วิรดา ตื่นขึ้นมาในตอนเช้า รู้สึกเพลียๆ อ่อนล้า เพราะเธอยังไม่หายจากไข้ดี ความทรงจำเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาได้หวนกลับมา ทำให้ความเศร้าหมอง เสียใจ ได้กลับมาทับถมเธออีกครั้ง วิรดา ลงจากเตียงเดินไปเปิดประตูระเบียงออกไปยืนตรงระเบียงห้องนอน ความคิดเหม่อลอยไปไกลแสนไกล เธอจะทำยังไงกับชีวิตของเธอในตอนนี้ จิตใจเธอมันถูกเหยียบย้ำจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว
“ทำไมมายืนอยู่ตรงนี้ล่ะ ยังไม่หายดีเลย เดี๋ยวก็ไข้กลับมาอีกหรอก” นายหัวครรชิต เอ่ยเสียงเข้มๆ มาทางด้านหลัง ซึ่งชายหนุ่มมองดูร่างบางทางด้านหลัง มันช่างดูเปราะบางยิ่งนัก จนกลัวว่าหากเผลอทำอะไรรุนแรงไป ร่างบางนั้นจะแตกหักคามือ
“....” วิรดา นิ่งเงียบ ไม่มีเสียงตอบรับจากผู้หญิงตรงหน้า
“วิรดา อย่ามานิ่งเงียบอย่างนี้กับฉันนะ” ชายหนุ่มกล่าวขึ้นอย่างมีอารมณ์โมโหนิดๆ ที่หญิงสาวไม่ยอมพูดกับเขา แล้วยื่นมือไปดึงไหล่บอบบางของหญิงสาว ให้หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา แล้วหัวใจก็ร่วงหล่นลงไปยังตาตุ่ม เมื่อชายหนุ่มได้เห็นน้ำตาที่ไหลพรั่งพรูออกมา จากั์ตาอันแสนเศร้าโศกคู่นั้น
นายหัวครรชิต จึงดึงร่างบางเข้ามากอดไว้แนบกับอกกว้างบึกบึนนั้น “นายหัว คุณมันเป็คนใจร้าย ใจร้ายที่สุดเลย ทำไมคุณต้องทำให้ฉันเ็ปอย่างนี้ ทำไมต้องคอยเหยียบย้ำศักดิ์ศรีของฉันอย่างนี้ด้วย คนใจร้าย” วิรดา สุดจะทานทนไหวอีกต่อไป ใช้กำปั้นน้อยๆ ทุบตีไปที่หน้าอกแกร่ง พลางร้องไห้และพร่ำบ่น ราวกับคนเสียสติ ซึ่งชายหนุ่มก็ปล่อยให้หญิงสาวตุบตีอยู่อย่างนั้นจนพอใจ จนกระทั้งเหนื่อยอ่อนเพลีย และหยุดการทุบตีไปเอง
และเมื่อ นายหัวครรชิต เห็นว่าหญิงสาวได้หยุดการตุบตีลงแล้ว ก็ยกอุ้มร่างบางขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนแกร่ง แล้วพาเดินไปวางลงบนเตียงนอน
“ดีขึ้นหรือยัง อย่าร้องไห้เลยนะ พี่ขอโทษ” นายหัวครรชิต ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง พร้อมกับจูบซับน้ำตาให้จางหายไป
“ดาขอร้องได้ไหมคะ? อย่าทำอย่างนี้กับดาอีกจะได้ไหม? เพราะดาทนไม่ได้จริงๆ ดารู้ว่าดามาอยู่ที่นี้เพราะอะไร และไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องอะไรทั้งสิ้น แต่ได้โปรดอย่าทำร้ายจิตใจกันอย่างนี้เลยนะคะ อย่างน้อยๆ ก็จนกว่าดาจะหาเงินมาชดใช้ให้พี่ชิตได้จนครบ จะได้ไหมคะ?” วิรดา กล่าวขอร้องด้วยเสียงสั่นๆ ปนสะอื้น ชายหนุ่มเห็นแล้วช่างน่าสงสารเป็ยิ่งนัก จนแทบพูดไม่ออกเอาเลยทีเดียว
“โอเค! พี่จะพยายามก็แล้วกันนะ แต่ตอนนี้กินข้าวก่อนนะ แล้วค่อยกินยา” ว่าแล้วชายหนุ่มก็เลื่อนโต๊ะที่วางถาดข้าวต้มมาวางไว้ข้างๆ ตัว
“ขอบคุณนะคะ” วิรดา กล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย พลางมองหน้าชายหนุ่มตรงหน้า
“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ทานข้าวเถอะ เดี๋ยวพี่ป้อน” ชายหนุ่มหันมาบอกพร้อมกับยื่นมือใหญ่ไปเช็ดน้ำตาให้อีกครั้งจนเหือดแห้ง แล้วลงมือตักข้าวต้มป้อนหญิงสาวจนหมดชาม แล้วตามด้วยการป้อนยาและน้ำ
“นอนเถอะจะได้หายเร็วๆ” ชายหนุ่มกล่าว วิรดา จึงล้มตัวลงนอน โดยชายหนุ่มก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้ และก้มลงจุมพิตที่หน้าผากเนียนหนึ่งที แล้วเลื่อนลงไปยังปากบางจิ้มลิ้ม
“หลับซะนะ” นายหัวครรชิต บอกหญิงสาวให้หลับ เธอจึงหลับตาลงและหลับใหลอีกครั้งเพราะฤทธิ์ของยาแก้ไข้ ชายหนุ่มมองดูหน้าสวยหวานที่ซีดเซียวไร้สีสันนั้น พลางคิดว่า หากวันใดที่หญิงสาวเดินออกไปจากชีวิตของเขา แล้วเขาจะเป็ยังไงนะ จะรู้สึกแบบไหน
แต่คงไม่รู้สึกอะไรหรอกมั้งก็แค่ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เข้ามาในชีวิตเขาเพียงชั่วระยะเวลาหนึ่ง แล้วก็จากไป ไม่มีความรักให้กัน จะมีก็เพียงแค่ความหลงใหลชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น คนอย่างเขาจะต้องรักผู้หญิงด้วยสมอง ไม่ใช่รักด้วยหัวใจ แต่ทำไมตอนนี้หัวใจมันกลับรู้สึกร้อนรนกระวนกระวาย เมื่อคิดไปว่าหากหญิงสาวต้องจากไปล่ะ
นายหัวครรชิต ส่ายหน้าแรงๆ เพื่อขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านนี้ออกไปจากสมอง เขาจะต้องมาคิดบ้าบออะไรอยู่อย่างนี้ด้วยวะ กับแค่ผู้หญิงที่มาอยู่กับเขาเพื่อขัดดอกเบี้ยก็เท่านั้นเอง คิดได้แค่นั้น ชายหนุ่มก็ลุกขึ้น พร้อมกับยกถ้วยชามเดินออกจากห้องนอนลงไปข้างล่าง
๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔