เปลี่ยนใจแล้ว ใช้ชีวิตมอหกทิ้งท้ายให้คุ้มดีกว่า”เต้ตอบ
    หลังจากผลสอบเอนทรานซ์รอบแรกที่ผ่านมา เต้เป็นคนเดียวในกลุ่มที่สอบไม่ติด เสียงนี้ส่งผลกับเขาอย่างมาก
    แต่พอตอนปีใหม่พี่ชายคนโตที่ทำงานรับราชการในกรุงเทพฯกลับบ้านนา พอรู้ว่าเขาเอ็นทรานซ์ไม่ติดก็ไม่ว่าอะไร แล้วยังบอกพ่อกับแม่ว่าหลังน้องชายคนกลางจบมอหกตัวเขาจะเป็นคนส่งเสียน้องชายเอง เพราะมหาวิทยาลัยเอกชนดีๆ กรุงเทพฯ ก็ยังมีหรือแม้มหาวิทยาลัยเปิดก็มีให้เลือกเรียน โดยพี่ชายเขาจะพาไปอยู่ที่กรุงเทพฯด้วยกัน
    พอไม่ต้องกังวลเรื่องเอนทรานซ์อีกเต้จึงหันมาสนใจเรื่องอื่นแทน





    ---------------------

    เรื่องสำคัญเรื่องอื่นก็เรื่องหญิงนั่นล่ะ
    หลังจากเห็นเพื่อนทั้งคู่ต่างก็มีเส้นทางความรักเป็นสีชมพูสดใส เต้ก็รู้สึกวิตกหน่อยๆที่ดูเหมือนจะเหลือแต่ตัวเขาที่ยังโสดโด่เด่อยู่คนเดียวไม่มีวี่แววว่าสาวคนไหนจะใจอ่อน
    เต้มานั่งทำการวิเคราะห์ว่าทำไมถึงเหลือตัวเขาอยู่คนเดียวที่ยังไม่มีวี่แววเรื่องความรัก
    ดูเหมือนผู้ชายมาดนิ่งๆ เย็นชาจะมีเสน่ห์กว่าสินะ
    อย่างวิทย์ก็มีแฟนเป็นสาวสวยดาวโรงเรียนอย่างไอซ์ หรือ เจ้านะอีกคน ตั้งแต่ขึ้นมอหกมา พอเปลี่ยนเป็นขรึมขึ้น เย็นชาขึ้น ผู้หญิงกลับเข้าหามากมาย ต่างจากแต่ก่อนที่เฮๆฮาๆกับเขาไม่เห็นมีสาวคนไหนใจอ่อนยอมตกลงเป็นแฟนสักคน
    โรงเรียนของเต้มีสาวสวยอยู่เป็นจำนวนมาก เนื่องด้วยเป็นจังหวัดใหญ่ที่มีกลุ่มคนหลายเชื้อชาติมาอาศัยอยู่มากจึงก่อกำเนิดเกิดสาวสวยหลากสไตล์ขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสาวลูกครึ่งสวยจัดจ้าน สาวหมวยหน้าตาน่ารัก สาวไทยเชื้อสายญวนผิวขาวผ่อง หรือสาวพื้นที่หน้าตาสวยคม ส่งผลให้นักเรียนของโรงเรียนประจำจังหวัดแห่งนี้อุดมไปด้วยเด็กสาวหน้าตาดี
    แต่ถ้าพูดถึงดาวโรงเรียนตอนนี้ก็มีเพียงไอซ์แฟนของไอ้วิทย์ แล้วก็น้องบีน่า....อะไรสักอย่างของไอ้นะเท่านั้น ดังนั้นในฐานะที่เต้เป็นเพื่อนร่วมกลุ่มสามหนุ่มเขาจึงไม่อาจน้อยหน้าเพื่อนทั้งคู่ได้   พอมองไปยังสาวสวยของโรงเรียนที่นับว่ารองลงมาอย่าง ส้ม สาวสวยห้องของเขา เต้ก็ยังคงต้องนับให้หญิงสาวอยู่ในส่วนของไอ้นะเพื่อนของเขาอีกเหมือนเดิม
    ดังนั้นหญิงสาวที่ยังโดดเด่นและพอจะทัดเทียมกับกลุ่มสาวๆของเพื่อนสนิททั้งสองคนของเขาได้ก็คงมีเพียง แนน สาวสวยห้องสิบสอง ดรัมเมเยอร์ไม้หนึ่งของโรงเรียนคนปัจจุบัน
    หลังจากนั้นเต้ก็ขนเอาเอาทุกศาสตร์ ทุกความรู้ มาตามจีบดาวห้องสิบสอง ไม่ว่าเป็นการทั้งส่งจดหมายน้อย ส่งดอกไม้ ส่งเพจเจอร์ ส่งขนม ส่งทุกอย่างที่นึกออกเพื่อสานสัมพันธ์
    สุดท้ายก็เข้าไปสารภาพรัก
    “ตอนนี้แนนยังไม่สนใจเรื่องพวกนี้” ดาวห้องสิบสองตอบเต้
    ถูกปฏิเสธ นี่เขาอกหักแล้วใช่ไหมนะ
    เมื่อมีเรื่องที่จะต้องปรึกษา เต้จึงแอบปรึกษาคนที่ฉลาดที่สุดในกลุ่มอย่างวิทย์
    “แนนยังไม่ปฏิเสธนี่” วิทย์ที่พักหลังแทบจะกลายมาเป็นคู่หูเขาแทนนะไปแล้วกล่าวตอบ ก่อนที่ไอซ์ซึ่งนั่งฟังเงียบๆ อยู่ข้างวิทย์จะให้ข้อมูลเขาเพิ่มเติม
    “แนนเป็นพวกไฮเปอร์ ชอบกิจกรรม สนุกกับการทำนั่นทำนี่ คงยังไม่สนใจเรื่องความรักอย่างที่บอกจริงๆนั่นล่ะ”ไอซ์ผู้เคยร่วมงานกิจกรรมต่างๆ ในโรงเรียนร่วมกับแนนให้ข้อมูลที่ตัวเองพอจะรู้จักเกี่ยวกับดาวห้องสิบสองมาบ้าง
    “งั้นเราจะทำให้แนนสนใจให้ได้”เต้ไม่ย่อท้อ
    เขาวางแผนจะทำให้แนนประทับใจในการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศเป็นการทิ้งท้ายชีวิตวัยมัธยม
    แต่ชีวิตจริงกับไม่สมหวังอย่างที่เต้ตั้งใจไว้ โอกาสสร้างความประทับใจของเขากลับไม่เป็นดั่งหวัง
    ทั้งที่เขายิงประตูได้ตั้งสองลูกเชียวนะ!!
    สุดท้ายจึงทำได้เพียงไปขอถ่ายรูปคู่กับแนนเก็บไว้เป็นที่ระลึกหลังงานปัจฉิมนิเทศ
    'ระหว่างถ่ายรูปคู่ด้วยกันแนนเอียงตัวมาจนไหล่ชนเขาด้วยล่ะ'เต้นึกอย่างครึ้มใจ
    “ตอนแข่งฟุตบอลเห็นว่าสกรีนเสื้อด้วยเหรอ”ดาวห้องสิบสองถามเต้หลังจากถ่ายรูปคู่ด้วยกันเสร็จ
    "อือ"เต้ที่หน้าด้านมาตลอดกลับเริ่มเริ่มอายหน้าแดงนิดๆ
    "ขอบใจนะ"
    “ไปล่ะ”แนนโบกมือให้เขาก่อนเดินไปรวมกลุ่มกับเพื่อน
    เต้มองตามหลังผู้หญิงที่เขาทุ่มเทอย่างจริงจังสุดๆเป็นครั้งแรกเดินลับตาไป
    วันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิตมัธยมแล้ว
    ชีวิตวัยรุ่นของเขาเคยทั้งทุ่มเทกับการเล่นกีฬาอย่างสุดๆ เคยเที่ยวจีบสาวไปทั่วอย่างสนุกสนาน เคยเล่นเกมต่างๆและกิจกรรมต่างๆกับเพื่อนสนิทมามากมาย
    เต้คิดว่าเขาใช้ชีวิตมัธยมปลายได้คุ่มคุ้มค่าที่สุดแล้ว

    ต่อไปคงถึงเวลาต้องจริงจังกับชีวิตแล้ว….


    ------------------------------------------ O ------------------------------------------

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค ) ที่คุณอ่าน