คิมหันต์ลุกขึ้นอย่างสง่างามก่อนตัดสินใจเดินออกไปยังงานเลี้ยงด้านนอก เวลานี้เขาควรใส่ใจและให้ความสำคัญกับเื่งานบริหารธุรกิจภายในครอบครัวมาเป็อันดับที่หนึ่ง...ลืมเื่ที่หาสาระไม่เจอพวกนั้นเสียเถอะคิมไม่มีค่าให้เปลืองพื้นที่สมองของนายเลยสักนิด เขาก้าวเดินออกไปพร้อมความมั่นใจทุกคนที่มาร่วมงานต่างพากันหันมาจ้องมองที่เขา
นายทำได้ดีมากคิม
ใช่แล้ว...คนอย่างคิมหันต์ทำทุกเื่ได้ดีตลอดมา
“แกกล้าดียังไงขัดใจคนบ้านนั้นห่ะฉันบอกแกกี่ครั้งแล้วทำไมไม่จำนังทราย”คุณนายใส่อารมณ์ลงไปกับคนในสายที่กำลังสนทนาด้วยไม่น้อยเลย
“ค่ะทรายเข้าใจแล้วค่ะคุณนาย”ทาริกาตอบอย่างเหนื่อยใจ
“เร็วๆเข้าล่ะ” แล้วปลายสายก็วางไป คุณแม่คนสวยหันไปมองลูกน้อยที่ไม่ได้สนใจเธอเลยสักนิดเด็กหญิงกำลังขีดๆ เขียนๆ การบ้านด้วยความตั้งใจภาพนั้นสร้างรอยยิ้มภูมิใจให้คนเป็มารดา สำหรับเื่การเรียนแล้วน้องทับทิมทำได้ดีมากมาโดยตลอด
“น้องทับทิมคะ” ลูบผมลูกสาวตัวน้อยอย่างรักใคร่ใครจะว่าเธออย่างไงก็เื่ของคนอื่น รู้แต่เพียงว่าลูกสาวเกิดขึ้นจากความรักของเธอ...แม้จะเป็ฝ่ายที่รักเขาฝ่ายเดียวก็ตาม
“ขาคุณแม่” หนูน้อยหันมามองแต่ยังไม่วางดินสอลายการ์ตูนญี่ปุ่นน่ารักลง
“ทำการบ้านใกล้เสร็จหรือยังคะเด็กดีของแม่”เด็กน้อยหันไปมองสมุดและตำราเรียนของตน เปิดๆปิดๆเล่มนู้นเล่มนี้ไปมาก่อนส่งยิ้มตอบคำถามมารดา
“เหลือโจทย์เลขข้อนี้ข้อสุดท้ายแล้วค่ะ”
“เสร็จแล้วจะทำอะไรต่อคะ?”เด็กน้อยทำสีหน้านึกคิด
“อืมม...น้องทับทิมต้องซักถุงเท้าค่ะแล้วต่อด้วยไปนวดให้คุณยายสายใจ”เด็กน้อยถูกเลี้ยงดูให้ทำงานและรับผิดชอบในงานเล็กๆของตนเอง เหตุนี้น้องทับทิมจึงมีความเป็ผู้ใหญ่มากกว่าเด็กในวัยเดียวกัน
“แล้วน้องทับทิมไม่อยากไปเล่นกับน้องนนท์ที่บ้านโน้นเหรอคะ?” คำพูดของมารดาทำเด็กสาวหน้าสลดลง ทำไมจะไม่อยากไปแต่เธอไม่กล้าขัดคำสั่งมารดาต่างหาก
“ไม่อยากไปค่ะ”คำพูดและสีหน้าที่ไม่ไปในทิศทางเดียวกัน ผู้ใหญ่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนดูออกอย่างไม่ยาก
“แต่แม่อนุญาตแล้วนะคะ ถ้าน้องทับทิมบอกแม่ว่าอยากไปแม่ก็จะให้หนูไป” ความเอื้ออาทรของมารดาทำให้เด็กน้อยวัย 8 ขวบยิ้มออก
“อยากไปเหรอคะ บอกแม่ได้มั้ยน๊าทำไมคนเก่งขอแม่ถึงอยากไป”
“น้องทับทิมอยากไปค่ะเพราะน้องทับทิมชอบเล่นกับนนท์แล้วนนท์ยังบอกว่ามีขนมอร่อยๆที่ทับทิมชอบทั้งนั้นเลยค่ะ” ยิ้มหวานถูกส่งให้มารดาเพียงแต่เหตุผลที่แท้จริงนั้นไม่ได้หลุดออกจากปาก...หากไม่ใช่คุณหนูนนท์หลานเ้าสัวคนดังแล้ว...เด็กคนอื่นๆไม่มีใครอยากเป็เพื่อนหรืออยากสุงสิงกับหนูน้อยนะหรอก...เด็กฉลาดอย่างทับทิมรู้ดีว่าเื่นี้คุณแม่คนสวยของเธอไม่ควรรับรู้
หนูน้อยไม่อยากเห็นคุณแม่ต้องแอบไปร้องไห้อีก
เด็กหญิงทับทิมวัย 8 ขวบแต่งกายด้วยเสื้อผ้าชุดสวยที่สุดเท่าที่เธอมีเดินออกมาจากบ้านแล้วไหว้คุณตารปภ ที่ยืนดูแลความเรียบร้อยอยู่หน้ารั้วบ้านหลังโตก่อนที่สายตาคู่น้อยจะเบิกกว้างตื่นเต้นกับความยิ่งใหญ่ของงานเลี้ยงเบื้องหน้าหนูน้อยเดินไปตามพื้นถนนคอนกรีตที่ทอดแนวยาวบ้านหลังนี้เธอเดินเข้าออกมาเป็เวลาหลายปีทุกพื้นที่ทุกตารางรู้ดีไม่แตกต่างกับคนที่เป็เ้าของบ้าน
“ทับทิมเราอยู่ทางนี้”คณานนท์ที่นั่งรออยู่บริเวณลานน้ำพุกว้างะโเรียกอย่างยินดีแม้ในงานจะมีเด็กรุ่นราวคราวเดียวอยู่หลายคนแต่ไม่มีใครสามารถคลายความเหงาให้กับเขาได้
“เรามาแล้วนนท์”ทับทิมวิ่งเข้าไปหาเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอ
“มาช้าจังเลย เรานั่งรอตั้งนานแล้ว”เด็กชายยังบ่นไปเรื่อย
“เราขอโทษนะ เราทำการบ้านเพิ่งเสร็จนะ”
“อย่ามาโกหกเราเลยเรารู้ว่าน้าทรายไม่ยอมให้ทับทิมมาเล่นกับเราต่างหาก”เด็กชายฝีปากกล้าไม่ยอมลดลาวาศอก
“นนท์อย่ามาว่าแม่ของทับทิมอย่างนี้นะ”เด็กสาวหน้ายู้ ไม่ชอบคำพูดของเพื่อนสนิท
“ก็ได้ เราไปกินขนมดีกว่ามีเค้กช๊อตโกแลตของโปรดทับทิมด้วยนะ” เพื่อนสนิทสองคนยิ้มให้กันอย่างรวดเร็วทั้งๆที่ก่อนหน้าเพิ่งทะเลาะกันมามาดๆทั้งคู่มุ่งไปยังโต๊ะอาหารที่วางเรียงรายมากมายตะลานตาเด็กสาวมองสิ่งตรงหน้าอย่างตื่นเต้น เธอเคยทานของพวกนี้บ่อยๆยามมาเล่นกับเพื่อนรักที่บ้านหลังนี้แต่ถ้าจำนวนมากมายขนาดนี้ ...ทับทิมเพิ่งเคยเห็นครั้งนี้ครั้งแรกหนูน้อยถือจานเซรามิกใบเล็กเดินดูอาหารหลากหลายไปมาไม่ได้แตะต้องมัน...สายตาเฝ้ามองหาแต่ของโปรด
เอ๊ะ! อยู่นั่นเอง
มือเล็กและสั้นต้องช้ากว่าคนที่โตแล้วอย่างเลี่ยงไม่ได้เค้กช๊อตโกแลตชิ้นสุดท้ายถูกคนอื่นตัดหน้าเธอไปเสียแล้วเด็กหญิงแอบกลืนน้ำลายลงคออยู่ข้างๆมุมเสาโรมันต้นใหญ่เมื่อเห็นผู้ชายคนนั้นตักมันเข้าปากไปทีละคำสองคำ คิมหันต์รู้สึกเหมือนถูกจ้องมองแล้วเขาก็หันไปมองยังเป้าหมายที่เป็เพียงเด็กหญิงหน้าตาน่ารัก เ้าหล่อนหลบสายตาทันทีที่เขาหันไปมอง
หึ! เด็กคนนี้...ใครกันนะ? คุ้นๆเหมือนเคยเห็นหน้าที่ไหนมาก่อน
“น้าคิมครับ” เสียงหลานชายแทรกเข้ามา
“ไงครับ ตัวแสบ”คิมหันต์วางจานที่มีคราบเค้กลงแล้วอุ้มหลานชายขึ้นมา
“เอ๊ะ ทับทิมอยู่ตรงนี้เอง เราหาทับทิมตั้งนาน นี่ไงเค้กช๊อตโกแลตของโปรดของทับทิม”เด็กน้อยชี้ไปยังถาดกระเบื้องลวดลายงดงามที่ว่างเปล่า
“อ้าว หมดแล้วเหรอ” เสียงเด็กน้อยอ่อนลงนึกสงสารเพื่อนรักที่อดกินของโปรด
“ไม่เป็ไรหรอกนนท์ ทับทิมกินอย่างอื่นได้น่ากินทุกอย่างเลยนะ” เด็กหญิงกลบเกลื้อนด้วยยิ้มสดใสแจกจ่ายไปให้สองหนุ่มต่างวัยรอยยิ้มนั้นทำเอาหัวใจของหนุ่มไอโซกระตุกถี่ๆ ... ความรู้สึกแรกที่เห็นหน้าเห็นรอยยิ้มและได้ยินเสียงคือ...น่าเอ็นดูปนเปกับความน่าสงสาร
เขารู้สึกขึ้นมาเอง
“ใครเหรอครับตัวแสบของน้า”
“ทับทิมครับ เพื่อนของนนท์เอง ทับทิมนี่น้าคิมสุดหล่อของเรานะ”เด็กหญิงแก้มแดงรีบวางจานในมือก่อนพนมไหว้ย่อตัวผู้ใหญ่ตรงหน้าอย่างงดงาม
“พี่คิม สวัสดีค่ะ น้องไพลินตามหาพี่คิมซะทั่วงานเลยมาอยู่กับเด็กๆตรงนี้นี่เอง” สาวสวยบ้านตรงข้ามเอ่ยทักทายอย่างสนิทสนมพี่ชายแสนดีที่เธอหลงรักมาเนิ่นนาน คิมหันห์หันไปตามเสียงแหลมปรี๊ดซึ่งเป็เอกลักษณ์ของเ้าตัวที่เขาเองจำได้แม่น
“อ้าวไพลิน สวัสดีครับ สวยขึ้นนะเรา”เอ่ยชมน้องสาวที่ชอบตอแยวิ่งเล่น วิ่งตามเขาเมื่อครั้งสมัยเด็กแต่ตอนนี้โตเป็สาวแล้วคงไม่ทำตัวเกเรเหมือนตอนเด็กๆแล้วกระมัง
“จริงเหรอคะพี่คิม ชมกันซึ่งๆหน้าแบบนี้น้องไพลินเขินนะ”เธอเชิ่ดๆ แสดงท่าทีเขินอายเล็กน้อยอย่างมีจริต ก่อนพลอยไพลินจะหันไปเจอเด็กในบ้านของตัวเอง
“นี่ทับทิมไปหยิบน้ำพันซ์ให้ฉันแก้วสิ”ใช้สอยตามความเคยตัว เด็กน้อยรีบทำตามคำสั่งนั้นด้วยความเคยชินด้วยเช่นกันน้ำสีแดงเย็นเจี้ยบถูกจิบอย่างระหาย แต่ไม่วายเ้าตัวก็ยังพูดคุยจ้อกับชายหนุ่มไม่ยอมหยุด
“ทับทิมฉันขอสลัดหน่อย น้ำสลัดแบบไหนแกคงรู้นะ”ผ่านไปไม่กี่นาที ก็เริ่มออกคำสั่งอีกครั้ง
“รู้ค่ะคุณไพลิน” เด็กหญิงกำลังจะหมุนตัว
“หยุดก่อนนนท์พาเพื่อนไปเล่นเถอะเดี๋ยวน้าไปตักสลัดให้คุณน้าไพลินเอง” คิมหันต์ไม่ชอบใจนักที่สาวสวยตรงหน้าใช้แรงงานเด็กจนมากเกินไปอย่างนี้
“พี่คิมไม่ต้องหรอกค่ะ น้องไพลินเกรงใจจริงๆแล้วไพลินยังไม่ค่อยหิวแต่ไม่น่าขัดเลยนะคะยัยเด็กทับทิมนั้นไม่บ่นไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ แม่เขาสั่งสอนลูกมาดี”เล่าพร้อมจิกสายตาไปยังเด็กหญิงที่วิ่งเล่นอยู่แถวๆลานน้ำพุ ด้วยแววตาชิงชัง
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับผมแค่อยากให้น้องนนท์ได้เล่นกับเพื่อนแล้วอีกอย่างผมก็อยากคุยกับคุณแค่สองคน”คิมหันต์พูดแล้วพาตัวเองมานั่งโต๊ะที่ถูกจัดแต่งไว้อย่างดี
“แหม่ พี่คิมพูดอะไรกันคะเนี่ยะ” แก้มสาวแดงปลั่งเธอเดินนวยนาดมานั่งเก้าอี้ชิดติดกับเขา
“ทับทิมอยู่บ้านของไพลินเหรอเป็ลูกเต้าของใครกัน?” แม้จะยังจำบทสนทนาของพี่สาวและหลานชายก่อนหน้าได้แต่เขาก็อยากมั่นใจมากกว่านี้ พลอยไพลินมองหน้าหนุ่มในฝันก่อนหันไปมองเด็กเหลือขอมอมแมมที่เผยอมาเล่นกับหลานชายของผู้ดีมีเงิน
ช่างไม่เจียม...เหมือนแม่ของมันไม่มีผิด
“แม่ของทับทิมนะเหรอคะก็คนที่พี่คิมรู้จักดีนั่นแหละค่ะ”พลอยไพลินยิ้มเยาะ
“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวไปดูแขกทางโน้นก่อนนะครับ”
“เดี๋ยวสิคะ จะรีบไปไหนกัน ไหนบอกว่าอยากคุยกับไพลินไง”สาวสวยถึงกับหน้าเหว่อ
“ผมจะคุยก็ต่อเมื่อคนๆนั้นอยากคุยกับเราครับไม่ใช่มัวแต่เล่นลิ้นเล่นคำ”เขาเอ่ยเสียงเรียบ
“พี่คิมก็ ไพลินก็พูดไปอย่างนั้นเองพี่คิมอย่างอนไพลินเลยนะคะ แม่ของทับทิมก็นังทรายไงคะ” คิมหันต์กำหมัดแน่น...ถึงว่าเขาถึงรู้สึกคุ้นๆหน้าของเด็กหญิงทับทิมนัก
“พี่คิมคงยังไม่ทราบ หลังจากพี่คิมไปเรียนต่อที่เมกาได้สักเกือบๆปีนึงมั้งคะนังทรายมันก็ท้อง...และที่สำคัญมันท้องไม่มีพ่อค่ะ”
หนุ่มน้อยที่ย่างเข้าสู่ชีวิตวัยรุ่นใน่อายุ15 ปีพอดีเขาเป็เด็กจอมเกเรที่ชอบบ่ายเบี่ยงการติวพิเศษในตอนเลิกเรียน เลี่ยงมาเข้าร้านเกมส์บ้างดูหนังบ้าง เล่นสนุกกับเพื่อนๆบ้างแต่วันนี้กลับหนีมาเล่นน้ำคลายร้อนใน่ฤดูร้อนกลางเดือนพฤษภาคมที่แสงแดดยังระอุแม้ใน่เวลาตอนเย็น
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย เป็ตะคริว”เส้นทางที่กลับบ้านของเขา ไม่บ่อยนักที่จะมีคนหรือรถผ่านมา ที่นี่เป็ละแวกบ้านคนรวยทั้งย่านแต่ละบ้านก็จะตั้งอยู่ห่างกันโข
“เสียงใครน่ะ?”เด็กน้อยผมเปียสะพายกระเป๋าที่บรรจุหนังสือและสมุดแน่นเต็มขนัด ในเส้นทางที่ต้องเดินกลับจากโรงเรียนเป็ประจำทุกวัน
“ช่วยด้วย ฉันเป็ตะคริว”คนที่จะจมลงสู่สายน้ำะโอีกครั้ง
“ว้ายย คุณคิม” เด็กสาวตั้งสติรีบปลดกระเป๋าถอดรองเท้านักเรียนคู่เก่าแต่ขัดๆถูๆเหมือนของใหม่ตลอดเวลาถอดทุกอย่างเท่าที่เธอจะคิดได้ในเวลาขับขันเช่นนี้
ตูม!
ะโลงไปให้ใกล้ที่สุดที่ความลึกระดับยอดอก
“จับไม้ไว้ค่ะคุณคิม”ไม้ไผ่ที่ลอยอยู่ใกล้ๆถูกนำมาเป็เครื่องช่วยชีวิตลูกชายเศรษฐีได้ทันท่วงทีพอดี
“แฮ่ก แฮ่ก” บนฝั่งริมตลิ่งเด็กชายไอ จามพ่นน้ำที่เผลอกลืนกินเข้าไปออกมาจนหมด โดยสาวน้อยแก้มขาวเนียนนั่งมองดูอยู่ใกล้ๆ
“ว้ายตายแล้ว ลูกแม่” คุณราตรีร้องอย่างใไม่คิดว่าเวลาที่ขับรถกลับบ้านจะได้เห็นลูกชายอยู่ในสภาพย่ำแย่อย่างนี้ นางเข้ามากอดปลอบขวัญลูกชายไม่ให้ใกับเหตุการณ์ความเป็ความตายก่อนหน้า
“ไม่เป็ไรนะลูก ไม่เป็ไรนะ มาๆ กลับบ้านของเรากัน”
“ไม่ได้แล้วนะต่อไปแม่ไม่ยอมให้เรากลับบ้านด้วยตัวเองอีกเด็ดขาด ต้องให้คนขับรถไปรับไปส่ง”ประคองไปบ่นไปตามประสาคนเ้าระเบียบ คุณนายและคุณหนูบ้านตรงข้ามเข้าไปในรถแล้ว เด็กหญิงที่เปียกมอมแมมจึงหันมาหยิบกระเป๋าและหิ้วรองเท้าถุงเท้าเดินตีนเปล่ากลับไปห้องพักเล็กๆภายในบ้านต่อไป
เสียงเอะอะดังไปทั่วบ้านพงศ์ไพศาลประมุขของบ้านยืนกุมขมับ
“ฉันส่งเสียให้แกเรียนโรงเรียนดีๆจ้างครูพิเศษเดือนนึงเป็หมื่นๆ ให้แกเก่ง ฉลาด แต่นี่อะไร แกตอบแทนพ่อแม่ด้วยการเกเรเล่นเกมส์ เที่ยวเล่นซุกซนอย่างนั้นเหรอเ้าคิม”
“คุณพี่คะ อย่าว่าลูกเลยค่ะ เเค่นี้....”
“หยุดๆ พอเลยคุณราตรี คุณก็ให้ท้ายลูกๆอย่างนี้พวกมันทุกๆคนถึงไม่เอาอ่าวกันเลยสักคน” ลูกสาวคนโตก็ติดแฟน บ้าผู้ชายเป็ที่หนึ่งคนกลางก็เงียบๆขรึมๆไม่ค่อยพูดจาส่วนคนสุดท้องซึ่งเป็สายเืที่แท้จริงของเขาเพียงคนเดียวก็เกเรเรียนก็ไม่ได้เื่ ทั้งๆที่มันหัวดีกว่าลูกๆคนไหน
“เพราะอย่างนี้ไงวันนี้จึงเกือบเอาตัวไม่รอดดีนะที่แม่หนูคนนั้นช่วยเอาไว้ทัน แกบอกมาสิเ้าคิม ฉันควรทำอย่างไรกับแกดี ส่งแกไปเรียนเมืองนอกตามพี่ชายของแกด้วยอีกคนดีมั้ย”ท่านไม่รู้หรอกว่าคนที่ช่วยคือใคร นักธุรกิจใหญ่ไม่ได้สนใจเื่หยุ่มหยิ่มที่เกิดขึ้น
“ไม่นะครับ ผมไม่อยากไป” เด็กหนุ่มสวนขึ้นทันควัน
“แล้วให้ทำอย่างไรครูของแกรายงานฉันว่าคะเเนนของแกควรซ้ำชั้นด้วยซ้ำนะเ้าลูกโง่”นักธุรกิจใหญ่ะเิอารมณ์เต็มที่ เขาเองก็อายแทบหมุดดินหนีอยู่แล้ว
“ผมไม่ได้โง่นะครับ ผมขอโอกาสผมจะพิสูจน์ให้คุณพ่อเห็นว่าผมทำได้ ขอแค่อย่าส่งผมไปไหนเลย ผมอยากอยู่ที่นี่”อยากคอยแอบดูแก้มใสๆแดงๆของนางฟ้าตัวน้อย
“ทำให้ได้ตามที่พูดก็แล้วกัน ฉันจะคอยดูให้โอกาสแค่เทอมนี้เทอมเดียวไม่อย่างนั้นเก็บกระเป๋ารอไว้ได้เลย”เ้าสัวคณินหันหลังให้ทันทีที่พูดจบ...ธุรกิจหมื่นๆล้านที่ลงมือลงแรงสร้างมาใครจะช่วยเขาสานต่อล่ะงานนี้
เมี้ยว เมี้ยวเสียงแมวจรจัดตัวเดิมทำให้ทาริกาแย้มยิ้ม
“อยู่นี่เองเหรอพี่เบิ้ม วันนี้มีปีกไก่ทอดของโปรดเลยนะ”เด็กสาวลูบแมวสวาดสีขาวพาดน้ำตาลอย่างเอ็นดู
“ทำอะไรอยู่นะ”เสียงดังจากผู้มาใหม่ทาริกาหันไปมองต้นเสียงด้านหลังของเธอ
“คุณคิมนั่นเอง”
“ใช่ ฉันเองเอานี่รับไปสิ”เด็กหนุ่มยัดเยียดถุงใบสวยให้อย่างรวดเร็ว
“นี่อะไรกันคะ?” เธอไม่ค่อยคุ้นชินกับมุมนี้ของเขาสักเท่าไหร่เพราะเจอกันทีไรเขาชอบส่งตาดุๆมาให้ทุกครั้ง เหตุผลนี้จึงคิดไปเองว่าเขาคงไม่ชอบไม่อยากยุ่งเกี่ยวกันเธอเหมือนคนอื่นๆ ทาริกามองกิ๊บติดผมประดับคริสตัลสวยหรู
“ขอบใจ” พูดเเค่นั้นก็เก๊กขรึมเหมือนเคยแสร้งหันไปทางอื่น ทาริกาเข้าใจได้ทันทีว่าเขาคงอยากแสดงน้ำใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน
“ไม่เป็ไรค่ะคุณคิมแต่กิ๊บอันนี้ทรายคงรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ”มันเเพงเกินไปและที่สำคัญไม่เหมาะกับเธอสักนิด
“อย่าเื่มากน่า ใครให้ของก็รับๆมันไปเถอะ เอามานี่ฉันติดให้เอง”พูดจบเ้าตัวก็แย่งของในมือจากอีกฝ่ายไปทันที บรรจงติดมันไว้ด้านซ้ายของกลุ่มผมดกดำนุ่มลื่นน่าัั...และหอมมากๆด้วย
“สวย!” เขามองอย่างเผลอไผล
“อะไรนะคะ?” เธอได้ยินไม่ถนัดเขาพูดเบาเกินไป
“เปล่า ไม่มีอะไรแล้วจะไปโรงเรียนได้หรือยังมัวแต่ให้อาหารแมวอยู่ได้ทุกวัน เดี๋ยวก็ไปสายหรอก”
“ค่ะ ทรายกำลังจะไปพอดี อุ้ย! คุณคิมทำอะไรคะเนี่ยะ?”
“เงียบๆเถอะน่า โวยวายน่ารำคาญจริง” ทาริกาหุบปากลงปล่อยให้คนน่าไม่อายจับมือเธอแน่นเดินไปข้างหน้าพร้อมๆกัน
“คุณคิมจะขึ้นรถเมล์ไปพร้อมทรายจริงๆเหรอคะ”
“ทำไมไม่ได้ ฉันก็เคยขึ้นออกบ่อยเธอมีปัญหาอะไร?” ทาริกาไม่มีหรอกเพราะเธอต้องนั่งรถเมล์สายนี้ไปเรียนหนังสือตามปกติทุกวันอยู่แล้ว แต่เขานะสิปกติแล้วนายคิมหันต์พงศ์ไพศาลต้องนั่งรถคันหรูไปเรียนยังโรงเรียนนานาชาติชื่อดังในทุกๆวันนี่น่า
“ใจลอยไปถึงไหนเนี่ยะ รถเมล์มาแล้วมัวแต่เหม่อเดี๋ยวได้ไปโรงเรียนสายจริงๆหรอก”
“ค่ะ ค่ะ ขอโทษค่ะ”คนคิดเรื่อยเปื่อยอยู่กล่าวขอโทษ
“วันนี้เธอเรียนอะไรแล้วเลิกกี่โมง”เมื่อขึ้นมานั่งคู่กันคิมหันต์จึงเอ่ยขึ้นมาก่อน
“วันนี้ที่โรงเรียนมีกิจกรรมค่ายธรรมมะค่ะคงเลิกก่อนเวลาแต่เพื่อนในห้องนัดกันว่าจะช่วยติววิชาคณิตศาสตร์อาทิตย์หน้าก็ต้องสอบกลางภาคแล้ว”
“เหรอ?”คิมหันต์พูดแค่นั้นก็เงียบไปอีก ทาริกาเองก็ไม่กล้าที่จะชวนเขาคุยรถเเล่นไปเรื่อยๆอีก 15 นาที
“เออ ทรายไปก่อนนะคะคุณคิม”เพราะโรงเรียนของเธอถึงก่อนเขา
“อืม แล้วเจอกัน” เด็กสาวส่งยิ้มมาให้ไม่ได้เอะใจกับประโยคนั้นเลย
เก้าอี้โต้ะวางเป็ชุดเต็มพื้นที่ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าโรงเรียนรัฐบาลชื่อดังนักเรียนชั้นมัธยม 3/1 กำลังรวมกลุ่มเพื่อติววิชาคณิตศาสตร์เพราะอาจารย์ที่สอนขึ้นชื่อลือชาว่าโหดและออกข้อสอบได้ยากที่สุดในสามโลก
“ลูกแก้วกำลังจะไปติวแล้วเหรอ?”สาวน้อยถามขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนร่วมห้องมุ่งหน้าไปยังลานกว้างสถานที่ติวของเย็นนี้
“ใช่ แต่เธอจะไปติวด้วยเหรอทราย”หญิงสาวผมตรงยาวสลวยกล่าว
“ใช่จ้ะคือทรายยังไม่เข้าใจการแก้สมการหลายตัวแปรเลย”
“เธอจะเข้าใจไม่เข้าใจฉันไม่รู้ แต่ขอเตือนว่าทางที่ดีอย่าเข้าไปร่วมวงจะดีกว่าหรือว่ามีใครชวนเธอด้วยเหรอ?” เด็กสาวนามว่าลูกแก้วคนสวยประจำห้องพูดแบบขอไปที ทาริกาหน้าเจื่อนลง จริงๆแล้วเมื่อวานเธอได้ยินเพื่อนในห้องคุยกันเื่ติวเธอเองก็อยากไปนั่งฟังด้วยแม้ไม่มีใครเอ่ยปากชวนก็ตาม ลูกแก้วเดินเข้าไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆแล้วและเหมือนทุกๆคนจะมองมายังเธอด้วยสายตาเดียว
สายตาไม่เป็มิตร...เช่นเดิม
ป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียน
“ไง ไหนบอกว่าจะติวกับเพื่อนๆไง” เด็กหนุ่มร้องทัก
“คุณคิม มาได้อย่างไงคะ?”เขาไม่ตอบแถมยังยักคิ้วลิ่วตาใส่เธออีก
“เพื่อนๆเริ่มติวกันแล้ว ทำไมไม่เข้าไปล่ะ”ที่ที่ยืนอยู่มองเข้าไปยังลานกว้างหน้าโรงเรียนได้ชัดเจน
“อ่อ คือทรายไม่ติวแล้วล่ะคะจะรีบไปช่วยป้าที่บ้าน”สาวน้อยกลบเกลื่อน
“ไม่ติวแล้ว จะสอบได้เหรอ”
“ค่ะ ทรายเข้าใจทุกอย่างในบทเรียนแล้ว”เธอไม่กล้าสบตาเขาเหมือนเคย คิมหันต์เจ็บจี๊ดในใจ หันกลับไปมองกลุ่มเด็กมอต้นด้านหลังของเขา...แววตาเขากำลังกรุ่นลุกโชน
พวกมันคงแล้งน้ำใจกับนางฟ้าของเขาอีกแล้วสินะ…
“มานี่” แขนเล็กๆถูกกระชากเบาๆให้เดินตามคนตัวโตกว่า
“ปล่อยนะคะ คุณคิมจะพาทรายไปไหน”
“ตามมาเถอะน่า บอกว่าอย่าพูดมากไง รำคาญ” ได้ผลเช่นเคยทาริกาไม่มีปากเสียงทันที
ตึกแถว4ชั้นตรงหน้า ทำให้สาวน้อยมือเย็นเฉียบ “สถาบันกวดวิชา” ชื่อดังเธอเคยได้ยินเพื่อนๆที่เป็กลุ่มเด็กเรียนดีพูดถึงที่นี่อยู่บ่อยๆ
“คุณคิมค่ะ ทรายขอรอด้านนอกได้มั้ยคะ?” พูดแบบตะกุกตะกัก
“รอด้านนอก แล้วจะเรียนรู้เื่เหรอทรายตามมานี่แล้วเงียบห้ามพูดเข้าใจมั้ย?”คนตัวเล็กถูกลากไปตามแต่ใจของคนตัวโตกว่า ห้องเรียนของชั้นสองถูกแบ่งเป็สัดส่วนเขาและเธอเข้ามานั่งในห้องที่เหมือนจะมีรุ่นพี่มหาลัยมาเป็อาจารย์ 2 คนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“ติววิชาคณิตศาสตร์ม.3 ที่จะสอบกลางภาคอาทิตย์หน้าให้เธอส่วนของผมขอฟังสรุปแนวข้อสอบทุกวิชาของชั้นม.4 โรงเรียนนานาชาติxxx”สิ้นสุดคำพูดเขาก็ดันเธอให้นั่งใกล้ๆ นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังแรกๆทาริการู้สึกเกร็งมากแต่เพราะความสบายและการพูดคุยอย่างเป็กันเองของพี่นักศึกษาที่รับจ๊อบงานพาร์ทไทม์เป็การติวเด็กมัธยมทาริการู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น เธอเรียนรู้เทคนิคใหม่ๆที่เข้าใจง่ายหาคำตอบได้ถูกต้องแม่นยำรวดเร็วและที่สำคัญไม่มีการเรียนการสอนในห้องเรียนโดยทั่วไปเสียด้วยบางครั้งเธอแอบหันไปมองชายหนุ่มทายาทตระกูลดัง เขานั่งเรียนอย่างผ่อนคลายตั้งคำถามตอบคำถามอาจารย์ของเขาได้อย่างถูกต้องและฉะฉาน