บทที่ 3 การกลับมาของคุณหนูเฟิ่ง
เฟิ่งหนิงอันเดินทางมาที่ไอแลนด์ด้วยเครื่องบินส่วนตัวกับครอบครัว ไม่ถึงสามชั่วโมงก็มาถึงหมู่เกาะไอแลนด์ บ้านพักของตระกูลเฟิ่งอยู่ติดชายทะเล มีเนื้อที่กว่า 100 ไร่ ที่จริงพี่ใหญ่อยากจะมาด้วยแต่ติดงานสำคัญทำให้มาด้วยไม่ได้ แต่เ้าตัวบอกว่าเคลียร์งานเสร็จจะบินมาหาอย่างแน่นอน
“โจวอี้และปีเตอร์จะเป็ผู้ช่วยและคอยดูแลลูก” เฟิ่งเลี่ยงหรง้าให้ลูกสาวมีคนของตัวเองคอยทำงานให้และคอยดูแลความปลอดภัย
“ค่ะคุณพ่อ” เื่นี้ยังไงก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่แล้ว มีคนมาคอยช่วยงานก็ดีเหมือนกัน คงต้องดูความสามารถของทั้งสองคนก่อนว่าจะสามารถช่วยงานเธอได้หรือเปล่า
“อาทิตย์หน้าพ่อจะแวะมาหา” เฟิ่งหนิงอันมองแผ่นหลังของคนเป็พ่อและกลุ่มผู้ติดตามไป ในบ้านเหลือเพียงเหล่าบอดี้การ์ดทีมของโจวอี้และปีเตอร์นับสี่สิบชีวิต
“คุณหนูจะออกไปข้างนอกไหมครับ?” เป็โจวอี้ที่เอ่ยถาม
“ไม่ ฉันอยากจะพักผ่อน ตอนเย็นให้แม่บ้านเตรียมอาหารง่าย ๆ ก็พอ” เฟิ่งหนิงอันบอกอีกฝ่าย
“ครับคุณหนู”
“จริงสิ โรงฝึกซ้อมพรุ่งนี้เช้ามืดเจอกันที่นั่น”
“...” ปีเตอร์
“เออ...คุณหนูจะไปทำไมครับ?” โจวอี้เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“เวลาพวกนายไปโรงฝึกไปทำอะไร?” เฟิ่งหนิงอันไม่ตอบ แต่เอ่ยถามกลับไป
“...” โจวอี้
“คุณหนูอยากไปดูพวกเราฝึกเหรอครับ?” ปีเตอร์เอ่ยถาม แน่นอนว่าโรงฝึกมีเอาไว้ฝึกบอดี้การ์ดและคนของตระกูลเฟิ่ง โรงฝึกที่นี่ก็ใหญ่ไม่แพ้ที่ซีทีแลนด์ มีอาวุธใหม่ ๆ หลายอย่างถูกส่งมาทดลองให้ได้ใช้ก่อนที่อื่น
“พรุ่งนี้ก็รู้เอง” เฟิ่งหนิงอันบอกกับผู้ช่วยคนใหม่ทั้งสอง ก่อนจะเดินไปที่ห้องพักของตัวเอง ไม่ได้สนใจสีหน้าเต็มไปด้วยคำถามของสองคนเลยแม้แต่น้อย
ตลอดหนึ่งสัปดาห์เธอใช้เวลา่เช้าในการออกกำลังกายอย่างว่ายน้ำ ตอนเที่ยงนอนพักผ่อน หาช่องทางการเพิ่มเงินในบัญชีโดยการเล่นหุ้น นอกจากนี้ยังดึงเงินจากบัญชีเดิมมาลงทุนเพิ่ม
ศึกษาและออกแบบอาวุธที่เธอชอบ ศึกษาเื่เทคโนโลยีของตระกูลเฟิ่ง พี่ชายคนโตดูแลธุรกิจการลงทุน การเงิน การส่งออกอาวุธเป็หลัก เื่การพัฒนาเธอจะเข้ามารับหน้าที่ตรงส่วนนี้เอง ถือเป็การแบ่งเบางานของครอบครัว
ส่วนธุรกิจแบรนด์เครื่องประดับอย่างซีซีกรุ๊ปที่มีอยู่ให้เลขาทั้งสองคนเป็คนดูแลก็พอแล้ว ตอนนี้ธุรกิจกำลังไปได้สวย เป็ความตั้งใจของเธอ เธอจะทำให้มันประสบความสำเร็จเพิ่มขึ้นไปอีก
นิ้วเรียวรัวแป้นพิมพ์ เช็คข้อมูลของหุ้น สายตาบ่งบอกความพึงพอใจ ตอนเช้าว่ายน้ำ ตอนบ่ายซ้อมยิงปืน ฝึกการต่อสู้ ตอนเย็นไปว่ายน้ำที่ทะเลสีมรกต ใช้เวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ทุกอย่างก็คล่องตัวเหมือนเดิม
“คุณหนูครับ คุณชายใหญ่จะกำลังเดินทางมา” ปีเตอร์เข้ามาบอกคุณหนู
“บอกแม่บ้านไม่เตรียมมื้อเย็น ฉันจะพาพี่ใหญ่ไปดินเนอร์ข้างนอก บอกโจวอี้จองร้านประจำ ขอโซนส่วนตัว”
“ครับคุณหนู” ปีเตอร์รับคำสั่งแล้วรีบจัดการต่อสายหาโจวอี้ให้จัดการตามที่คุณหนู้า
ตลอดสัปดาห์ที่อยู่ดูแลคุณหนู ต้องบอกเลยว่าเขาและโจวอี้มีเื่ให้แปลกใจไม่หยุด เริ่มจากฝีมือการต่อสู้ระยะประชิด การใช้อาวุธมีด การยิงปืนไม่ว่าเป็เป้านิ่งหรือเป้าบิน คุณหนูยิงได้แม่นยำราวกับจับวาง
พวกเขาเคยได้ยินรุ่นพี่ที่ค่ายฝึกพูดว่า คุณหนูไม่ชอบการต่อสู้ ไม่เคยฝึกยิงปืน แต่ที่เขาและโจวอี้เห็นไม่ใช่เลย ความสามารถของคุณหนูเหนือกว่าเขาและโจวอี้ด้วยซ้ำ
ปีเตอร์และโจวอี้พึ่งผ่านการฝึกภาคสนามมาเมื่อสองปีก่อน ตอนที่เขามาอยู่กับนายใหญ่ คุณหนูออกจากตระกูลเฟิ่งไปแล้ว
“พี่ใหญ่” เฟิ่งหนิงอันเดินเข้ามาโอบกอดพี่ชายด้วยความคิดถึง คนเป็พี่โอบกอดน้องสาวเช่นกัน ก่อนจะผละออก
“ไม่ใช่เด็ก ๆ แล้ว” น้องสาวเขาอายุ 24 ปีแล้ว ยังทำตัวเหมือนตอนเด็ก ๆ ไม่มีผิด ถ้าไม่ใช่เพราะการกระทำและสายสัมพันธ์ที่คุ้นเคยเขาคงคิดว่ามีิญญาคนอื่นมาอยู่ในร่างของน้องสาวของเขาแล้ว ตลอดหนึ่งสัปดาห์ความเคลื่อนไหวและสิ่งที่น้องสาวทำที่บ้านหลังนี้เขารับรู้มันมาตลอด
“ก็ไม่เห็นจะเป็อะไรเลย น้องคิดถึงพี่ใหญ่นี่ แล้วพี่ใหญ่เหนื่อยหรือเปล่า” สายตามองสำรวจพี่ชายั้แ่หัวจรดเท้า ก่อนจะได้กลิ่นคาวเืที่เบาบางลอยผ่านมาในอากาศ
“พี่ใหญ่าเ็?” เธอเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
“พี่ไม่เป็อะไร าเ็นิดหน่อยเอง” คนเป็พี่บอกกับน้องสาว
“ที่หัวไหล่” เฟิ่งหนิงอันส่งสายตากดดันให้คนเป็พี่อย่างไม่เคยเป็มาก่อน
“แค่นิดเดียว” เพราะสายตาที่จริงจังเต็มไปด้วยความเป็ห่วงของน้องสาว เฟิ่งเลี่ยงจินเลยยอมบอก แม้ในใจอยากจะเอ่ยถามว่าใครกันที่กล้าทำร้ายพี่ชายของเธอ แต่ต้องข่มใจเอาไว้ พ่อและพี่ชายยังไม่เคยเห็นตัวตนใหม่ของเธอ
“ใครทำพี่ใหญ่ มันเป็ใคร?” ใครกล้าทำร้ายพี่ชายของเธอ แค่คิดก็อยากจะฆ่ามันให้ตายอย่างทรมาน เฟิ่งเลี่ยงจินเหมือนจะรับรู้ถึงสีหน้าและแววตาดุดันของน้องสาว แต่ยังไม่กล้าฟันธงสิ่งที่เธอกำลังคิด เขายอมรับว่าอ่านความคิดของน้องสาวไม่ออก
“ไม่ใช่ว่าให้โจวอี้ไปจองร้านอาหารไว้ไม่ใช่เหรอ พี่ขอไปอาบน้ำก่อน แล้วเราค่อยไปดินเนอร์กัน” คนเป็พี่บอกกับน้องเพื่อเปลี่ยนเื่ไม่ให้เธอสนใจอาการาเ็ของเขา มันก็แค่แผลเพียงเล็กน้อย อีกอย่างนักฆ่าคนนั้นก็ตายไปแล้ว น่าเสียดายที่มันไม่ยอมเปิดปากถึงคนที่บงการ ไม่สิต้องบอกว่ามันไม่รู้มากกว่า มันแค่ทำตามคำสั่ง
“ก็ได้ค่ะ ไม่ต้องรีบน้องรอได้” เธอเองก็ยังไม่ได้แต่งตัวยังอยู่ในชุดวอร์มสบายๆ มองแผ่นหลังพี่ชายที่เดินขึ้นไปชั้นสองตัวบ้านกับคนสนิทของพี่ชายอย่างไม่วางตา
“ปีเตอร์” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยเรียกบอดี้การ์ดของตัวเอง
“ครับคุณหนู”
“ไปสืบมาว่าพี่ใหญ่ทำไมถึงาเ็”
“....”
“ให้เวลา 5 นาที” น้ำเสียงและแววตาจริงจังจนปีเตอร์ไม่อาจปฏิเสธได้
“ครับคุณหนู” ปีเตอร์รับคำแล้วรีบไปหาข่าวในทันที ทางเดียวที่จะได้ข่าวเร็วที่สุดก็คือ บ้านพักของคนติดตามคุณชายใหญ่ แล้วปีเตอร์ก็ไม่ทำให้เฟิ่งหนิงอันต้องรอนาน
“ช้าไป 30 วินาที”
“โธ่คุณหนูครับ ผมรีบที่สุดแล้ว” ยังไม่ถูกใจคุณหนูอีกเหรอ เขาเริ่มจะเห็นด้วยแล้วว่าคุณหนูมีนิสัยเอาแต่ใจสุด ๆ เป็เื่เดียวที่พูดถูกเกี่ยวกับคุณหนูเฟิ่ง
“นายไม่ได้กำลังนินทาฉันในใจใช่ไหม?” แววตาดุดันจ้องมองชายหนุ่มลูกครึ่งนามว่าปีเตอร์
“ผมไม่กล้าหรอกครับคุณหนู”
“ได้ความว่ายังไง?” น้ำเสียงเอ่ยถามด้วยความจริงจัง
เมื่อได้ฟังที่ปีเตอร์บอกก็พอจะจับต้นชนปลายได้ถูก ดูเหมือนมีคนอยากจะให้พี่ชายของเขาตาย คงเกี่ยวกับผลประโยชน์เื่เงิน ๆ ทอง ๆ นักฆ่าระดับสูงขององค์กรนักฆ่าใต้ดิน พวกมันไม่ได้แฝงตัวมาแค่คนเดียวอย่างแน่นอน
พวกมันรับเงินไปแล้ว ถ้าเป้าหมายไม่ตายพวกมันก็ต้องตาย งานที่รับมาถึงจะจบ กฎของนักฆ่าไม่ได้มีอะไรซับซ้อน จากข้อมูลที่หามา กฎของพวกมันไม่ต่างจากชีวิตที่สองของเธอเท่าไหร่ แต่โครงสร้างขององค์กรไม่ซับซ้อนเท่าองค์กรที่เธอเคยอยู่เท่านั้นเอง
เฟิ่งหนิงอันพาพี่ชายไปทานข้าวร้านอาหารประจำที่เคยมาทานด้วยกัน รสชาติอาหารยังคงอร่อยถูกปากเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมีเมนูใหม่ ๆ มาให้ลอง ทำเอามื้อเย็นของวันนี้เจริญอาหารไม่น้อยเลย
“ทำไมกินเก่งขึ้น” เฟิ่งเลี่ยงจินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แววตาที่มองไม่ได้เ็าเลยแม้แต่น้อย
“ก็มันอร่อยนี่น่า พี่ใหญ่ก็กินเยอะเหมือนกันนั่นแหละ” จะว่าเธอคนเดียวได้ยังไง พี่ชายกินสเต็กเนื้อไปตั้งสองจาน
“มองพี่แบบนี้ทำไม?” เสียงเข้มเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าจ้องมองเขาไม่วางตา
“เป็ห่วงพี่ใหญ่” เฟิ่งหนิงอันบอกกับพี่ชายตามตรง เธอรู้ว่าพี่ชายของเธอเก่ง แต่เื่ของความเป็ความตาย ประมาทไม่ได้อย่างเด็ดขาด
“พี่จัดการได้ ว่าแต่น้องเถอะ เมื่อไหร่จะจัดการเื่ของตัวเอง” เฟิ่งเลี่ยงจินเปลี่ยนมาสนใจเื่ของน้องสาวด้วยท่าทีที่จริงจัง
“เื่บางอย่างมันต้องรอเวลาถึงจะสนุกไม่ใช่เหรอคะ” ปล่อยให้มีความสุข เพราะนับจากนี้คือนรกบนดินที่จะได้เผชิญ
“รออะไร ไม่ใช่ว่ายังรักมันอยู่หรอกใช่ไหม?” อย่าให้เป็อย่างที่เขากำลังคิดเลย ไม่อยากให้น้องสาวใจอ่อนกับผู้ชายแบบนั้นอีกแล้ว
“รอให้ทางตระกูลเฉิงเกี่ยวดองกับตระกูลฉางก่อน พวกเขากำลังมีการลงทุนโปรเจคใหญ่ร่วมกัน” สายตาเ้าเล่ห์ของคนตรงหน้า ทำเอาคนเป็พี่ชายขำออกมาเล็กน้อย
“หึ ๆ เป็คนโลภั้แ่เมื่อไหร่?” เขาเอ่ยถามด้วยความพึงพอใจ กับสิ่งที่น้องสาวกำลังจะทำเห็นเงียบ ๆ แบบนี้ร้ายไม่เบาเลย
“ในเมื่อจะลงมือเองทั้งทีก็ต้องได้อะไรกลับมานอกจากความสะใจ แบบนี้ถึงจะสมเป็คุณหนูเฟิ่ง พี่ใหญ่ว่าไหม?” จะเอาแค่ความสะใจอย่างเดียวทำไมกัน ในเมื่อมีสิ่งที่สามารถกอบโกยได้
“วางเกมดี ๆ” เฟิ่งเลี่ยงจินเอ่ยเตือนน้องสาว ให้คิดทำอะไรให้รอบคอบ
“ไม่พลาดอย่างแน่นอน พี่ใหญ่รอชมชัยชนะของน้องได้เลย” เฟิ่งหนิงอันส่งยิ้มให้กับคนเป็พี่ชาย
“ในที่สุดเ้าหญิงของพี่ก็กลายเป็ยายแม่มดใจร้ายแล้วสินะ หึ ๆ”
“แม่มดเลยเหรอพี่ใหญ่ ได้เลยน้องจะเป็ยายแม่มดจอมชั่วร้าย ฮ่า ๆ” ฟังดูดีกว่าการเป็เ้าหญิงเยอะเลย ตระกูลฉางกับตระกูลเฉิงลงนรกไปพร้อมกับฉางเหลียงและเฉิงเจียอี้ซะเถอะ
ศัตรูที่อยู่ในคราบของมิตร ปล่อยเอาไว้ก็เป็ขวากหนามต่อความยิ่งใหญ่ของตระกูลเฟิ่งเปล่าๆ การที่ทั้งสองคนวางยาพิษที่ไร้สี ไร้กลิ่น และไม่สามารถตรวจพบได้ ยาพิษนี้มาจากแหล่งวิจัยระดับสูงของเอแลนด์
เพราะเธอไปรู้ความลับเื่ของตระกูลเฉิงและตระกูลฉางร่วมมือกันหักหลังตระกูลเฟิ่ง ถึงแม้จะรักฉางเหลียงมาก แต่ก็รักพ่อและพี่ชายมากเช่นกัน ในวันที่รู้ความจริงเธอพยายามจะติดต่อคนของตระกูลเฟิ่งทันที แต่น่าเสียดายที่ฉางเหลียงจับได้เสียก่อน สุดท้ายเฉิงเจียอี้ก็เอายาพิษกรอกปากเธอ แสร้งสร้างสถานการณ์เื่อุบัติเหตุ ตบตาทุกคน
เื่นี้เธอจำได้ไม่มีวันลืม ตราบใดที่เธอยังมีลมหายใจอยู่ เธอจะต้องทำลายคนที่มันคิดร้ายต่อพ่อและพี่ชายของเธอ
ปั่ก
ปั่ก
พรึ่บ
บอดี้การ์ดที่อยู่ในโรงฝึกซ้อมกำลังยืนมองสองพี่น้องตระกูลเฟิ่งต่อสู้ระยะประชิดด้วยมือเปล่ากันอย่างไม่วางตา พวกเขารู้ดีว่าคุณชายใหญ่เก่งกาจและมีฝีมือการต่อสู้ที่ร้ายกาจ แต่คุณหนูเฟิ่งพวกเขาพึ่งเคยเห็นเธอสู้แบบจริงจัง
ตลอดเวลาหนึ่งสัปดาห์ ไม่มีใครทำให้เธอแสดงฝีมือที่แท้จริงได้เลยสักคน แม้แต่หัวหน้าโรงฝึกก็ยังสู้คุณหนูไม่ได้ สายตาทุกคู่จ้องมองการต่อสู้ของสองพี่น้องตระกูลเฟิ่งอย่างไม่ละสายตา
พรึ่บ
ปั่ก
“พี่ใหญ่เล่นทีเผลอ”
ปั่ก
ปั่ก
พรึบ
“หึ น้องเ้าเล่ห์จริง ๆ” น้องสาวของเขาฝีมือร้ายกาจราวกับผ่านการฝึกมาเป็เวลานาน แต่เท่าที่เขารู้ั้แ่เด็กเธอไม่เคยเรียนการต่อสู้เลยด้วยซ้ำ เวลาหนึ่งสัปดาห์น้องสาวเขาไม่มีทางมีฝีมือเก่งกาจขนาดรับมือกับเขาได้อย่างสูสี
โจวอี้เห็นว่าทั้งสองหยุดการต่อสู้ จึงรีบเดินเอาผ้าเช็ดหน้าไปให้คุณหนูและคุณชายใหญ่ ทั้งสองอยู่ในชุดวอร์มเสื้อกล้ามสีดำ
“น้องใส่ชุดแบบนี้มาโรงฝึกทุกวันเหรอ?” คนเป็พี่เอ่ยถาม ก่อนจะกวาดมองสายตาบอดี้การ์ดในโรงฝึกมีผู้ชายเยอะกว่าผู้หญิงเสียอีก
“ก็ใส่สบายดีนี่ค่ะ” อีกอย่างที่นี่ก็มีแต่คนของตระกูลเฟิ่ง และเธอได้ตรวจสอบทุกคนแล้วว่าไว้ใจได้ หนอนมันแฝงตัวอยู่ในบ้านใหญ่ที่ซีทีแลนด์ต่างหาก ไอแลนด์มีแต่คนของตระกูลเฟิ่ง เื่นี้เฟิ่งหนิงอันตรวจสอบก่อนที่จะมาที่นี่แล้ว
“นิกกี้”
“คุณชายใหญ่”
“บอกเจสสิก้าและเหมยหลินให้กลับมาที่ไอแลนด์” ทำไมพ่อต้องส่งโจวอี้กับปีเตอร์มาดูแลน้องสาว คนฝีมือดีของตระกูลเฟิ่งที่เป็หญิงสาวก็มีไม่น้อย ตระกูลเฟิ่งวัดคนที่ความสามารถไม่ใช่เพศ เพราะฉะนั้นจึงมีทุกเพศทุกวัยที่ทำงานให้
“เจสสิก้ากับเหมยหลิน ไปทำงานสำคัญให้นายใหญ่ที่ยูแลนด์” นิกกี้บอกกับผู้เป็นาย
“หรูเฟยล่ะ?”
“เฟยเฟยอยู่ที่ซีทีแลนด์ ให้ตามตัวเลยไหมคะ?” นิกกี้นึกถึงเพื่อนชายใจเป็สาว เขาไม่ชอบให้เรียกว่าหรูเฟย เว้นแต่คุณชายใหญ่คนเดียวที่เรียกชื่อนี้ได้
“อืม เร็วที่สุด”
“ตอนเย็นเฟยเฟยจะมาถึงอย่างแน่นอน”
“ช้าไป ขอเร็วกว่านี้”
“ค่ะ” นิกกี้รับคำ ใช่ว่าเฟยเฟยจะว่าง แต่ในเมื่อเป็คำสั่งคุณชายใหญ่ยังไงเฟยเฟยก็ต้องมา
“หนิงอัน ตอนเย็นเราไปล่องเรือกันดีไหม?” คนเป็พี่ชายเอ่ยชวน
“ก็ดีเหมือนกันค่ะ น้องกำลังอยากขับเรืออยู่พอดี”
เมื่อได้พักผ่อนและเที่ยวเล่นกับพี่ชายเต็ม ๆ สามวัน ก็ถึงเวลาที่ต้องเริ่มงานจริง ๆ จัง ๆ สักที อีกสามเดือนตระกูลฉางและตระกูลเฉิงก็จะประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจด้วยกัน โดยเฉพาะการส่งออกแบรนด์เครื่องประดับที่เฉิงเจียอี้นั่งเก้าอี้รองประธานบริหาร
ถึงตอนนั้นหมากที่วางเอาไว้ก็จะเริ่มเดินเกมในทันที เฟิ่งหนิงอันจะเฝ้ารอเวลานั้นอย่างใจเย็น แต่ระหว่างที่รอก็ขอมาจัดการอะไรในศูนย์วิจัยให้มันเรียบร้อยเสียก่อน
“โจวอี้ไปศูนย์วิจัย”
“ครับคุณหนู”
“ปีเตอร์” ในขณะที่รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวออกจากบ้าน น้ำเสียงราบเรียบทว่าแฝงไปด้วยความเ็าเอ่ยเรียกบอดี้การ์ดอีกคน ที่ทำหน้าที่ขับรถ
“ครับคุณหนู”
“จอดที่ร้านกาแฟให้หน่อย” เพราะติดนิสัยไม่ชอบทานอาหารเช้า ชอบดื่มกาแฟมากกว่า
“ได้ครับคุณหนู”
พวกเขาแค่มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและทำตามความ้าของคุณหนู ตามที่นายท่านกำชับมา แม้จะสงสัยและอดแปลกใจไม่ได้ที่อยู่ ๆ คุณหนูก็ลุกมาทำอะไรหลายๆ อย่างที่ไม่เคยทำ
อย่างซ้อมยิงปืน ศึกษาอาวุธปืน ไหนจะเรียนการต่อสู้ ที่จริงจะเรียกว่าเรียนไม่ได้หรอก เพราะการต่อสู้ของคุณหนูดีกว่าพวกเขาสองคนแล้วในตอนนี้
แม้วันแรก ๆ จะไม่กล้าต่อสู้กับคุณหนู ยามที่เธอเรียกให้พวกเขาไปเป็คู่ซ้อม แต่พอได้สู้จริง ๆ แล้ว ทำให้รู้ว่าคุณหนูมีพื้นฐานการต่อสู้ที่ดีมาก ใครบอกว่าคุณหนูต่อสู้ไม่เป็ เขาอยากให้ได้มาลองต่อสู้มือเปล่ากับคุณหนูสักยก แล้วจะเปลี่ยนความคิดเหมือนที่เขาและโจวอี้มองคุณหนูเปลี่ยนไป
ร่างระหงแต่งตัวทะมัดทะแมง ด้วยเสื้อสายเดี่ยวสีดำ แมทด้วยเสื้อแขนยาวหนังสีดำและกางเกงสีดำ ทำให้ร่างดูผอมเพียว น่ามองไปทุกสัดส่วน ผมที่ยาวประบ่าลงมาไม่มาก ถูกมัดรวบขึ้นสูง ส่งให้ใบหน้าดูมีเสน่ห์มากขึ้น
มือเรียวส่งป้ายพนักงานให้กับฝ่ายประชาสัมพันธ์ แน่นอนว่านี่เป็ครั้งแรกที่มาที่ศูนย์วิจัย เฟิ่งหนิงอันเข้ามาเหมือนพนักงานปกติทั่วไป โดยปกปิดตัวตนของตัวเอง
“คุณเฟิ่งหนิงอัน พนักงานฝ่ายวิจัยอาวุธ” ประชาสัมพันธ์สาวตรวจสอบข้อมูล ก่อนจะพบข้อมูลของเธอในระบบ
“นี่เป็คีย์การ์ดห้องทำงานของคุณอยู่ชั้น 22 ไปรายงานตัวกับหัวหน้าแผนกได้เลย”
“ขอบคุณ” มือเรียวรับคีย์การ์ดมา ก่อนจะเดินไปที่ลิฟต์เพื่อขึ้นไปที่ห้องทำงาน
พนักงานประชาสัมพันธ์มองร่างระหงที่แต่งตัวได้อย่างลงตัว กฎการทำงานเปิดกว้างไม่บังคับเื่การแต่งตัว แค่มีบัตรพนักงาน มีคีย์การ์ด มีรอยนิ้วมือและม่านตาในระบบก็สามารถยืนยันตัวตนได้แล้ว
การทำงานเป็ไปอย่างเข้มงวด มีกฎระเบียบหลายข้อ แต่ทุกคนก็พร้อมปฏิบัติตาม เพราะค่าตอบแทนสูง คุ้มค่ากับการทำงาน
“เฟิ่งหนิงอัน” พนักงานประชาสัมพันธ์สาวเอ่ยทวนชื่อของหญิงสาวเมื่อสักครู่ ก่อนจะเบิกตากว้าง
“ลูกสาวนายใหญ่” เื่นี้ต้องขยาย ใคร ๆ ก็รู้ว่านายใหญ่ตระกูลเฟิ่งมีลูกสองคน คนแรกก็คือคุณชายใหญ่เฟิ่งเลี่ยงจิน คนที่สองคือคุณหนูเฟิ่งหนิงอัน
คนสวย ๆ ท่าทีดูทะมัดทะแมง ไม่เหมือนกับข่าวลือที่เคยได้ยินมาเลย ที่ว่าลูกสาวของนายใหญ่เป็คนเรียบร้อย อ่อนหวาน สวยราวกับเ้าหญิง มันตรงกันข้ามกันเลย หญิงสาวที่เธอเห็นเป็คนสวย แบบสวยมาก สวยเท่ สวยเซ็กซี่ สวยแบบแบด ๆ รูปร่างดี สัดส่วนน่ามอง ใบหน้าดูมีเสน่ห์ ไม่เห็นสวยหวานราวกับเ้าหญิงเลยสักนิด
ไลน์กลุ่มพนักงานศูนย์วิจัยใหญ่แตกตื่นกันยกใหญ่ เมื่อพบว่าพนักงานวิจัยคนใหม่ที่พึ่งมารายงานตัวคือลูกสาวของท่านประธานหรือที่ทุกคนเรียกว่านายใหญ่
“คุณหนู มีอะไรหรือเปล่าครับ” โจวอี้เอ่ยถาม
“คุณพ่อจัดห้องทำงานให้เหรอ?” เพราะมันดูดีกว่าห้องของนักวิจัยทั่วไป
“ครับ เพื่อความสะดวกสบายในการทำงานของคุณหนู” โจวอี้รายงานตามที่ได้รับคำสั่งจากนายใหญ่มาอีกที
“อืม ก็ดีเหมือนกัน”
----TBC----