หยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์

    ปราณดาบที่ทรงพลัง

            เมื่อรับรู้ว่าหยางจื่อได้อันดับที่1 ในการแข็งขันล่าสัตว์อสูร​ใบหน้าของคนตระกูลเย่ก็เริ่มบิดเบี้ยวอย่างเห็นได้ชัดโดยเฉพาะเย่ซานที่ยืนดูอยู่

            "มันเป็นแบบนั้นได้ยังไงที่เจ้าขยะนั่นจะสามารถทำคะแนนได้มากขนาดนี้"เย่ซานกล่าว

            "นายน้อยเย่ข้ารู้สึกว่าเจ้าเด็กนั่นไม่ธรรมดาเลย"ชายหนุ่มที่ยืนข้างๆเย่ซานกล่าว

            "เหอะ เจ้านั่นต้องใช้กลโกงอะไรแน่ ๆ แต่ว่าเมื่อการประลองจัดอันดับเริ่มขึ้นเจ้าขยะนั่นก็ไม่สามารถทำอะไรเย่เทียนที่สามารถทะลวงเข้าสสู่ลมปราณก่อเกิดขั้นที่1 ได้หรอก" เย่ซานกล่าวด้วยความมั่นใจ

            "นั่นมันก็ไม่แน่หรอก" ชายหนุ่มข้างๆเย่ซานกล่าว

            "เ๽้าหมายความว่าอย่างไร หวังฮู่" เย่ซานกล่าว

            "ข้าคิดว่าเด็กคนนั้นกำลังซ่อนความแข็งแกร่งของตัวเองอยู่ดูเผิน ๆเหมือนกับอยู่ปราณเริ่มต้นขั้นที่7 แต่ถ้าดูจากสีหน้าของเขาเเล้วเหมือนกับคนอื่น ๆในพวกเด็กใหม่ไม่อยู่ในสายตาของเขาเลย"หวังฮู่กล่าว

            "มันจะเป็นไปได้ยังไง อย่างน้อยมู่โหลก็ทะลวงสู่ปราณก่อเกิดขั้นที่ 2เเล้วนะ" เย่ซานกล่าว

            "เดี๋ยวเมื่อการประลองเริ่มขึ้นพวกเราก็จะได้รู้" หวังฮู่กล่าว

            ในตอนนี้เองที่ชื่อของหยางจื่อเริ่มเป็นที่จดจำของผู่คนในสำนักและมีผู้อาวุโสหลายคนที่ส่งจิตสำนึกไปที่หยางจื่อเพื่อตรวจสอบพลังบ่มเพาะหยางจื่อเองถึงจะไม่ชอบใจแต่ก็ยอมให้พวกเขาตรวจสอบไปเมื่อผู้อาวุโสเหล่านั้นรู้ถึงพลังบ่มเพาะที่แท้จริงของหยางจื่อก็ตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้น

            "เอาละต่อไปจะเป็นการประลองจัดอันดับศิษย์ใหม่และมันไม่ใช่แค่การจัดอันดับเพียงอย่างเดียวแต่ยังมีรางวัลให้กับผู้ที่ได้อันดับ 1-3 อันดับที่ 3จะได้ยืมคัมภีร์ทักษะที่หอทักษะในชั้นที่ 1 เล่ม เป็นเวลา 1 เดือน ส่วนผู้ที่ได้ที่ 2จะได้ยืมคัมภีร์ทักษะที่หอทักษะในชั้นที่ 2 เป็นเวลา 1 เดือน และผู้ที่ได้อันดับ 1จะได้ยืมคัมภีร์ทักษะที่หอทักษะในชั้นที่​3 เป็นเวลา 2 เดือน​"ผู้อาวุโสคุมสอบกล่าว

            เมื่อเหล่าศิษย์ใหม่ได้ยินก็รู้สึกตื่นเต้นและเลือดเดือดพร่านขึ้นมาในทันทีความต้องการสู้ของแต่ละคนเริ่มปะทุออกมา เพราะในชั้นที่ 1ของหอคัมภีร์ คือทักษะระดับต่ำขั้น ต่ำ-สูงและในชั้นที่สองก็มีทักษะระดับ กลางขั้น ต่ำ-สูง และสิ่งที่สำคัญคือชั้นที่ 3ที่มีทักษะระดับ สูงขั้น ต่ำ-สูงเพราะทักษะระดับสูงนั้นหายากอย่างมากแม้แต่ในตระกูลใหญ่ก็มีเพียงไม่กี่เล่ม

            "เอาละเรามาเริ่มประลองกันได้เเล้วให้ทุกคนเข้ามาจับฉลากเพื่อสุ่มคนที่ได้หมายเลขเหมือนกันจะต้องสู้กัน"

            "เริ่มจากคนที่ได้หมายเลขที่ 1 ขึ้นเวทีประลองได้"

            เมื่อกล่าวเสร็จเหล่าศิษย์ใหม่ก็เริ่มขึ้นการต่อสู้ที่ดุเดือดก็เริ่มขึ้นและมี 1 คู่ที่ได้รับบาดเจ็บทั้งสองคนทำให้ไม่สามารถต่อสู้ต่อไปได้และถูกคัดออกไปและพวกเย่หลาง มู่โหลว ชิงซุน เซี่ยหนิง ก็ผ่านเข้ารอบต่อไปอย่างง่ายดาย

            "คู่สุดท้ายหมายเลข 25 ขึ้นเวทีประลองได้"

            หยางจื่อที่ได้หมายเลข25 เดินขึ้นเวทีประลองอย่างเชื่องช้าและผ่อนคลายเพราะในหมู่พวกศิษย์ใหม่หยางจื่อไม่หวาดกลัวผู้ใดอยู่เเล้ว

            คู่ต่อสู้ของหยางจื่อคือคนของตระกูลเซี่ย

            "ข้าเซี่ยเหิง โปรดชี้แนะ" เซี่ยเหิงกล่าวอย่างสุภาพ

            "ข้าหยางจื่อโปรดชี้แนะ" หยางจื่อเองก็กล่าวอย่างสุภาพ

            เซี่ยเหิงนำกระบี่ระดับกลางออกมาจากแหวนมิติแล้วตั้งท่าพร้อมต่อสู้หยางจื่อเองก็นำดาบสีเงินออกมาเช่นกันผู้อาวุโสหลายคนขมวดคิ้วในทันทีเพราะพวกเขาคิดว่าดาบสีเงินที่หยางจื่อใช้คืออาวุธระดับต่ำจึงพากันมองไปที่หมิงฮ่าวเพราะอัจฉริยะอย่างหยางจื่อไม่ควรจะใช้อาวุธระดับต่ำเพราะขั้นต่ำต้องใช้อาวุธระดับกลางขึ้นไป

            ทาง๮๣ิ๫ฮ่าวก็ส่ายหน้าด้วยรอยยิ้มขมขื่นไม่ใช่ว่าตนไม่อยากให้หยางจื่อเปลี่ยนอาวุธแต่ตัวหยางจื่อไม่๻้๪๫๷า๹ที่จะเปลี่ยนมันเอง

            เมื่อการประลองเริ่มขึ้นหยางจื่อได้กวัดแกว่งดาบเข้าโจมตีเซี่ยเหิงอย่างรวดเร็วการฟาดฟันของหยางจื่อแต่ละครั้งแฝงไปด้วยปราณดาบทำให้เซี่ยเหิงรับได้แต่ 3กระบวนท่าก็ยอมรับความพ่ายแพ้เพราะการฟังดาบของหยางจื่อแต่ละครั้งมันราวนำค้อนขนาดใหญ่มาฟาดใส่เซี่ยเหิง

            "เด็กคนนี้มีพรสวรรค์ในการใช้ดาบจริง ๆด้วย ส่งคนไปแจ้งผู้อาวุโสโม่หงเย่ว่ามีเด็กที่มีพรสวรรค์ในด้านการใช้ดาบถามท่านว่าท่านสนใจจะรับเขาไปเป็นศิษย์หรือไม่"ผู้อาวุโสคุมสอบกล่าวกับคนข้างๆ

            "ทำไมท่านต้องไปแจ้งผู้อาวุโสโม่หงเย่ละ"ผู้อาวุโสอีกคนกล่างด้วยสีหน้าไม่พอใจ

            "ข้าแค่คิดว่านางเหมาะจะเป็๲อาจารย์ของเด็กคนนี้มากที่สุดเเล้ว"

            "มันก็จริงอยู่แต่หญิงสาวคนนั้นมักไม่ค่อยออกมาจากหุบเขาของตัวเองแม้แต่ตอนประชุมผู้๪า๭ุโ๱ก็ยังไม่มาเลยแล้วจะให้อัจฉริยะอย่างเด็กคนนี้ไปอยู่กับนางรึ"

            "ถึงพวกเราจะรับเด็กคนนี้มาเป็นศิษย์พวกเราก็ไม่สามารถดึงศักยภาพที่แท้จริงของเด็กคนนี้ออกมาได้อยู่ดี"

            "นั่นสินะน่าเสียดายที่เด็กคนนั้นใช้ดาบถ้าหากเด็กคนนั้นใช้กระบี่ละก็"

            เหล่าผู้๪า๭ุโ๱คุยกันด้วยน้ำเสียงที่เสียดายอย่างมาก

            การประลองยังดำเนินต่อไปจนกระทั้งเหลือ12 คนสุดท้าย

            "ในตอนนี่เหลือคน 12 คนเราจะใช้กติกาเดิมคือจับฉลาก"

            "คู่ที่ 1 หยางจื่อ เจอกับ เย่จาง"

            "ในที่สุดข้าก็จะได้บดขยี้เจ้าขยะที่พ่อแม่เอามาทิ้งอย่างเจ้า"เย่จางกล่าว

            หยางจื่อที่ได้ยินคำกล่างของเย่จางก็เดินขึ้นมาบนเวทีบรรยากาศของหยางจื่อไม่ได้ผ่อนคลายสุภาพเหมือนครั้งก่อนแต่เป็นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยการกดขี่และกดดันอย่างถึงที่สุดเพราะคำกล่าวของเย่จางทำให้หยางจื่อโกรธขึ้นมาในทันทีเย่จางที่กำลังเผชิญหน้ากับหยางจื่อรู้สึกกดดันอย่างมากแค่หายใจยังลำบาก

            "เริ่มได้"

            "เวิ้ง"

            ปรารดาบที่หนาแน่นจนมองเห็นด้วยตาเปล่าปรากฏขึ้นบนดาบสีเงินของหยางจื่อแววตาของผู้อาวุโสหลายๆคนก็เปลี่ยนไปเพราะผู้ที่ใช้ดาบและสามารถใช้ปรารดาบออกมาได้ในสำนักมีแค่คนเดียวเท่านั้น

            "เย่จางรีบยอมแพ้ซะ" ผู้๵า๥ุโ๼ตระกูลเย่รีบกล่าว

            "ไม่ทันเเล้ว"

            "ตูม!!!!!"

            กระบี่ของเย่จางแตกหักเป็๞เสี่ยงๆร่างของเย่จางกระเด็นตงลงไปนอกเวทีประลองตามร่างมีบาดเเผลของเศษกระบี่ที่แตกออกปักบนร่าง

            ---------------------------------------------------------------------------------------