บทที่ 83 ถึงวันสำรวจมิติเร้นลับ
“ฉันจะขอถามเป็นครั้งสุดท้าย พวกนายต้องการทำภารกิจที่ฉันมอบให้ใช่มั้ย? ภารกิจนี้มันอันตรายนะ บางทีพวกนายอาจจะมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่ไม่กี่วันก็ได้ พวกนายอย่าคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล่นๆ ฉันจริงจังมาก” สายฝนถามครั้งสุดท้าย เขารู้สึกพึงพอใจมากที่คนพวกนี้เลือกที่จะทำภารกิจอันตรายที่เขามอบให้
“ครับ พวกเราจะทำ” ลูกน้องทุกคนกล่าวด้วยเสียงอันดังพร้อมเพรียงกัน รินใช้สายตาจับจ้องไปทางสายฝน ผู้ชายคนนี้ยิ่งใหญ่แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? ปกติแล้วการทำให้ผู้คนยอมกลายเป็นลูกน้องนั้นไม่ง่ายและก็ไม่ยาก แต่การทำให้ลูกน้องยอมเผชิญหน้ากับอันตรายถึงชีวิตตามคำสั่งหัวหน้านั้นเป็นอะไรที่ทำได้ยากมาก
“ดีมาก” สายฝนจิบชาที่เหลืออยู่จนหมด กวาดสายตามองลูกน้องทั้งสิบหก เขาคาดว่าคนพวกนี้จะต้องเป็นลูกน้องคนสำคัญในอนาคตของเขาอย่างแน่นอน ผ่านไปหลายนาทีสายฝนก็เอ่ยขึ้น “ต่อไปนี้ฉันจะบอกเนื้อหาของภารกิจ…” สายฝนเริ่มบอกสิ่งที่เขาต้องการให้พวกลูกน้องทำ
///
หลายวันถัดมา สายฝนยืนอยู่หน้าประตูเมืองโจร ข้างๆเขาคือริน ที่หน้าประตูเมืองไม่ใช่แค่มีเขากับรินสองคน ยังมีผู้คนอีกมากมาย พวกนี้ทั้งหมดล้วนเป็นโจรจากกลุ่มโจรภูเขาวายุศักดิ์สิทธิ์ นี่คือที่รวมตัวจุดแรก
“นายคิดว่าข้างในมิติเร้นลับที่พวกเราจะไปสำรวจกันเป็นอย่างไร?” รินกระซิบกับสายฝน สายฝนทำเพียงส่ายหัวและบอกว่าเขาไม่รู้ เขาไม่เคยเข้ามิติเร้นลับมาก่อนเขาจะรู้ได้อย่างไร? แน่นอนถึงเขาจะรู้เขาก็ไม่บอกรินหรอกถ้าไม่จำเป็น
‘ฉันไม่รู้ว่าสิ่งที่ฉันจะเจอต่อจากนี้เป็นอะไร? แต่นั่นไม่สำคัญหรอก ไม่ว่าจะเจออะไรฉันก็จะผ่านไปให้ได้แบะกลับมาอย่างปลอดภัย ฉันไม่มีทางทิ้งชีวิตตนเองใว้ในนั้นแน่ ใครจะไปยอมตายกัน? ทั้งๆที่เพิ่งเริ่มต้นก้าวเดินบนเส้นทางการกลายเป็นผู้แข็งแกร่งแท้ๆ’ สายฝนคิด เขาคิดว่าด้วยทุกอย่างที่มีเขาจะต้องรอดออกมาแบบปลอดภัยได้แน่นอน สายฝนคือใคร? เขาคือคนที่เคยอยู่ในร่างเทพวายุตั้งหลายนาทีเชียวนะ จะมากลัวกับอีแค่มิติเร้นลับได้ยังไง?
“นายนี่ไม่มีจินตนาการเอาซะเลย” รินรู้สึกไม่พอใจ ผู้ชายคนนี้พอถามอะไรก็บอกไม่รู้ ไม่รู้อย่างเดียว เขาเคยรู้อะไรบ้างเนี่ย? หากไม่ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นวันนั้นด้วยตาตัวเองรินคงนึกไม่ถึงว่าผู้ชายคนนี้ที่บอกแต่ไม่รู้จะเป็นคนเดียวกับผู้ชายที่ปลดปล่อยอำนาจผู้ปกครองออกมา ทำให้ลูกน้องทำตามคำสั่งได้อย่างง่ายดาย
“ก็ฉันไม่รู้นี่ว่าข้างในเป็นอย่างไร? ถ้ามันจินตนาการง่ายขนาดนั้นมันคงไม่ถูกเรียกว่ามิติเร้นลับหรอก” สายฝนพึมพำเบาๆกับตนเอง ไม่คาดคิดว่ารินจะได้ยิน เมื่อเธอได้ยินเธอก็รู้สึกไม่พอใจยิ่งกว่าเดิม รินกล่าวว่า “ฉันก็แค่ถามว่านายคิดว่าข้างในนั้นเป็นยังไง? ฉันไม่ได้บอกให้นายคิดให้ถูกซะหน่อย นายชอบทำให้ฉันไม่พอใจจริงๆเลย นายรู้รึเปล่า? หากนายทำตัวแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงคนไหนที่อยู่ใกล้นาย พวกเธอจะรู้สึกไม่พอใจนาย”
คิดตามสิ่งที่รินพูด สายฝนก็ทำตัวไม่ถูก เขาก็เป็นแบบนี้ของเขาอยู่แล้ว อยากทำอะไรก็ทำ ไม่อยากตอบก็พูดส่งๆไป พูดคำโกหกตลอดเวลา ไม่สนใจว่าใครจะคิดกับตนอย่างไร นิสัยแบบนี้มันกลายเป็นเหมือนสันดานของเขาไปแล้ว การจะแก้ไขนั้นยากมาก แน่นอนเขาไม่ได้ต้องการแก้ไขนิสัยแบบนี้ของเขาอยู่แล้ว ไม่เคยมีความคิดแบบนั้นเกิดขึ้นในหัวเลย
‘ผู้หญิงในดาวดวงนี้คงจะไม่ชอบนิสัยแบบฉัน ฉันก็ว่าทำไมฮันน่าถึงไม่ชอบฉันนักหนา ที่แท้ก็เป็นเพราะแบบนี้นี่เอง ในอนาคตดูเหมือนฉันจะต้องหลีกเลี่ยงผู้หญิงให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีระดับสูง หากฉันไปทำให้เธอไม่พอใจฉันจะต้องโดนสังหารอย่างไม่ต้องสงสัย ดาวดวงนี้อยู่ยากมาก โลกของฉันน่ะอยู่สงบกว่าเยอะ’
“ฉันเองก็รู้สึกไม่พอใจกับนิสัยนายเหมือนกันทว่าก็เพราะนิสัยของนายเป็นแบบนี้แหละฉันถึงรู้สึกว่าการอยู่กับนายนั้นไม่น่าเบื่อ ฉันมีความสุขทุกครั้งที่อยู่กับนาย นี่ฉันพูดจริงๆนะ” รินเอ่ยขึ้น เธอในเวลานี้มีเสน่ห์เป็นอย่างมาก ขนาดสายฝนที่เคยเจอผู้หญิงสวยๆมาหลายคนยังอดหัวใจเต้นแรงไม่ได้
อย่างรวดเร็วสายฝนรีบทำตัวให้เป็นปกติ ‘บ้าเอ้ย! ผู้หญิงคนนี้โคตรอันตราย เธอเป็นศัตรูที่อันตรายที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาในชีวิตนี้ เธอสามารถทำให้หัวใจฉันเต้นแรงมาก นี่คือสัญญาณอันตราย หากฉันดันไปหลงเสน่ห์เธอขึ้นเส้นทางการเป็นผู้แข็งแกร่งของฉันจะต้องจบสิ้น ฉันไม่มีทางให้เป็นแบบนั้นหรอก ฉันควรอยู่ให้ห่างจากเธอมากกว่านี้’
แม้จะเป็นตอนหัวใจเต้นแรงภายนอกของสายฝนก็ยังคงเฉยๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทักษะการแสดงของสายฝนอาจยอดเยี่ยมยิ่งกว่านักแสดงตัวจริงเสียอีก “รถม้าใกล้มาถึงแล้ว เธอเตรียมตัวเถอะ” สายฝนกล่าวกับรินด้วยนํ้าเสียงนิ่งๆเป็นผลให้รินไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเขาอยู่ในอารมณ์ไหน
“อืม” รินพยักหน้ารับ เธอมองไกลออกไป เห็นรถม้าหลายคันกำลังเคลื่อนที่มาทางตน คนขับรถม้าส่วนใหญ่ไม่ใช่โจรทว่าเพราะถูกพวกโจรบังคับพวกเขาเลยต้องมาขับรถม้าให้กับพวกมัน รินรู้สึกสงสารคนขับรถม้าเล็กน้อย ตัวเธอไม่เคยปล้นคนอื่นหรือทำเรื่องอย่างที่โจรทำ เธอทำแต่ภารกิจสังหารสัตว์ร้ายที่พวกระดับสูงให้ เพราะงั้นคงไม่สามารถเรียกรินว่าโจรได้
“ทุกคนเงียบ!!!” วินาทีนั้นเสียงหนึ่งพลันดังขึ้น โจรทุกคนที่กำลังคุยกันอยู่รีบเงียบทันที พวกมันมองชายเจ้าของเสียงด้วยความหวาดกลัว ชายเจ้าของเสียงเป็นระดับหนึ่งที่ถูกส่งมาโดยพวกระดับสูง มีสิทธิ์สังหารพวกที่ไม่เชื่อฟังหรือก่อความวุ่นวายโดยไม่ผิดกฏของกลุ่มโจรวายุศักดิ์สิทธิ์
“ต่อจากนี้ฉันจะบอกข้อมูลที่พวกนายควรรู้” ระดับหนึ่งคนนั้นกล่าว เขาไม่ได้พูดเสียงดังมากนักทว่าทุกคนกลับได้ยินเสียงของเขา เห็นโจรทุกคนไม่ได้พูดอะไรออกมา ระดับหนึ่งก็กล่าวต่อว่า “ในการสำรวจมิติเร้นลับครั้งนี้ไม่ใช่มีแค่พวกเรากลุ่มเดียว ยังมีกลุ่มโจรภูเขาเขียวและกลุ่มโจรอื่นๆอีกด้วย ที่สำคัญสุดคือองค์กรวายุทมิฬได้ส่งคนเข้าร่วมการสำรวจครั้งนี้ เพราะงั้นพวกนายไม่ควรอยู่ตัวคนเดียว ควรจับกลุ่มกันสำรวจ การทำแบบนั้นมันจะสามารถลดการสูญเสียของฝ่ายเราได้เยอะพอสมควร การอยู่กันเป็นกลุ่มมีประโยชน์หลายอย่าง…” แม้ว่าเวลาจะผ่านไปสิบนาทีแล้วระดับหนึ่งคนนั้นก็ยังคงพูดไม่จบ
ครึ่งชั่วโมงถัดมา ระดับหนึ่งที่ถูกส่งมาโดยพวกระดับสูงก็ได้กล่าวจบ ตลอดการพูดของชายคนนั้นสายฝนตั้งใจฟังอย่างมาก การได้รับข้อมูลใหม่ๆเป็นสิ่งที่ดี หลังได้ฟังสายฝนก็ได้ข้อมูลมาเยอะในระดับหนึ่ง เขาคิดว่าคนอื่นๆจะตั้งใจฟังเหมือนกับเขาแต่ผิดคาด ไม่มีใครตั้งใจฟังสิ่งที่ชายระดับหนึ่งคนนั้นพูดเลย กระทั่งรินก็ไม่ได้ตั้งใจฟัง มีเพียงแค่สายฝนคนเดียวที่ตั้งใจฟัง
‘ข้อมูลที่ชายคนนั้นบอกออกจะสำคัญแท้ๆแต่กลับไม่มีใครฟังเลย’ สายฝนถามรินว่าทำไม คำตอบรินทำเอาสายฝนถึงกับพูดไม่ออก “มันน่าเบื่อเกินไป ฉันฟังแล้วรู้สึกง่วง นายฟังที่เขาพูดเกือบหนึ่งชั่วโมงได้ไง?”
---
บทที่ 83 ถึงวันสำรวจมิติเร้นลับ