#2วันก่อนสำรวจดันเจี้ยน#
“สำหรับเนื้อหาวันนี้ก็ประมาณนี้แหละ..นักเรียน”
“ครับ/ค่ะ”
บรรยากาศการเรียนห้องSในช่วงเช้าจบลงด้วยดี
“ในที่สุดก็จะได้ไปพักแล้วเนอะ”
“นี่นาย..ไปเที่ยวร้านนั้นในเมืองหลวงกันเถอะ”
เนื่องจากเป็นช่วงใกล้สำรวจดันเจี้ยนจึงมีการเรียนการสอนแค่ 2 ชม.แรกเท่านั้น ส่วนเวลาที่เหลือจะปล่อยให้นักเรียนไปพักได้เต็มที่อย่างอิสระภายในเมืองหลวง เนื่องจากทุกคนเก็บเลเวลถึง30 กันหมดแล้ว
“นี่เรเวล..หลังจากนี้ว่างมะ..สนใจไปเดินเล่นกับผมมั้ยล่ะ?”
“หือ...ลมอะไรหอบนายให้มาชวนฉันได้เนี่ยรูอัน?”
“ก็เห็นว่าช่วงหลังมานี้ไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนกับนายเลยนิ..แถมนายก็ยังไปนอนที่ปราสาทราชวงศ์อีก..บอกตรงๆว่าผมนอนคนเดียวนี่เหงาจะแย่”
“นายจะบอกว่านายกลัวผีงั้นหรอ?”
“ผะ..ผะ..ผีเผออะไรกันครับ!??”
รูอันน่าซีดทันที
“ฮ่ะๆๆ”
เรเวลหัวเราะจนท้องแข็ง
ทั้งสองคนคุยเล่นกันอย่างสบายๆ
“นี่เซซิเลีย..พวกเราไปเดินเล่นในเมืองหลวงกันมั้ย?”
“เอ๋?…ก็ได้นะคะ..แต่ว่าไม่เป็นไรจริงๆหรอเซเลน่า…ก็ในเมื่อตระกูลของพวกเรา..”
“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า..”
เซเลน่าหยิบเสื้อคลุมฮู้ด 2 อันขึ้นมาทันที
“แค่สวมเสื้อคลุมนี้ก็ไม่มีใครรู้ถึงตัวตนพวกเราแล้วล่ะ..”
“อืม..งั้นก็ได้ค่ะ”
เซซิเลียตอบตกลงทันที
“งั้นเดี๋ยวฉันไปบอกเรเวลก่อนนะ”
“เดี๋ยว!!..”
เซเลน่าคว้าข้อมือของเซซิเลียที่กำลังจะลุก
“ทำไมจะไปไหนต้องไปรายงานเจ้าหมอนั่นด้วยล่ะ..และอีกอย่างฉันอยากไปเดินเล่นกับเธอแค่สองคนเหมือนตอนสมัยเด็กๆ..ไม่เห็นต้องให้คนนอกมายุ่งด้วยเลยนี่นา”
“ตะ..แต่ว่าสำหรับฉันแล้วเรเวลไม่ใช่คนนอกนะ..”
“เธอเนี่ยนะ!!!…”
เซเลน่าเถียงกับเซซิเลียไปมา
“ว่าไงเรเวล..ไปเดินเล่นกับผมสองคนมั้ยครับ?”
“อืมก็ดีนะ..ไม่ได้ไปไหนมาไหนกับนายสองคนมาตั้งนานละ..ลองเปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็ไม่ใช่เรื่อง…อ้ะ!!!!!!!!"
เรเวลลุกขึ้นพรวดจากเก้าอี้ทันที
“นะ…นี่มัน”
ตัวเขาสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่าง
“มีอะไรหรอเรเวล!?”
“พะ..พะ..…นายสัมผัสไม่ได้เลยงั้นหรอรูอัน?”
“ก็บอกว่าอย่าให้ความสำคัญกับแฟนมากกว่าเพื่อนยังไงเล่าาา..”
เซเลน่าเขย่าตัวเซซิเลียไปมา
“ดะ..ดะ..เดี๋ยวก่อนเซเลน่า..ฉันให้ความสำคัญกับทุกคนเท่ากันนะคะ”
“เท่ากันตรงไหนล่ะยะะะ!..”
เซเลน่าโกรธจนน้ำตาคลอ..ตอนนั้นเอง
“อ้ะ!!!??/นะ..นี่มัน”
เด็กสาวราชวงศ์สองคนรู้สึกได้ทันที
เซเลน่าปล่อยมือออกจากบ่าของเซซิเลีย
“ธะ..เธอรู้สึกได้ใช่มั้ยเซซิเลีย”
“อะ..อืม..ใช่แล้วล่ะค่ะ..พลังเวทย์มหาศาลจนแทบจะบ้าคลั่งเลยนะคะ..อยู่ใกล้ๆกับเขตโรงเรียนนี้เอง”
“อา..คนที่มีพลังเวทย์มหาศาลขนาดนี้ได้มันก็มีแค่คนกลุ่มเดียวเท่านั้นแหละ”
เซเลน่ามองออกไปนอกหน้าต่างทันที
“นี่สรุปว่ามันเกิดอะไรขึ้นหรอเรเวล?”
สมาชิกห้องSคนอื่นๆยังคงคุยเล่นตามปกติ..ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“นายลองเพ่งสมาธิให้สูงที่สุดแล้วลองอ่านกระแสพลังเวทย์ดูสิ..แล้วนายจะรู้เอง”
“คะ..ครับ”
รูอันฟังที่เรเวลพูดแล้วลองทำตามดู
ผ่านไปประมาณ5วินาทีรูอันก็รู้สึกได้
“…..นี่มัน..อย่าบอกนะว่า!!!”
“อา..ใช่แล้วล่ะ..อย่างที่นายคิดนั่นแหละ..มีอัศวินศักดิ์สิทธิ์อยู่ไม่ไกลจากที่แห่งนี้”
“ดะ..เดี๋ยว..แล้วนายไม่คิดว่ามันจะเป็นคนอื่นนอกจากอัศวินศักดิ์สิทธิ์งั้นหรอ”
“ถ้าเป็นคนอื่นนอกจากอัศวินศักดิ์สิทธิ์..ฉันว่าวันนี้พวกเราคงลางไม่ดีแล้วล่ะ”
“เอ๋..กลุ่มก่อการร้ายงั้นหรอ”
“..”
เรเวลไม่ได้ตอบอะไรพร้อมกับมองไปรอบๆห้อง
ดูเหมือนเด็กสาวราชวงศ์สองคนนั้นจะรู้สึกได้ไม่ต่างจากเราเหมือนกัน
ส่วนลูน่าก็คงจะรู้ตัวนานแล้วสินะ
เรเวลมองลูน่าที่เอียงสายตาไปตรงริมหน้าต่างเล็กน้อย..ราวกับรู้สึกถึงบางอย่าง..ในขณะที่ชีน่ายังนั่งอ่านหนังสือการ์ตูนสบายใจอยู่
“ฮะ..แฮ่มม…สวัสดีนักเรียนห้องSทุกคน”
อาจารย์ที่ปรึกษาห้องSอยู่ดีๆก็เปิดประตูเดินเข้ามา..แล้วเดินมาพูดหน้าห้อง
“อาจารย์เอเรน!?”
“มีอะไรงั้นหรอคะ?”
“วันนี้ฉันมีข่าวด่วนมากจะแจ้ง..คือว่าท่านอัศวินศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่6…จะมาเยี่ยมโรงเรียนเรา”
“เเเอ๋!!!!”
นักเรียนห้องSทั้งห้องตกใจทันที
“อัศวินศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่6 ท่านเอลิเซ่งั้นหรอคะ..”
“ใช่แล้วล่ะ”
อาจารย์เอเลนพยักหน้า
ทั้งเซซิเรียและเรเวลมีปฎิกิริยารุนแรงต่อชื่อนั้นทันที
โดยคนที่มีปฎิกิริยารุนแรงที่สุดคือเรเวล
“อะ..อะ..อะ..เอลิเซ่จะมางั้นหรอ”
มือของเรเวลสั่นเล็กน้อย
เขาค่อยๆนั่งลงเก้าอี้ตัวเองทันที
“เรเวลนายไม่เป็นไรนะ”
รูอันเห็นเรเวลอาการแปลกๆไปเลยถามด้วยความเป็นห่วง
ส่วนเซซิเลียก็หันหน้ามามองเรเวลข้างหลังเล็กน้อย..แต่ถูกเซเลน่าจับแก้มแล้วหันกลับไป
เรเวลพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ
“มะ..ไม่เป็นไรหรอกนะรูอัน..ฉันไม่เป็นไร"
เรเวลกัดฟัน..แล้วกำหมัดแน่น..
‘ตัวเราก้าวข้ามอดีตมาได้แล้วนิ..ไม่น่าจะเป็นอะไรนะ..อดีตก็คือดีต…ฉะนั้นไม่ควรยึดติดไม่ใช่หรอ..'
"ปกติอัศวินศักดิ์สิทธิ์ถือเป็นคนกลางระหว่างอาณาจักร..คล้ายๆอัศวินเวทย์มนต์..ซึ่งน้อยครั้งมากจนแทบไม่มีที่จะมีอัศวินศักดิ์สิทธิ์มาเยี่ยมโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์ของอาณาจักรใดอาณาจักรหนึ่งเป็นการส่วนตัว..ฉะนั้นครั้งนี้โรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์แห่งอาณาจักรเบลฟาร์สของเราถือเป็นเกียรติมากที่มีอัศวินศักดิ์สิทธิ์มาเยี่ยม..ดังนั้นวันนี้นักเรียนทุกคนและทุกระดับชั้นจะถูกเกณฑ์ไปตอนรับท่านผู้นั้น..ในเวลาบ่าย2โมง”
“มะ..หมายความว่ายังไงหรอครับอาจารย์?”
นักเรียนห้องS คนหนึ่งถาม
“ก็หมายความว่า..ในวันนี้พวกเธอจะไม่ได้สิทธิ์เที่ยวเล่นอย่างอิสระไงล่ะ..ฉะนั้นก่อนบ่ายสองโมงอย่าไปไหนนอกอาณาเขตโรงเรียนเชียวนะ”
“..”
ทุกคนเงียบกริบ
“เเเเเเเย้…”
“ในที่สุดก็จะได้เห็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์ระยะใกล้ๆแล้วววว..”
“จะขอลายเซ็นต์ท่านด้วยดีมั้ยนะ”
“นี่แกจะบ้ารึไง..อัศวินศักดิ์สิทธิ์เขาไม่แจกลายเซ็นต์หรอกนะ”
ไม่มีใครสักคนแม้แต่น้อยที่รู้สึกเสียใจที่ตัวเองต้องเสียเวลาอิสระไป..เพราะสำหรับทวีปอัลเทียร์แล้วตัวตนของอัศวินศักดิ์สิทธิ์และจักรพรรดิเวทย์มนต์นั้น..ยิ่งใหญ่มหาศาลถึงเพียงนั้นไงล่ะ..
ตัวตนของพวกเขานั้นมีค่าและเด่นดังยิ่งกว่าดารา ไอดอล นักร้อง และเซเลปทั้งปวง
ใช่แล้วล่ะ..ไม่มีใครสักคนยกเว้นคนๆหนึ่งล่ะนะ
“แฮ่ก..แฮ่กๆ..”
เรเวลหายใจหอบพยายามกดหน้าอกของตัวเองเอาไว้
ทำไม..ทำไม…ทำไมกัน…ทั้งที่เราคบกับเซซิเลียแล้วนะ…ทำไมความเจ็บปวดในใจนี้มันถึงไม่หายไปล่ะ..
พระเจ้า…ท่านเทพธิดา…ได้โปรดช่วยผมด้วยเถอะ…ขอร้องละนะ…ผมไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย
“มันทรมาน…”
การโดนใครสักคนที่เราไว้ใจและเชื่อมั่นหักหลังมันทรมาน
“เรเวล..นาย”
รูอันมองเรเวลที่น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว
“ปล่อยฉันนะ..เซเลน่า”
“ดะ..เดี๋ยวก่อนเซซิเลีย”
เซซิเลียสะบัดมือเซเลน่าแล้ววิ่งไปหาเรเวลทันที
“ชิ..หนอยแน่”
“เรเวลล"
เซซิเลียวิ่งเข้ามากอดเรเวลตรงหลังห้องทันทีโดยไม่สนใจใครทั้งนั้น
“คุณไม่เป็นอะไรนะคะ”
“เซซิเลีย”
เรเวลเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“..ไม่เป็นอะไรนะคะ"
เซซิเลียยิ้มให้เรเวลอย่างอ่อนโยน…แม้จะรู้ว่ากลิ่นไอความเศร้า..และความเจ็บปวดออกมาจากจิตใจของเรเวลรุนแรงมากแค่ไหน..แต่เธอก็ไม่เคยคิดที่จะทอดทิ้งเขา…
ในบางครั้งการก้าวข้ามแผลใจในอดีตก็เป็นเรื่องที่ยากสำหรับใครหลายๆคน..แม้กระทั่งเด็กหนุ่มคนหนึ่งเช่นกัน
“ฉะ..ฉัน..ฉะ…ฉะ..ฉัน”
ในบรรดาเพื่อนของเขา..มีเพียงแค่เซซิเลียคนเดียวเท่านั้นที่รู้อดีตอันน่าเศร้าของเรเวลอย่างละเอียด…อดีตอันน่าเศร้าที่โดนคนที่ตัวเองเคยคิดว่าเขารัก..ทอดทิ้งและหักหลัง
“ไม่เป็นไรนะคะ..ฉันอยู่ข้างคุณเสมอค่ะ”
เซซิเลียดึงเรเวลเข้ามาซบที่อกของตัวเองแล้วค่อยๆลูบหลังกับศีรษะของเขาเบาๆ
“ไม่เป็นไรแล้วนะคะ…ไม่เป็นไรแล้วนะคะ..."
เรเวลร้องไห้แบบไร้เสียงซบอกเซซิเลีย
.
เวลาผ่านไปกว่า5นาที
.
เด็กสาวกอดเด็กหนุ่มเอาไว้แน่น..พร้อมปลอบเขาอย่างอ่อนโยน..จนกระทั่งระดับกลิ่นไอความเศร้าในใจของเด็กหนุ่มเริ่มลดลง
“อดีตนี้ของคุณ…ฉันเชื่อมั่นว่าสักวันคุณต้องก้าวข้ามมันได้แน่ค่ะ..ฉะนั้นหยุดร้องไห้เถอะนะคะ.. ”
เซซิเลียดันตัวเรเวลขึ้นมาจากอกของเธอแล้วค่อยๆปาดน้ำตาให้เขา
เรเวลจับมือข้างนั้นของเซซิเลีย
“เซซิเลีย…เธอจะไม่ทำแบบเอลิเซ่จริงๆใช่มั้ย”
เรเวลจับมือเธอพร้อมกับน้ำตาเริ่มจะไหลออกมาอีกครั้ง
“ไม่ค่ะ..ไม่เป็นแบบนั้นแน่ค่ะ”
เซซิเลียใช้มืออีกข้างจับไปยังมือข้างนั้นของเด็กหนุ่มพร้อมกับนำมาประกบแก้มของเธอ
มีเพียงเซเลน่ากับรูอันเท่านั้นที่มองภาพนั้นอย่างตกตะลึง
ส่วนสมาชิกในห้องSคนอื่นๆไม่มีใครสนใจเซซิเลียกับเรเวลแม้แต่น้อย เนื่องจากทุกคนล้วนตื่นเต้นกับการที่อัศวินศักดิ์สิทธิ์จะมาเยี่ยมโรงเรียน..พวกเขาจับกลุ่มนั่งเม้ามอยกันโดยไม่สนใจสิ่งรอบตัว
ชีวิตจริงล้วนไม่สวยหรูแบบในนิทาน เพราะคนที่แข็งแกร่งทุกคนก็ล้วนมีด้านที่อ่อนแอของตนเองเสมอ …และคนที่คู่ควรแก่การถูกยกย่อง..ก็คือคนแข็งแกร่งที่รู้จักความอ่อนแอของตัวเองแล้วก้าวข้ามความอ่อนแอนั้นได้..คนนั้นแหละคือคนที่คู่ควรถูกเรียกว่าวีรบุรุษ
“ฉันคิดว่าการก้าวข้ามความอ่อนแอในตัวเอง…คือคุณสมบัติหนึ่งของวีรบุรุษนะคะ ><”
เซซิเลียกล่าวพร้อมกับยิ้มให้
‘การที่นายอ่อนแอ..รู้จักความอ่อนแอของตัวเอง..แล้วก้าวข้ามมันได้นั่นแหละ..คือวีรบุรุษที่ฉันนับถือ…นายอยากเป็นจักรพรรดิ์เวทย์มนต์ไม่ใช่หรอ..เรเวล..ฉะนั้นอย่ามาร้องไห้เพราะแค่ถูกเด็กพวกนั้นแกล้งเลยนะ’
น้ำเสียงของเซซิเลียซ้อนทับกับเสียงของเอลิเซ่ในอดีต
เด็กหนุ่มสะกดน้ำตาของตัวเอง..แล้วพยายามยืนหยัดอีกครั้ง
‘ไม่ว่ายังไง..ตัวเธอจะต้องก้าวข้ามแผลใจนี้ให้ได้นะ..เพื่อความฝัน…เพื่อความหลงไหล..เพื่อความปรารถนา..และเพื่อเป็นจักรพรรดิเวทย์มนต์ไงล่ะ...ฉะนั้นพวกเรามาก้าวข้ามอดีตด้วยกันเถอะนะ..เด็กน้อย…ฉันผู้เฝ้ามองเธอเสมออยู่จะเอาใจช่วยเธอเอง’
เสียงกระซิบปริศนาอันไพเราะยิ่งกว่าสิ่งใด..ของหญิงสาวปริศนาผู้ลึกลับ..ดังก้องข้างหูของเรเวลแบบนั้น
'อา...ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นใครหรอกนะ..แต่ถ้าหากคุณพูดถึงขนาดนี้ละก็..ผมก็จะลองก้าวข้ามมันดูแล้วกัน’
เรเวลใช้เสียงแห่งจิตใจกระซิบตอบกลับไปแบบนั้น
น้ำตาของเขาหยุดไหลแล้ว..
“ขอบใจนะ..เซซิเลีย..ฉันไม่เป็นไรแล้วล่ะ ><”
“งั้นหรอคะ ><”
"ตัวฉันจะก้าวข้ามอดีตนี้เอง...ฉะนั้นขอยืมพลังของเธอหน่อยนะ..เซซิเลีย"
"ตัวฉันจะเป็นพลังให้คุณเองค่ะ...อยากให้ฉันช่วยเรื่องอะไรงั้นหรอคะ?"