เมื่อกลับมาถึงยอดเขาทรุดโทรม เยี่ยเฟยิในชุดเครื่องแบบผ้าฝ้ายสีครามซีด ๆ และมัดผมไว้ด้านหลังอย่างลวก ๆ ได้วาง 'หม้อหลอมเหล็กทมิฬ' ลงบนลานหินกว้างหน้าหอตำรา ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิเบื้องหน้าเตาหลอมอันเย็นเยียบ ก่อนจะหันไปประสานมือคารวะชายชราอู๋มู่ที่กำลังนอนเอกเขนกจิบสุราอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่
"ท่านอาจารย์" เฟยิเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ศิษย์ได้รับหม้อหลอมมาแล้ว ทว่าศิษย์ยังมีเื่ข้องใจ... หากศิษย์้าหลอมโอสถเพื่อดึงรั้งจิติญญาที่แหลกสลายและหลับใหลให้ฟื้นคืนกลับมา ศิษย์ควรเริ่มต้นจากจุดใด และต้องทำความเข้าใจสิ่งใดบ้างขอรับ?"
อู๋มู่หยุดชะงักขวดสุราในมือ ชายชราปรายตาขุ่นมัวมองศิษย์ซอมซ่อของตนเล็กน้อย ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอแล้วเอ่ยถ้อยคำปริศนาที่ชวนให้ขมวดคิ้วตามเคย
"ไอ้หนู... ใบไม้ที่ร่วงหล่นจากต้นและแห้งกรอบไปแล้ว เ้าคิดว่าจะใช้กาวหรือน้ำอมฤตหยดลงไปเพื่อให้มันกลับไปติดบนกิ่งไม้และเขียวชอุ่มดังเดิมได้งั้นรึ? เปล่าเลย... เ้าทำไม่ได้หรอก หากอยากให้ใบไม้นั้นก่อกำเนิดใหม่ เ้าต้องบดขยี้มันให้กลายเป็ดิน และเป็ปุ๋ยบำรุงรากลึกใต้บาดาลต่างหาก... การเกิดและการดับสูญล้วนเป็ครรลอง วิถีแห่งโอสถไม่ใช่การฝืนลิขิตฟ้า แต่เป็การเข้าใจใน 'รากเหง้า' ของชีวิต เอิ๊ก... ข้าจะนอนแล้ว!"
พูดจบ ชายชราก็ดึงหมวกฟางลงมาปิดหน้าและกรนเสียงดังครอกฟี้ ทิ้งให้เฟยินั่งนิ่งงันอยู่หน้าเตาหลอมเหล็กทมิฬ
"บดขยี้ให้เป็ดิน? บำรุงรากลึก?" เฟยิพึมพำทบทวนถ้อยคำของอาจารย์ซ้ำ ๆ ในหัว ชายหนุ่มหลับตาลง ปล่อยใจให้สงบนิ่งดุจผืนน้ำตามวิถีที่เคยเรียนรู้มา ภาพของใบไม้แห้งกรอบที่ร่วงหล่นลงสู่ผืนดินผุดขึ้นมาในมโนสำนึก... หากนำน้ำอมฤตไปรดใบไม้ที่ตายแล้ว มันก็เป็เพียงใบไม้เปียก ๆ ที่รอวันเน่าเปื่อย ทว่าหากปล่อยให้มันย่อยสลาย บดขยี้จนกลายเป็ดิน มันจะกลับกลายเป็รากฐานที่ให้กำเนิดชีวิตใหม่!
"ข้าเข้าใจแล้ว..." ดวงตาสีม่วงหม่นลืมขึ้น เปล่งประกายแห่งความกระจ่างแจ้ง เฟยิแย้มยิ้มบาง ๆ ออกมา "วิถีแห่งโอสถไม่ใช่การฝืนธรรมชาติ แต่เป็การเข้าใจและชักนำธรรมชาติ! การหลอมยาไม่ใช่แค่การเอาสมุนไพรมายัดรวมกันแล้วใช้ไฟเผา แต่คือการ 'บดขยี้' และ 'สกัด' เอาแก่นแท้ของชีวิตที่ซ่อนอยู่ข้างในออกมา ตัดทอนส่วนที่เน่าเปื่อยและสิ่งเจือปนทิ้งไป เพื่อให้ได้มาซึ่งพลังบริสุทธิ์ที่สุดดุจรากเหง้าแห่งชีวิต!"
แปะ! แปะ! แปะ!
เสียงตบมือจำลองจากเปลวไฟดังขึ้นในห้วงจิตของชายหนุ่ม พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของ 'อัคคีนิล' ที่แฝงไปด้วยความชื่นชม "ฮ่า ๆๆๆ ! ไม่เลวเลยไอ้หนู! ใช้เวลาเพียงไม่กี่อึดใจก็ตีปริศนาธรรมของตาเฒ่านั่นแตกได้ด้วยตัวเอง สมกับที่มีสติปัญญาหลักแหลม ในเมื่อเ้าบรรลุแก่นแท้ด้วยตัวเองแล้ว ข้าที่เป็ผู้าุโก็ขออธิบายเื่ระดับยาและเทคนิค เล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เ้าฟังเพื่อเป็วิทยาทานก็แล้วกัน!"
อัคคีนิลเริ่มอธิบายอย่างฉะฉาน "จงจำไว้ โอสถบนโลกใบนี้แบ่งระดับชั้นอย่างชัดเจนดุจเดียวกับผู้ฝึกตน มันถูกแบ่งออกเป็ห้าระดับใหญ่ ๆ ได้แก่ ระดับมนุษย์ ระดับปฐี ระดับฟ้า ระดับาา และระดับจักรพรรดิ... ยิ่งระดับสูงเท่าไหร่ พลังที่ใช้ในการหลอมและวัตถุดิบก็ยิ่งหายากและอันตรายมากขึ้นเท่านั้น"
"แล้วโอสถที่จะช่วยเสี่ยวชิงได้ล่ะ อยู่ระดับไหน?" เฟยิรีบถาม
"การจะดึงจิติญญาที่บอบช้ำให้ตื่นขึ้น เ้าต้องใช้ 'โอสถคืนิญญา' ซึ่งมี 'หญ้าคืนิญญา' เป็วัตถุดิบหลัก และมันจัดอยู่ในโอสถ 'ระดับาา' ! " อัคคีนิลเน้นย้ำเสียงหนัก "ด้วยระดับพลังของเ้าที่อยู่เพียงแดนควบแน่นปราณ ขั้นที่ 3 ในยามนี้ ต่อให้มีหญ้าคืนิญญาวางอยู่ตรงหน้า เ้าก็ไม่มีปัญญาหลอมมันได้! หากเ้าอยากจะหลอมโอสถระดับาา อย่างน้อย ๆ ตบะของเ้าต้องไปให้ถึง 'แดนิญญาก่อกำเนิด' เสียก่อน!"
แดนิญญาก่อกำเนิด! เฟยิสูดลมหายใจลึก มันคือระดับพลังที่สูงส่งและห่างไกลจากเขาในตอนนี้มากนัก ทว่าแววตาสีม่วงหม่นกลับไม่มีความท้อถอยเลยแม้แต่น้อย มันกลับลุกโชนด้วยไฟแห่งความมุ่งมั่น
"เข้าใจแล้ว... ข้าจะเริ่มก้าวแรกั้แ่วันนี้" เฟยิหยิบสมุนไพรระดับต่ำที่เขาปลูกเองในสวน เช่น หญ้าปราณกระจ่าง และผลไม้โลหิต ออกมาวางเรียงราย "ข้าพร้อมแล้ว อัคคีนิล"
"ดี!" อัคคีนิลชี้แนะต่อ "นักหลอมโอสถทั่วไป จะใช้ไฟปราณอัคคีที่มีความร้อนสูงในการแผดเผาและสกัดน้ำสมุนไพร แต่เ้าคือผู้สืบทอดสายเืจักรพรรดิแห่งความมืด... ไฟของเ้าไม่ใช่ไฟแห่งการทำลาย แต่เป็ไฟแห่งการ 'กลืนกิน' ! เ้าจงส่งปราณเข้าไปในหม้อหลอมเหล็กทมิฬ แล้วจุดอัคคีนิลขึ้นมาซะ อย่าใช้ความร้อนเผา แต่จงใช้ความมืดกลืนกินสิ่งสกปรกในสมุนไพรทิ้งไปตามปรัชญาที่เ้าเพิ่งบรรลุ!"
เฟยิพยักหน้า เขาทาบฝ่ามือลงบนหม้อหลอมเหล็กทมิฬ สูดหายใจเข้า ลึก ๆ ก่อนจะโคจรลมปราณในร่าง
พรึบ!
เปลวไฟสีม่วงดำลุกโชนขึ้นภายในหม้อหลอม มันไม่ได้แผ่ความร้อนลวกิั แต่กลับแผ่ไอเย็นเยียบและแรงกดดันอันลึกลับออกมา เมื่อเฟยิโยนสมุนไพรระดับต่ำลงไป อัคคีนิลก็ห่อหุ้มสมุนไพรเ่าั้เอาไว้ราวกับเงาพันธนาการ ค่อย ๆ ดูดซับและ "กลืนกิน" สิ่งเจือปน กากใย และพิษร้ายที่แฝงอยู่ในพืช ออกมาจนหมดสิ้น เหลือทิ้งไว้เพียงหยดน้ำยาสกัดสีใสบริสุทธิ์ที่เปล่งประกายเรืองรอง
เฟยิใช้สมาธิและสภาวะจิตใจอันนิ่งสงบ บีบอัดหยดน้ำเ่าั้เข้าด้วยกัน หม้อหลอมเหล็กทมิฬสั่นะเื เบา ๆ ก่อนที่ฝาหม้อจะเปิดออกพร้อมกับกลิ่นหอมหวนที่ตลบอบอวลไปทั่วลานหิน เม็ดยาสีเขียวมรกตขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยลอยขึ้นมาตกในฝ่ามือของเฟยิ มันไม่มีรอยด่างดำเลยแม้แต่น้อย!
"ยอดเยี่ยม! บริสุทธิ์สิบส่วน!" อัคคีนิลกล่าวชมเชย "แม้จะเป็เพียง 'โอสถรวมปราณระดับมนุษย์' ซึ่งเป็ยาระดับต่ำสุด แต่ด้วยไฟอัคคีนิลและการตีความของเ้า ทำให้โอสถเม็ดนี้มีความบริสุทธิ์เต็มร้อย ไร้สิ่งเจือปนใด ๆ ! ของพรรค์นี้ ต่อให้เป็ผู้าุโซูหยวนบนยอดเขาโอสถก็ยังต้องใช้เวลาเคี่ยวกรำเป็สิบปีถึงจะทำได้สักเม็ด!"
เฟยิมองเม็ดยาในมือด้วยความตื่นเต้น ทว่าเพียงครู่เดียวแววตาของเขาก็กลับมาเยือกเย็นและหนักแน่น ชายหนุ่มตระหนักดีว่า สมุนไพรที่เขาปลูกบนยอดเขาทรุดโทรมแห่งนี้ มีแต่ของระดับต่ำต้อยทั้งสิ้น ขืนเขามัวแต่หลอมหญ้าพวกนี้ กว่าจะทะลวงขั้นไปถึงแดนเปิดชีพจร คงต้องกินยาพวกนี้เป็ หมื่น ๆ เม็ด และใช้เวลาเป็สิบปีแน่!
เขา้าสมุนไพรที่ดีกว่านี้ แต่สมุนไพรระดับสูงไม่ได้ตกลงมาจากฟ้า สำนักวายุครามกว้างใหญ่ก็จริง แต่ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนต้องขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์และ "แต้มผลงานสำนัก"
"พรุ่งนี้เช้า ข้าจะลงจากยอดเขา" เฟยิลุกขึ้นยืน แผ่นหลังของชายหนุ่มในชุดปะชุนตั้งตรงอย่างผ่าเผย ดวงตาสีม่วงหม่นจับจ้องไปยังทิศทางของยอดเขาส่วนกลางอันเป็จุดศูนย์รวมของสำนัก
"ข้าจะนำโอสถบริสุทธิ์สิบส่วนเม็ดนี้ไปเป็ทุน และข้าจะก้าวเท้าเข้าไปยัง 'หอภารกิจ' เพื่อกระชากเอาทรัพยากรที่พวกมันหวงแหนมาเป็ของข้า... ถึงเวลาที่ปุถุชนอย่างข้า จะเริ่มเล่นตามเกมอันเน่าเฟะของพวกมันดูบ้างแล้ว!"เมื่อกลับมาถึงยอดเขาทรุดโทรม เยี่ยเฟยิในชุดเครื่องแบบผ้าฝ้ายสีครามซีด ๆ และมัดผมไว้ด้านหลังอย่างลวก ๆ ได้วาง 'หม้อหลอมเหล็กทมิฬ' ลงบนลานหินกว้างหน้าหอตำรา ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิเบื้องหน้าเตาหลอมอันเย็นเยียบ ก่อนจะหันไปประสานมือคารวะชายชราอู๋มู่ที่กำลังนอนเอกเขนกจิบสุราอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่
"ท่านอาจารย์" เฟยิเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ศิษย์ได้รับหม้อหลอมมาแล้ว ทว่าศิษย์ยังมีเื่ข้องใจ... หากศิษย์้าหลอมโอสถเพื่อดึงรั้งจิติญญาที่แหลกสลายและหลับใหลให้ฟื้นคืนกลับมา ศิษย์ควรเริ่มต้นจากจุดใด และต้องทำความเข้าใจสิ่งใดบ้างขอรับ?"
อู๋มู่หยุดชะงักขวดสุราในมือ ชายชราปรายตาขุ่นมัวมองศิษย์ซอมซ่อของตนเล็กน้อย ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอแล้วเอ่ยถ้อยคำปริศนาที่ชวนให้ขมวดคิ้วตามเคย
"ไอ้หนู... ใบไม้ที่ร่วงหล่นจากต้นและแห้งกรอบไปแล้ว เ้าคิดว่าจะใช้กาวหรือน้ำอมฤตหยดลงไปเพื่อให้มันกลับไปติดบนกิ่งไม้และเขียวชอุ่มดังเดิมได้งั้นรึ? เปล่าเลย... เ้าทำไม่ได้หรอก หากอยากให้ใบไม้นั้นก่อกำเนิดใหม่ เ้าต้องบดขยี้มันให้กลายเป็ดิน และเป็ปุ๋ยบำรุงรากลึกใต้บาดาลต่างหาก... การเกิดและการดับสูญล้วนเป็ครรลอง วิถีแห่งโอสถไม่ใช่การฝืนลิขิตฟ้า แต่เป็การเข้าใจใน 'รากเหง้า' ของชีวิต เอิ๊ก... ข้าจะนอนแล้ว!"
พูดจบ ชายชราก็ดึงหมวกฟางลงมาปิดหน้าและกรนเสียงดังครอกฟี้ ทิ้งให้เฟยินั่งนิ่งงันอยู่หน้าเตาหลอมเหล็กทมิฬ
"บดขยี้ให้เป็ดิน? บำรุงรากลึก?" เฟยิพึมพำทบทวนถ้อยคำของอาจารย์ซ้ำ ๆ ในหัว ชายหนุ่มหลับตาลง ปล่อยใจให้สงบนิ่งดุจผืนน้ำตามวิถีที่เคยเรียนรู้มา ภาพของใบไม้แห้งกรอบที่ร่วงหล่นลงสู่ผืนดินผุดขึ้นมาในมโนสำนึก... หากนำน้ำอมฤตไปรดใบไม้ที่ตายแล้ว มันก็เป็เพียงใบไม้เปียก ๆ ที่รอวันเน่าเปื่อย ทว่าหากปล่อยให้มันย่อยสลาย บดขยี้จนกลายเป็ดิน มันจะกลับกลายเป็รากฐานที่ให้กำเนิดชีวิตใหม่!
"ข้าเข้าใจแล้ว..." ดวงตาสีม่วงหม่นลืมขึ้น เปล่งประกายแห่งความกระจ่างแจ้ง เฟยิแย้มยิ้มบาง ๆ ออกมา "วิถีแห่งโอสถไม่ใช่การฝืนธรรมชาติ แต่เป็การเข้าใจและชักนำธรรมชาติ! การหลอมยาไม่ใช่แค่การเอาสมุนไพรมายัดรวมกันแล้วใช้ไฟเผา แต่คือการ 'บดขยี้' และ 'สกัด' เอาแก่นแท้ของชีวิตที่ซ่อนอยู่ข้างในออกมา ตัดทอนส่วนที่เน่าเปื่อยและสิ่งเจือปนทิ้งไป เพื่อให้ได้มาซึ่งพลังบริสุทธิ์ที่สุดดุจรากเหง้าแห่งชีวิต!"
แปะ! แปะ! แปะ!
เสียงตบมือจำลองจากเปลวไฟดังขึ้นในห้วงจิตของชายหนุ่ม พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของ 'อัคคีนิล' ที่แฝงไปด้วยความชื่นชม "ฮ่า ๆๆๆ ! ไม่เลวเลยไอ้หนู! ใช้เวลาเพียงไม่กี่อึดใจก็ตีปริศนาธรรมของตาเฒ่านั่นแตกได้ด้วยตัวเอง สมกับที่มีสติปัญญาหลักแหลม ในเมื่อเ้าบรรลุแก่นแท้ด้วยตัวเองแล้ว ข้าที่เป็ผู้าุโก็ขออธิบายเื่ระดับยาและเทคนิค เล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เ้าฟังเพื่อเป็วิทยาทานก็แล้วกัน!"
อัคคีนิลเริ่มอธิบายอย่างฉะฉาน "จงจำไว้ โอสถบนโลกใบนี้แบ่งระดับชั้นอย่างชัดเจนดุจเดียวกับผู้ฝึกตน มันถูกแบ่งออกเป็ห้าระดับใหญ่ ๆ ได้แก่ ระดับมนุษย์ ระดับปฐี ระดับฟ้า ระดับาา และระดับจักรพรรดิ... ยิ่งระดับสูงเท่าไหร่ พลังที่ใช้ในการหลอมและวัตถุดิบก็ยิ่งหายากและอันตรายมากขึ้นเท่านั้น"
"แล้วโอสถที่จะช่วยเสี่ยวชิงได้ล่ะ อยู่ระดับไหน?" เฟยิรีบถาม
"การจะดึงจิติญญาที่บอบช้ำให้ตื่นขึ้น เ้าต้องใช้ 'โอสถคืนิญญา' ซึ่งมี 'หญ้าคืนิญญา' เป็วัตถุดิบหลัก และมันจัดอยู่ในโอสถ 'ระดับาา' ! " อัคคีนิลเน้นย้ำเสียงหนัก "ด้วยระดับพลังของเ้าที่อยู่เพียงแดนควบแน่นปราณ ขั้นที่ 3 ในยามนี้ ต่อให้มีหญ้าคืนิญญาวางอยู่ตรงหน้า เ้าก็ไม่มีปัญญาหลอมมันได้! หากเ้าอยากจะหลอมโอสถระดับาา อย่างน้อย ๆ ตบะของเ้าต้องไปให้ถึง 'แดนิญญาก่อกำเนิด' เสียก่อน!"
แดนิญญาก่อกำเนิด! เฟยิสูดลมหายใจลึก มันคือระดับพลังที่สูงส่งและห่างไกลจากเขาในตอนนี้มากนัก ทว่าแววตาสีม่วงหม่นกลับไม่มีความท้อถอยเลยแม้แต่น้อย มันกลับลุกโชนด้วยไฟแห่งความมุ่งมั่น
"เข้าใจแล้ว... ข้าจะเริ่มก้าวแรกั้แ่วันนี้" เฟยิหยิบสมุนไพรระดับต่ำที่เขาปลูกเองในสวน เช่น หญ้าปราณกระจ่าง และผลไม้โลหิต ออกมาวางเรียงราย "ข้าพร้อมแล้ว อัคคีนิล"
"ดี!" อัคคีนิลชี้แนะต่อ "นักหลอมโอสถทั่วไป จะใช้ไฟปราณอัคคีที่มีความร้อนสูงในการแผดเผาและสกัดน้ำสมุนไพร แต่เ้าคือผู้สืบทอดสายเืจักรพรรดิแห่งความมืด... ไฟของเ้าไม่ใช่ไฟแห่งการทำลาย แต่เป็ไฟแห่งการ 'กลืนกิน' ! เ้าจงส่งปราณเข้าไปในหม้อหลอมเหล็กทมิฬ แล้วจุดอัคคีนิลขึ้นมาซะ อย่าใช้ความร้อนเผา แต่จงใช้ความมืดกลืนกินสิ่งสกปรกในสมุนไพรทิ้งไปตามปรัชญาที่เ้าเพิ่งบรรลุ!"
เฟยิพยักหน้า เขาทาบฝ่ามือลงบนหม้อหลอมเหล็กทมิฬ สูดหายใจเข้า ลึก ๆ ก่อนจะโคจรลมปราณในร่าง
พรึบ!
เปลวไฟสีม่วงดำลุกโชนขึ้นภายในหม้อหลอม มันไม่ได้แผ่ความร้อนลวกิั แต่กลับแผ่ไอเย็นเยียบและแรงกดดันอันลึกลับออกมา เมื่อเฟยิโยนสมุนไพรระดับต่ำลงไป อัคคีนิลก็ห่อหุ้มสมุนไพรเ่าั้เอาไว้ราวกับเงาพันธนาการ ค่อย ๆ ดูดซับและ "กลืนกิน" สิ่งเจือปน กากใย และพิษร้ายที่แฝงอยู่ในพืช ออกมาจนหมดสิ้น เหลือทิ้งไว้เพียงหยดน้ำยาสกัดสีใสบริสุทธิ์ที่เปล่งประกายเรืองรอง
เฟยิใช้สมาธิและสภาวะจิตใจอันนิ่งสงบ บีบอัดหยดน้ำเ่าั้เข้าด้วยกัน หม้อหลอมเหล็กทมิฬสั่นะเื เบา ๆ ก่อนที่ฝาหม้อจะเปิดออกพร้อมกับกลิ่นหอมหวนที่ตลบอบอวลไปทั่วลานหิน เม็ดยาสีเขียวมรกตขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยลอยขึ้นมาตกในฝ่ามือของเฟยิ มันไม่มีรอยด่างดำเลยแม้แต่น้อย!
"ยอดเยี่ยม! บริสุทธิ์สิบส่วน!" อัคคีนิลกล่าวชมเชย "แม้จะเป็เพียง 'โอสถรวมปราณระดับมนุษย์' ซึ่งเป็ยาระดับต่ำสุด แต่ด้วยไฟอัคคีนิลและการตีความของเ้า ทำให้โอสถเม็ดนี้มีความบริสุทธิ์เต็มร้อย ไร้สิ่งเจือปนใด ๆ ! ของพรรค์นี้ ต่อให้เป็ผู้าุโซูหยวนบนยอดเขาโอสถก็ยังต้องใช้เวลาเคี่ยวกรำเป็สิบปีถึงจะทำได้สักเม็ด!"
เฟยิมองเม็ดยาในมือด้วยความตื่นเต้น ทว่าเพียงครู่เดียวแววตาของเขาก็กลับมาเยือกเย็นและหนักแน่น ชายหนุ่มตระหนักดีว่า สมุนไพรที่เขาปลูกบนยอดเขาทรุดโทรมแห่งนี้ มีแต่ของระดับต่ำต้อยทั้งสิ้น ขืนเขามัวแต่หลอมหญ้าพวกนี้ กว่าจะทะลวงขั้นไปถึงแดนเปิดชีพจร คงต้องกินยาพวกนี้เป็ หมื่น ๆ เม็ด และใช้เวลาเป็สิบปีแน่!
เขา้าสมุนไพรที่ดีกว่านี้ แต่สมุนไพรระดับสูงไม่ได้ตกลงมาจากฟ้า สำนักวายุครามกว้างใหญ่ก็จริง แต่ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนต้องขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์และ "แต้มผลงานสำนัก"
"พรุ่งนี้เช้า ข้าจะลงจากยอดเขา" เฟยิลุกขึ้นยืน แผ่นหลังของชายหนุ่มในชุดปะชุนตั้งตรงอย่างผ่าเผย ดวงตาสีม่วงหม่นจับจ้องไปยังทิศทางของยอดเขาส่วนกลางอันเป็จุดศูนย์รวมของสำนัก
"ข้าจะนำโอสถบริสุทธิ์สิบส่วนเม็ดนี้ไปเป็ทุน และข้าจะก้าวเท้าเข้าไปยัง 'หอภารกิจ' เพื่อกระชากเอาทรัพยากรที่พวกมันหวงแหนมาเป็ของข้า... ถึงเวลาที่ปุถุชนอย่างข้า จะเริ่มเล่นตามเกมอันเน่าเฟะของพวกมันดูบ้างแล้ว!"