วันที่ 2ของการเปิดเรียนชั้นก็พอจะรู้อยู่แล้วล่ะว่ามีคนเกลียดขี้หน้าชั้นเพราะอยู่ใกล้กับเ้าชายแถมเ้าชายยังพยายามเข้าหาชั้นอีก
ถ้าอยากตีสนิทเ้าชายขนาดนั้นจะเหลือที่แค่ข้าง ๆ ชั้นทำไมกันปัญญาอ่อนกันจริงชั้นคิดแบบนั้นแล้วก็ฟุบลงกับโต๊ะเพื่อแกล้งหลับเพราะไม่อยากให้มีใครเข้ามายุ่งด้วย
ในตอนนั้นเองเ้าชายก็เดินเข้าห้องมา เห๋ มาเช้ากว่าเมื่อวานมากเลยแฮะทำไมกันนะ สงสัยไปก็เท่านั้นช่างมันละกัน
“นี่เธอนอนแบบนั้นรู้สึกไม่ดีหรือเปล่า”
ดูบรรยากาศไม่เป็เลยรึไงกันเขาคนนี้ ถ้าแกล้งหลับต่อคงแย่กว่าเดิมฉันเลยทำเหมือนว่าพึ่งตื่นแล้วหันไปทางเ้าชาย
“เปล่าฉันแค่ง่วงเฉย ๆ”
“นอนดึกหรออย่าฝืนตัวเองนะ”
“อา”
ฉันไม่สนใจสายตาของคนรอบๆ แล้วก็เหม่อมองนอกหน้าต่างเหมือนเดิมอย่างน้อยถ้าเ้าชายยังอยู่คงไม่มีใครกล้ามาหาเื่หรอกมั้งเ้าชายนั่งลงและหันมาคุยกับฉัน
“เธอมาเช้าจังมาถึงกี่โมงหรอ”
“มาถึงั้แ่ 6โมงแล้วล่ะ”
“อืม งั้นหรอ”
แล้วในคาบเช้าก็ผ่านไปเหมือนเดิม แต่วันนี้ฉันไม่รอให้คนอื่น ๆออกไปก่อนแล้วหยิบข้าวกล่องขึ้นมาทันทีฉันคิดไว้แล้วว่าจะไม่สนใจสายตารอบตัวแล้วล่ะ
เ้าชายก็ยังคงไม่ลุกออกไปไหนเอาแต่มองมาที่ฉันพอฉันเปิดข้าวกล่องออกมาเขาก็มองแล้วพยักหน้าเบาๆ พร้อมทั้งยิ้มอย่างร่าเริงก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกไป...ทำอะไรของเขากันนะ
----------------------------------------------------------------------------------------
วันต่อมาเ้าชายก็มาเร็วกว่าเดิมคือ 6โมงครึ่งแล้วก็มีสีหน้าดีใจเกิดอะไรขึ้นกันนะปกติแทบจะมาทีหลังสุดเลยหนิ
แล้วทุกอย่างก็ผ่านไปแบบเดิมไม่มีอะไรแปลกจนถึงตอนเที่ยง ฉันก็ทำเหมือนๆเดิมแต่เ้าชายก็ยังไม่ไปไหน สักพักฉันก็เหลือบมองเขาแล้วก็ทำสีหน้าตกตะลึงเพราะเขาก็พกข้าวกล่องมาเหมือนกัน
“ผมขอนั่งกินข้าวด้วยได้ไหม”
“...ทำตามใจเถอะ”
พอได้ยินแบบนั้นเ้าชายก็ยิ้มอย่างมีความสุขแล้วเปิดข้าวกล่องที่ดูหรูสุดๆนี่มันข่มกันชัดๆฉันได้แต่นั่งเงียบๆ ไปพร้อมกับร้องไห้อยู่ในใจ
หลังจากผ่านไป 2 อาทิตย์ขึ้นสัปดาห์ที่ 3จะมีการเรียนเวทมนตร์เพิ่มในคาบเรียนเพราะว่าทุกคนมีพลังกันหมดดังนั้นจึงต้องมีการเรียนเพื่อควบคุมพลังให้ดี
ทุกครั้งจะต้องเปลี่ยนเป็ชุดฝึกแล้วไปรวมกันที่โรงยิมที่เป็โดมขนาดใหญ่มีที่นั่งอยู่สูงขึ้นไปเผื่อมีการแข่งขันอะไรกัน
ในตอนที่ฉันกำลังเปลี่ยนชุดอยู่ในห้องแต่งตัวของนักเรียนหญิงในตอนนั้นเองก็มีคนเข้ามาทักฉันจากด้านหลัง
“นี่ เธอชื่ออะไรน่ะ”
“อันนะ น่ะ”
“อ๋อ ฉัน ไอรินะยินดีที่ได้รู้จัก”
“อา...”
เพราะฉันทำสีหน้าระแวงไปหรือเปล่านะเธอคนนั้นจึงยิ้มแห้งๆแล้วใช้นิ้วชี้เกาแก้มเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ
“เพราะสัตว์เทพของฉันบอกว่าเธอก็เป็นกเหมือนกันน่ะเลยคิดว่าอาจจะสนิทกันได้”
“อา งี้นี้เอง”
ฉันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เพราะนึกว่าจะโดนหาเื่ซะอีกมีคนที่อยากเข้ามาหาเื่ฉันเยอะเลยล่ะแต่น่าจะรอดูในคาบนี้อีกทีว่าพลังของฉันเป็ยังไง
“ถ้าเป็เพราะพลังฉันเธออาจจะผิดหวังก็ได้นะเพราะฉันใช้เวทมนตร์ไม่ได้หรอก เขาไม่ทำสัญญาให้ใช้น่ะ”
“เอ๊ะ”
ฉันพูดออกไปด้วยสีหน้าเรียบเฉยไอริก็มองมาที่ฉันด้วยสีหน้าตกตะลึงก่อนจะกลั้นขำเล็กน้อยและหัวเราะออกมา
“ฮะๆเป็เื่ล้อเล่นที่ไม่ตลกเลยนะ”
เฮ้ย ไอ้ที่ว่าไม่ตลกของแกนี่หัวเราะลั่นเลยนะเฮ้อ...ช่างเถอะเื่แบบนี้พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อหรอก ต้องให้อุปกรณ์ตรวจจับเวทมนตร์บอกเท่านั้นแหละ
“ถ้าเชื่อแล้วจะเปลี่ยนใจก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ”
“จ้าๆ”
ต้องคิดว่าล้อเล่นแหงๆฉันทำหน้ามุ่ยเล็กน้อยแล้วเดินออกมาหลังจากเปลี่ยนชุดเสร็จพอดีหลังจากรวมตัวกันอยู่ที่โรงยิมแล้วอาจารย์ก็เอาอุปกรณ์ตรวจจับเวทมนตร์ออกมาให้ออกไปทีละคนตามเลขที่และฉันก็เลขที่สุดท้าย...
อุปกรณ์นั้นเมื่อคนไปจับต้องมันก็จะบอกข้อมูลของิญญาสัตว์เทพกับสายทางที่ถนัดพร้อมทั้งวัดค่าพลังที่มีออกมาเป็ตัวเลขเพื่อเปรียบเทียบกัน
มีั้แ่ 0 คือคนที่ไม่ได้ทำสัญญากับสัตว์เทพซึ่งคนแบบนั้นก็จะถูกดูถูกและแบ่งแยกทันที และสูงสุดคือ 6 เป็พวกระดับัที่มีแต่ราชวงศ์เท่านั้น
นอกเหนือจากัสัตว์เทพก็จะมีหลายแบบต่างกันไปทั้งิญญาที่เกิดขึ้นมาพร้อมๆกับตัวคนคนนั้น พวกแบบนี้ค่าพลังจะอยู่ที่ 1-2
กับอีกแบบคือิญญาแบบแรกที่หลังจากคู่สัญญาคนแรกตายก็จะยังคงอยู่และไปสิงสถิตกับคนใหม่เรื่อยๆ พวกนี้จะอยู่ที่ 3-5
ดูเหมือนเ้าชายจะเป็ัสีฟ้า ถนัดไปทางรวดเร็วสินะ โอ้ไอริเป็นกแก้วสีรุ้งหายากแฮะ ค่าพลังตั้ง 5แหนะ สายสนับสนุนกับรักษาสินะ
นั่น คนที่เคยแกล้งเ้าชายหนิ เห๋ เสือหรอสายพุ่งชนใช้แรงไม่ใช้สมองล่ะมั้งค่าพลัง 3 กลางๆ แฮะ อ๊ะถึงรอบของฉันแล้ว
“เอาล่ะคนสุดท้าย…อะไรกัน!ค่าพลัง 0 งั้นรึ”
พออาจารย์ที่คุมอยู่พูดออกมาแบบนั้นทุกคนก็คุยกันเสียงดังปนไปหมดแล้วสายตาที่มองมาที่ฉันก็แย่ลงกว่าเดิมที่แย่อยู่แล้ว
ฉันไม่หันไปมองใครทั้งนั้น ทั้งเ้าชายที่หลังๆ มานี้เขาตัวติดกับฉัน หรือไอริที่พยายามจะตีสนิทด้วยได้แต่ทำหน้าตายแบบนั้นแล้วกลับไปนั่งโดยไม่สนใจคำพูดดูถูกอย่างสนุกปากของกลุ่มชายคนที่แกล้งเ้าชายของแค่นี้น่ะฉัน ‘ชิน’ แล้วล่ะ
หลังเลิกคาบเรียนในห้องแต่งตัวตอนที่กำลังจะกลับห้องนั้นไอริก็เดินมาหาฉันและทำท่าทีกระอักกระอ่วนเล็กน้อย
“คือว่า...ที่บอกว่าเธอล้อเล่นน่ะขอโทษนะ”
“ช่างมันเถอะก็ไม่แปลกหรอกที่คนจะไม่เชื่อกัน”
ถึงจะพูดแบบนั้นไปไอริก็ยังทำสีหน้าเศร้าอยู่ดี คงจะรู้สึกผิดจริงๆ ล่ะมั้งอา! อย่าทำท่าเหมือนจะร้องไห้สิทางนี้ดันรู้สึกผิดแทนเลย
“แล้วเธอคิดยังไงกับฉันล่ะ”
“หือ”
“ก็เื่ที่ฉันมีค่าพลัง 0ไง จะยังคิดว่าสนิทกับฉันได้อยู่รึเปล่าฉันไม่ว่าอะไรหรอกนะถ้าเธอจะรังเกียจ”
ฉันพูดพลางหันหน้าหนีไปทางอื่น ถามอะไรไร้สาระชะมัดตัวฉันคำตอบมันก็แน่นอนอยู่แล้วไม่ใช่หรอ ใครๆ ก็คงรังเกียจฉันกันทั้งนั้นแหละ
“อ๋อ เื่นั้นนี่เองไม่นะ ฉันไม่รังเกียจเธอหรอก”
“หรอ...”
“อือก็เราเป็เพื่อนกันแล้วใช่ไหมล่ะ”
“...ขอบใจนะ”
ฉันพูดแบบนั้นออกไปอย่างแ่เบาราวกับไม่้าให้เธอได้ยินพร้อมทั้งทำตัวไม่ถูก ได้ไงกันไม่เห็นมีใครเคยพูดแบบนี้กับฉันเลยควรทำยังไงต่อล่ะทีนี้...
“เอะ เอ๋~ เมื่อกี้พูดอะไรหรือเปล่า~”
“ปะ- เปล่าไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย”
“หรือว่า...กำลังเขินอยู่งั้นหรอหุหุ อันนะเนี่ยน่ารักกว่าที่คิดนะเนี่ย”
สุดท้ายฉันก็เลือกจะไม่เถียงเธอแล้วเดินหนีออกมาทันทีก่อนจะยิ้มเล็กน้อยพลางพึมพำซ้ำไปซ้ำมา
“เพื่อน...เพื่อนงั้นหรอเพื่อนคนแรกของฉัน”
แล้วฉันก็กลับไปนั่งที่ของฉันตามเดิมพร้อมทั้งมองไปนอกหน้าต่างพร้อมทั้งยิ้มอย่างอารมณ์ดีในตอนนั้นเองก็โดนดึงกลับมาด้วยเสียงของคนที่คุ้นเคย
“มีเื่อะไรดีๆงั้นหรอ ยิ้มใหญ่เลย”
“เปล่า ไม่มีอะไร”
เ้าชายนั่นเองฉันเผลอสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองโดยเปลี่ยนเป็สีหน้าตามปกติจริงสิแล้วเ้าชายจะคิดยังไงกับพลังฉันกันนะ จะคิดแบบไอริหรือเปล่า...
“แล้วนายคิดยังไงกับฉันล่ะ”
“อะ เอ๋!”
พอฉันพูดแบบนั้นเขาก็มีท่าทีใมากจนลนลานหน้าก็แดงไปจนถึงหูอะไรทำไมถึงมีท่าทีแบบนั้นล่ะ คำถามของฉันมันเข้าใจยากงั้นหรอ
“ก็เื่พลังของฉันไง”
เพราะไม่เข้าใจฉันจึงถามเขาด้วยน้ำเสียงปนหงุดหงิดเล็กน้อยเขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะทำท่าจะพูดอะไรสักอย่าง
“ก็--”
“เอาล่ะทุกคนนั่งที่”
แล้วก็เป็อีกครั้งที่อาจารย์เข้ามาได้ถูกจังหวะ