บทที่ 109
“เวรกรรม!.. มีแขกไม่ได้รับเชิญเยอะจริงๆ” ไอซ์กล่าวพร้อมกับใช้ประสาทสัมผัสดวงตาที่เหนือกว่าคนธรรมดาหลายร้อยเท่า มองไปยังเหล่ามือสไนเปอร์ที่แอบยิงมาจากระยะไกล แสงเลเซอร์ที่สะสมที่ปลายกระบองสีทองถูกปล่อยออกไปอีกครั้ง แน่นอนว่าเป้าหมายคือมือสไนเปอร์พวกนั้น ทางด้านของเหล่ามือสไนเปอร์เมื่อยิงเสร็จก็ได้รับคำสั่งให้ถอยกลับทันที แต่สิ่งที่พวกมันไม่รู้ก็คือแสงเลเซอร์กำลังพุ่งตรงมาหาพวกมันอย่างรวดเร็ว ในขณะที่พวกมันไม่ทันระวังตัว และกำลังจะเก็บปืนของพวกมัน แสงเลเซอร์ก็ทะลุเข้าไปที่ขาของพวกมันอย่างแม่นยำ อ้ากกก! เป็นไปไม่ได้ นี่ระยะมันตั้ง 1,500 เมตรเชียวนะ.. เสียงร้องที่ไม่อยากจะเชื่อว่าชายคนนั้นจะเห็นตำแหน่งของพวกเขาแต่ละคนได้ชัดเจนอย่างนี้ แต่ละคนต่างก็พยายามคลานเอาชีวิตรอดไปหลบที่มุมต่างๆ ไม่นานพวกมันก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เพราะภาพที่พวกมันเห็นนั้นก็คือ ทูตสวรรค์ ปีกสีขาวที่กำลังโบกสะบัดอยู่บนฟากฟ้า“พวกตาแก่พวกนั้นพลาดแล้วล่ะที่เลือกใช้วิธีนี้..ฮ่าๆ กึกก!” ชายคนหนึ่งหัวเราะออกมาก่อนจะกัดไปที่ฟันของตัวเอง เมื่อเหล่ามือปืนคนอื่นเห็นก็พยักหน้าให้แก่กัน และกัดฟันของตัวเองตามไปติดๆ ไอซ์ที่เห็นว่ามันมีอะไรผิดปกติ เขารีบพุ่งตัวเข้าไปหาชายสี่คนนั้นทันที ไซยาไนด์!.. ไอซ์ค่อนข้างตกใจ เพราะสิ่งที่เขากำลังเห็นอยู่นั้นคือบุคคลทั้งสี่นอนชักดิ้นชักงอฟองสีขาวไหลออกมาเต็มปากของพวกมัน แน่นอนว่าพวกมันตกตายกันไปที่เรียบร้อยแล้ว ไอซ์เห็นเหตุการณ์อย่างนี้มาบ่อยครั้งในทีวี และถึงเขาจะสามารถใช้โพชั่นเพื่อรักษาพวกนี้ได้ แต่มันก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าพวกมันจะพูดในสิ่งที่เขาต้องการรู้ได้ ถึงขั้นที่พวกมันสามารถฆ่าตัวตายอย่างไม่ลังเลอย่างนี้ ซึ่งมันเป็นไปได้ยากที่พวกมันจะพูดถ้ารอดไปได้“หวังว่าจะสามารถจับพวกมันมาเป็นๆได้สักคนนะ..”ไอซ์กล่าวพร้อมกับมองไปยังดวงอาทิตย์ที่ลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้า แม้ว่าในระยะสายตาของเขาจะเห็นกลุ่มควันหลายจุดที่ลอยเด่นมาจากหลายสถานที่บนถนนหลวงเส้นนี้ แม้ว่าจะเป็นเวลาที่มีการสัญจรที่ไม่ติดขัด แต่สถานการณ์เช่นนี้ มันกลับทำให้ติดกันอย่างยาวเหยียด สถานการณ์ไม่สงบสุขอย่างนี้ ประชาชนคนธรรมดาที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ต่างก็วิ่งหนีหลบภัยกันอย่างวุ่นวาย บางคนที่อยู่บนอาคารต่างก็ถ่ายวิดีโอเพื่อเป็นหลักฐาน และเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชนทุกคนได้รับทราบว่ามีเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงที่เมืองเชียงใหม่อันแสนโด่งดัง ย้อนกลับไปอีกด้านหนึ่งในด้านของมีมี่..“แกอย่างนั้นเหรอ ที่เป็นลูกศิษย์ของเทียนหลงคนนั้น ก็ดูไม่เท่าไรนี่หว่า.. จริงๆแล้วอาจารย์มันก็คงจะไม่เก่งเท่าไรหรอกมั้ง ฮ่าๆ” เมื่อมีมี่ออกมาจากคฤหาสน์ ก็พบกับฮันเตอร์ปากดีนับสิบยี่สิบคน และคำพูดทักทายนั้นมันทำให้คิ้วของมีมี่กระตุกขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด“คุณหนูขอรับ ทางนี้พวกเราสามารถจัดการกันเองได้ครับ คุณหนูควรอยู่ในที่หลบภัยนะขอรับ” ชายที่เป็นฮันเตอร์ประจำตระกูลกล่าวออกมาด้วยความเป็นห่วง“ใช่ๆ คุณหนูอย่างแกควรหลบซ่อนตัวอยู่ในโพรงนั้น.. แล้วก็แอบดีๆล่ะ อย่าให้พวกข้าหาเจอก็แล้วกัน ถ้าข้าเจอแกล่ะก็.. จะจัดให้เป็นนางบำเรอสักคนละสามสี่ดอก ฮ่าๆๆ” ชายฮันเตอร์อีกฝ่ายกล่าวพร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ“หึหึ.. พวกนายไม่จำเป็นต้องเข้ามายุ่ง... ปากนั่น ฉันคิดว่าพวกนายจะเก็บเอาไว้ทานข้าวเสียอีก.. น่าเสียดายจริงๆ” มีมี่กล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม เธอสั่งให้ลูกน้องฮันเตอร์ของพ่อเธอถอยออกไป เพราะเหยื่อตรงหน้านั้นมันเป็นของเธอ แม้ว่าหัวหน้าฮันเตอร์ของวสินจะกล่าวขัดออกมา แต่เขาก็ถึงกับพูดไม่ออกเพราะมีเปลวไฟปริศนาปรากฏขึ้นตรงด้านล่างเท้าของชายคนที่พูดคนนั้น แน่นอนว่ามันเป็นเวทย์ไฟที่มีมี่เป็นคนสร้างขึ้นมา“ฉันก็ไม่ได้เป็นคนใจดีสักเท่าไร พวกนายคงคิดผิดแล้วที่พูด และหัวเราะกับเรื่องนั้น แค่พวกนายกล่าวย่ำศักดิ์ศรีของฉัน ฉันก็มีเหตุผลเพียงพอที่จะฆ่าพวกนายแล้ว แต่ว่า... พวกแกกล้ามากที่มาดูกอาจารย์ของฉัน.. หึหึ” มีมี่กล่าว ก่อนที่จะมีนักเวทย์น้ำของอีกฝ่ายร่ายขึ้นมาเพื่อดับไฟของมีมี่ แต่นั่นมันก็สายไปแล้ว อวัยวะภายในของชายคนนั้นถูกทำลายไปในชั่วพริบตาแล้ว“เหอะ! แค่จัดการพวกเราได้เพียงคนเดียวอย่าทำเป็นได้ใจไปหน่อยเลยน่า..พวกเราลุย!..” ฮันเตอร์อีกฝ่ายวิ่งกระโจนเข้ามาอย่างไม่คิดชีวิต ส่วนฮันเตอร์ของวสินเองก็เตรียมพร้อมเข้าปะทะกับพวกมันอย่างเอาเป็นเอาตายเช่นกัน มีมี่ที่เห็นอย่างนั้นก็รู้สึกขัดใจไม่น้อย“ก็บอกว่าอย่าเข้ามายุ่งยังไงล่ะ. ถอยไปซะ.. ‘ทะเลเพลิง’ หึหึ” มีมี่กล่าวกับฮันเตอร์ของพ่อที่กำลังจะปะทะอย่างเด็ดขาด ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะเหมือนกับโรคจิตที่โหดร้าย เสียงนั้นมันฝังลึกเข้าไปในจิตใจของพวกผู้ก่อการร้าย แน่นอนว่าเธอใช้เวทมนตร์เต็มพิกัดเพื่อทรมานพวกมัน พวกมันเหล่านั้นถือว่าโชคร้ายแล้วจริงๆ เหล่าฮันเตอร์ประจำตระกูลเองก็แอบตกใจเช่นกัน ถ้าคุณหนูใช้ในตอนที่พวกเขาต่อสู้อยู่กับพวกมันแล้วล่ะก็ พวกเขาคงจะไม่มีโอกาสรอดชีวิตเลยก็ว่าได้ เพราะเวทย์ที่คุณหนูได้ใช้ออกไปนั้น มันเป็นเวทย์เพลิงขนาดใหญ่ล้อมรอบพวกมันเอาไว้เป็นวงกลม แม้ว่าเวทย์น้ำของฮันเตอร์บางคนจากฝ่ายนั้นจะช่วยกันดับไฟได้ แต่ไฟเหล่านั้นมันกลับยิ่งทวีความรุนแรงเข้าไปอีกระดับหนึ่ง มันเป็นไฟที่อันตรายเอามากๆ โดนเพลิงนั้นเพียงแค่ปลายนิ้วก้อย มันก็ลามไปทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว อ้ากกกก! พวกแกช่วยกันดับไฟเร็วเข้า! ร้อนๆๆไม่ไหวแล้วโว้ย! เสียงร้องทรมานของพวกมันร้องออกมาเป็นช่วงๆ มีมี่ที่เห็นอย่างนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างสยอง เธอยกมือขึ้นมาเพื่อสั่งการทะเลเพลิงของเธอให้ค่อยๆบีบเข้าไปที่จุดศูนย์กลางของวงกลม ฮันเตอร์ของอีกฝ่ายต่างก็หันหลังชนกันอย่างหมดปัญญา พวกมันมองดูความโหดร้ายจากการกระทำของสาวน้อยคนนั้น เหล่าเพื่อนๆที่มาด้วยกันต่างก็ถูกไฟคลอกตายกันไปเรื่อยๆ โดยที่พวกมันทำอะไรกันไม่ได้เลย บางคนพยายามวิ่งฝ่าออกไป แต่สุดท้ายพวกมันก็ถูกย่างสดตายกันไปอยู่ดี เหล่าฮันเตอร์ประจำตระกูลต่างก็กลืนน้ำลายเหนียวๆของตัวเองลงคอไป ก่อนที่พวกมันจะจ้องมองไปยังคุณหนูผู้เป็นนายอย่างหวาดกลัว“จบแล้วอย่างนั้นเหรอ ก็ไม่เห็นเก่งเหมือนปากเลยแฮะ.. หือออ หนูสกปรก!” มีมี่มองไปยังกลุ่มของพวกผู้ก่อการร้ายด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนที่หางตาของเธอจะเห็นพวกมันอีกกลุ่มที่อยู่ไกลๆ รอยยิ้มของเธอปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะร่ายเวทย์ลูกบอลเพลิงหลายสิบลูกจู่โจมพวกนั้นทันที“บ้าไปแล้ว! เธอคนนั้นรู้ได้ยังไงกัน!...” เหล่านักฆ่าหลายคนที่อยู่ตรงนั้นต่างวิ่งหนีกันไปคนละทิศละทาง เมื่อเห็นว่ามีเวทย์บอลเพลิงขนาดไม่ใหญ่มากนักลอยมาทางพวกเขา แม้ว่ามันจะมีขนาดเล็ก และดูไม่น่ากลัวเท่าไร แต่จากประสิทธิภาพที่พวกเขาเห็นนั้น มันทำให้พวกเขาไม่กล้าที่จะเสี่ยงรับมันตรงๆ“ไปจับพวกมันมาซะ! เวทย์นั้นไม่ถึงกับตาย รู้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไงต่อ” มีมี่กล่าวเสียงดังกับพวกฮันเตอร์ของพ่อตัวเอง แน่นอนว่าตัวของหัวหน้ากลุ่มพยักหน้ารับคำอย่างขันแข็ง ก่อนที่พวกเขาจะพุ่งตัวไปยังทิศที่คุณหนูของพวกเขาโจมตีไป“ที่อื่นๆก็น่าจะมีปัญหาด้วยเช่นกันสินะ.. อื้ม!” มีมี่มองไปยังสถานที่อื่นๆที่มีควันลอยออกมา และดูเหมือนว่าเธอจะคิดอะไรได้สักอย่าง เธอกางปีกสีแดงเพลิงของตัวเองออกมาก่อนจะบินไปอีกทางหนึ่งที่เธอสังหรณ์ใจเอาไว้