การจับกระทิง เป็รายการที่ไดอาน่าเฝ้าดูด้วยความรู้สึกสยดสยองอย่างยิ่ง คาวบอยคนที่จะเข้าไปล่อ กระทิงที่กำลังจ้องอยู่ด้วยดวงตาลุกโพลงนั้น จะมีเวลาเพียงแค่ 8 วินาที ที่จะฉากหลบออกมาและการแสดงในรายการนี้จะไม่มีคนขี่ม้าล่อ ที่จะพอเป็เครื่องล่อให้กระทิงหันเหความสนใจได้ก็เห็นจะมีแต่ตัวตลกที่นุ่งกางเกงขาโป่ง ๆ วาดหน้าตาไว้ด้วยสีสันต่าง ๆ ความสยดสยองที่เกิดขึ้นในใจของไดอาน่านั้น มากมายจนเกินกว่าจะฝืนใจหัวเราะหรืออุทานด้วยความตื่นเต้น ไปกับการแสดงและตัวตลกนั้นได้ แม้ว่าตัวตลกจะช่วยหันเหความสนใจของกระทิงไปจากคู่ต่อสู้ของมันได้ก็ตาม
และที่มันเลวร้ายยิ่งไปกว่านั้นก็คือ เมื่อโฆษกประกาศชื่อของลิเจออกมา ความสยดสยองหวาดกลัวที่เกิดขึ้นจากการเฝ้าดูนั้น ยังน้อยกว่าการที่จะไม่ดูเอาเสียเลย ลิเจะโลงไปในสนามโรดิโอใช้เวลา 8 วินาทีนั้นขยับตัวอย่างปราดเปรียว โผนเข้าใส่เ้ากระทิงดุที่กำลังหันรีหันขวางอย่างกราดเกรี้ยว เกาะอยู่บนหนอก และ่คอของมันทันทีที่เสียงออดดังขึ้น ลิเจ ก็ะโลงจากหลังกระทิง มันหมุนตัวคว้าง ขวิดเขาที่แหลมคมใส่ทางด้านซ้ายทันที แต่ลิเจหลบอันตรายจากเขาแหลมนั้นได้โดยะโลงทางด้านขวา หัวใจของไดอาน่าแทบจะหยุดเต้น จนเมื่อเขาออกไปอยู่นอกรั้วที่กั้นไว้แล้ว
หลังจากที่ลิเจออกจากสนามไปแล้ว ยังเหลือนักขี่ม้าอีกสองคน ซึ่งสำหรับความคิดของไดอาน่า นี่คือการแอนตี้ไคลแม๊กซ์โดยแท้ หลังจากผู้ชายคนที่เธอพบเมื่อตอนกลางวันได้ออกจากสนามไปแล้วโดยปลอดภัย คาวบอยอื่น ๆ นั้นต้องถือว่าเป็แค่ตัวประกอบและเป็คนแปลกหน้าสำหรับเธอ ถ้าจะถ้าจะพูดกันตามจริงก็เห็นจะมีแต่เขาเท่านั้นที่ผูกจิตใจเธอไว้ได้
การแข่งขันขี่ม้าโลดโผน ในสนามโรดิโอได้ยุติลง ผู้คนเริ่มทยอยกันกลับ เวลาที่รอคอยกับความรู้สึกที่หวั่น ๆ ได้มาถึงแล้ว ไดอาน่าใช้มือรีดขากางเกงสีม่วงอมฟ้าให้เรียบ ดึงเสื้อแจ๊กเก็ตที่สวมคลุมอยู่ให้กระชับขยับปกเสื้อสเวตเตอร์ที่ตระหลบอยู่ตรงลำคอให้เรียบร้อยแลบลิ้นเลียริมฝีปากที่ดูจะแห้งกรังไปในทันที เมื่อเหลือบมองไปทางเพื่อนสาวที่ยืนอยู่เคียงข้าง
“ฉันเรียบร้อยไหม? ” เธอถามอย่างกระวนกระวายใจ
“ก็สวยพอ ที่จะต้องตาชายสักคนหนึ่ง เลยละ” สเตลล่าหัวเราะ “สงสัยว่านายคาวบอยคนนั้นน่าจะจับขั้วหัวใจเธอเข้าแล้วสินะ จริงไหมล่ะ? ” จุดแดงเรื่อๆ ปรากฏขึ้นบนนวลแก้มของไดอาน่า ขณะที่ทำเป็ไม่สนใจกับคำยั่วเย้า “สวยแล้วละจ๊ะ รับรองว่าพอนายนั่นเห็นเธอเข้าละก็เหมือนกับถูกนะจังงังไปเลยละ เอาละไปได้แล้วแม่หนูฉันจะไปคอยฟังรายละเอียดที่ตื่นเต้นของเธออยู่ที่โรงแรมนะจ๊ะ”
ไดอาน่าออกจะลังเล ขณะที่แยกกับเพื่อนและเดินไปทางฝั่งตรงข้ามกับที่จอดรถ แสงไฟถนนช่วยขับให้ความมืดสนิทหายไป แต่แม้จะอยู่ในที่ซึ่งแสงสว่างจัดจ้าเช่นนั้นก็ไม่อาจจำได้ว่าใครเป็ใครในกลุ่มคนที่แน่นขนัดที่เดินอยู่ข้างหน้า ไดอาน่ารู้เพียงว่าถ้าจะหาตัวลิเจให้พบก็จะต้องเข้าไปในโรงเลี้ยงม้าเท่านั้น เธอลังเลเกินกว่าที่จะถามกับคาวบอยคนอื่น ๆ ว่าควรจะหาเขาพบได้ที่ไหนและอีกประการหนึ่ง คาวบอยพวกนั้นอาจจะหลงเข้าใจผิดว่าเธอเกิดสนใจตัวเองเข้าก็ได้
เธอเดินไปรอบ ๆ โรงม้าด้วยหวังว่าอย่างน้อยจะได้เห็นเงาของลิเจ มาสเตอร์สบ้าง แต่หลังจากที่ทำเป็ไม่ใส่ใจจะสอบถามกับใคร ไดอาน่าก็ตระหนักแน่ว่าถ้าขืนทำเช่นนั้นต่อไปก็จะยิ่งไม่มีทางรู้เื่มากขึ้น ไม่รู้ว่าจะไปตามได้ที่ไหนด้วย ดังนั้นมันก็เหลืออยู่เพียงทางเดียวคือ ต้องถามใครเข้าสักคนหนึ่ง
“ขอโทษนะคะ” เธอเลือกคาวบอยที่ค่อนข้างสูงอายุหน้าตาใจดีได้คนหนึ่ง “ไม่ทราบว่าคุณจะช่วยฉันหน่อยได้ไหม”
“ด้วยความยินดีเลยครับ” เขายิ้ม หยุดยืนห่างจากเธอเล็กน้อย คาวบอยผู้นี้รูปร่างค่อนข้างผอมใบหน้าเหี่ยวย่น ไม่สูงกว่าไดอาน่าเท่าไรนัก
“ฉันกำลังตามหาลิเจ มาสเตอร์สค่ะ คุณช่วยบอกหน่อยได้ไหมคะว่าจะพบเขาได้ที่ไหน”
“อ๋อ.. ได้สิครับ คุณผู้หญิง คุณเดินขึ้นไปบนชั้นสองของคอกม้านี่นะครับ แล้วเลี้ยวขวา เขาอยู่แถว ๆ นั้นแหละ”
หลังจากขอบคุณคาวบอยผู้ให้ความช่วยเหลือแล้ว ไดอาน่าก็เดินไปตามทิศทางที่แกบอก ออกจะรู้สึกไม่ใคร่สบายใจเมื่อคิดว่า ลิเจอาจจะออกไปจากสนามโรดิโอแล้วก็เป็ได้ เพราะคาวบอยส่วนใหญ่ก็ออกไปกันแล้วทั้งนั้น แต่เมื่อเดินอ้อมมุมบนชั้นสองของตัวอาคารนั้น เธอก็ออกจะโล่งใจอยู่บ้างที่เห็นพวกคาวบอยอื่น ๆ ยังจับกลุ่มกันอยู่
ขณะที่เธอเดินเข้าไปใกล้คาวบอยกลุ่มหนึ่ง ซึ่งยืนอยู่ด้วยกัน 3-4 คน ไดอาน่าสังเกตว่าเสียงพูดคุยที่เอะอะดังลั่นเมื่อครู่ แ่เบาลงทันที และเปลี่ยนเป็เงียบกริบเมื่อเธอเดินผ่านไป ไดอาน่าสอดส่ายสายตาหาเรือนร่างสูง ๆ ผึ่งผายของผู้ชายที่ตามหาอยู่จากคนในกลุ่มนั้น แต่พยายามไม่สบตาที่จ้องเขม็งของใครทั้งสิ้น ยังคงก้าวเท้าเดินต่อไปเรื่อย ๆ เหมือนจะแน่ใจอยู่แล้วว่า ตัวเองกำลังจะเดินไปไหน ซึ่งเท่ากับเดินผ่านสายตาที่เต็มไปด้วยแววสนอกสนใจ และคำวิพากษ์วิจารณ์มาตลอดทางจนกระทั่งถึงอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งไดอาน่าไม่อาจผ่านไปได้ง่าย ๆ นัก
“เฮ้....บลอนดี้” คาวบอยคนหนึ่งส่งเสียงเรียกทันทีที่เดินเข้าไปใกล้ ซึ่งเป็ขณะเดียวกันกับที่เธอสะบัดหน้าจากเขาเมื่อเห็นว่าไม่ใช่ลิเจ มาสเตอร์ส แต่คาวบอยคนนั้นไม่ยอมวางมือง่าย ๆ
“มาตามหาผมหรือครับ คนสวย....ผมเป็คนเดียวที่มีเงินเต็มกระเป๋าตลอดเวลาเลยนะครับ” เขาเดินเข้ามาสกัดทางเธอไว้ “คุณนี่เซ็กซี่ฉิบ....เลย พับผ่า” เขามองเธอั้แ่หัวจรดเท้า
“ขอโทษค่ะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงสงบ สะกดกลั้นความรู้สึกขุ่นไว้ในใจ แต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยให้เธอเดินผ่านไปนั่นเอง
“อา....จำได้แล้ว คุณนี่เอง....นางแบบที่มาเดินวางท่าถ่ายรูปอยู่เมื่อตอนกลางวัน ฟังนะครับ คุณตุ๊กตา ให้ผมพาออกไปหาอะไรดื่มกันสักหน่อยไม่ดีรื้อ? ”
คราวนี้ ไดอาน่าจ้องมองเขาอย่างชาเย็น คาวบอยผู้นั้นยังหนุ่มอยู่มาก หน้าตาไม่เลวผมยุ่งไปทั้งหัว
“ฉันมาพบคน ๆ หนึ่ง ช่วยเปิดทางให้ฉันเดินไปหน่อยได้ไหม? ” ไดอาน่าถามย้ำ
“นี่....คนสวย ผมรับรองเลยนะว่าไม่มีใครที่นี่ที่จะดีไปกว่าผมอีกแล้ว” เขาพยักเพยิดอย่างเห็นดีเห็นชอบกับคำพูดของตัวเอง แววเล่ห์เหลี่ยมฉายชัดอยู่ในดวงตาขณะที่พวกเพื่อน ๆ ช่วยสนับสนุนให้กำลังใจอยู่ข้างหลัง
“ฉันหาของฉันเองได้” ไดอาน่าตอบอย่างชาเย็น
“เฮ้ แจ๊ค... แกทำให้นางฟ้าโกรธแล้วละว่ะ” คาวบอยคนหนึ่งยั่ว
ดูจะเป็สถานการณ์ ที่ไม่ใคร่น่าจะพอใจนักไดอาน่าเริ่มมองเห็นว่า คาวบอยหนุ่มน้อยผู้ถูกยั่วเย้ากำลังจะพยายามทำให้สำเร็จให้ได้ รู้ดีว่าการทำเป็ใจเย็นเข้าไว้ใช้คำพูดที่เหมาะสมเท่านั้นจึงจะหลบจากหมาป่าพวกนี้ได้
“ฉันน่าจะรู้นะว่า แกจะต้องเป็คนขวางทางเพื่อนของฉันไว้ อีแวนส์”
เสียงที่สามนี้ทำให้ทั้งไดอาน่าและกลุ่มคาวบอยต้องเงยขึ้นมองอย่างใ และไดอาน่าก็โล่งอกขึ้นในทันทีเมื่อเห็นลิเจ มาสเตอร์ส กำลังเดินตรงเข้ามา การมาถึงของเขาช่วยยุติการยั่วเย้าที่มีท่าว่า จะต้องดำเนินต่อไปลงทันที รอยยิ้มปรากฏขึ้นเมื่อลิเจมองเห็นแววขอบคุณในดวงตาของเธอคาวบอยที่ชื่ออีแวนส์นั้นหลบฉากไปทันที
“อ้าว....ก็คุณผู้หญิงคนนี้ไม่ได้บอกว่าจะมาหาแกนี่หว่า ลิเจ” การที่คาวบอยเลี่ยงไปเสียได้ ทำให้ไดอาน่ายินดีอย่างที่สุด หัวใจของเธอชื่นบานนัก เมื่อได้ยินเขาใช้คำว่า “เพื่อนของฉัน” มันเป็คำพูดที่ป้องกันเธอไว้โดยแท้
“ผมกำลังห่วงอยู่เหมือนกันว่าทำไมคุณถึงชักช้านัก ไดอาน่า” ลิเจ มาสเตอร์สยิ้ม ซึ่งทำให้ใบหน้าที่เคร่งขรึมของเขาอ่อนโยนลง และไดอาน่าก็รู้สึกเหมือนมีแสงทองอันอบอุ่น อาบไล้ลงจนทั่วร่าง ขณะที่ลิเจเอื้อมมาจับตรงข้อศอกพาเธอเดินห่างออกจากกลุ่มคาวบอย ที่ยืนกันเงียบกริบ แต่เมื่อห่างออกมาจนไม่มีใครพอจะได้ยินแล้ว เขาจึงได้ก้มลงมองดูเธอ ดวงตาเป็ประกายระยับด้วยแววขบขัน
“ไม่ว่าอะไรใช่ไหม ไดอาน่า....ไดอาน่าอะไรนะครับ? ”
“ไดอาน่า มิลส์ค่ะ” เธอตอบอย่างอึกอัก รู้สึกประหลาด ๆ เมื่ออยู่ใกล้ชิดกับเขา “เห็นจะต้องขอบใจอีกครั้งที่ช่วยฉันไว้”
“ด้วยความยินดีเช่นกัน” รอยยิ้มหายไปจากใบหน้า แต่ยังคงเป็ประกายอยู่ในดวงตาคู่นั้นและไดอาน่าก็รู้สึกเหมือนได้สูญเสียอะไรบางอย่างไป
“ผมต้องไปเตรียมให้ม้ามันพักผ่อนเสียก่อน ไม่กี่นาทีหรอก ไม่ว่าอะไรใช่ไหม? ”
“ไม่เลยค่ะ” ไดอาน่าตอบ พยายามที่จะไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมามากนัก
ม้าสีน้ำตาลปนแดงและสีน้ำตาลอ่อน ซึ่งเป็ม้าของเขาผูกอยู่ในคอกแบ่ง ไม่ห่างจากที่ซึ่งลิเจเดินออกไปพบเธอนัก ภายในโรงม้านั้นค่อนข้างกว้าง แต่ไดอาน่าเดินไปหยุดอยู่แค่หน้าประตู เธอไม่เคยสบายใจเท่าไรเมื่อเข้าไปอยู่ใกล้พวกม้า เพราะไม่เคยรู้จักนิสัยใจคอมันมาก่อน ยืนมองดูลิเจที่หยิบแปรงอันใหญ่ออกมาแปรงขนม้าสีน้ำตาล
“ไอ้ตัวนี้” ลิเจตบข้างตัวเพื่อให้มันหันไปอีกข้างหนึ่ง “เป็ม้าธรรมดา ๆ เท่านั้น แต่ไอ้ตัวแดงนั่นไปจดทะเบียนไว้ที่อเมริกัน ควอเตอร์ ฮ็อส แอสโซซิ เอชั่น ชื่อ ไฟร์แบรนด์”