13
ตอนที่ 13 ขอบพระคุณท่านประมุข
ทว่าอย่างไร ประมุขตระกูลเหลิงผู้นี้เคยรังแกกลั่นแกล้งแม่จ๋ากับเขามาก่อน จึงเป็ธรรมดานักที่เหลิงเจียวเหนียงจะเชื่อฟังผู้เป็แม่
“ขอบพระคุณท่านประมุขมากเลยขอรับ”
“..”
เสียงฟันกรามขบกัดบดขยี้ของเหลิงหยวนหลงส่งเสียงดังเอี๊ยดๆอย่างเกรี้ยวโกรธ คนเยี่ยงเขาเคยถูกผู้คนคุกคามสร้างความขายขี้หน้าเยี่ยงนี้ั้แ่เมื่อใด!?
แต่กระนั้น ท่านอาจารย์จางเองก็ไม่สามารถรักษาพิษในกายของเหลิงเจียวเจียวได้ มีแต่จำใจต้องพึ่งพาเหลิงหยุนเจียวต่อไปจึงมิอาจยั่วยุนาง
นางจูงมือพาเหลิงเจียวเหนียงเดินผ่านเหลิงหยวนหลงไปต่อหน้าต่อตา แต่ชั่วพริบตานั้น จู่ๆเขาก็เหลียวหลังขวับ ะโถามไล่หลังหยุดนางเอาไว้
“คุณหนูหก ท่านหลอมกลั่นโอสถเป็จริงๆอย่างนั้นรึ?”
เนื่องด้วยบนพิภพแห่งนี้มีวิถีการฝึกปรือที่แตกต่างกันเป็รูปแบบจำเพาะ ส่งผลให้ก่อกำเนิดผู้ฝึกฝนที่เดินบนเส้นทางอาชีพแตกต่างศาสตร์แขนงออกไป เฉกเช่น นักหลอมโอสถ ช่างตีอาวุธ ปรมาจารย์ยันต์มนตรา และอื่นๆอีกมากมาย
ทันทีที่เหลิงหยุนเจียวได้ยินคำกล่าวของเหลิงหยวนหลง นางก็พึงตระหนักทราบทันทีว่า อีกฝ่ายกำลังลองภูมิทดสอบตนอยู่
เพราะคนที่แม้แต่ลมปราณยังไม่มี จะสามารถหลอมกลั่นโอสถได้เยี่ยงไรกัน?
“ท่านประมุขโปรดอย่าได้กังวลเื่นี้ หากข้ากล่าวว่า พี่เจียวเจียวจะไม่ตาย นางก็จะไม่ตาย”
กล่าวจบ เหลิงหยุนเจียวก็พาเหลิงเจียวเหนียงเดินออกจากคลังสมบัติประจำตระกูลไปโดยไม่เหลียวกลับอีก
เหลิงหยวนหลงจับจ้องเงาร่างของทั้งสองจนลาลับหายห่าง ดวงตาคู่คมแหลมประดุจอินทรีเนตรค่อยๆหรี่แคบลง เผยสะท้อนรังสีสังหารเย็นะเืรุนแรง
เขากล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่า จนถึงตอนนี้เหลิงหยุนเจียวก็ไม่มีลมปราณอยู่ในตัวแม้สักเล็กน้อย บุคคลเช่นนี้ไม่มีวันฝึกปรือพลังใดๆได้ ฉะนั้นเื่หลอมกลั่นโอสถก็ลืมไปได้เลย!
หรือเป็ไปได้ไหมว่านางอาจกำลังพึ่งพาบางสิ่งบางอย่างอยู่?
เหตุผลที่มาเอาผลึกิญญาไปตั้งมากโขปานนี้ นางควรจะนำไปใช้เป็พลังงานให้แก่เครื่องรางิญญาสักชิ้นหนึ่ง
แต่เขากลับไม่รู้เลยว่า เครื่องรางิญญาที่อยู่ในมือของสตรีนางนั้นเป็ชนิดหรือแขนงใด
สิ่งที่เรียกว่า เครื่องรางิญญา เป็ของวิเศษแห่งฟ้าดินที่ทั้งหายากและมีมูลค่าหาประเมินไม่ แม้จะเป็แค่เครื่องรางิญญาระดับต่ำก็ยังมีค่าและหายากยิ่งแล้ว
กระทั่งตัวเขาที่เป็ถึงประมุขตระกูลก็ยังไม่มีอยู่ในเลยแม้สักชิ้นเดียว แล้วนังสวะตัวนั้นไปเอาของวิเศษพวกนี้มาจากที่ใดกัน? หรือได้รับจากมือของยอดฝีมือนิรนาม?
.....
เหลิงหยุนเจียวเดินทางกลับเข้าเรือนพิรุณจรัส ผลัดเปลี่ยนอาภรณ์มาเป็กระโปรงยาวและเสื้อคลุมสีขาว ทั้งยังใช้ผ้าโปร่งขาวทึบปิดคลุมศีรษะเพื่อปกปิดใบหน้า
ใบหน้าที่มีแต่รอยแผลเป็อยู่เต็มไปหมดเช่นนี้นับเป็จุดเด่นสำคัญ หากออกไปข้างนอก ผู้ใดที่ได้เห็นต่างต้องทราบว่าเป็นาง
จนกว่าที่นางจะสามารถฝึกปรือลมปราณได้ การทำให้ตัวเองดูไม่โดดเด่นและไม่เป็ที่สนใจย่อมจะดีกว่า
“เ้าหนู ไปหาลุงขี้เหร่กันดีกว่า บอกเขาว่าพวกเราจะออกไปซื้อของข้างนอก”
“ได้ขอรับ”
ทันทีที่สิ้นเสียงอันเปี่ยมด้วยมารยาทของเหลิงเจียวเหนียง เหลิงหยุนเจียวก็แลเห็นเงาร่างสีดำปรากฏขึ้นจากหางตา
โม่เฉินยวนยืนพิงประตูรออยู่แล้ว สุ้มเสียงไพเราะพิสุทธิ์ใสเปล่งดังภายใต้หน้ากากสีดำขลับดุจชิ้นหยก
“ข้าเองก็มีเื่จะคุยกับเ้าเช่นกัน”
ปรากฏตัวคราวนี้ โม่เฉินหยวนเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์แล้ว กลายเป็เสื้อคลุมผ้าไหมดำลายปักขอบทองชั้นเยี่ยม รูปร่างสูงใหญ่ตัดกับทรงเอวที่เพลียวบางส่งผลทำให้เขาดูหยิ่งผยอง และมีราศีผู้ดีจับยิ่งกว่าเดิมหลายทวีเท่า
บริเวณแขนเสื้อมีลายปักวิจิตรบรรจงสีทองอร่าม ปราดแรกที่ได้เห็นก็พึงทราบ นี่มันคุณชายผู้มีชาติตระกูลไม่มีผิดเพี้ยน
นี่ยังไม่รวมถึง เข็มขัดหยกสีขาวนวลดุจน้ำนม ลวดลายของมันแม้จะดูเรียบง่ายแต่ก็หรูหราเกินปกปิด
เหลิงหยุนเจียวถึงกับกระตุกมุมปากอย่างแรง ไอ้นี่เหรอที่เรียกว่า ไม่มีผลึกิญญาอยู่กับตัวเลย?
มองยังไงชุดอาภรณ์นี้ก็ดูแพงกว่าชุดเมื่อวานเสียอีก!
“ยังไง? แค่คืนเดียวก็เปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้? แล้วยังจะมีหน้าให้ข้าออกค่าวัตถุดิบสมุนไพรอีก?”
โม่เฉินหยวนหาได้ปริปากตอบไม่ เพียงเดินแช่มขึ้นหน้าไปหาและนำขวดโอสถใบหนึ่งส่งให้ต่อหน้าต่อตานาง
“เ้าลองตรวจสอบโอสถในขวดนี้ที”
เหลิงหยุนเจียวจ้องขวดโอสถตรงหน้าตาเขม็งด้วยความเหลือเชื่อ พลางชำเลืองหน้าไปทางโม่เฉินหยวนเล็กน้อย
นี่หรืออำนาจของเงิน?
ไม่เพียงจะได้สมุนไพรที่้าเท่านั้น แต่ยังมีคนหลอมกลั่นให้เสร็จสรรพ!
สุดยอดโดยแท้!
นางเปิดปากขวดพร้อมสูดดมตรวจสอบกลิ่นอยู่ครู่หนึ่ง ภายในใจแอบเรียกใช้ฟังก์ชั่นการแยกแยะส่วนประกอบของระบบห้องสมุดสีดำเพื่อวิเคราะห์โอสถชนิดนี้อย่างลับๆ
หลังจากแยกแยะจนได้รายชื่อส่วนประกอบของสมุนไพรทั้งหมดในโอสถชนิดนี้แล้ว เหลิงหยุนเจียวก็ค้นพบว่า โอสถชนิดนี้มิได้ทำจากสมุนไพรที่นางเคยเขียนให้โม่เฉินหยวนไปซื้อมา
และเมื่อเสาะพบรายชื่อสมุนไพรบางชนิดที่อยู่ในส่วนประกอบเ่าั้ เหลิงหยุนเจียวยังต้องรู้สึกเอะใจจนคิ้วขมวดแน่น
“ถึงแม้ว่าโอสถชนิดนี้จะสามารถยังยั้งการแพร่กระจายของพิษได้ก็จริง แต่ปฏิกิริยาระหว่างสมุนไพรบางชนิดที่เป็ส่วนประกอบกลับมีฤทธิ์ย้อนแย้งกัน สิ่งนี้จะก่อให้เกิดพิษตกค้างในร่างกายได้”